|
Meet # 94 สวัสดีจ้า น้องๆ ชาวเว็บเด็กดีทั้งหลาย Meet ครั้งนี้ พี่ตินพาน้องสาวสดใส หน้าตาน่ารัก ชื่อว่าน้องจีน มาฝากให้พวกเราได้รู้จักกันด้วย ถามว่าเธอเป็นคนแบบไหน - - พี่ตินบอกคร่าวๆ ว่าชอบเล่นกีฬา แล้วก็เริงร่าเป็นชีวิตจิตใจจ้าส่วนนิสัยอื่นๆ จะเป็นแบบไหน ก็ไปอ่านกันต่อเองแล้วกันเน้อ ปล. เธอบอกว่าเธอเหมือนหมาป่าด้วยแหละ
|
|
|
พี่ติน : หวัดดีจ้า น้องจีน แนะนำตัวกับเพื่อนๆ หน่อยสิ |
|
น้องจีน : สวัสดีค่ะ ชื่อจีนค่ะ ชื่อจริงสุพรรษา ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แผนการเรียน วิทย์-คณิต โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยค่ะ และก็เป็นรองประธาณคณะสีพวงหยกด้วยค่ะ (สีเขียว) ตอนนี้อายุ 17 ย่าง 18 ฉายาที่เพื่อนๆ ตั้งให้คือ หนูอูฐ ส่วนชื่อเล่นฉายาแบบเด็กฮิปฮ็อป คือ A-Liz ค่ะ นิสัยก็ร่าเริง ยิ้มง่าย คุยมากจนบางทีก็ขวานผ่าซากไปนิด แต่จะคุยน้อยกับคนที่ไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่ แต่ถ้าสนิทเมื่อไหร่จะคุยมากเป็นพิเศษเลยค่ะ เป็นคนช่างจินตนาการ ชอบฟังเพลงฮิปอ็อป อาร์แอนด์บี แต่บางอารมณ์ก็ฟังเพลงพวกคลาสสิก อย่างเพลงของโมซาร์ท ฮ่าๆๆๆๆ |
|
|
พี่ติน : เล่าเรื่องฉายาอูฐ และ A-Liz ให้พี่ตินฟังหน่อยได้ไหม แปลกดีจัง |
|
น้องจีน :ก็ที่มาของฉายาว่าอูฐมันเกิดจากตอนที่จีนเปลี่ยนจากใส่แว่นมาใส่คอนแทคเลนส์เพราะว่าจีนเล่นกีฬาบ่อย ทำแว่นเสียมาหลายอันแล้ว เลยเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ดีกว่า พอมาใส่คอนแทคเลนส์ตาดูใสๆ เหมือนตาอูฐเลย แล้วตัวจีนก็ตาโตด้วยยิ่งเหมือนเข้าไปใหญ่ เพื่อนๆ เลยเรียกว่า หนูอูฐ ส่วนฉายา A-Liz มาจากชื่อนักบุญ Elizabeth ในศาสนาคริสต์ค่ะ พอดีนักบุญ Elizbeth เป็นนักบุญประจำตัวของจีนด้วย เลยเอามาเป็นชื่อเล่นแบบเด็กฮิปฮ็อปค่ะ แต่เปลี่ยนแปลงนิดหน่อย เปลี่ยนตัว E มาเป็นตัว A ค่ะ แล้วตัด beth ออกไป เลยอ่านออกเสียงว่า เอลิซ หรือ อลิซ ก็ได้ค่ะ |
|
|
พี่ติน : ชื่อเก๋ดีนะ แล้วเล่าเรื่องของโรงเรียนให้พี่ตินฟังเพิ่มต่ออีกหน่อย |
|
น้องจีน : เรื่องเด่นของโรงเรียนจีนนี่เลย วงดนตรีไทยของโรงเรียนค่ะ หุๆๆ ไปแข่งมาหลายที่แล้วก็ได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมาทุกครั้ง แต่รางวัลที่ภูมิใจที่สุดของลูก ศ.ท. คือ รางวัลถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ เป็นรางวัลที่ถือว่าใหญ่มากๆ และทุกเช้าที่โรงเรียนจะเล่นอังกะลุงบรรเลงเพลงชาติเลยตอนเข้าแถว เรื่องกีฬาโรงเรียนจีนก็มีนักกีฬาเทควันโด นักกีฬาว่ายน้ำ และ ยิมนาสติก อ้อ มีนักกีฬาระบำใต้น้ำด้วยค่ะ |
|
|
พี่ติน : น้องจีนก็อยู่ม. 6 แล้ว คิดว่าถ้าเรียนจบม. 6 อยากจะเอ็นอะไรเอ่ย |
|
น้องจีน : ถ้าจบม.6 แล้ว จีนอยากเอ็นท์คณะมนุษย์ศาสตร์ หรือ ศิลปศาสตร์ก็ได้ค่ะ....อยากจะเรียนการท่องเที่ยว เพราะว่าจีนชอบที่จะเที่ยว และจีนก็ชอบพูดด้วย จีนว่างานไกด์เป็นงานที่สนุกนะคะ ได้เที่ยวและก็ได้ฝึกภาษา พบปะผู้คนหลายแบบ ถ้าให้เลือกว่าจีนอยากเป็นไกด์ในไทยหรือต่างประเทศ จีนขอไม่เลือกค่ะ เพราะจีนอยากได้ทั้งสองอย่างเลย (โลภไปหรือเปล่าค่ะ) ถ้าเป็นไกด์ในไทยจีนก็อยากพาลูกทัวร์ไปเที่ยวในที่ๆ น่าสนใจ อย่างแรกคือท่องเที่ยวกรุงเทพยามค่ำคืน อ๊ะๆ พวกพี่ๆ อย่านึกไปไกลนะคะ กรุงเทพฯ ยามค่ำคืนการพาไปทัวร์แถวพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว เพื่อจะได้ชมความงามยามค่ำคืนค่ะ ส่วนวัดโพธิ์ก็มีการเปิดชมตอนกลางคืนด้วยนะคะ เปิดตลอด24ชั่วโมงเลย(ไปมาแล้วค่ะตอนกลางคืน สวยมากเลยค่ะ) ชาวต่างชาติจะได้เจอกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนมุมมองใหม่ค่ะส่วนเรื่องเป็นไกด์ต่างประเทศนั้นที่อยากเป็นด้วยเพราะว่าจีนจะได้เที่ยวในที่ๆ ไม่เคยไป จีนอยากรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์มากกว่านี้ค่ะ |
|
|
พี่ติน : เล่าเรื่องดีๆ ที่ประทับใจในชีวิตให้ฟังหน่อย มีบ้างหรือเปล่า หนูจีน |
|
น้องจีน : เรื่องที่ประทับใจในชีวิตของจีนมีหลายเรื่องเลยค่ะ แต่ประสบการณ์ที่คิดว่าเป็นอะไรที่สุดเลยก็คือ การได้มีโอกาสเข้าเฝ้าสมเด็จประราชินีฯ เนื่องในวันแม่ที่พระที่นั่งดุสิดาลัย วันนั้นมีคนไปเข้าเฝ้าเยอะมากๆๆ จีนจึงได้นั่งอยู่ข้างนอก ซึ่งบริเวณนั้นมีประชาชนทุกหมู่เหล่ามาเข้าเฝ้ามากมาย ตอนเสด็จกลับจีนได้เห็นสมเด็จพระราชินีฯ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ และจีนก็ยังได้ยืนใกล้รถพระที่นั่งของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ ซึ่งทำให้จีนได้เห็นพระองค์ใกล้ๆ พร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน เจนเซ่น คุณพลอยไพลิน น่ารักมากๆ เลยค่ะ นอกจากนั้นจีนยังได้เห็นท่านนายกรัฐมนตรีด้วยค่ะ เห็นแบบใกล้ๆ เลย เป็นประสบการณ์พิเศษที่จีนไม่เคยคิดว่าจะได้เจอมาก่อนประทับใจสุดๆ
|
|
|
พี่ติน : แล้วมีเรื่องเศร้าๆ ไหม ร่าเริงแบบนี้เนี่ย |
|
น้องจีน : ถ้าเรื่องเศร้าในชีวิตนั้นจีนคิดว่าจีนหายากมาก แต่ถ้าให้เศร้าสุดๆ ก็คงเป็นเรื่องมิตรภาพระหว่างจีนและเพื่อนๆ ชาวสิงคโปร์ค่ะ จีนได้มีโอกาศเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งการที่จีนไปครั้งนั้นมีเพื่อนนักเรียนไทยจากโรงเรียนจีนไปด้วยอีก 19 คน รวมทั้งหมดแล้ว 20 คน ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนเดียวกับจีนมีทั้งเพื่อนร่วมชั้นและเพื่อนต่างชั้นเรียน โรงเรียนของจีนเป็นโรงเรียนพาร์ทเนอร์กับโรงเรียนตัน จอง กา ตอง เกิร์ล สคูล ซึ่งเป็นโรงเรียนหญิงล้วนเหมือนโรงเรียนจีน ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ไปทำกิจกรรมที่นั่นนักเรียนไทยกับนักเรียนสิงคโปร์สนิทกันเร็วมากๆๆๆๆ จนวันสุดท้ายที่เขามาส่งพวกเราที่สนามบิน พวกเราร้องไห้กันทุกคน พวกเรามีแลกเบอร์และโทรศัพท์กันไว้ แม้จะขึ้นเครื่องแล้วก็อดร้องไห้ไม่ได้ ทุกวันนี้จีนก็ยังได้จิดต่อกับโฮสต์แฟมมิลี่ที่สิงคโปร์อยู่ค่ะ
|
|
|
พี่ติน : ว้าว ดีจังเลย ฟังแล้วน่าไปเนอะ น่าอิจฉาสุดๆ ไหนน้องจีนลองเล่าเรื่องสนุกๆ ของการเดินทางไปแลกเปลี่ยนที่สิงคโปร์ให้ฟังหน่อยสิ หนูได้ไปได้ยังไงเอ่ย อยากไปต้องทำไงบ้าง |
|
น้องจีน : หุๆๆๆๆ ประสบการณ์ไปแลกเปลี่ยนที่สิงคโปร์เป็นอะไรที่สนุกที่สุดและได้ความประทับใจดีๆ กลับมาเยอะมากๆๆๆ จีนไปแลกเปลี่ยนที่สิงค์โปร์ได้เพราะทางโรงเรียนมีการรับสมัครนักเรียนที่จะไปเป็นนักเรียนโครงการแลกเปลี่ยนไทย-สิงคโปร์ โรงเรียนของจีนเป็นโรงเรียนพาร์ทเนอร์กับโรงเรียน ตันจอง การ์ตอง เกิร์ล สคูล เป็นโรงเรียนหญิงล้วน ซึ่งตอนนั้นจีนอยู่ ม.2 โรงเรียนได้ส่งโควตามาให้ห้องของจีน 10 คนจาก 20 คน เพราะว่าห้องของจีนเป็นห้องเรียนโปรแกรมพิเศษ (EP = English Program) ซึ่งห้องจีนสมัครไป 6 คน อาจารย์ก็มีการสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษว่าเรามีพาสปอร์ตไหม เคยไปต่างประเทศหรือเปล่า ซึ่งจีนเคยไปอเมริกามาแล้วหลายครั้ง ไปจีนกับฮ่องกง และก็เคยไปสิงคโปร์ครั้งนึงส่วนมากไปกับพ่อแม่ค่ะ แล้วก็ถามว่าไปแล้วเราจะเผยแพร่วัฒนธรรมไทยอย่างไร จีนก็เลยบอกว่าจะโชว์รำไทยค่ะ เพราะจีนเคยรำกลองยาวมาก่อน และอาจารย์ก็ให้เราโชว์ความสามารถพิเศษ จีนก็เลยร้องเพลง come back to me ภาคภาษาอังกฤษของ se7en ไป (นักร้องคนโปรดของจีนเองค่ะ ^^)สุดท้ายจีนและเพื่อนๆ ก็ติดหมดเลยค่ะ |
|
|
พี่ติน : แล้วสิ่งดีๆ ที่ได้จากที่นั่น ความแตกต่างของสิงคโปร์และไทยคือ |
|
น้องจีน : ไปที่สิงคโปร์นักเรียนไทยกับนักเรียนสิงคโปร์สนิทกันเร็วมาก มีครั้งนึงโรงเรียนสิงคโปร์เลิกบ่ายโมง เราก็เที่ยวตั้งแต่บ่ายจนถึงตีหนึ่ง (ครบ12 ชั่วโมงเลย) พาไปห้างไปช๊อปปิ้ง (ขาดไม่ได้อันนี้) พาไปดูเมอร์ไลอ้อน ซึ่งเวลาไปเที่ยวเราก็ไปแบบทั้งคณะค่ะ แม้ว่าทางโรงเรียนเขาจะมาตารางเวลามาให้เที่ยว แต่เราก็ยังเที่ยวทั้งคณะนอกตารางค่ะ อย่างวันเสาร์อาทิตย์เพื่อนๆ ชาวสิงคโปร์ก็พาไปเกาะเซนโทซ่า ไปสวนสนุก ก็ไปครบ 20 คู่เลยค่ะ อิๆ และเราก็ยังไปเที่ยวสวนสนุกของสิงคโปร์ด้วยค่ะ พอถึงเวลาที่ต้องกลับเมืองไทยทั้งนักเรียนไทย-สิงคโปร์ ร้องไห้กันใหญ่เลย จีนก็ร้องไห้ด้วยค่ะ มันเร็วมากแค่สัปดาห์เดียวเราก็สนิทได้ขนาดนี้แล้ว หลังจากที่กลับมาเมืองไทยพวกเราก็ยังติดต่อกันอยู่ค่ะ ส่วนมากจะคุยกันทางเอ็ม ความแตกต่างที่จีนเห็นก็คงเป็นเรื่องความสะอาดเพราะที่นั่นสะอาดมากๆ เลยค่ะ ส่วนอย่างอื่นก็ไม่ค่อยแตกต่างจากเมืองไทยมากนักทั้งเรื่องของที่ขายหรือเสื้อผ้า ซึ่งถ้าซื้อมาซื้อบ้านเราจะถูกกว่า ิ |
|
|
พี่ติน : เก่งๆ แบบนี้ น้องจีนมีความสามารถพิเศษอะไริ |
|
น้องจีน : ความสามารถพิเศษของจีนแล้วจีนคิดว่าเป็นการเล่นกีฬาค่ะ จีนเล่นบาสฯ แชร์บอล ว่ายน้ำ เทควันโด ฟุตบอล เปตอง เล่นได้หมดค่ะ...... |
|
|
พี่ติน : ว้าว ท่าทางเป็นสปอร์ตเกิร์ลเลยเนอะ ทำไมชอบเล่นกีฬาจัง |
|
น้องจีน : เรื่องกีฬานี่จีนถนัดพวกกีฬาบ้าพาว (เว่อร์) ค่ะ ฮ่าๆๆๆ พวกที่ออกกำลังจีนชอบมาก ส่วนมากที่เล่นก็จะเป็นบาสเก็ตบอล แชร์บอลค่ะ อ้อ ว่ายน้ำอีกอันด้วย เพราะมันได้ใช้ทุกส่วน ถ้าตำแหน่งที่เล่นในบาสเก็ตบอลก็จะเป็นพวกปีกค่ะ ส่วนแชร์บอลเป็นตัวถือตระกร้าค่ะ ชอบเวลาที่ต้องรับลูก จีนคิดว่าคนถือตระกร้าก็มีความสำคัญไม่แพ้คนปาลูกค่ะ ที่ชอบเล่นกีฬาพวกนี้เพราะมันสนุกดีค่ะ และที่บ้านก็สนับสนุนให้เล่นด้วยค่ะ |
|
|
พี่ติน : ประโยชน์ที่ได้จากการเล่นกีฬาละ น้องจีนคิดว่ามีอะไรบ้าง |
|
น้องจีน : ได้ออกกำลังกายทุกส่วน ได้เพื่อนใหม่ด้วย เพราะเวลาเล่นเราก็เล่นกับเพื่อนๆ ที่สนใจกีฬานี้ด้วยกัน บางทีไม่รู้จักกันพอมาเล่นกีฬาด้วยกันก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ และก็ได้น้ำใจนักกีฬาด้วยค่ะ เวลาแพ้หรือชนะเราก็ต้องมีน้ำใจนักกีฬา |
|
|
พี่ติน : น้องจีนมีคติประจำใจว่าอะไรไหม แบบที่เป็นปรัชญาชีวิตเลยน่ะ |
|
น้องจีน : No Cross No Crown No Pain No Gain หมายความว่า ไม่มีกางเขน ไม่มีมงกุฏ ไม่รู้จักเจ็บ ก็ไม่ได้อะไรเลย หมายความว่า ถ้าเราไม่ลองทำอะไรซักอย่างเพื่อให้ได้สิ่งที่เราอยากได้ เราก็ไม่มีทางที่จะเรียนรู้ซึ่งวิธีที่จะได้มันมา จีนเป็นคนที่อยากได้อะไร ก็พยายามหาทางที่จะได้มันมา เพราะถ้าได้มาง่ายๆ บางทีก็ทำให้ลืมคุณค่าของสิ่งของที่ได้มา พอได้มาแล้วก็ต้องรักษาให้ดีที่สุดค่ะ |
0 ความคิดเห็น