เชื่อว่าตอนนี้ไม่มีน้องๆ ชาวเว็บคนไหนไม่รู้จัก Resident Evil หนังที่กำลังดังมากๆๆๆๆๆๆ
กับภาคสุดท้าย Resident Evil : Extinction
พี่ตินชอบมาก เมื่อตอนเด็กๆ ก็เคยเล่น Bio Hazard (เชื่อว่าน้องๆ คอเกมทุกคนเคยเล่น)
ยิงซอมบี้มันส์ได้ใจจริงๆ เล่นมันทุกภาค ตามประสาคนบ้าเกม
พอมาเป็นหนัง พี่ตินก็ชอบ มิลล่า โจโววิช นางเอก ผู้หญิงอะไร เท่ได้อีก....
แบบว่าดูดีไปโหม้ด ก็เลยหลงใหลขนาดไปลองเสิร์ชเรื่องเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้มาอ่านดู
แล้วก็เลยคิดว่าเอามาเล่าให้น้องๆ ฟังต่อด้วยดีกว่า ท่าทางน่าจะดี
ก่อนอื่น เรามาดู Resident Evil ในภาคหนังสือก่อน
(ตอนนี้มีหนังสือออกขายแล้วด้วย เป็นภาค 3 Extinction นี่แหละ
แปลเป็นภาษาไทย น้องๆ ลองไปหาซื้อได้ พี่ตินซื้อที่คิโนะฯ สยามพารากอนจ้า)
ภาพของบริษัมอัมเบรลล่าในเกม และภาพต่างๆ ของ Resident Evil ภาคแรก
หรือชื่อญี่ปุ่นว่า Bio Hazard เป็นหนังสือชื่อว่า The Beginning by Hiroyuki Ariga
ตีพิมพ์ในปี 1997 โดยมีคำโปรยว่า เรื่องจริงของ Bio Hazard แต่ไม่ได้วางขายตามร้านหนังสือ
เป็นเนื้อเรื่องของคริส เรดฟิลด์ ที่ออกตามหาเพื่อนที่หายไป
นักเขียนชื่อ Author S.D. Perry เป็นคนเขียนบทเกมนี้
ในเกมภาคแรก มีชื่อว่า The Umbrella Conspiracy และต่อมาเป็นเรื่อง
City of the Dead ในเกมภาค 2 และตามมาด้วย Nemesis, Code: Veronica และ Zero Hour
พล็อตในเกม เขียนอย่างอิสระ และไม่เหมือนหนังสือ
มีตัวละครลับมากมายออกมาให้คนเล่นได้ค้นหาอย่างละเอียด
ทำให้บางครั้งเนื้อหาในเกมก็ขัดแย้งกับเนื้อหาในหนังสือที่ออกวางขาย และมีตอนจบที่ไม่เหมือนกัน
ในญี่ปุ่นมีหนังสือ Bio Hazard ออกวางขายถึง 3 เวอร์ชั่น
ที่เป็นออริจินัลน่าจะเป็น Hokkai no Yôjû "The Beast of the
เขียนโดย Kyu Asakura ตามมาด้วยอีกสองเล่มสนับสนุนในปี 2002
To the
ทุกวันนี้ยังไม่มีหนังสือเรื่องนี้เป็นภาษาอังกฤษ แต่ได้มีการแปลเป็นภาษาเยอรมันในปี 2006
ส่วน Resident Evil ทั้งสามภาค (ภาษาอังกฤษ) เขียนเป็นหนังสือโดย Keith R.A.DeCandido
หนังสือภาคสาม Extinction วางขายก่อนภาพยนตร์จะฉายเพียงไม่กี่เดือน
และหนังสือที่เขียนขึ้นใหม่นี้ ก็แตกต่างไปจากหนังสือของชาวญี่ปุ่น
ในภาคการ์ตูน เมื่อปี 1998 ได้มีการออกการ์ตูนเรื่องนี้เป็นรายเดือน
โดยเนื้อหาขึ้นอยู่กับเกมทั้งสองภาค และค่อนข้างสั้นกระชับได้ใจความ
เนื้อหาในการ์ตูนจบลงไม่เหมือนเกมเช่นเดียวกับในหนังสือ (จะจบต่างกันหมดไหม??)
และมีซีรี่ส์พิเศษในชื่อ Resident Evil: Fire & Ice เรื่องราวของชาลี อีกหนึ่งหนุ่มในหน่วย S.T.A.R.S.
ซึ่งเนื้อเรื่องของเขามีแต่ภาคการ์ตูนเท่านั้น ในเกมและหนังสือไม่มี
นอกจากนี้ ยังมีการ์ตูนเรื่องนี้ในภาคฮ่องกง เป็นการนำเนื้อหาของ Code: Veronica
มาดัดแปลงโดยนักเขียนชื่อ Lee Chung Hing เรื่องนี้แปลเป็นภาษาอังกฤษแล้ว

เนื้อหาโดยรวม
ในการเขียนหนังสือและการ์ตูนเรื่องนี้ ทุกคนได้แรงบันดาลใจมาจากซีรี่ส์เกม Resident Evil
ซึ่งเขียนโดยสตาฟฟ์ของค่ายเกมใหญ่ Capcom และแปลเป็นภาษาอังกฤษโดย BradyGuides
เนื้อเรื่องมีหลายภาค ตั้งแต่ Resident Evil 0, Resident Evil, Resident Evil 2,
Resident Evil 3: Nemesis, และ Resident Evil Code: Veronica
พล็อตต่างๆ ได้คลี่คลายไปเรื่อยๆ พร้อมกับการเฉลยความสัมพันธ์ของตัวละคร
ทำให้คนที่เล่นเกมต่างตื่นเต้นและอยากรับรู้เนื้อหาที่น่าสนใจนี้
และเมื่อนำมาทำเป็นหนังสือหรือการ์ตูน แม้จะมีการบิดเบือนไปบ้าง มันก็ยังคงฮิตติดตลาดอยู่ดี
ประวัติศาสตร์เกม
ต้นกำเนิดของ Resident Evil สร้างโดยชาวสหรัฐฯ ในปี 1996 โดย Sony Playstation
หลังจากนั้น ก็มี Sega Saturn มาร่วมด้วย และก็ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายไม่น่าเชื่อ
ทำให้มีการผลิตเกมในภาคต่อๆ มาตามมาคือ Resident Evil 2 ในปี 1998
และ Resident Evil 3: Nemesis ในปี 1999 ทั้งสองภาคอยู่ในเพลย์สเตชั่น
ต่อมาได้มีการนำ Resident Evil 2 ไปทำเป็น Nintendo 64
และเมื่อภาค 4 ของซีรี่ส์นี้ออกจำหน่าย คือ Resident Evil Code: Veronica
ก็ได้ออกกับ Sega Dreamcast ในปี 2000 และยังไม่หมด มีเวอร์ชั่นของ Nintendo GameCube ต่อมา
กับการปรับปรุงเป็น Code: Veronica X
และทั้งๆ ที่มีการประกาศว่าภาคต่อของเกมชื่อดังนี้จะออกเป็น PlayStation 2
แต่คนคิดเกมในภาคนี้ Shinji Mikami กลับให้ซีรี่ส์นี้เป็น Nintendo GameCube แทน
อีกสามภาคของเกมนี้ ที่เนื้อหาต้นตอมาจาก Resident Evil คือ
คือ a remake of the original Resident Evil, the prequel Resident Evil Zero และ Resident Evil 4
สื่ออื่นๆ
ภาพยนตร์
เชื่อว่านักสะสมดีวีดี ต้องมี Resident Evil อยู่ในครอบครองแน่ๆ
บทภาพยนตร์เขียนโดย Paul W. S. Anderson เขาปรับเนื้อหาทั้งจากหนังสือ และเกม
Capcom เชื่อว่าแฟนๆ เกมจะต้องรู้สึกตื่นเต้นกับภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างแน่นอน
ผลตอบรับของหนังเรื่องนี้ออกมาเป็นสองฝ่าย คนดูบางส่วนชอบมากกับเนื้อหาที่คาดเดายาก
และบางส่วนก็แย้งว่าเนื้อหาไม่เหมือนในเกมที่พวกเขาเล่น
แต่แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก แต่หนังเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จทั้งสามภาค
กลายเป็นหนังไตรภาคที่น่าสนใจอีกเรื่องนี้ ทั้งสามภาคนั้นได้แก่
Resident Evil (2002)
Resident Evil: Apocalypse (2004)
Resident Evil: Extinction (2007)
และน้องคนไหนยังไม่ได้ดู พี่ตินว่าไปหามาดูกันดีกว่า
แล้วใครยังไม่เคยเล่นเกม ก็ไปหาเกมมาเล่นด้วยนะ สนุกดี อิอิ
Dek-d : อตินเอง
ขอบคุณข้อมูลจาก http://en.wikipedia.org/wiki/
6 ความคิดเห็น
แต่ไม่เคยเล่นเกม กลัว T^T
เหนเพื่อนมันบอกว่าน่ากลัว เลยไม่กล้าเล่น แต่ดันโม้ไปว่าจะหาซื้อ 555