คาร์บอนไดออกไซด์ (carbondioxide) เป็นก๊าซชนิดหนึ่งประกอบด้วยธาตุ 2 ชนิดคือ คาร์บอน (carbon, C) 1 อะตอม และออกซิเจน (oxigen, O) 2 อะตอม ธาตุทั้ง 2 ชนิดจับกันด้วยพันธะเคมีที่เรียกว่า "พันธะโคเวเลนท์" (covalent bond)

การค้นพบก๊าซชนิดนี้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1630 โดย Jean Baptista van Helmont จากการหมักเบียร์ และตั้งชื่อว่า "ก๊าซซิลเวสเตอร์" (Sylvestre gas) หรือหมายถึงก๊าซที่ได้จากต้นไม้ อีก 124 ปีต่อมา Joseph Black ได้ศึกษาทดลองใหม่และเตรียมก๊าซชนิดนี้ขึ้นมาได้และตั้งชื่อว่า "ฟิกซ์แอร์" (Fixed air) ซึ่งได้จากการผสมกับชอร์คกับกรดเจือจาง หรือถ่านกับออกซิเจน ต่อมาปี ค.ศ. 1781 Lavoisier พบธาตุที่เป็นส่วนประกอบจึงตั้งชื่อใหม่ว่า "กรดคาร์บอนิค (acid carbonique)
คาร์บอนไดออกไซด์ผู้สร้างความอบอุ่นในยุคกำเนิดโลก
คาร์บอนไดออกไซด์ได้จากการเผาไหม้ต่าง ๆ การสันดาบเครื่องยนต์ การหายใจของพืชและสัตว์ต่าง ๆ แล้วคาร์บอนไดออกไซด์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรในทฤษฎีการกำเนิดโลก ? ทั้ง ๆ ที่ยุคดังกล่าวไม่มีพืชหรือสัตว์ ไม่มีการสันดาบของเครื่องยนต์ ???

การเกิด BIGBANG
จากทฤษฎีบิ๊กแบง (Big Bang) ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของอวกาศและเวลา ดวงดาวต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการวมตัวของอนุภาคและก๊าซต่าง ๆ ในอวกาศ รวมทั้งระบบสุริยะจักรวาลของเราด้วย โลกนับเป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมา แต่ก็ยังไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากมีปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ไม่เหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุณหภูมิที่ร้อนจัดจนสามารถละลายหินได้ในเวลากลางวัน และอุณหภูมิเย็นจัดในเวลากลางคืน เนื่องจากไม่มีชั้นบรรยากาศ ตอนกลางวันเมื่อได้รับแสงอาทิตย์จะร้อนจัด และตอนกลางคืนจะเย็นจัดเนื่องจากความร้อนจากตอนกลางวันไม่สามารถสะสมไว้ได้จึงหายไปในเวลากลางคืน แต่จากปฏิกิริยาเคมีต่าง ๆ บนผิวโลกทำให้เกิดก๊าซมากมายขึ้นบนผิวโลก
คาร์บอนไดออกไซด์เป็นก็าซสำคัญมากตัวหนึ่งที่เกิดขึ้นบนผิวโลกในยุคนั้น ซึ่งสมบัติของมันคือการยอมให้แสงผ่านได้แต่จะกักพลังงานความร้อนไว้ ทำให้พลังงานความร้อนที่มากับแสงถูกกักเก็บไว้บนผิวโลกและไม่หลุดหายไปในเวลากลางคืน จึงทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยระหว่างกลางวันและกลางคืนไม่แตกต่างกันมากนัก นอกจากนี้ยังพบว่ามีก๊าซอื่น ๆ ที่ช่วยในการกรองรังสีต่าง ๆ ที่มากับแสงอาทิตย์ เช่น โอโซน เป็นต้น จากสภาวะดังกล่าวนี้นับเป็นจุดเริ่มต้นในการกำเนิดสิ่งมีชีวิต และวิวัฒนาการมาจวบจนทุกวันนี้
นี่ไม่ใช่เพียงการคาดเดา แต่การอธิบายดังกล่าวนั้นมีการศึกษาค้านคว้าและหาหลักฐานมาสนับสนุนจนเป็นที่ยอมรับ ซึ่งทำให้เราสามารถทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ มากมาย หากมีกระบวนการคิดทาางวิทยาศาสตร์ ศึกษาค้นคว้า ด้วยความมุ่งมั้นก็จะทำให้เราได้เข้าใจสิ่งต่าง ๆ และอาจนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากขึ้นด้วย
:: ( S O U R C E : scithai.com )* ::
19 ความคิดเห็น
ค้นคว้ากันเก่งจัง ^^
อยากรู้อ่า ไม่ใช่อะไรหรอก
เราก้อเรียนสายนี้มาพอดีเลยรู้เรื่อง
เก่งจังค่ะ
หาข้อมูลได้ดีทีเดียวเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ
ถ้ามีอะไรดีๆ แบบนี้ก็โพสอีกนะค่ะ
จะติดตามค่ะ
เก่งจังเรายังหาอะไรแบบนี้ไม่ค่อยเจอเลย
...........ว้าว
...........ว้าว
...........ว้าว
...........ว้าว