ภายหลังการเปลี่ยนการปกครองจากระบอบสมบูรนณาญาสิทธิราช มาเป็นระบอบประชาธิปไตย (24 มิถุนายน 2475) เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) เสนาบดีกระทรวงธรรมการ ได้แต่งเพลงชาติขึ้น เพื่อปลุกใจให้คนไทยรักชาติ และสามัคคี ตลอดจนให้เลื่อมใสในรัฐธรรมนูญ โดยใช้ทำนองเพลงมหาชัย ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้

“ สยามอยู่คู่ฟ้าอย่าสงสัย เพราะชาติไทยเป็นไทยไปทุกเมื่อ
ชาวสยามนำสยามเหมือนนำเรือ ผ่านแก่งเกาะเพราะเพื่อชาติพ้นภัย
เราร่วมใจร่วมรักสมัครหนุน วางธรรมนูญสถาปนาพรรษาใหม่
ยกสยามยิ่งยงธำรงชัย ให้คงไทยตราบสิ้นดินฟ้า ”

       ต่อมาจึงดำริจะให้มีเพลงชาติแบบสากล จึงได้ให้พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยกร) แต่งทำนองเพลงขึ้น โดยให้ขุนวิจิตรมาตรา (สง่า กาญจนาคพันธุ์) แต่งคำร้อง ดังนี้

“ แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า
สืบชาติไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา ร่วมรักษาเอกราษฎร์ชนชาติไทย
บางสมัยศัตรูจู่มารบ ไทยสมทบสวนทัพเข้าขับไล่
ตลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของชาติไทย น้ำรินไหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราชคือกระดูกที่เราบูชา เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
ยึดอำนาจกุมสิทธิ์อิสระเสรี ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย สถาปนาสยามให้เชิดชัยชโย ”

       ในปีพุทธศักราช 2477 รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเพลงชาติขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอกรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงเป็นประธาน มีกรรมการท่านอื่นๆดังนี้คือ พระเรี่ยมวิรัชพากย์ พระเจนดุริยางค์ หลวงชำนาญนิติเกษตร จางวางทั่วพาทยโกศล และนายมนตรี ตราโมท คณะกรรมการชุดนี้มีหน้าที่พิจารณาเกี่ยวกับเพลงชาติโดยเฉพาะ ผลการตัดสินปรากฎว่า มีเพลงชาติแบบไทย และแบบสากล อย่างละเพลงคือ แบบไทยได้แก่เพลงชาติของจางวางทั่ว พาทยโกศล ที่แต่งขึ้นจากเพลงไทยเดิมชิ่อว่า “ตระนิมิตร” ส่วนทางสากลได้แก่ เพลงของ พระเจนดุริยางค์ ที่แต่งไว้แล้ว  คณะกรรมการชุดนี้ ได้พิจารณาในเวลาต่อมาว่า เพลงชาตินั้นคงจะมีลักษณะที่บ่งบอกถึงความศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามีสองเพลงอาจทำให้ความศักดิ์สิทธิ์ลดลง จึงร่วมกันพิจารณาใหม่ ในที่สุดตกลงว่าให้มีทางสากลเพลงเดียวคือ แบบทำนองสากลของพระเจนดุริยางค์ จึงได้จัดให้มีการประกวดบทร้องขึ้นใหม่ คณะกรรมการได้สรุปผลให้บทร้องของนายฉันท์ ขำวิไล และบทร้องของขุนวิจิตรมาตรา ได้รับรางวัล แและตัดสินให้บทร้องของขุนวิจิตรมาตราได้รับรางวัลชนะเลิศ

บทร้องที่คณะกรรมการคัดเลือกมีดังนี้ 

บทของนายฉันท์ ขำวิไล

“ เหล่าเราทั้งหลายขอน้อมกายถวายชีวิ่ต รักษาสิทธิ์อิสระ ณ แดนสยาม
ที่พ่อแม่สู้ยอมม้วยด้วยพยายาม ปราบเสี้ยนหนามให้พินาศสืบชาติมา
แม้ถึงไทยไทยด้อยจนย่อยยับ ยังกู้กลับคงคืนได้ชื่นหน้า
ควรแก่นามงามสุดอยุธยา นั้นมิใช่ว่าจะขัดสนหมดคนดี
เหล่าเราทั้งหลายเลือดและเนื้อเชื้อชาติไทย มิให้ใครเข้าเหยียบย่ำขยำขยี้
ประคับประคองป้องสิทธิ์อิสระเสรี เมื่อภัยมีช่วยกันจนวันตาย
จะสิ้นนชีพไว้ชื่อให้ลือลั่น ว่าไทยมั่นรักชาติไม่ขาดสาย
มีไมตรีดียิ่งทั้งหญิงชาย สยามมิวายอยู่มุ่งหมายเชิดชัย ไชโย ”

บทของขุนวิจิตรมาตรา

“ แผ่นดินสยามนามประเทือยว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตแดนสง่า
สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์บุราณลงมา ร่วมรักษาสามัคคีทวีไทย
บางสมัยศัตรูจู่โจมตี ไทยพลีชีพร่วมรวมรุกไล่
เข้าลุยเลือดหมายมุ่งผดุงไผท สยามสมัยบุราณรอดตลอดมา
อันดินแดนสยามคือว่าเนื้อของเชื้อไทย น้ำรินใหลคือว่าเลือดของเชื้อข้า
เอกราษฎร์คือเจดีย์ที่เราบูชา เราจะสามัคคีร่วมมีใจ
รักษาชาติประเทศเอกราชจงดี ใครย่ำยีเราจะไม่ละให้
เอาเลือดล้างให้สิ้นแผ่นดินไทย สถาปนาสยามให้เทอดไท ไชโย ”

       ในปีพุทธศักราช 2482 มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจากคำว่า “สยาม” มาเป็น “ไทย” ทำให้จำต้องแก้ไขบทร้องในเพลงชาติด้วย รัฐบาลจึงได้จัดประกวดบทร้องเพลงชาติไทยขึ้น  ผลการประกวด ปรากฎผู้ชนะได้แก่ นายพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) ส่งเข้าประกวดในนามกองทัพบก และให้ใช้ทำนองขับร้อง เพลงชาติไทย ของพระเจนดุริยางค์ ตามแบบที่มีอยู่ ณ กรมศิลปากร ซึ่งมีเนื้อร้องดังนี้

“ ประเทศไ ทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐ ไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงไว้ได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เอกราาชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุถกหยาดเป็นชาติพลี เถลิงประเทศสชาติไทยทวี มีชัย ชโย ”

       ท่านพันเอกหลวงสารานุประพันธ์ มีความปราบปลื้มแและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงกับได้สั่งเสียบุตร ธิดา ไว้ว่า “ ฉันได้สั่งบุตรธิดาของฉันไว้ทุกคนว่า ในกาลภายหน้าเมื่อถึงวาระที่ฉันจะต้องเกษียรอายุลาโลกไปแล้ว ขณะจะใกล้จะขาดอัสสาสะ ขอให้หาจานเสียงเพลชาติอันนี้ มาเปิดให้ฟังให้จงได้ เพื่อบังเกิดความชุ่มชื่นระรื่นใจ อันไม่มีเสื่อมคลายตราบสิ้นปราณ ”


:: ( S O U R C E : dontrithai.com )* ::

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

18 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ขุนศึกอยุธยา Member 14 มี.ค. 49 01:54 น. 7
โทษทีนะ ฝากบทความหน่อย เรื่องเกี่ยวกับเพลงชาติเหมือนกัน
ลองเข้าไปติชมดูนะ
http://my.dek-d.com/warlord_/story/view.php?id=16154
0
กำลังโหลด
ข้าได้แต่หยามไม่ได้ Member 14 มี.ค. 49 16:50 น. 8
* เมื่อถึงเวลาร้องเพลงชาติให้คุณร้องเพลงชาติเสียงดัง จงภาคภูมิใจกับผืนแผ่นดินนี้
0
กำลังโหลด
รักชาติ 14 มี.ค. 49 21:41 น. 9
พวกม็อบ มาอ่านเลยนะ แมร่งเอ้ย
ไทยมีมากี่ปีแล้ววะ
ชิบหายเพราะเมิงเลยแหล่ะ
ไม่มีจะแด๊กยังไปประท้วง -- ไอพวกหน้าโง่
ไปไถนาไป+ไอ ค วา ย
ขอโทดนะคะ // ที่ใช้คำพูดไม่สุภาพในบอร์ดนี้

อยากระบายหง่ะ
0
กำลังโหลด
BUBU 15 มี.ค. 49 10:52 น. 10
ถึงคุณรักชาติ
ไม่สมควรที่จะพูดเช่นนั้นครับ พวกม็อบเขามีความคิดครับ ถ้าคุณเก่งพอก็ลองไปหาข้อมูลดูสิว่านายกทำอะไรไม่ดีไปบ้าง แล้วก็อย่ามาอึ้งล่ะ

ส่วนความเห็นกระทู้ (แหะๆ ผมกำลังเล่นเน็ตแล้วก็มาเจอ link เวปนี้โดยบังเอิญครับ) ก็...ดีครับ เป็นบทเรียนแก่พวก
"เอาเรื่องส่วนตัวมาเป็นปัญหาของประเทศชาติ"
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
shinkyo Member 15 มี.ค. 49 22:46 น. 12

ภุมิใจนะที่เปนคนไทย
แต่เราไม่ภูมิใจที่มีพรรคการเมืองมาประท้วงอย่างนี้ เราเกลียดการเมืองโว้ย
เพราพวกมันแท้ ทำให้เราเสยบางอย่างไป ใครจะให้ทักสินออกไม่รุ แต่เราจะให้มันออกให้หมด -*-

0
กำลังโหลด
เอ็ดน่า 15 มี.ค. 49 23:46 น. 13

ไม่ค่อยชอบทำนองเพลงชาติไทยเลยอ่ะ มันฟังไม่เป็นไทยเอาซะเลย
แต่ไม่ว่าอะไรกันเนื้อร้องหรอกนะ

0
กำลังโหลด
รักในหลวง 17 มี.ค. 49 21:52 น. 14
รักประเทศไทยนะ โห กว่าจะเปนเพลงชาติไนตอนนี้ทามมายมานเปลี่ยนเยอะแยะมากมายก่ายกองเรยอ่ะ เราทุกคนรักชาติ แต่ทามไมทักษินต้องขายชาติด้วย  X จิงๆ เลวโคดๆเรยอ่ะ ทั้งโคดด้วย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด