"เชิดสิงโต" เฮงๆ รวยๆ ต้อนรับตรุษจีน

 

 

ชาวเด็กดีเคยสังเกตไหมว่า  เมื่อใกล้ถึงวันตรุษจีน ก็จะมีชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งจัดให้มีการเชิดสิงโต ไปขอเงินบริจาคจากพวกคหบดี หรือ เรียกง่ายๆ คนรวย นั่นเอง 555 ซึ่งพี่ผึ้งไปแอบสืบรู้มาว่า ชื่อจีนเขาเรียก “ ซิ่งฮุ่ย”  และก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งจัดเครื่องดนตรี  พร้อมเตรียมทำตัวสิงโตสำหรับวันงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อเตรียมงานแล้วผู้จัดงานก็จะประกาศเส้นทางที่ขบวนสิงโตจะผ่านให้ชาวบ้านทราบ พอวันงานมาถึงหัวหน้าทีมจะนำเอาสิงโตไปแสดงความเคารพต่อคหบดี และมือกลองก็เริ่มตีกลอง จากนั้นก็เริ่มแสดงการเชิดสิงโต

 

เมื่อมีบ้านใดนำเอาซองรางวัลไปแขวนไว้บนยอดไม้ ยิ่งสูงเท่าใดผู้แสดงก็ต้องต่อตัวกันขึ้นไปเพื่อเอาซองรางวัลนั้น การเชิดสิงโตแบบนี้เรียกว่า “ ซิ่งจือไชชิง” สิงโตที่เชิดนี้มักทำด้วนแกนไม้ไผ่ปะด้วยกระดาษสี แล้วใช้ผ้าปักไหมทำเป็นตัวสิงโตมีการเชิดอีกแบบหนึ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า เรียกว่า “ชุดสิงโตกินประทัด” เนื่องจากการเชิดชุดนี้สิงโตต้องกินประทัดตลอดเวลา  ว้าว........เก่งมากค่ะคุณขา *0*

 

 

 

 

 

ดังนั้นหัวสิงโตจึงต้องทำด้วยวัสดุแบบใหม่ คือใช้ดินเหนียวพอกลงบนแกนไม้ไผ่ แล้วติดด้วยกระดาษเสา ส่วนตัวมังกร ก็ทำด้วยผ้าลายราคาถูก ๆ ผู้เชิดสิงโตไม่ใส่เสื้อ ใส่แต่กางเกง ใส่รองเท้าฟางและพันน่องด้วยผ้า 5 สี เมื่อผ่านบ้านใครเจ้าของบ้านก็จะโยนประทัดใส่ สิงโตต้องอ้าปากรับ และผู้เชิดก็จะไม่ถอยหนียอมรับความร้อน จากประทัดนั้น

 

เมื่อทนไม่ไหวก็อาจจะมีผู้เชิดอื่น มาเปลี่ยน บางครั้งเมื่อหัวสิงโตถูกประทัดมาก เกิดความร้อนจนต้องเอาน้ำไปพรมแล้วก็เชิดต่ออีก ชาวจีนเชื่อว่า ยิ่งให้สิงโตกินประทัดดังเท่าใดและมากเท่าใดการค้าที่บ้านก็ยิ่งจะรุ่งเรืองเท่านั้น ยอดมากๆ .... อย่างนี้พี่ผึ้งต้องจำเอาไปใช้ซะแล้ว เพื่อจะได้รวยยิ่งๆ ขึ้นไป เฮง...เฮง...เฮง  55555  

 

 

 

 

สำหรับที่มาของการแสดงเชิดสิงโตนั้น ชาวจีนมีความเชื่อกันว่า ผู้ใดได้ชม จะมีโชคลาภ เจริญรุ่งเรือง และเป็นสิริมงคล จึงได้มีการสืบทอดการแสดงมากว่าพันปี ในสมัยก่อน การเชิดสิงโตที่นิยมแสดง มี 2 ประเภท ได้แก่ การเชิดสิงโตแบบโบราณ คือ การแสดงกายกรรมต่อตัว และ การเชิดสิงโตแบบปีนกระบอกไม้ไผ่
       
       ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาขึ้นมาอีกหนึ่งประเภท ได้แก่
การเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศแถบเอเชีย อาทิ จีน มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง รวมทั้งประเทศไทย โดยปัจจุบันการเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยนี้ได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่ง และได้รับการจัดไว้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์อีกด้วย

 

 

 

 

ส่วนการแสดงสิงโตในเมืองไทยที่นิยมแสดงมีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดแบบโบราณ คือ การแสดงแบบกายกรรมต่อตัว และ ปีนกระบอกไม้ไผ่ ที่เรามักเห็นกันทั่วไป ซึ่งการแสดงเชิดสิงโตในประเทศจีน คณะสิงโต จะสังกัดค่ายมวย เพราะผู้แสดงต้องฝึกวิชากังฟู เนื่องจากผู้เชิดจะต้องแสดงลีลาประกอบการเคลื่อนไหวท่วงท่าของวิชามวยจีน ช่วงล่างต้องมีความแข็งแกร่ง ส่วนในเมืองไทยสิงโตไม่ได้สังกัดสำนักมวยเหมือนอย่างประเทศจีน แต่จะขึ้นอยู่กับศาลเจ้าบ้าง วัดบ้าง การฝึกสอนก็อาศัยจากรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง
       
       ในปัจจุบันการเชิดสิงโตได้มีการพัฒนาขึ้นอีกประเภทหนึ่ง
ได้แก่ การเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมย ซึ่งเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบเอเซีย อาทิ ประเทศจีน มาเลเซีย ไต้หวัน ฮ่องกง รวมทั้งประเทศไทยด้วย ในปัจจุบัน การแสดงเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยถูกปรับให้เป็นกีฬาแล้ว และถูกบรรจุในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์และกีฬาแห่งชาติ หลังจากเป็นกีฬาสาธิตอยู่หลายปี

 


       การแข่งขันกีฬาเชิดสิงโตบนเสาดอกเหมยถือเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่ผู้ชมให้ความสนใจมากทีเดียว กีฬาสิงโตในต่างประเทศจะขึ้นอยู่ในความดูแลของสมาพันธ์กีฬาสิงโตของแต่ละประเทศ แต่ในประเทศไทยขึ้นอยู่กับสมาคมวูซูแห่งประเทศไทย

 

 

 

พี่ผึ้งขอทิ้งท้ายด้วย  “เกร็ดความรู้เรื่องการเชิดสิงโต”  ล่ะกัน

 

 

 

 

การเชิดสิงโตเป็นประเพณีของชาวจีน

โดยเชื่อว่าเป็นการตัดสิ่งอัปมงคลและนำความเป็นสิริมงคลมาสู่พื้นที่

สิงโตที่เชิดนั้น แต่โบราณมีการเชิดกันตามความเชื่อ

และมีลักษณะต่างกันไปตามพื้นที่ของแต่ละที่ แต่ความเป็นมาที่คล้ายกันคือเป็นรูปทรงสิงโตที่เลียนแบบจากสิงโตทางเหนือซึ่งได้รับอิทธิพลจากต่างถิ่นของประเทศจีน

 

สิงโตในท้องถิ่นของจีน

แต่เดิมจะมีรูปทรงและสีสันไปตามความเชื่อของแต่ละท้องถิ่น แต่ที่ถือเป็นแพร่หลายที่สุดคือสิงโตแถบมณฑลกวางตุ้ง ที่ส่วนใหญ่สังกัดสำนักกังฟูและต่อมาก็ได้รับการเผยแพร่สู่นอกประเทศโดยสำนักกังฟูต่าง ๆ

แต่เดิมสิงโตแต่ละท้องถิ่น


จะเชิดกันโดยอาศัยความสูงเป็นข้อบ่งชี้ความสามารถของทีมสิงโต และแสดงเนื้อเรื่องให้สอดคล้องกับจุดประสงค์ของเจ้าภาพที่จัดขึ้น

 

 

 

ต่อมาได้มีกลุ่มประเทศที่อยู่ภาคพื้นเอเชีย

ได้ก่อตั้งสหพันธ์สิงโตนานาชาติขึ้น และกำหนดวิธีการแข่งขันสิงโตเป็นลักษณะสากลนิยม ด้วยการแสดงความสามารถของเทคนิกการเชิดสิงโตบนเสาต่างระดับ

สิงโตได้รับการพัฒนาโดยชาวจีนโพ้นทะเล


ในแถบประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากได้วิวัฒนาการเป็นกีฬา โดยมีการแข่งขันระดับนานาชาติตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในกีฬาเอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ ครั้งที่ 2 ณ เมืองมาเก๊า เป็นครั้งแรก

 



ปัจจุบันกีฬาสิงโตได้บรรจุเป็น Event หนึ่งของกีฬาวูซู ที่แข่งขันในกีฬาแห่งชาติ

 

 

 

พี่ผึ้ง : ขอขอบคุณข้อมูลจาก educatepark.com  , chinesenewyear.in.th  , ผู้จัดการออนไลน์   และภาพประกอบจาก Internet

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

5 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
#//#DeK-ZA#//# Member 1 ก.พ. 51 22:39 น. 3
ความรุ้เน้นๆ ชอบๆ นู๋ชอบดูเชิดสิงโตมั่กๆเลยค่า ช่วงนี้ใกล้ตรุษจีนแล้ว ชอบให้ได้อั่งเปากันเยอะๆนะคะทุกคน
0
กำลังโหลด
cookie Member 2 ก.พ. 51 15:55 น. 4
เจ๋งปายเรยค่ะพี่ผึ้ง ขอบคุงค่า เอาความรุแบบนี้มาอัพอีกน่อ หนูอยากรุเกี่ยวกะอั่งเปาอ่ะพี่เปงมาไงหว่า....
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด