เรื่องจริงของไอน์สไตน์
ไอน์สไตน์ เจ้าของสมญาณามอัจฉริยะ ผู้คิดค้นระเบิดปรมาณู
พี่ตินเชื่อว่าใครๆ ก็อยากรู้นะว่าเขาเป็นคนสไตล์ไหน ทำไมถึงได้โดดเด่นขนาดนี้
เพราะฉะนั้น เราไปรู้จักเขากันดีกว่านะ ^ ^
1.ไอน์สไตน์เป็นเด็กอ้วน หัวโต
ตอนที่ไอน์สไตน์เกิด แม่ของเขาบอกว่าตกใจมากที่พบว่าเขาเป็นเด็กที่มีศีรษะใหญ่มากจริงๆ
ยิ่งด้านหลังของศีรษะ ยิ่งโหนก และใหญ่มาก จนครอบครัวรังเกียจ หาว่าเหมือนปีศาจ
ตอนที่ย่าของไอน์สไตน์เห็นเขาครั้งแรก นางถึงกับร้องว่า ตัวใหญ่เกินไป หัวใหญ่เกินไป
แต่เมื่อโตขึ้น รูปศีรษะของเขาก็เริ่มจะเหมือนคนปกติ
บางทีการเป็นคนหัวโต นี่อาจจะเป็นสัญลักษณ์ของคนฉลาดก็ได้เนอะ
2.ไอน์สไตน์เป็นคนพูดช้า
ใช่แล้ว เมื่อตอนเป็นเด็ก ไอน์สไตน์เรียนพูดได้ช้ามาก
แถมพอพูดได้ เขายังพูดไม่ชัด และออกเสียงได้ช้าอีกต่างหาก
เมื่อใครๆ ถาม เขาก็บอกว่า ก่อนจะพูดเขาจะคิดเสียก่อน ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกจริงๆ
ที่เด็กคนหนึ่งจะคิดได้แบบนี้ และเขาทำแบบนี้ไปจน 9 ขวบ
3.ไอน์สไตน์ได้แรงบันดาลใจมาจากเข็มทิศ
เมื่อตอนที่ไอน์สไตน์อายุได้ 5 ขวบ และนอนป่วยอยู่บนเตียง
พ่อของเขามอบเข็มทิศอันหนึ่งให้เขา และตอนนั้นเอง ที่ไอน์สไตน์เริ่มสนใจวิทยาศาสตร์
4.ไอน์สไตน์เอ็นฯ ไม่ติด
ในปี 1895 เมื่ออายุได้ 17 ปี ไอน์สไตน์สมัครเข้ามหาวิทยาลัยชื่อ
Swiss Federal Polytechnical School (Eidgenössische Technische Hochschule or ETH)
เขาสอบผ่านด้านคณิตศาสตร์ และวิทยาศาตร์ แต่ที่เหลือตกหมด!!!
ไม่ว่าจะเป็น ประวัติศาสตร์ ภาษา และภูมิศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ปีต่อมา เขาสามารถผ่านการสอบได้
และได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการในที่สุด
5. ไอน์สไตน์มีลูกที่หายสาบสูญไปด้วย
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1980 ไอน์สไตน์ได้เขียนจดหมายเล่าเรื่องลูกสาวของเขา
ซึ่งเกิดกับเพื่อนนักศึกษา Mileva Maric (ซึ่งต่อมากลายเป็นภรรยาของเขา)
ในปี 1902 ก่อนเขาจะแต่งงานเพียง 1 ปี ลูกสาวของเขาชื่อ Lieserl ก็ถือกำเนิดขึ้น
และ Maric ได้ยกเธอให้คนอื่นไป ทำให้ไอน์สไตน์ไม่เคยได้รู้เรื่องราวของลูกสาวคนนี้อีกเลย

6. ไอน์สไตน์กับสัญญาชีวิตคู่
หลังจากที่ไอน์สไตน์แต่งงานกับ Mileva Maric พวกเขามีลูกชายสองคน
ชื่อว่า Hans Albert และ Eduard ชีวิตสมรสของไอน์สไตน์ เต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
และเต็มไปด้วยสัญญาที่พวกเขาทำร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาที่ว่า...
- เสื้อต้องซักให้สะอาด
- อาหารทั้ง 3 มื้อต้องเสิร์ฟตรงเวลา
- เตียงต้องสะอาด และห้ามแตะต้องโต๊ะทำงานของผม
- คุณต้องหยุดพูดทันทีที่ผมสั่ง
อย่างไรก็ตาม ภายใต้สัญญานี้ ไอน์สไตล์รับปากกับภรรยาว่า เขาจะไม่มีวันไปมีผู้หญิงคนอื่น
ก็ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดีกันนะเนี่ย
7. ไอน์สไตน์เข้ากับลูกชายคนโตไม่ได้
หลังจากหย่ากับภรรยา (พี่ตินไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหย่า) ความสัมพันธ์ของไอน์สไตน์และลูกชายคนโต
ย่ำแย่ลงเรื่อยๆ Hans Albert โทษพ่อเต็มๆ เกี่ยวกับการหย่าร้างครั้งนี้ (ก็ไม่แปลกนี่)
และเมื่อไอน์สไตน์ได้รับรางวัลโนเบล เขาก็เป็นคนเรียกร้องผลประโยชน์ให้กับแม่อย่างแข็งขัน
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เลวร้ายมาก เมื่อ Hans Albert ต้องการแต่งงานกับ Frieda Knecht เมื่อเขาอายุได้ 23 ปี
ไอน์สไตน์ไม่ยอมรับ และกีดกันอย่างมาก แต่แน่นอนว่าลูกชายหัวรั้นไม่ฟัง
ต่อมา ลูกชายก็อพยพเข้าไปในสหรัฐอเมริกา และกลายเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย UC Berkeley
แต่ทั้งๆ ที่อยู่ในประเทศเดียวกัน พ่อลูกคู่นี้กลับไม่ยอมคุยกันเลย (โกรธแรงจริงๆ)
และแม้เมื่อเสียชีวิต ไอน์สไตน์ก็ยกมรดกเพียงเล็กน้อยให้กับลูกชายคนนี้
เจ้าคิดเจ้าแค้นไหมละ (ดีนะ แกไม่เอาปรมาณูไปถล่มลูกชายน่ะ)
8. ไอน์สไตน์เป็นเสือผู้หญิง
หลังจากหย่ากับภรรยา เขาเคยเกือบจะแต่งงานกับญาติที่ชื่อ Elsa Lowenthal
ในตอนแรกไอน์สไตน์แอบชอบลูกสาวของเธอ ซึ่งอายุน้อยกว่าเขาถึง 18 ปี แต่เธอไม่ชอบเขา
แต่ชอบเขาเหมือนคุณพ่อมากกว่า
เชื่อกันว่า ภรรยาเก่าของไอน์สไตน์ Mileva Maric เจอกับเรื่องเศร้ามากมายช่วงที่เป็นภรรยาของเขา
ในระหว่างชีวิตแต่งงาน ไอน์สไตน์นอกใจเธอไปหาเลขาของเขา Betty Neumann
(อ้าว ไหนสัญญาว่าจะไม่นอกใจไง) และไอน์สไตน์ยังมีสาวๆ ในสต็อคอีกหลายคน
ไม่ว่าจะเป็น Estella, Ethel, Toni และสาวรัสเซียนชื่อ Margarita
9. ไอน์สไตน์ คนที่เคยบอกว่าตัวเองไม่ชอบสงคราม เป็นคนคิดค้นระเบิดปรมาณู
ในปี 1939 พวกนาซีกำลังเฟื่องฟู ไอน์สไตน์ได้เขียนจดหมายไปถึงประธานาธิบดีแฟลงคลิน ดี รูทเวลส์
แห่งสหรัฐอเมริกา เพื่อเล่าถึงการศึกษาของเขา เกี่ยวกับระเบิดที่ให้พลังงานรุนแรงมาก
และอยากให้กองทัพสหรัฐฯ ได้นำมันไปปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพเยี่ยมขึ้น
และจากจดหมายของเขา ทำให้รูทเวลส์คิดโครงการ แมนฮัตตัน โปรเจ็คท์ ขึ้น
10. สมองของไอน์สไตน์
หลังจากที่ไอน์สไตน์ตายในปี 1955 สมองของเขาถูกนำมาวิเคราะห์
โดยที่ไม่ได้ขอคำอนุญาตจากครอบครัวแต่อย่างใด ผู้วิเคราะห์ชื่อ Thomas Stoltz Harvey
เป็นนักวิจัย และนายแพทย์ที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง เขานำสมองของไอน์สไตน์มาเก็บไว้ในไห
จากนั้น ก็จัดการสไลด์สมองของอัจฉริยะผู้นี้ออกเป็นชิ้นๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับสมองของคนอื่นๆ
ปรากฎว่าสมองของเขามีรายละเอียดความจำ และเซลส์บางส่วนที่แตกต่างไปจากคนอื่น
แต่อย่างไรก็ตาม สมองของไอน์สไตน์ขาดรอยหยัก ที่เรียกกันว่า Sylvian fissure
นอกจากนี้ สมองของเขาตอบรับกับคณิตศาสตร์ได้ยอดเยี่ยม เซลส์จำนวนมากบอกชัดว่า....
ในเรื่องเกี่ยวกับเลขแล้ว เขาจะคิดได้เร็วกว่าคนอื่น
ซึ่งผลวิเคราะห์เรื่องสมองของไอน์สไตน์ถูกนำมาเขียนเป็นหนังสือชื่อว่า
Driving Mr. Albert: A Trip Across America with Einsteins Brain โดยนักเขียนฟรีแลนซ์ชื่อ Paterniti
ใครสนใจก็หาอ่านกันได้นะ
อ่านจบแล้ว รู้จักไอน์สไตน์มากขึ้นหรือยังจ๊ะ
Dek-d : อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.neatorama.com/
12 ความคิดเห็น
เพราะพอแปลออกมา มีบางเรื่องที่อ่านแล้วรู้สึกว่ามันผิดเพี้ยน