ทุกวันนี้เราได้ยินเรื่องของวิธี "ลดปัญหาภาวะโลกร้อน" แบบเบสิค เช่น ลดใช้ถุงพลาสติก ลดการใช้พลังงานทุกชนิด กันมาอย่างต่อเนื่อง (ได้ยินแล้วก็ลงมือทำด้วยนะคะ) โดยกระแสข่าวภาวะโลกร้อนนี้ เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ฮิตยาวนานมากกว่าข่าวอื่นๆ เสียอีก ยืนยันได้จากผลการสำรวจในปี 2550 พบว่า "ข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่คนไทยให้ความสนใจเป็นอันดับ 1 คือ วิกฤติการณ์โลกร้อน" นั่นหมายความว่า คนไทยให้ความสนใจและติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้มากพอสมควรเลยทีเดียวค่ะ

     อย่างไรก็ดี เพื่อความแปลกใหม่ของการลดภาวะโลกร้อน พี่จูนขอเสนอ 5 วิธีลดโลกร้อนอย่างเร่งด่วน มีอะไรบ้าง...มาดูกันเลย

 


"สุดยอดวิศวกรรมแห่งอนาคต...วิธีลดภาวะโลกร้อนอย่างเร่งด่วน"

 

@ ร่มอวกาศ @

     โรเจอร์ แองเจล ผู้อำนวยการศูนย์เลนส์ปรับค่าทางดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยแอริโซนา เสนอแนวคิดว่า "หากดวงอาทิตย์เจิดจ้าเกินไปก็กางร่มสิ" เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น แองเจลเสนอให้ใช้แผ่นฟิล์มโปร่งใส 16 ล้านล้านชิ้น โดยแต่ละชิ้นหนา 0.005 มิลลิเมตร กว้าง 0.61 เมตร และมีมวลประมาณหนึ่งกรัม นำทั้งหมดนี้มาประกอบกันเป็นร่มกรองแสงอาทิตย์ให้ส่องลงมาในปริมาณที่พอดี

     หากน้องๆ นึกภาพไม่ออก ให้ลองจินตนาการถึงพิซซาชิ้นเล็กๆ จำนวนมหาศาล แผ่ตัวเป็นร่มทรงกระบอกยาว 90,000 กิโลเมตร และอยู่สูงจากพื้นโลกขึ้นไป 1.5 ล้านกิโลเมตร กางกั้นระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ ทำหน้าที่กรองแสงอาทิตย์เพื่อลดอุณหภูมิของโลก แต่...ปัญหาใหญ่ก็คือ แล้วเราจะหาเงินห้าล้านล้านเหรียญที่ไหนมาสร้างร่มยักษ์นี้???

 

@ ผ้าห่มกันร้อน @

     พอล เจ. ครูตเซน นักวิทยาศาสตร์แผนกเคมีบรรยากาศ สถาบันแมกซ์พลังก์ เยอรมนี ผู้ได้รับรางวัลโนเบล สาขาเคมีประจำปี 2538 ด้วยผลงานการศึกษาชั้นโอโซน ได้เสนอวิธีแก้ไขในเชิงภูมิวิศวกรรมที่แหวกแนวเป็นมาตรการฉุกเฉินในการชะลอภาวะโลกร้อนด้วยการ "ยิงกระสุนปืนใหญ่บรรจุผงกำมันถันละเอียดขึ้นไปบนชั้นสตราโตสเฟียร์" ซึ่งเมื่อกระสุนระเบิดออก จะทำให้เกิดฝุ่นคลุมไปรอบโลกเหมือนผ้าห่ม (อาจใช้บอลลูนพิเศษหรือจรวดส่งกำมันถันขึ้นไปก็ได้)

     ทฤษฎีมีอยู่ว่า ผ้าห่มฝุ่นดังกล่าวจะสะท้อนแสงจากดวงอาทิตย์กลับออกในอวกาศ ทำให้โลกเย็นลง (ฟังดูดี) หลักการของทฤษฎีนี้ได้มาจากการที่อุณหภูมิของโลกลดลง หลังการระเบิดของภูเขาไฟพ่นฝุ่นเถ้าขึ้นไปสู้ชั้นบรรยากาศ อย่างไรก็ตาม ครูตเซนได้ชี้ให้เห็นด้วยว่า วิธีที่ดีที่สุดในการแก้ภาวะโลกร้อน คือ ลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล (ในที่สุดก็กลับมาที่ความเป็นจริง)

 

@ เพิ่มขนาดก้อนเมฆ @

     จอห์น ลาแทม นักวิทยาศาสตร์ที่ศูนย์วิจัยบรรยากาศแห่งชาติ โคโลราโด เสนอวิธีที่ดูเหมือนจะเป็นไปได้และอาจใช้ในทางปฏิบัติได้มากกว่า นั่นคือ "การพ่นละอองน้ำทะเลขึ้นไปในชั้นบรรยากาศ" เพื่อเพิ่มปริมาณเมฆสตราโตคิวมูลัส ให้สะท้อนแสงอาทิตย์กลับออกไปในอวกาศ

     ลาแทมให้เหตุผลว่า การเพิ่มขนาดเมฆเพียงร้อยละสอง อาจมากเพียงพอที่จะสู้กับผลกระทบของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศที่ทำให้โลกร้อนขึ้น แต่จะทำอย่างไรให้กองเรือทั่วโลกจะเดินทางไปในมหาสมุทร พร้อมกับพ่นละอองน้ำขึ้นไปในอากาศเหมือนขวดยาพ่นจมูกขนาดยักษ์???

 

@ ดูดซับให้สะอาด @

     อันที่จริงการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากอากาศไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ผ่านมาลูกเรือดำน้ำกับนักประดาน้ำต่างก็ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “เครื่องฟอกอากาศ” มาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว...เช่นเดียวกัน!!! หลักการเดียวกันนี้ อาจใช้ดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์นับล้านตันออกจากชั้นบรรยากาศได้

     เดวิด คีท คณะกรรมการวิจัยแคนาดา จากคณะพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยคัลแกรี ได้ทดลองสร้าง "เครื่องดูดซับก๊าซต้นแบบ" ที่ดูดอากาศเข้าไปผ่านโซเดียมไฮดรอกไซด์ เนื่องจากอุปกรณ์ที่สร้างขึ้นสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้เพียงเล็กน้อย ดังนั้น การใช้อุปกรณ์นี้ดูดซับก๊าซที่ปล่อยออกมาจากโรงไฟฟ้าก็ดูจะแพงเกินไป

     อย่างไรก็ตาม การใช้อุปกรณ์นี้เพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งเล็กๆ เช่น เครื่องบิน หรือรถยนต์ ดูเหมือนจะคุ้มค่ามากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น คีทก็เชื่อว่า ทางที่ดีเราควรพยายามลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอย่างแรก

 

@ ให้วิตามิน @

     รู้กันมานานแล้วว่า สาหร่ายทะเลขนาดจิ๋วในมหาสมุทรทั่วโลกสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ปริมาณมหาศาลจากอากาศในช่วงสังเคราะห์แสงได้ อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่มากมายในมหาสมุทรที่มีสาหร่ายเจริญอยู่น้อย เพราะขาดธาตุเหล็กที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโต

     ดังนั้น ในช่วงทศวรรษ 1990 จอห์น มาร์ทิน นักสมุทรศาสตร์ผู้ล่วงลับ แห่งศูนย์ปฏิบัติการทางทะเลมอสแลนดิงในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้เสนอให้เพาะเลี้ยงสาหร่ายเพื่อดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ให้มากขึ้น ด้วยการเติมธาตุเหล็กลงไปในทะเลบริเวณที่ขาดแคลน ตั้งแต่นั้นมา ก็ได้มีการทดลองดังกล่าวอยู่หลายครั้ง และเทคนิคนี้ได้รับการขนานนามว่า “ยาน้ำเจอริทอล” (ตามชื่ออาหารเสริมธาตุเหล็กยอดนิยม) อย่างไรก็ตาม ยังเป็นที่วิตกกังวลว่า หากนำวิธีนี้ไปใช้กันอย่างกว้างขวาง อาจส่งผลให้มหาสมุทรเสียสมดุลก็เป็นได้


    

     เป็นอย่างไรคะกับ 5 วิธีจากมันสมองนักวิทยาศาสตร์ ดูเหมือนจะได้ผล แต่ก็ไม่ใช่วิธีการที่ง่ายและถูกที่ถูกทางนัก ทั้งหมดนี้มาจากหลักการแก้ปัญหาง่ายๆ ซึ่งนำไปปรับใช้ได้กับทุกเรื่อง นั่นคือ "ความคิดสร้างสรรค์" ซึ่งมีวิธีการเป็นร้อยเป็นพันแล้วแต่สติปัญญาจะสร้างสรรค์ออกมาได้ และก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีบางความคิดที่ได้ผลดีเหมือนกัน ดังนั้น น้องๆ ต้องหมั่นพัฒนาไอคิวและอีคิว ฝึกคิดสิ่งที่มีประโยชน์กันนะคะ

    เพื่อไม่ให้เสียเวลา เรามาเริ่มฝึกความคิดปิดท้ายบทความกันเลยละกัน

"เพื่ออนาคตของโลกสีน้ำเงินใบนี้...ชาว Dek-D มีไอเดียลดโลกร้อนที่แปลกแหวกแนวอย่างไรบ้างคะ?" 


Ref. Reader's Digest, www.wikipedia.com

พี่จูน
พี่จูน - Columnist บ.ก.บันเทิง/ไลฟ์สไตล์ ใจดีกว่าหน้าตา รักสัตว์ รักเด็ก อยากเป็นนางเอกและนางงาม

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

9 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
555+ 30 ก.ค. 51 20:14 น. 3
ต่อให้คิดวิธีการเหล่านี้
แต่คนในโลกยังไม่เลิกพฤติกรรมที่ยิ่งก่อให้เกิดตัวการโลกร้อน
....ของพวกนี้มันก็ไม่ช่วยไรเลย

"ลด ละ เลิก"

สงสารโลกเราเถอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เฮ้ออ 30 ก.ค. 51 21:46 น. 5
ก้อช่วยๆๆๆกานหน่อยนะคะ โลกร้อนสุดริด+

เลิกสูบบุหรี่ สักที ขอร้อง เดินในมหาลัย สูบกานเข้าไปเหอะ โลกก้อร้อนพออยู่แระ จะทำให้เราเปนมะเร็งไปด้วยมิยอม เซง! สูบกันเข้าไป เอาให้ตายกันไปข้างเลย ฮึ้ย!

แมร่งควันรถก้อสุด** กรุงเทพ สุดๆๆๆเลยพี่น้อง ไม่ไหวจะสำลักควันตาย เข้ากรุงครั้งแรก อะไรกานวะเนี่ยะ! สุดริด!

ช่วยๆๆๆกานเพื่อโลกของเรา

ปล.ไม่อยากเจอคนสูบบุหรี่ จิงๆๆๆนะ เดินผ่าน โอ้ยยย สำลักควันบุหรี่ เกือบตายเอา ไม่ไหวแว้วววววว
0
กำลังโหลด
นกเอี้ยงบิน 31 ก.ค. 51 10:39 น. 6
เห็นด้วยกับแนวคิดลดโลกร้อน@ร่มอวกาศ@และ @ให้วิตามิน@ ร่มอวกาศเป็นความคิดที่ดีถ้าทำได้จริงต้องมีประสิทธิภาพช่วยให้เกิดการกันความร้อนบางส่วนออกไปได้และละบายความร้อนจากโลกของเราออกไปได้ด้วยไม่อย่างนั้นมันก็จะเหมือนกับภาวะเรือนกระจกอีกเหมือนเดิมเราก็ร้อนอีกเหมือนเดิม ส่วนการความคิดการให้วิตามิน ก็ดีน่าจะทำให้ได้จะมีมากดีต่อโลกและดีต่อเราด้วย ไม่ใช่แต่สาหร่ายในทะเลอย่างเดียวพืชสีเขียวทั้งหลายจะช่วยดูดซับคาร์บอนไดร์ออกไซด์ในการสังเคราะห์แสงอย่างที่รู้กันอยู่และถ้ายิ่งเพิ่มสีเขียวก็จะเป็นการเพิ่มวิตามินให้โลกป้องกันตนเองได้ เราก็รอด...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
bastkopana Member 1 ส.ค. 51 13:25 น. 8
อืม... วิธีแปลกแหวกแนวงั้นหรือ...
ตายกันให้หมดโลกเลยเป็นไง... ลดการใช้คาร์บอนไดออกไซด์ได้รวดเร็วกว่าวิธีอื่นๆด้วย...
(ตุบๆๆๆๆๆๆๆ เสียงคนต้นคิดโดนกระทึบ)
เอาใหม่ก็ได้ ผมว่าน่าจะออกกฎหมายให้ปลูกต้นไม้กันสัปดาห์ละต้นต่อคน เป็นเวลาหนึ่งปี...
อย่างนี้ก็จะเพิ่มคนดูดคาร์บอนขึ้นเยอะเลยทีเดียว...
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด