|
อย่างที่พี่เหมี่ยวเคยเอาเรื่องราวเกี่ยวกับการดัดฟันมาเล่าให้น้องๆฟังกันนะคะว่าเมื่อก่อนการดัดฟัน อาจเป็นเรื่องของการจัดฟันเพื่อสุขภาพปากและฟัน
แต่เดี๋ยวนี้ ดูเหมือนว่า การดัดฟันจะกลายเป็นเรื่องในทาง "แฟชั่น" ที่มีวัยรุ่น และคนวัยทำงานจำนวนมากหันมาติดฟันเหล็กกันเพื่อความโก้เก๋ เท่ จนเกิดปรากฏการณ์ "ดัดฟันแฟชั่น" ธุรกิจที่กำลังบูมมากๆ แต่กลับมีอันตรายมากเช่นกันในยามนี้
ลองคิดดีๆนะคะ จะว่าไปแล้วธุรกิจนี้ไม่มีส่วนเอี่ยวเกี่ยวกับทันตแพทย์เลยสักนิด เพราะบรรดาร้านรวงแถวลาดพร้าว ตะวันนา อนุสาวรีย์ ที่ขึ้นป้ายว่ารับ "ดัดฟันแฟชั่น" ล้วนเป็นร้านเสริมสวย สถานเสริมความงาม หรือแม้แต่ตามตลาดนัดและเปิดท้ายขายของทั่วไป ก็ยังมีลวดดัดฟันแฟชั่นจำหน่ายในราคาไม่เกินหลักร้อยขายเลย
สนนราคาในการติดเหล็กของการดัดฟันนอกคลินิกคืออยู่แค่ 500-1,800 บาท เท่านั้น ขณะที่การดัดฟันจากทันตแพทย์จริงๆ นั้นต้องเสียเงินราคาไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท
ดูจากจำนวนตัวเลขแล้วก็ห่างกันอยู่มากเลยทีเดียว
แค่ราคาดูแล้วก็น่าตกใจ แต่ก็ยังมีคนสนใจที่จะไปใช้บริการกันเพียบ ไม่ใช่แค่วัยรุ่น นักเรียน แต่ยังมีสาวออฟฟิศพ่วงไปอีกด้วย
เคยมีสาวน้อยคนนึง มีไอเดียอันบรรเจิดว่าเธอตัดสินใจไปดัดฟันแฟชั่นแถวลาดพร้าวเพราะอยากสวย แล้วใส่สีเพื่อความเก๋ และความเชื่อที่ว่าดัดฟันแล้วจะทำให้ผอม โดยเธอเลือกราคาถูกแทนการเข้าดัดฟันกับทันตแพทย์ที่จ่ายแพงกว่าเยอะมาก
ไม่น่าเชื่อว่า คนที่คิดเช่นเดียวกับสาวคนนี้มีเป็นจำนวนมาก และมากจนหากลองตรวจข้อมูลเรื่องการดัดฟันแฟชั่นดูแล้ว
นี่คือธุรกิจความงามสุดอันตรายที่กำลังเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางอยู่ในตอนนี้
เพราะไม่เพียงมีการจำหน่ายอุปกรณ์จำพวกยางสีดัดฟันแฟชั่น ติดเขี้ยวเพชร ติดยางจัดฟันรูปดอกไม้ มิกกี้เมาส์ และเหล็กดัดฟัน ที่ไม่ได้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานทางการแพทย์เลยสักนิดอย่างคึกคัก
ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง กระจายไปทั่วกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดแถมบางรายยังมีการนำเข้าเหล็กดัดฟันจากเกาหลี มาช่วยสร้างภาพความน่าสนใจให้กับวัยรุ่นคอเคด้วย
ที่น่าตกใจก็คือ หลังจากที่ลองตรวจสอบข้อมูล ในธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ดัดฟันแฟชั่นนี้ มีการรับสอนดัดแฟชั่นด้วย
เป็นวิชาชีพที่ผู้รับสอนรายหนึ่งเขาบอกว่าเรียนง่าย ค่าเรียนแค่ 5,000 บาท (ไม่รวมอุปกรณ์) ก็สามารถไปติดเหล็กดัดฟันให้กับสาวๆ ที่อยากมีฟันเหล็กแล้ว
เป็นการเรียนแบบไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ หรือประกาศนียบัตรอะไรให้สักอย่าง แต่บรรดาร้านเสริมความงามก็อนุมานเองได้ว่า ฉันสามารถดัดฟันแฟชั่นได้แล้ว !!!
นี่เองจึงทำให้เกิดปัญหาตามมา เพราะมีเสียงร้องถึงความเจ็บปวดของบรรดาผู้ที่ไปดัดฟันแฟชั่นมาได้ระยะหนึ่ง เหมือนกับที่สาวน้อยคนที่พี่เหมี่ยวเล่าให้ฟังไปแล้วตอนนี้เธออวดครวญกับว่า ไปทำดัดฟันแฟชั่นทั้งบนและล่างมา 1,800 บาท ตอนนี้ประสบปัญหากับการปวดฟันมาก
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคนบอกว่า ไปเปลี่ยนสีเหล็กดัดฟันแล้วเกิดฟันยุบ...
ปัญหาดังกล่าวกำลังบานปลาย การออกมาประกาศเตือนของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงที่ผ่านมาว่า บรรดาลวดดัดฟันแฟชั่นที่วางขายทั่วไปนั้น มีลักษณะเป็นลวดสเตนเลส หรือลวดที่ใช้ร้อยดอกไม้ และมีการใส่ลูกปัดหลายสี พลาสติกยาง กากเพชร อุปกรณ์เสริมความเก๋เหล่านั้น เขาตรวจสอบพบว่ามีสารปนเปื้อนหลายชนิด เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียม สารหนู และอื่นๆ หากสะสมในร่างกายในปริมาณมากจะก่อให้เกิดผลต่อไต ทำให้ไตวายถึงขั้นเสียชีวิตได้
นั่นคือการประกาศเตือนครั้งที่สองแล้ว เพราะเมื่อสองปีที่แล้วหากติดตามข่าว ก็เคยมีประกาศเตือนของสำนักงานเลขาธิการทันตแพทยสภา กรมอนามัย และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เมื่อปีที่แล้ว ที่ออกมาเตือนว่าสินค้าดังกล่าวมีสารปนเปื้อน เช่น ตะกั่ว พลวง ซิลิเนียม โครเมียมและสารหนูมีอันตรายกับสุขภาพ และหากวัสดุไม่ได้มาตรฐาน เมื่อนำมาคล้องฟันอาจหลุดลงคอ จะเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ได้
ที่สำคัญในช่วงนั้นคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีคำสั่งที่ 1/2549 ห้ามการจำหน่ายสินค้าลวดดัดฟันแฟชั่นเป็นการชั่วคราว
น่าแปลกใจกว่าคือ ในเมื่อคำสั่งก็มีออกมาแล้ว แต่ทำไมการดัดฟันแฟชั่นจึงยังคงมีการดำเนินการกันต่อ แถมเกิดขึ้นอย่างเป็นล่ำเป็นสันและรุ่งเรืองมากๆ ด้วย
พี่เหมี่ยวว่าแค่การออกประกาศเตือน สงสัยจะไม่พอซะละมั้ง สาวๆ คนไหนอยากอินเทรนด์ด้วยการดัดแฟชั่น ไม่คุ้มหรอกนะคะ เพราะพี่เหมี่ยวว่ามีอันตรายพ่วงมาเพียบเลยกับการสวยแบบผิดๆนี่แหละค่ะ !!
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลประกอบจาก D-life ค่ะ |
79 ความคิดเห็น
เพื่อนเค้าก้อฟันเสียไปเรย
มันดัดแฟชั่นแบบติดกะฟันอ่า
ฟันมันยุบลงไปแบบไม่จ๋วยเรยอ่า
ปัญหาที่เกิดกับคนที่ดัดฟันจริง ๆ ส่วนใหญ่ คือ ฟันผุ หรือไม่ก็ลวดหลุดแค่นั้นแหละค่ะ