"ว่าว" สีสันแต้มท้องฟ้าในหน้าร้อน

 

     ในช่วงอากาศร้อนอบอ้าวการเล่นว่าวนับเป็นกิจกรรม การละเล่นเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ว่าว ถือได้ว่าเป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาของช่างฝีมือพื้นบ้านของไทยในแต่ละท้องถิ่นที่นำเอาทรัพยากรธรรมชาติรอบตัวมาประดิษฐ์สร้างสรรค์เป็นของเล่นให้แก่ลูกหลาน

 

  
     องค์ความรู้การทำว่าวจึงเป็นมรดกตกทอดทรงคุณค่าที่บรรพบุรุษคิดค้นถ่ายทอดมาสู่ลูกหลานในแต่ละท้องถิ่น ชุมชนและบุคคลและด้วยความโดดเด่นของว่าว ส่วนหนึ่งจากความรู้ที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ รวบรวมเผยแพร่ไว้โอกาสนี้ขอนำเสน่ห์สีสันของว่าวที่แต่งแต้มท้องฟ้าคลายร้อนมาบอกเล่า ว่าวจุฬา ว่าวที่นิยมเล่นกันในภาคกลางมีลักษณะเป็น 5 แฉก ประกอบเป็นโครงขึ้นด้วยไม้ 5 อันซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ไม้ไผ่สีสุก อายุประมาณ 3-5 ปีซึ่งเนื้อไม้จะมีน้ำหนักเบา เหนียว ยืดหยุ่นสูง ไม่หักง่ายมาประดิษฐ์ซึ่งไม้ที่มีตำหนิหรือเป็นรอยด่างเนื้อไม้จะไม่เสมอกันเป็นเหตุทำให้ว่าวเลี้ยงตัวไม่ดี

 


     ในการทำว่าวจะนำโครงว่าวขึงด้ายเป็นตารางตลอดตัวว่าวเรียกกันว่า ผูกสัก ใช้กระดาษปิดทับลงบนโครงซึ่งในวิธีการนี้อาจดูคล้ายทำได้ง่าย แต่ในความเป็นจริงนั้นการทำว่าวเป็นภูมิปัญญาที่ผู้ทำจะต้องมีความอดทน มีสมาธิและเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดอย่างยิ่ง เพราะหากทำไม่ถูกสัดส่วนว่าวจะไม่สามารถลอยตัวขึ้นได้หรืออาจจะลอยตัวขึ้นแต่จะเอียงซ้าย ขวา หมุนควงและดิ่งลงมาสู่พื้นในที่สุด ช่างแต่ละคนจึงมีเคล็ดลับในการทำว่าวแตกต่างกันไป

 


     นอกจากว่าวจุฬา ว่าวอีกชนิดที่มีเสน่ห์ยามล้อลมลอยอยู่บนท้องฟ้าได้แก่ ว่าววงเดือน หรือ ว่าวบุหลัน ซึ่งแปลว่า ว่าวเดือน นิยมเล่นในภาคใต้ตอนล่าง มีเอกลักษณ์เฉพาะที่การตกแต่งว่าวเป็นลวดลายสวยงามคล้ายลายของเรือกอและ ส่วนบนของว่าวมีลักษณะคล้ายว่าวจุฬา แต่ในส่วนของหางจะเป็นรูปวงเดือน มักนิยมติดแอกหรือธนู ซึ่งทำให้เกิดเสียงเมื่อปะทะกับลม เป็นว่าวที่ขึ้นง่าย สูง นิ่ง และให้เสียงอ่อน เป็นต้น และไม่เพียงว่าวข้างต้นในแต่ละภูมิภาคยังมีการประดิษฐ์ว่าวที่มีเอกลักษณ์โดยการเล่นมีทั้งเพื่อความสนุกสนาน อนุรักษ์สืบสานประเพณีวัฒนธรรม


     ขณะที่การเล่นว่าวต้องอาศัยกระแสลมเป็นปัจจัยสำคัญ ช่วงเวลาที่เหมาะจะมีทั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ และเดือนมีนาคมถึงเมษายนซึ่งช่วงเวลานี้จะมีลมตะวันตกเฉียงใต้จากทะเลพัดสู่ผืนแผ่นดินใหญ่ หรือที่เรียกกันว่าลมตะเภา หรือ ลมว่าว พัดผ่านมา

 


     ในวิธีการเล่นว่าวนิยมเล่นด้วยวิธีการชักว่าวให้ลอยลมปักอยู่กับที่เพื่อดูความสวยงามของว่าวการชักว่าวแบบบังคับสายให้เคลื่อนไหวได้ตามความต้องการ เพื่อให้สูง งดงามหรือเกิดความไพเราะของเสียงว่าว และวิธีสุดท้าย การเล่นว่าวแบบต่อสู้กันบนอากาศ อย่าง ว่าวจุฬา-ปักเป้า ซึ่งมีชื่อเป็นที่กล่าวขานและจากสีสันเสน่ห์ของว่าวไม่เพียงช่วยผ่อนคลายความร้อนของอากาศ ยามว่าวลอยล้อลมบนท้องฟ้ายังสร้างความสุขความประทับใจอีกร่วมด้วย นับเป็นมรดกภูมิปัญญาล้ำค่าที่ควรช่วยกันสืบทอดรักษาให้คงอยู่สืบไป...

 

 

พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ค่ะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เมื่อไหร่จะถึงที่ปลายฟ้า Member 21 เม.ย. 51 06:32 น. 6
ชอบเล่นว่าวเหมือนกันนะ ชอบเล่นที่ชายหาดอะ ชอบไปเล่นกะเพื่อนสนุกนดีลมแรงๆพื้นที่กว้างๆๆวิ่งได้เต็มที่เลย
0
กำลังโหลด
ก็คนมันโง่ Member 21 เม.ย. 51 16:33 น. 7
เคยลักไม้ไผ่ของตาข้างบ้านมาทำเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาใข้แทนกระดาษว่าวแล้วซื้เชือกม้วนหนึ่งไม่เกิน20บาทก็ใช้ได้เยอะแล้ว ประหยัดมาก
0
กำลังโหลด
black and white Member 21 เม.ย. 51 16:53 น. 10
ผมเคยเล่นตอนอายุประมาณ 11 ปีแล้วล่ะครับแต่เล่นเป็นจริงแล้วล่ะครับ แต่ว่าชอบว่าวอยากเล่นเหลือเกินก็ลองไปเล่นที่สนามหลวงมีให้เล่นว่าวด้วยน่ะครับ ผมเคยไปมาแล้วที่สนามหลวงนั้นแหละครับ

PS. ชีวิตเงียบเหงา.....ทำให้เราต้องมาบอกว่านี้แน่นอนว่าไม่มีอะไรจะทำได้แล้วแต่โชคดดีเป็นเพื่อนของคุณจะได้มากกว่านี้แหละครับ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด