|
ใกล้วันคริสต์มาสเข้าไปทุกทีแล้ว พี่ผึ้งมองไปทางไหนก็เห็นแต่สีเขียวๆ แดงๆ ของต้นคริสต์มาสที่ประดับประดาไปด้วยของตกแต่งหลากหลายแล้วแต่ผู้จัดจะรังสรรค์แต่งแต้ม ไม่ว่าเป็น ตุ๊กตา , สายรุ้ง ,ดาว 5 แฉก , ดวงไฟระยิบระยับ ฯลฯ ที่สำคัญ ยิ่งดึกยิ่งสวย...โรแมนติกมากๆ 555
ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ คือ ของขวัญ ไม่งั้นงานอาจกร่อย และผู้ที่จะมามอบความสุข พร้อมแต้มรอยยิ้มให้กับพวกเด็กๆ ก็คือ ซานตาครอส ขวัญใจของเด็กทั่วโลก...คุณลุงผู้ใจดีที่หอบของขวัญมากมายไต่ลงมาตามปล่องไฟ เพื่อแจกให้เด็กๆ อะ...แต่สมัยนี้หาไม่ค่อยได้แล้ว หุหุ ยิ่งเป็นเมืองไทยของเรานั้น...ไม่เคยมีมาก่อนด้วยซ้ำ แหม...แค่ก็ร้อนจะตายอยู่แล้ว 555 งั้นพี่ผึ้งก็ขอถือโอกาสเล่าความเป็นของ ซานตาครอสเวอร์ชั่นอเมริกา ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของ ชาวดัตซ์ เรื่อง Sinter Klaas ซึ่งถูกขายที่นิวยอร์กในปีศตวรรษที่ 17 ให้น้องๆ ชาวเด็กดีฟังกันจ๊ะ
ในต้นปี 1773 ซานตาครอสปรากฎในอเมริกาในฐานะของ St. A Claus แต่ที่ได้รับความนิยมกลับเป็นของนักเขียนชื่อ Washington Irving ซึ่งเป็นชาวอเมริกาคนแรกที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนักบุญนิโคลา Saint Nicholas ในเวอร์ชั่นของชาวดัตซ์ ในประวัติศาสตร์ของนิวยอร์ก ถูกตีพิมพ์ในปี 1809 ภายใต้นามปากกา Diedrich Knickerbocker ชาวอเมริกาดัตซ์ Saint Nick ประสบความสำเร็จในการทำให้เป็นลักษณะของอเมริกาในปี 1823 ในบทกลอนจาก Saint Nicholas ธรรมดาก็เป็นที่รู้จักในเรื่อง The Night Before Christmas โดยคนแต่งชื่อ Clement Clarke Moore เขาเขียนรายละเอียดชื่อกวางเรนเดียร์แต่ละตัว วิธีการที่ซานตาครอสจะต้องให้ของขวัญโดยลงไปทางปล่องไฟ
ภาพของซานตาครอสในสายตาชาวอเมริกาถูกวาดโดยนักเขียนภาพประกอบคำบรรยยาย Thomas Nast ซึ่งโด่งดังเป็นอย่างมากในนิตยสาร Harper ตั้งแต่ปี 1860 ถึง 1880 เขาได้เพิ่มรายละเอียดเกี่ยวกับโรงงานซานตาครอสที่อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ และรายชื่อเด็กดีและเลวทั่วทั้งโลก กลอนของ Moore เกี่ยวกับซานตาครอสได้ลงโฆษณาโคคา-โคล่าปี 1931 เวอร์ชั่นปัจจุบันของซานตาครอส มีเพียงเขามีร้านขายของเล่นเด็ก Rudolph เป็นกวางเรนเดียร์ตัวที่ 9 มีจมูกสีแดงและเป็นมันเงา ถูกเขียนในปี 1939 จากนักเขียนโฆษณาจากบริษัท Montgomery Ward Company ประวัติของซานตาครอส บางคนบอกว่ามาจากเรื่องราวในอดีต แต่มีหลายคนพบว่า พวกเรารู้จักซานตาครอสจากการผสมหลากหลายตำนานเข้าด้วยกัน
พื้นฐานของวันคริสต์มาส คือ Bishop Nicholas of Smyrna ซึ่งอยุ่ในประเทศตุรกี เขาอาศัยอยู่ในช่วง 4 ปี ก่อนคริสตศักราช เขารวย ใจดี และรักเด็ก บ่อยครั้งที่เขาทิ้งของเล่นไว้ให้เด็กยากจนที่ข้างหน้าต่างของเด็กๆ ทำให้วันที่ 6 ธันวาคมเป็นวันที่ St. Nicholas เป็นตัวแทน St. Nicholas เป็นตัวแทนของผู้อุปถัมภ์เด็กๆ ในนิกายโรมันคาทอริก ส่วนนิกายโปรแตสเตนท์มีพื้นที่อยู่ที่ศูนย์กลางและทางเหนือของเยอรมัน St. Nicholas กลายเป็นที่รู้จักในชื่อ der Weinachtsmann ในอังกฤษถูกเรียกว่า Father Christmas ชาวอเมริการู้จัก St. Nicholas จากการอพยพของชาวดัตซ์เข้าอเมริกา และกลายเป็นที่รู้จักในชื่อซานตาครอส
ตามบทกลอนต่างๆของอเมริกาเหนือบรรยายลักษณะของว่า เขามีหนวดสีขาว สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีแดงและมีพู่อยู่บนยอดหมวก ในคืนก่อนวันคริสมาส ซานตาคอสจะออกท่องเที่ยวโดยใช้กวางเรนเดียร์ 8 ตัวกับลากเลื่อน เมื่อเขาไปถึงหลังคาบ้านของเด็กๆ เขาจะปีนลงไปทางปล่องไฟและทิ้งของขวัญไว้ในถุงเท้าของเด็กๆที่แขวนไว้ที่เตาผิง โดยทั่วไปเด็กๆต้องการที่จะรู้ว่าซานตาคอสมาจากที่ไหน และเมื่อเขาไม่ได้ส่งของขวัญแล้วเขาจะอาศัยอยู่ที่ไหน เนื่องจากคำถามเหล่านี้จึงทำให้เกิดเรื่องราวที่เล่าต่อกันมาว่าซานตาคอสอาสัยอยู่ในขั้วโลกเหนือ ซึ่งที่นั่นก็มีโรงงานของขวัญตั้งอยู่ด้วยเช่นกัน ในปี 1925 ทุกคนรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะพบกวางเรนเดียร์ในขั้วโลกเหนือ ดังนั้นหนังสือพิมพ์จึงลงข่าวกันว่าอันที่จริงแล้วซานตาคอสมาจาก Finnish Lapland โดยคนที่เปิดเผยเรื่องนี้ก็คือ คุณลุง Markus หรือ Markus Rautio เขาเปิดเผยเรื่องนี้ผ่านทางวิทยุในรายการ Children's hour ของสถานีวิทยุ Finnish ซึ่งถือว่าเป็นความลับที่ยิ่งใหญ่มากในช่วงปี 1927 ว่าซานตาคอสอาศัยอยู่ที่
บ้างก็ว่าซานตาคอสหลบซ่อนตัวอยู่ที่ชายแดนทางตะวันออกของประเทศฟินแลนด์ เขาจะมีหูคล้ายกระต่ายป่าเพื่อเอาไว้ฟังว่าเด็กๆบนโลกเป็นเด็กดีหรือเปล่า และมีเอลฟ์ซึ่งมีตำนานในแถบสแกนดิเนเวียเป็นผู้ช่วยอีกด้วย หลายศตวรรษที่ผ่านมาขนบธรรมเนียมประเพณีจากหลายแห่งที่แตกต่างกันของทางตอนเหนือของโลกได้มารวมกันและบรรยายว่าซานตาคอสเป็นผู้ชายมีหนวดสีขาว เป็นอมตะและไม่มีวันตาย เขาจะมีหน้าที่ส่งของขวัญในวันคริสมาศและจะกลับมายัง Korvatunturi ใน Finnish ตั้งแต่ช่วงปี 1950 ซานตาคอสอยู่อย่างมีคามสุขมากที่ Napapiiri ไกล้กับ Rovaniemi เขาจะมาพบเด็กๆที่นี่ในวันที่ไม่ใช่วันคริสมาศ ในปี 1985 เขากลับมาเยี่ยมที่นี่อีกและสร้างออฟฟิสของเขาที่นี่ เขามาที่นี่ทุกวันเพื่อฟังว่าเด็กๆอยากได้อะไรในวันคริสมาสและพูดคุยกับเด็กๆที่เดินทางมาจากทั่วโลก และหมู่บ้านของซานตาคอสก็ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ด้วย เพื่อรับจดหมายของเด็กๆจากทั่วโลก
พี่ผึ้งเชื่อว่า พออ่านมาถึงตรงนี้ น้องๆ ชาวเด็กดีคงเริ่มหัวบาน หุหุ เนื่องจากเม็มโมรี่ในสมองบรรจุเรื่องราวเกี่ยวกับคุณลุงซานต้าจนเต็ม ก็แหมคุณลุงเขาเป็นคนดังระดับโลกประวัติความเป็นมามันก็ต้องยาวอย่างนี้แหละ 555
พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลแปลจาก http://www.the-north-pole.com/history/index.htm และภาพประกอบจาก Internet |








13 ความคิดเห็น
ลุงซานต้าตัวจริงๆอ่าเห็นในหนังสือเค้าบอกว่าอยู่ที่ฟินแลนด์มั้งรุสึก!
ไม่เคยรู้จริงๆๆซะทีมารู้จริงๆก็คราวนี้แหละค่ะพี่ผึ้ง ขอบคุณค่ะ
เพิ่งรู้นะเนี้ย งิงิ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ อิอิ
แล้วทำไมซานตาคลอสต้องใส่ชุดแดงไว้หนวดเครารุงรังแล้วก็ปีนลงทางปล่องไฟด้วยอ่ะ งง??
สนุกมากเลย สุขสันต์วันคริสต์มาสนะคะพี่ผึ้งและก็ทุกๆคนเลย
มีความสุขมากๆนะคะ -///-