นกไปอยู่ในกรงได้ยังไงกันนะ??

สวัสดีจ้า น้องๆ เป็นไงกันบ้าง ดูบอลกันไม่หลับไม่นอนเลยรึเปล่า อย่าติดตามกันมากไปจนพักผ่อนไม่พอนะจ๊ะ ...ช่วงหลายวันที่ผ่านมา พี่มีโอกาสได้นั่งเคลียร์เมล์ (ที่สุมทับกันหลายสิบฉบับ) แล้วก็พบว่ามีเมล์ที่เป็นพวก "ภาพติดตา" ผ่านมาหลายอันอยู่

น้องๆก็คงจะเคยได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์ประเภท...ลองจ้องภาพนี้สัก 30 วินาที แล้วหันไปมองกำแพงขาวๆสิ คุณจะเห็น xxx ...ประมาณนี้กันบ้างเนาะ วันนี้พี่มีคำเฉลยถึงที่มาของปรากฏการณ์นี้กันจ้า อย่าคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญล่ะ ...บอกแล้วว่า "ไม่มีอะไรที่วิทยาศาสตร์ทำไม่ได้" !!

สำหรับน้องๆที่อาจจะอ่านแล้วงงๆ ลองทำกันดูสักตัวอย่างนึงก่อน
 
         

จ ากภาพข้างบน ให้น้องจ้องที่นกแก้วสีแดง ประมาณ 20 วินาที จากนั้นย้ายสายตาไปจ้องที่กรงว่างๆตรงกลาง(กระพริบตาถี่ๆด้วย) น้องๆจะพบว่าเห็นนกแก้วสีเขียวน้ำเงินอยู่ในกรง ..ใช่รึเปล่า?? ^  ^ อ่ะทีนี้ลองหันไปจ้องนกสีเขียวทางซ้ายกันบ้าง ประมาณ 20 วินาทีเหมือนเดิมนะ เสร็จแล้วไปจ้องที่กรงพร้อมกับกระพริบตาถี่ๆเหมือนเดิม...โอ้ว จอร์จ...นกแก้วสีม่วงมาจากไหนกันเนี่ย!! : D

ปรากฏการณ์นี้เค้าเรียกว่า "Afterimage" หรือที่เรียกกันว่า "ภาพติดตา" เป็นแบบ negative afterimage ซะด้วยนะ คือ สีที่เห็นจะตรงข้ามกับภาพจริงๆ เช่น นกสีแดง เราก็จะเห็นเป็นสีที่เกิดจากเอาแสงสีขาวมาลบสีแดงออก นั่นก็คือสีเขียวน้ำเงินไง

แล้วเจ้าภาพติดตานี่มันเกิดขึ้นได้ยังไงนะ? ...อธิบายง่ายๆได้ว่า ตาของคนเราจะมี ตัวรับสี (color receptor) อยู่เป็นจำนวนมาก โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดหลักๆ ได้แก่
  • ตัวรับแสงสีแดง-เขียว
  • ตัวรับแสงสีเหลือง-น้ำเงิน
  • ตัวรับแสงสีดำ-ขาว
ต ัวรับแสงสีแดง-เขียว ตัวใดตัวหนึ่งจะรับ-ส่งสัญญาณเฉพาะสีแดงหรือสีเขียวเท่านั้น เช่น หากเรามองภาพดอกกุหลาบสีแดง กับ ใบไม้สีเขียว ตัวรับแสงสีแดง-เขียวกลุ่มหนึ่ง (หลายตัว) ก็จะรับ-ส่งเฉพาะสัญญาณแสงสีแดงจากกลีบดอก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง(อีกหลายตัว) ก็จะรับ-ส่งสัญญาณเฉพาะแสงสีเขียวจากใบเท่านั้นจ้า

ตัวรับแสงสีเหลือ ง-น้ำเงินก็จะทำงานคล้ายๆกัน ส่วนตัวรับแสงสีดำ-ขาวจะต่างไปหน่อย คือทำให้เราเห็นว่าแสงสีที่เห็นเนี่ยดูสว่างหรือดูทึมๆ

ทฤษฏีนี้เค้าเรียกกันว่า "ทฤษฎีกระบวนการคู่ตรงกันข้าม (Opponent-process theory)" ก็อย่างที่ยกตัวอย่างไปแล้วว่า ตัวรับแสงแบบหนึ่งๆ จะเลือกรับ-ส่งสัญญาณคู่สีที่อยู่ตรงข้ามกันสีใดสีหนึ่งเท่านั้น เช่น ถ้ามันส่งสัญญาณสีแดง ก็จะไม่ส่งสีเขียว เป็นต้น

และจากทฤษฎีนี้นี่เ อง ทำให้หากเราจ้องภาพที่มีสีแดงนานๆ เจ้าตัวรับแสงสีแดง-เขียวกลุ่มหนึ่งเนี่ยก็จะรับเฉพาะสีแดงและส่งสัญญาณสีแด งนี้ไปยังสมอง นอกจากนั้น ตัวรับแสงกลุ่มนี้ยังค่อยๆปรับตัว ทำให้ตัวมันเองมีความ "ไว" ต่อแสงสีแดงน้อยลงอีกด้วย นั่นก็คือ ถ้ามีแสงสีแดงมากระตุ้นซ้ำอีก พวกตัวรับแสงกลุ่มนี้ก็จะตอบสนองได้ไม่ดีเท่าที่ควร คือ อาจจะไม่ส่งสัญญาณแสงสีแดงไปยังสมองเลย หรือว่าส่งไปน้อยมากๆจ้า

ทีน ี้ผลที่ตามมาก็คือว่า พอเราจ้องภาพนกแก้วสีแดงเสร็จ แล้วหันไปมองกำแพงสีขาว (สีขาวประกอบด้วยแสงสีต่างๆทุกสีรวมกัน) ตัวรับแสงสีแดง-เขียวกลุ่มนี้ก็จะตัดสัญญาณแสงสีแดงออกไปแล้วส่งเฉพาะสัญญาณ แสงสีเขียว (ก็คือเอาสีขาวมาลบสีแดงออก ได้เป็นสีเหลือง-น้ำเงิน ก็คือเขียวไง) ไปให้สมองเท่านั้น ทำให้เรามองเห็นนกแก้วเป็นสีตรงข้ามกับในตอนแรกนั่นเอง wow!!

น้องๆอ่านแล้วเข้าใจมั้ยอ่า... ไม่น่าเชื่อเลยเนาะ แค่ภาพติดตายังต้องมีทฤษฎีมารองรับด้วย มนุษย์เรานี่เก่งจริงๆเลย : D

ว ่าแล้วก็มีอีกรูปมาให้ดูเป็นการส่งท้ายจ้า ... ลองจ้องภาพนี้นิ่งๆสัก 30 วินาที แล้วหันไปมองกำแพงหรือกระดาษสีขาวพร้อมกับกระพริบตาถี่ๆอ่ะ รับรองว่าจะได้เห็นธงชาติอเมริกาในแบบสีที่มันควรจะเป็นแน่ๆจ้า... ไปละๆ บ๊ายบาย ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ


ข อขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (เสาร์สวัสดี) ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน 2549 และ ภาพประกอบจาก http://www.exploratorium.edu/exhibits/bird-in-a-cage/bird-in-a-cage.html ค่ะ
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

30 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
~Candy_Z@~ Member 19 มิ.ย. 49 20:04 น. 8
จ้อง 20 วิแล้ว แต่ว่า ไม่มีรูปเป็นนกเลยง่า เห็นแต่สีๆ แต่ว่าเห็นตอนแรกสีเขียวอมฟ้า ครั้งที่สองเป็นสี ม่วงอ่ะแหละ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด