|
วันนี้ ... พี่ผึ้งมีเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อของคนจีน การรัดเท้า แบบว่าเผชิญพี่ผึ้งเป็นคนที่มีเชื้อมีสายทางนี้ เลยขอเอามาเล่าให้น้องๆ ชาวเด็กดี โดยเฉพาะ น้องผู้หญิงได้รู้กัน โดยชาวจีนในสมันโบราณ...เขาเชื่อว่า ผู้หญิงที่รัดเท้าเล็กๆ แสดงว่าเป็น(ผู้ดี)เกิดในตระกูลสูงศักดิ์
เวลาคุณหนูลูกผู้ดีจะเดินไปไหนมาไหนจะต้องมีคนรับใช้คอยจูง แล้วก็ไม่ต้องทำงานหนักเหมือนหญิงชาวบ้านทั่วไปด้วยนะ ประมาณว่าแลกกับที่ต้องทำให้เท้าของตัวเองพิการ ผิดรูปผิดร่างไปจากเกิด เพราะพวกผู้ชายจีนเขาชอบเท้าเล็กๆ แบบนี้ เฮ้อ...พี่ผึ้งล่ะเชื่อเขาเลย ถ้าผู้หญิงชาวจีน...คนไหนไม่รัดเท้าเค้าจะมองว่าเป็นพวกชั้นต่ำ เป็นพวกใช้แรงงาน ทำนองนั้นด้วยนะ ถึงการรัดเท้าจะที่นิยมในประเทศจีน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำกันทุกคนนะ โดยชาวบ้านธรรมดาไม่ค่อยทำกัน เพราะว่าอาชีพหลักของพวกเขา คือทำไร่ทำนา ถ้ารัดเท้าก็ทำงานไม่ได้ เป็นอันว่าได้อดตายกันพอดี
พี่ผึ้งเกริ่นเรื่อง การรัดเท้าของผู้หญิงชาวจีน โดยย่อให้น้องๆ ได้รู้จักกันแล้ว งั้นพวกเรามาลองดูฉบับเต็มกันบ้างดีกว่า.....น๊า ประเพณีจีนแต่โบราณมาเชื่อว่า สุดยอดความงามของสตรีคือ การมีเท้าคู่เล็กดุจกลีบดอกบัว โดยการรัดเท้าจะส่งผลต่อความมั่งคั่ง และสถานภาพในอนาคตของลูกสาว รวมถึงความสุขในชีวิต ภายใต้ความเชื่อดังกล่าว สตรีจีนทั่วประเทศต้องทรมาน อย่างแสนสาหัสมานานกว่าพันปี เพิ่งจะมาเลิกเมื่อเกือบร้อยปีที่แล้วนี้เอง ที่มีการปลดแอกจากประเพณีสุดทรหดนี้ หลังรัฐบาลคอมมิวนิสต์ชุดแรกสั่งห้ามไม่ให้มีการรัดเท้า!!
สมัยก่อนการรัดเท้าถือเป็นข้อบังคับทางสังคม สำหรับสตรีฮั่นทั่วประเทศ ไม่ว่ายากดีมีจนผู้หญิงที่มีลูกสาว อายุ 4-5 ขวบ จะต้องรัดเท้าให้ลูกสาว ไม่เช่นนั้น จะถูกเยาะหยันที่ไม่ได้ทำหน้าที่ของแม่ ยิ่งรัดให้ยิ่งเล็กก็ยิ่งดี การรัดเท้าทำโดยใช้แถบผ้า ซึ่งทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ กว้างประมาณ 3 นิ้ว ยาว 7 นิ้ว แม่ของเด็กมักจะเป็นผู้ทอผ้าเอง บางครั้งจะมีการย้อมครามสีน้ำเงิน เพราะเชื่อว่า ป้องกันไม่ให้เท้าเน่าเปื่อย การเลือกวันมงคลเพื่อเริ่มรัดเท้า จึงมีความสำคัญยิ่ง การรัดเท้าจะทำให้นิ้วเท้าทั้งหมด ยกเว้นหัวแม่เท้าถูกพับลงไป และรัดติดแน่นกับฝ่าเท้า จะเรียกว่า เท้าดอกบัวทองได้ ก็ต่อเมื่อเท้ามีขนาดเล็กแค่ 3 นิ้ว ถ้าเหลือ 4 นิ้ว เรียกว่าดอกบัวเงิน และถ้าใหญ่เกิน 4 นิ้ว เรียกว่าดอกบัวเหล็ก
ประเพณีการรัดเท้าสร้างความเจ็บปวดและทรมานให้แก่สตรีจีนมาแล้วกว่าพันปี (โอ้โห ... นานมากๆ พี่ผึ้งล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นี่จะเป็นเรื่องจริง โหดร้ายมากๆๆๆ) และมีสตรีจีนนับไม่ถ้วนต้องพิการ หรือเสียชีวิต เพราะขั้นตอนการรัดเท้า...เด็กหญิงที่เริ่มรัดเท้าจะต้องเจ็บปวดทรมานอยู่ตลอดช่วง 2 ปี แล้วค่อยบรรเทา เมื่อเท้าที่รัดไว้เริ่มเข้ารูป การรัดเท้าเริ่มขึ้นในสมัยห้าราชวงศ์ ประวัติศาสตร์จีนบันทึกถึง ที่มาของประเพณีนี้ว่า จักรพรรดิลี่หยู แห่งราชวงศ์ถัง ทรงหลงใหลนางสนมเย่าเหนียง ซึ่งเต้นระบำได้งดงาม พระองค์มีบัญชาให้นางรัดเท้าด้วยแถบผ้า เพื่อให้ดูเล็กลงคล้ายรูปพระจันทร์เสี้ยว
แม้บทบาทความเป็นแม่เป็นบทบาทในอุดมคติของหญิงจีน และเป้าหมายของแม่ที่มีต่อลูกสาวก็คืออยากให้ลูกได้แต่งงานอย่างมีหน้ามีตา บรรดาแม่ๆ จึงรัดเท้าลูกสาวของตน โดยเริ่มตั้งแต่อายุ 5 ถึง 7 ขวบ นิ้วทุกนิ้วยกเว้นนิ้วโป้ง จะถูกพับเข้าไปอยู่ใต้เท้า แล้วถูกรัดจนแน่นด้วยแถบผ้ายาวๆ โดยรัดขึ้นไปทางส่วนโค้งหลังเท้า ทำให้เท้างอและโค้งเว้าเข้าข้างในอย่างมากจนถึงกลางฝ่าเท้า
ดังนั้น กระดูกส่วนหน้าของส้นเท้าจึงถูกดันขึ้น และส่วนบนของเท้าจึงกลายเป็นรูปกลมและหักงอเป็นมุมอย่างมาก และเนื่องจากการรัดเท้าด้วยผ้านั้นต้องรัดทิ้งไว้ทั้งวันทั้งคืน และจะถอดออกก็ต่อเมื่อเวลาทำความสะอาดเท้า กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นบางส่วนจึงขึงตึงและบางทีก็หดตัว อันเป็นการบังคับให้กระดูกเคลื่อนไปสู่ทิศทางที่แตกต่างไป ยังผลให้เท้าผิดรูปผิดร่างหรือพิการ นั่นคือเท้ามีขนาดสั้นขึ้นและมีฝ่าเท้าที่แคบขึ้น กระบวนการนี้สร้างความเจ็บปวดยิ่ง
หลังจากประเพณีนี้แพร่ไปสู่ชนชั้นล่างแล้ว ซึ่งก็หมายความว่าบรรดาลูกสาวที่ถูกมัดเท้านั้นไม่สามารถทำงานหนักในไร่นาได้อีกต่อไป และการเดินก็เปลี่ยนเป็นการวิ่งกระย่องกระแย่ง และหลังจากร่างกายหยุดการเจริญเติบโตแล้ว การรัดเท้าก็ยังคงกระทำไปจนตลอดชีวิต เนื่องจากการรัดเท้าด้วยผ้ากับรองเท้าที่ออกแบบเป็นพิเศษนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการช่วยพยุงเท้าที่พิกลพิการคู่นั้น
พอถึงศตวรรษที่ 11 การรัดเท้าจึงกลายเป็นค่านิยม ที่แพร่หลายในหมู่สตรีชาววังและตระกูลขุนนาง ก่อนที่จะระบาดไปยังชนชั้นล่าง โดยเท้าดอกบัวที่สวยงามจะต้องมีลักษณะ 7 ประการสำคัญ คือ บาง เล็ก เรียว โค้ง หอม นุ่ม และต้องเท่ากัน
ในปี 1912 มีการสถาปนาสาธารณรัฐจีน ทุกมณฑลถูกสั่งห้ามให้มีการรัดเท้า แต่ก็ยังมีสตรีจีนจำนวนมากที่เต็มใจเจ็บปวด โดยเลือกการรัดเท้า เพราะเชื่อว่า เท้าดอกบัวของผู้หญิงที่รัดเท้า จนดูเหมือนเท้าตุ๊กตา เป็นสิ่งกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ และช่วยให้ช่องคลอดของผู้หญิงกระชับ ทำให้ผู้ชายได้รับความสุขอย่างยิ่ง... น้องๆ ชาวเด็กดี ที่คนรุ่นใหม่ทั่วไปอาจจะนึกไม่ออกว่า ในสมัยก่อนมาตรฐานในการประเมินความสวยความงามของผู้หญิงจีนใช่ว่าจะดูจากหน้าตาอันสวยงาม...ผิวพันธุ์ขาวหมดจดสดใส...หรือร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและรูปรางดีเท่านั้น แต่จะพิจารณาดูว่า ผู้หญิงคนนั้นได้รัดเท้ามาก่อนหรือไม่และเท้ามีขนาดเล็กเท่าไรด้วย
ขนาดมีออกมาเป็นสำนวนจีน ที่ว่า"ซันชุ่นจินเหลียน"ซึ่งแปลว่า"เท้าเล็กขนาด 3 นิ้ว" ซึ่งก็สามารถสะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญในการประเมินความงามของผู้หญิง ในสมัยโบราณได้ดีเลยเนอะ นอกจากนี้ประเพณีรัดเท้า ถือเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งในสมัยโบราณที่ผู้หญิงจีนนิยมปฏิบัติเอาอย่างกันเลยทีเดียว พี่ผึ้งล่ะเป็นคนหนึ่งที่ไม่ขอร่วมก๊วนแฟชั่นอันนี้แน่นอน แค่คิดก็สยองแล้ว ทั้งๆที่พฤติกรรมนี้นับเป็นการทรมานตนเองอย่างรุนแรง ผู้หญิงจีนที่มีเท้าขนาดใหญ่ถือว่าเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดในอดีตเลยนะ...เชื่อหรือเปล่า เพราะฉะนั้น ในอดีต เมื่อเด็กหญิงโตถึง 10 ขวบต้องรัดเท้าเพื่อไม่ให้เท้าโตขึ้นอีก
หากไม่รัด เมื่อโตเป็นสาวแล้ว ก็ยากที่จะแต่งงานหรือหาสามีได้ อะไรมันจะยุ่งยากขนาดนี้ และที่สำคัญ...ประเพณีการรัดเท้ายังมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตของผู้หญิงจีนด้วย นับได้ว่าเป็นประเพณีที่ทำร้ายร่างกายสตรีและฝ่าฝืนศีลธรรมในสมัยโบราณของจีน จนชาวจีนมีสำนวนว่า "กั่วเสี่ยวเจี่ยวอี้ซวงหลีว หยั่นเล่ยอี้กาง" ออกมา ซึ่งแปลว่า "รัดเท้าแต่เด็ก โตขึ้นน้ำตาเล็ดเต็มตุ่ม" คำกล่าวนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า ค่านิยมเรื่องเท้าผู้หญิง"ซันชุ่นจินเหลียน"ที่ชาวจีนโบราณนิยมนั้น ได้มาจากเลือดเนื้อและน้ำตาของผู้หญิงจีนนั่นเอง
พี่ผึ้งคิดว่า การที่ประเพณีการรัดเท้าได้ยกเลิกไปแล้วนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ต่อสตรีชาวจีนทุกคน เพราะประเพณีนี้ถือเป็นอันตรายต่อสุขภาพเลยทีเดียว พวกเราถือว่าโชคดีมากเลยนะ ที่ไม่ได้เกิดเป็นสตรีจีนสมัยโบราณ ไม่งั้นพวกเราแต่ละคน หา"แฟน"ไม่ได้เลยสักคน (0_0") เพราะ "เท้าใหญ่" แน่นอนเลย ...... 55555
พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://thai.cri.cn , http://www.shelovesreading.com , http://mcclungmuseum.utk.edu , หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และภาพประกอบจาก Internet |













44 ความคิดเห็น
ง่า....น่ากลัวอ่ะ โชคดีจังที่ไม่ได้เกิดเป็นคนจีนสมัยก่อน= =;;
สงสัยอยู่อย่างนึงอ่า...รูปที่ชี้ให้ดูเท้าอ่ะค่ะ เท้าขาดเหรอคะ? เห็นมันเป็นร่องขึ้นไปง่ะ
ขอบคุณนะคะที่เอามาให้อ่านกัน....สยองดีจริงๆ= =;;
แล้วทอมเขาทำยังไงล่ะ ทรมานตาย
เคยดูสารคดีเกี่ยวกับการรัดเท้ามาแล้ว
น่ากลัวมากเลยโชคดีจริงๆที่ไม่ได้เกิดมาในสมัยนั้น
เอ๊ะ! ไม่แน่ชาติที่แล้วอาจเกิดในสมัยนั้นก็ได้นะ ตอนนี้เท้าถึงได้ใหญ่กว่าผู้หญิงปกติ อิอิ ^^
เคยได้ยินมาแต่ไม่คิดไรมาก
แต่พอเห็นของจริง
เหอะๆๆรับไม่ได้
ดีนะที่ไม่ได้เกิดในสมัยนั้น
ถ้าเกิดต้อง...
น่ากลัวอ่ะ บรื๋อ!
ขาน่ากลัวมากๆ กว่าจะเป็นรูปแบบนั่นคงเจ็บเกือบตายเลย
เรายอมอยู่คนเดียวตลอดชีวิตมากว่าที่จะทำแบบนั่น
ท่าจะเจ็บT^Tน่ากลัว
เห็นเท้าคุณยายแล้วสยองมากอ่ะ
มันพับเข้าไปได้ไงขนาดนั้น แล้วส้นเท้า ยังเป้นรูปส้นรองเท้าอีก เอิ๊ก
งานนี้คงไม่รอดแหง
หยึย น่ากลัว [= =]
ไม่น่าเชื่อว่าทำได้ขนาดนั้น