|
น้องๆเคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าค่ะว่า การเจาะหู เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่??? ... จริงๆแล้วการเจาะผิวหนังเป็นวัฒนธรรมความเชื่อของกลุ่มชนบางกลุ่มเท่านั้น และทำกันมาเป็นร้อยๆ พันๆปีแล้ว แต่ในปัจจุบันเรื่องของการเจาะได้กลายมาเป็นแฟชั่นกันไปแล้ว และก็ไม่ใช่เพียงแค่การเจาะหูเท่านั้น ปัจจุบันแฟชั่นการเจาะได้วิวัฒนาการไปถึงการเจาะส่วนต่างๆในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น คิ้ว ลิ้น จมูก ริมฝีปาก คาง สะดือ ฯลฯ ซึ่งที่มาของแฟชั่นนี้ก็มาจากสไตล์การแต่งตัวในแบบต่างๆ เช่น พั้งค์ ฮิปฮอป ร็อค
สำหรับการแฟชั่นการเจาะนั้น ในปัจจุบันมีวัยรุ่นหลายคนนิยมเจาะกันเอง หรือรับบริการตามริมทาง ซึ่งพี่เหมี่ยวขอบอกน้องๆไว้ตรงนี้เลยว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายมากเพราะ อาจจะนำเชื้อโรคอันตรายอย่าง ไวรัสตับอักเสบบี หรือแม้แต่ โรคเอดส์ เข้าไปสู่ร่างกายได้ง่ายมาก เนื่องจากร้านส่วนใหญ่ทำการฆ่าเชื้อเข็มที่ใช้เจาะไม่ถูกวิธี
... วันนี้พี่เหมี่ยวก็เลยมีเกร็ความรู้ดีมาเล่าให้ฟังเจาะตรงไหนที่เป็นอันตรายและเราจะมีวิธีเจาะยังไงให้ถูกต้องและปลอดภัย
เริ่มที่การเจาะหูก่อนเลยนะคะ ในทางการแพทย์ไม่สนับสนุนให้เจาะหูผ่านกนะดูกอ่อนนะคะ เพราะนั่นคือบริเวณกระดูกอ่อนของใบหู เถ้าเจาะไม่ถูกวิธีและเครื่องมือไม่สะอาด จะทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียและลามเข้ากระดูกได้ง่ายค่ะ
สำหรับการเจาะหู แผลที่เกิดภายหลังเจาะหูนั้นเป็นแผลสด ดังนั้นการเจาะหูจึงควรใช้อุปกรณ์ที่สะอาด ปราศจากเชื้อโรค และสนิม แผลสดที่เกิดขึ้นนั้นใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 7 วัน จึงจะแห้ง และปลอดภัยจากเชื้อโรค ดังนั้นหลังจากเจาะหู 7 วันแรก จึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบกระเทือนหรือบอบช้ำ เช่น ไม่ใส่ตุ้มหูหนักๆ และไม่ควรให้โดนน้ำและความชื้น นั่นคือ ไม่ว่ายน้ำ, เวลาอาบน้ำ สระผม ให้ระมัดระวังไม่ให้แผลโดนน้ำ ในกรณีที่แผลถูกกระทบกระเทือนหรือโดนน้ำ ให้รีบทำความสะอาด ซับน้ำให้แห้ง และรับประทานยาแก้อักเสบ เพื่อป้องกันภาวะอักเสบติดเชื้อ จนอาจเกิดเป็นฝีและหนองขึ้นมาได้
เมื่อผ่าน 7 วันแรกไปแล้ว จึงจะสามารถโดนน้ำได้ ว่ายน้ำได้ แต่ถึงแม้ว่าแผลจะแข็งแรงแล้วก็ตาม แต่ถ้าใส่ตุ้มหูที่ไม่สะอาด ก็อาจก่อให้เกิดการอักเสบได้เช่นกัน แผลจากการเจาะหูในบางรายมีแนวโน้มที่จะเชื่อมตัวเองและไม่เกิดรูถาวรขึ้นได้ ดังนั้นเวลาใส่ตุ้มหูผู้ป่วยอาจรู้สึกว่าใส่ไม่ได้ หรือใส่ลำบาก บางรายใช้แรงผลักตุ้มหูให้ผ่านรูเจาะหูเข้าไป จนอาจรู้สึกเจ็บได้ ภายในติ่งหูอาจเกิดแผลสดขึ้นมาใหม่ หรือเกิดการอักเสบจากวิธีการใส่ตุ้มหูที่รุนแรง ดังนั้นถ้ารูสึกเจ็บ จึงควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำอีก อย่างน้อย 7 วัน เพื่อป้องกันการอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้
ในกรณีที่เกิดการอักเสบ เจ็บ บวม แดง ขึ้นมาแล้ว ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อได้รับยาแก้อักเสบที่เหมาะสม ถ้าการอักเสบลุกลามเป็นฝี มีหนองอยู่ภายใน ควรได้รับการเจาะระบายเอาหนองออก การอักเสบเหล่านี้อาจก่อให้เกิดแผลเป็นขึ้นได้ (ซึ่งรักษาค่อนข้างยาก) ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการอักเสบติดเชื้อ เป็นดีที่สุดค่ะ
การเจาะผิวบริเวณจมูก ไม่จำเป็นไม่ควรทำอย่างยิ่งเลย เพราะช่องจมูกมีเชื้อโรคเข้าได้ง่ายมาก และการเจาะต้องผ่านกระดูกอ่อน ทำให้เกิดอาการอักเสบได้ง่าย
การเจาะลิ้น นอกจากจะทำให้เกิดปัญหาเลือดออกมากแล้ว ยังสามารถเกิดอาการเลือดคั่งหลังจากเจาะได้อีกด้วยนะคะ และพี่เหมี่ยวขอบอกอีกอย่างหนึ่งว่าการเจาะลิ้นนั้นเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่องปากที่เกิดจากการทานอาหารได้ง่ายมาก
การเจาะสะดือ ควรทำในรายที่มีสะดือบุ๋ม โดยการเจาะด้านบนของสะดือเท่านั้น ที่สำคัญผู้ป้วยที่เป็นโรครูมาติก ลิ้นหัวใจรั่ว หรือไตอักเสบไม่ควรเจาะผิวหนัง เพราะอาจจะเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคที่ก่ออันตรายให้ร่างกายต่อไปได้ค่ะ
อินเทรนด์ตามแฟชั่นก็ต้องดูร่างกายก็ต้องดูร่างกายด้วยด้วยนะคะ ว่าเรามีภูมิต้านหรือเปล่า แต่ทางที่ดี อย่าทำเลยดีที่สุดนะค่ะ แค่เจาะหูปกติธรรมดาก็ดูดีได้แล้วล่ะค่ะ
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบจาก ไฮคิวลิงค์ และ สาระน่ารู้ หู คอ จมูก |
41 ความคิดเห็น
ไม่กล้าเจาะ กลัวเจ็บ 55+
ปิดเทอมนี้กะจะนัดเพื่อนไปเจาะอยุ่พอดีเลยอ่ะค่ะ
ขอบคุนสำหรับความรู้ดีๆนะคะ
อยากเจาะอะ แต่กลัวติดเขื้อมีที่แนะนำป่ะ