เห็นรูปแบบนี้ ยังจำกันได้รึเปล่า?? ช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราได้จัดงานเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงครองราชย์ครบ 60 ปี หนึ่งในการแสดงที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือ การแสดงดอกไม้ไฟหรือพลุ นำเข้าจากต่างประเทศนั่นเอง พี่เชื่อว่าน้องๆหลายคนคงได้ดูแน่ๆ ไม่ว่าจะเป็นไปดูของจริงหรือนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน (เหมือนพี่ ^ ^) เห็นถึงความอลังการของพลุแต่ละชุดแล้ว เคยสงสัยกันบ้างรึเปล่าว่าเค้าสร้างมันมาได้ยังไงนะ?? จะอยากรู้หรือไม่ก็ตาม...ฮี่ฮี่ วันนี้พี่มีความรู้เกี่ยวกับ "วิธีการทำพลุ" มาเล่าให้ฟังจ้า

กว่าจะมาเป็นพลุสวยๆให้เราเห็นบนท้องฟ้าได้เนี่ย ช่างทำดอกไม้ไฟ (เพิ่งรู้ว่าภาษาอังกฤษคือ pyrotechnists - จำตัวที่ชื่อ pyro ในเรื่อง x-men ได้ป่าว) เค้าต้องคิดค้น ออกแบบ และผสมสารเคมีต่างๆมากมายเลยนะ โดยเจ้าสารเคมีทั้งหลายจะถูกบรรจุลงในเปลือกทรงกลมแข็งๆ เจ้าเปลือกที่ว่านี่ประกอบไปด้วยท่อเล็กๆ และกระดาษที่ห่อไปห่อมาอีกหลายชั้น ยิ่งตัวเปลือกนี้สลับซับซ้อนมากเท่าไหร่ก็จะทำให้พลุลูกนั้นแตกออกเป็นหลายๆลูกได้เท่านั้น นอกจากนี้แล้ว ตัวเปลือกนี้แหละที่เป็นตัวควบคุมการหน่วงเวลาระหว่างการระเบิดแต่ละครั้งจ้า
ถ้านึกถึงตอนที่เค้าจุดพลุกัน มันจะมีเสียงหวีดดดด ตอนที่พลุแหวกขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนที่จะระเบิดดังๆ พร้อมทั้งแตกตัวออกเป็นรูปสวยๆให้เราเห็นกัน ...นึกออกป่าว?? เสียงพวกนี้มาจากส่วนประกอบที่เรียกว่า flash powder ซึ่งเคยใช้สำหรับให้แสง flash ในการถ่ายรูปนั่นเอง เจ้า flash powder นี้ผสมมาจากโลหะที่มีคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิง กับสารเคมีที่คอยทำหน้าที่ให้ออกซิเจนกับเชื้อเพลิงนั้น พอมารวมกันก็เลยติดเป็นไฟขึ้นมาได้ไง อัตราส่วนที่แตกต่างกันของผงโลหะกับตัวที่ให้ออกซิเจนนี้แหละที่ก่อให้เกิดเสียงที่แตกต่างกันไปสำหรับพลุแต่ละอัน

เอ...แล้วสารเคมีอะไรที่ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังๆได้นะ ?? ...สมัยก่อนชาวกรีกและโรมันโบราณ เคยใช้สารบิสมัทในการผลิดเครื่องสำอางค์ต่างๆ แต่ปัจจุบันนี้ นักเคมีเอา Bismuth trioxide (บิสมัท ไตรออกไซด์) มาผสมลงใน flash powder เพราะค้นพบว่าเจ้าสารนี้แหละ ที่ก่อให้เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องได้ดีมากๆ จนเค้าตั้งชื่อให้พลุที่ผสมเจ้านี่จนระเบิดได้ดังมากๆว่า Dragon eggs หรือ ไข่มังกร นั่นเอง (ไม่เห็นเข้าใจเลยว่าเกี่ยวกันยังไง - -") นอกจากนี้แล้ว เสียงหวีดแหลมของพลุตอนแหวกอากาศขึ้นไปนั้นมีส่วนผสม 4 อย่างด้วยกัน สองในสี่นั้นคือ พวกวัตถุกันเสียกับวาสลีน o_O+ จริงหรอเนี่ย!!
พูดถึงเสียงไปแล้ว...มาดูแสงกับสีกันบ้าง เค้าบอกว่าสีของดอกไม้ไฟแต่ละอันนั้นขึ้นอยู่กับผงโลหะที่เค้าใส่ลงไปนั่นเอง แล้วโลหะชนิดไหน ให้แสงสีอะไรกันบ้างล่ะนี่...
| ทองแดง ให้แสงสีฟ้า |
แบเรี่ยม (สารที่ใส่ในยาเบื่อหนูและใช้ผลิตแก้วด้วย) ให้แสงสีเขียว |
![]() |
![]() |
แคลเซี่ยม ให้แสงสีส้ม |
โซเดียม ให้แสงสีเหลือง |
![]() |
![]() |
อะลูมิเนียมและไทเทเนี่ยม (ขอผมจับ ขอผม touch ...เอ๊ย ไม่ใช่ๆ -"-) ให้แสงสีขาวจ้า ![]() | |
เนื่องจากว่าเวลาที่พลุมันขึ้นไประเบิดกลางอากาศ ภาพที่เราเห็นจะเป็นภาพสองมิติเท่านั้น ทำให้คนที่ยืนอยู่คนละที่กัน เห็นภาพที่เกิดขึ้นไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเวลาจุด เค้าก็เลยมักจะจุดพลุแบบเดียวกันขึ้นไปทีละสองอัน เพื่อให้เห็นภาพสวยๆกันได้อย่างทั่วถึง ทุกองศาไงจ๊ะ ...ขอส่งท้ายด้วยภาพพลุสวยๆจากเมืองทองธานีจ้า


ว้าววว สุดยอดไปเลยเนาะ ไม่คิดเลยว่ากว่าจะมาเป็นพลุสวยๆนี่ ต้องมีอะไรซับซ้อนขนาดนี้ ... ว่าแล้วก็ อยากดูอีกจัง : D ไปละๆ เล่น Dek-d เสร็จก็อย่าลืมอ่านหนังสือกันด้วยนะจ๊ะ ขอให้โชคดีๆ ได้คะแนนเยอะๆกันทุกคนจ้า
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.livescience.com และภาพดอกไม้ไฟสวยๆจาก
http://www.bangkok.resort-hotels.net
http://students.washington.edu
http://www.farocean.com
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J4453029/J4453029.html





19 ความคิดเห็น
ผมสงสัยมานานแล้วว่าเค้ายังไงถึงออกมาเป็นรูปได้
เพราะผมไปเล่าให้แม่ฟังแม่หาว่าผมโม้ -*-
งืมๆ ... ได้ความรู้ใหม่ที่ดีมากๆครับ
เจ๋งมาก
กำลังอยากรู้อยู่พอดี
เอ่อ...แล้วที่มันเป็นประกายวิบ ๆ นี่ เขาทำกันยังไงเหรอคะ
(ลองถามดูเผื่อว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมน่ะค่ะ)
แต่ก็เป็นความรู้ที่ดีมาก ๆเลยเนอะ
คิดมานานแล้วล่ะว่าคนที่ทำพลุเนี่ย
น่าจะเรียกว่า "ศิลปิน" เท่ากับคนที่วาดภาพลงบนผืนผ้าใบได้เลยนะ
เพราะว่าจะทำออกมาได้เนี่ย...ยิ่งกว่าการระบายสีอีกเนอะ
ควรจะให้เครดิตได้เลยว่าใครเป็นคนสร้างพลุชุดนี้ขึ้นมา
แต่ส่วนใหญ่เขาจะกลายเป็นคนหลังฉากไปซะมากกว่า
สวยมากๆเลย คนทำคนเก่งมากๆเลยอ่า....
บอกหน่อยดิ
คนคิดค้นนี่คงจะเป็นคนที่เก่งมากๆแน่ๆเลย
คนที่คิดค้นได้นี่เก่งมากๆเลยนะคะ สวยมากจริงๆ แต่ก็ต้องระมัดระวังกันด้วย
อยากทำเป็นมั่งจังเยย