ฮือฮา! ปลาตายเกลื่อนหาดแม่รำพึง

 

     ไม่รู้ว่าด้วยสาเหตุอะไรที่ทำให้ในช่วงสองสามวันนี้มีปรากฏการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสัตว์ทะเลเกิดขึ้น เมื่อวันก่อนมีข่าวปลาวาฬเกือยตื้นกว่า 40 ตัว ที่จังหวัดภูเก็ต มาวันนี้ก็มีข่าวในทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีก ...

     มีรายงานข่าวว่า ปลาลอยตายเกลื่อนชายหาดแม่รำพึง ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเดินเก็บซากไปสับละเอียดให้เป็ด-ไก่กิน บ้างก็นำไปแช่เกลือทำเป็นปุ๋ยน้ำไว้รดต้นไม้ คาดว่าเกิดจากเรือประมงใช้อวนตาถี่ลากปลาทำให้ปลาแป้นติดอวนมาด้วย เนื่องจากเป็นปลาไม่ได้ขนาดจึงขายไม่ได้ เลยปล่อยทิ้งลงทะเล แล้วถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง เพราะถ้าเกิดจากน้ำเสียในทะเลต้องมีปลาชนิดอื่นตายปะปนมาด้วย

     เมื่อเวลา 15.00 . วันที่ 29 มิ.. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่บริเวณชายหาดแม่รำพึง หมู่ 5 .ตะพง อ.เมืองระยอง ว่ามีปลาตายลอยเกลื่อน บริเวณ ชายหาดเป็นทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร จึงรีบไปตรวจสอบบริเวณหลังตู้ยามสายตรวจแม่รำพึง พบชาวบ้านและนักท่องเที่ยวกำลังเดินเก็บซากปลากองไว้ชายหาด

     จากการสอบถามนางสมยา ชาละวัน อายุ 47 ปี แม่ครัวร้านอาหาร ทราบว่าปลาดังกล่าวคือปลาแป้น มีขนาดความยาวลำตัว 5-7 เซนติเมตร โดยสาเหตุคาดว่าเกิดจากเรือประมงขนาดใหญ่ออกจับปลาบริเวณหาดแม่รำพึง และ ใช้อวนตาถี่ลากปลาทำให้ปลาแป้นติดอวนมาด้วย เนื่องจากเป็นปลาที่ไม่ได้ขนาด และไม่สามารถนำไปจำหน่ายได้ จึงปล่อยทิ้งลงทะเล แล้วถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง เพราะถ้าเกิดจากน้ำเสียในทะเลจะต้องมีปลาชนิดอื่นตายปะปนมาด้วย

     ด้านนายราชัญ กองทอง อายุ 35 ปี นักท่องเที่ยวกล่าวว่า สาเหตุน่าจะมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน และประกอบกับปลาแป้นไม่สามารถทนกับอุณหภูมิน้ำที่สูงขึ้นได้ ทำให้ลอยตายเกลื่อนชายหาด โดยชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ตระเวนเก็บซากปลาแป้นบอกว่าจะนำไปสับละเอียดให้เป็ด-ไก่กิน และนำไปแช่เกลือทำเป็นปุ๋ยน้ำไว้รดต้นไม้

     นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กองงานสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมของ อบต.ตะพง ได้เก็บตัวอย่างปลาดังกล่าวเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตายต่อไป

     และสำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ พี่เหมี่ยวเองก็ไม่แน่ใจนะคะว่าจะเป็นสัญญาณเตือนให้มนุษย์อย่างเราๆได้รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นรึเปล่า แต่พี่เหมี่ยวว่านี้ก็คงเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราหันมาใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมและโลกของเรามากขึ้นค่ะ


พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข่าวและภาพประกอบจากเดลินิวส์ออนไลน์ค่ะ

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

6 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด