|
ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะจ๊ะ สำหรับงาน Big Mountain Festival ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 -11 ธันวาคมที่ผ่านมา ณ โบนันซ่า เขาใหญ่ โดยงานนี้ได้ขนศิลปินทั้งไทย เทศ ขึ้นเวทีกว่า 500 ชีวิต ท่ามกลางผู้ที่เข้าร่วมสนุกสุดมันส์ในครั้งนี้มากถึง 35,000 คน!! ไฮไลท์ศิลปินบนเวทีต่างๆ ในครั้งนี้เริ่มกันที่ Main Stage วันแรกของงาน (ศุกร์ที่ 10 ธันวาคม) อพาร์ตเมนต์คุณป้า นำทีมโดย ตุล กวีร็อกเกอร์สุดเซอร์ ขึ้นเวทีเรียกผู้คนที่กระจายอยู่ตามงานให้เริ่มเคลื่อนที่มาจับจองพื้นที่หน้าเวที Main Stage โดยเฉพาะเมื่อส่งท้ายด้วยเพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ก่อนที่ The Bottom Blues น้องใหม่มาแรงจะขึ้นมาเล่นเพลงสนุกๆ ชวนคนขยับตัวตาม ก่อนจะส่งมอบหน้าที่ให้ผู้คนได้มาเขย่าหัวกันต่อกับ Sweet Mullet เข้าสู่อีกหนึ่งช่วงไฮไลท์ของงาน กับหนุ่มรูปหล่อ โดม ปกรณ์ ลัม และวงของเขา Nologo ที่เรียกเสียงกรี๊ดได้ไม่แพ้วงอื่นๆ ที่เด็ดสุดคือ โต กับวงของเขา Hangman คัดมาแต่ละเพลงนี่ทำให้ทุกคนกระโดดกันอย่างเมามันส์ และร้องตามกันอย่างสนุกสนาน ทั้ง Chocolate, จิ๊จ๊ะ, น้ำลาย ฯลฯ มุมคนดูหน้าเวทีก็สนุกสุดเหวี่ยง พร้อมกับมุมหลังเวทีซึ่งศิลปินที่ขึ้นเล่นไปแล้วตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ รวมไปถึงศิลปินที่กำลังรอจ่อคิวขึ้นเวทีอย่าง Slot machine และ Potato ต่างก็กรูกันไปดูไปเชียร์ Hangman กันหมด ระดับความพีคยิ่งพุ่งขึ้นไปอีกเมื่อน้องใหม่ไฮไลท์ที่ทุกคนจับตารอชมอย่าง 25 Hours ขึ้นโชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์แสดงสดได้สุดขั้วสุดขีด Paradox ก่อนจะปิดเวทีในค่ำคืนแรกด้วยวง Buddha Bless คืนที่สองของ Main stage (เสาร์ 11 ธันวาคม) ยิ่งทวีความสนุก เริ่มเปิดเวทีด้วย Pancake ตามด้วย Playground ต่อด้วย Nebula ซึ่งเป็นการวมตัวกันของ Y not 7 / จั๊ก-ชวิน / ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล และ The Must ขนเอาเพลงที่เคยอยู่ในดวงใจทุกคนมาเล่นอย่าง เจ้าทุยอยู่ไหน กับ ทิ้งรักลงแม่น้ำ พร้อมกับซิงเกิลใหม่ๆ อีกด้วย Klear ขึ้นเวทีกับเพลงดังอย่าง รักไม่ต้องการเวลา, จะรักหรือจะร้าย, เล่นของสูง ทำเอาคนดูกระโดดไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แล้วเสียงกรี๊ดยิ่งดังกระหึ่ม เมื่อวงในดวงใจอย่าง Groove Riders ก้าวขึ้นเวที และมาถึงไฮไลท์อีกหนึ่งช่วงของ Main stage เป็นเซอร์ไพรส์ที่ผู้คนเรือนหมื่นต้องกรี๊ด เพราะแขกพิเศษที่ ป๋าเต็ด อุบไว้ไม่ยอมบอกใครนั้นก็คือ พรู วงดนตรีรุ่นใหญ่ที่แยกย้ายกันไปทำงานอื่นๆ และไม่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตร่วมกันมานาน หวนกลับมารวมตัวกันเฉพาะกิจ เพื่อคนดูบิกเมาน์เทนโดยเฉพาะ ซึ่งเสียงตอบรับ.. มัน ดี มาก อีกหนึ่งความสนุกที่ไม่มีวันลืม เมื่อนักร้องหญิงเดี่ยว ซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ขึ้นเวที Main stage ดา เอ็นโดรฟิน ที่ขนเพลงดัง จังหวะสนุกๆ ขึ้นเวทีร่วมสิบเพลง และแล้วก็มาถึงไฮไลท์ของงานบิกเมาน์เทน เมื่อศิลปินสุดฮ็อตในพ.ศ.นี้อย่าง Bodyslam ขึ้นเวที เสียงตอบรับจากล้นหลามจากคนร่วมสามหมื่นคน นับแต่เพลงแรก ยันเพลงสุดท้าย ยาพิษ ที่มีการระเบิดไฟพุ่งขึ้นหน้าเวทีอย่างอลังการ ศิลปินวงต่อมาอย่าง Crescendo นั้นก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวังอยู่แล้วในเรื่องของฝีมือแสดงสด สร้างความประทับใจให้ทุกคนไม่น้อยหน้ากัน ต่อเนื่องแบบไม่ให้พักหายใจกับ Clash ที่ประกาศแยกวงหลังอัลบั้มสุดท้ายไปแล้ว ซึ่งนี่อาจจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายของ Clash พวกเขาเลยขอถ่ายภาพร่วมกับคนดูเก็บไว้เป็นที่ระลึก แถม ชิน ชินวุฒ ยังโผล่มาแจมเพิ่มเสียงกรี๊ดกันอีกด้วย ส่วนวง Zeal รับหน้าที่ฟินาเล่โชว์ปิดท้าย Main Stage ไปด้วยความมันส์และยิ่งใหญ่ไม่แพ้วงอื่นๆ ทำให้คอดนตรีที่ร่วมงานบิกเมาน์เทนได้รับความสุขกับเสียงดนตรีกันไปเต็มๆ มาถึง Cow Stage สุดหรรษา ก็มีโชว์พิเศษจากศิลปินมากหน้าหลายตาขึ้นเวที มาโชว์เสียงร้องให้ผู้ฟังได้นั่งฟังเพลงเพราะๆ ดนตรีชิลล์ๆ จากทั้ง ลุลา / แคลอรี่ส์ บลา บลา / เบล สุพล / เจี๊ยบ วรรธนา / สิงโต นำโชค / ลิปตา / เจ็ตเซ็ตเตอร์ / ไฮดรา / โซลอาฟเตอร์ซิกซ์ / เบน / โต๋ / ตู่ / แสตมป์ / ฟรายเดย์ / พีโอพี / อาร์มแชร์ / ซิงกูล่าร์ ฯลฯ แกล้มด้วยโชว์ชั้นดีหาดูยากของศิลปินต่างประเทศจากซีกโลกเอเชียและยุโรป ทั้งสาวหวาน ริเอโกะ (Rieco) จากเมืองฟูกูโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมด้วย ฟูกู (Fugu) และ เคลมองธีน (Clementine) จากประเทศฝรั่งเศส ปิดท้ายด้วยโชว์ซ่าบ้าสนุก ของคณะมโหรีดนตรีสกา คืนแรก ทีโบน ตัวพ่อเพลงสกาครองเวทีไปตามระเบียบ คืนที่สอง The Super Glasses Ska Ensemble หนึ่งในวงดนตรีสกาที่ซ่า บ้า สนุก มาแรงที่สุดในยุคนี้ขอแจ้งเกิด ส่งท้าย บิกเมาน์เทน 2...มัน ใหญ่ มาก แบบหรรษาตามประสาเวทีวัว ที่สนุกขึ้น สะแด่วขึ้น สมคำร่ำลือ จากนั้นแวะไปลิ้มลองความแปลกใหม่ที่ Durian Stage หรือเวทีทุเรียนกันดูบ้าง ที่นำเทคโนโลยีเสียงระบบ 8Channel มาใช้เพื่อส่งทุกสรรพเสียงตรงสู่โสตประสาทของผู้ฟังแบบละเอียดยิบ พร้อมดนตรีแนว experimental ที่เปิดประสบการณ์แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครได้สุดยอดจริงๆ ศิลปินที่โชว์ในเวทีนี้ นอกจากกลุ่มศิลปินในไทยที่มีชื่อเสียงเรื่องการทดลองเรื่องซาวนด์ใหม่ๆ บางคนดังไกลถึงต่างประเทศ อย่าง Neuter Lover, Stylish Nonsense, DJ Dragon ฯลฯ แล้วยังมีศิลปินแนวทดลองจากแดนอาทิตย์อุทัย มาแสดงให้ชมแบบใกล้ชิด ทั้ง อาโอนามิ (Aonami) กับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์นิวเวฟ ที่ผสานความล้ำแบบเอ็กซ์เพอริเมนทัลและซาวนด์ออริจินัลแบบ 8 บิต ที่ชาวเกมบอยรู้กัน ได้มีสไตล์สุดๆ ทำให้ชาวเวทีทุเรียนทั้งไทย ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ แดนซ์เพลินลืมเวลา และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ เคาพี (CowP) ที่ปลดปล่อยความสนุกได้กระชุ่มกระชวย นอกจากผสานทุกเสียงดนตรีได้เกินคาดเดาแล้วยังเอนเตอร์เทนได้สุดขั้ว คนดูติดอกติดใจไปตามๆ กัน กระเถิบมาที่ District9 เวทีที่มีสัญลักษณ์เป็นจานบินลึกลับ ที่นำศิลปินจากแดนอาทิตย์อุทัยสายพันธุ์ร็อกเข้ามาบุกประเทศวัวด้วย พวกเขาคือ โลว์แฟต (Low Fat) พังก์ร็อกเชื้อสายฮาร์ดคอร์ หน้าตาดี ฝีมือดี พาคนโดดไม่ยั้ง มันแบบไขมันลดลงชัวร์ และยังจัดหนักด้วยการนำเสนอวงดนตรีเพียบ ทั้งหน้าใหม่และหน้าคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็น ปลานิลเต็มบ้าน / The Jukks / The Yer / No More Tear / Instinct / Ebola / Bear Garden / Abuse The Youth ฯลฯ รวมทั้ง Little Fox หรือ จีนมหาสมุทร บุณยรักษ์ ที่มาพร้อมเพื่อนพ้องและแนวเพลงแบบ Little Fox มีเขี้ยว คมคาย แต่ไม่อันตราย เพลินๆ เซอร์ๆ เหมือนเจ้าตัว เป็นร็อกกลิ่นอายโฟล์กที่ผสานและกลั่นกรองจากหลายแนวดนตรี ถ้าเดินไกลถัดจาก District9 ไปอีกนิดจะถึงละแวกพื้นที่ของ โรงหนังสยาม เปิดฉายเฉพาะหนังสยองขวัญกันกลางป่า สารภาพตามตรงว่า ใจไม่กล้าพอ เลยขอยืนสังเกตการณ์จากมุมไกลๆ ต่อด้วย ผับอโคจร ของ น้าเน็ก ที่ขนศิลปินขึ้นเวทีมากมายทั้ง Musketeers / Ewery / SUPERSUB / โทนี่ผี / ทะโมน / ย้อนแยง / Yellow Fang / Better Weather ฯลฯ และแล้วก็ถึงเวลามอบรางวัลตะหลิวทองคำให้กับผู้ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ข้าวไข่เจียวแห่งประเทศไทย มัน ไข่ มาก ครั้งแรกในโลก หลังจากมีผู้สมัครเข้าร่วมออดิชั่นล้นหลาม ก็ได้ 10 ร้านเด็ดที่เข้ารอบ และมาปักหลักขายกันตลอด 48 ชั่วโมง ณ ไข่เจียวซิตี้ ในงานบิกเมาน์เทน เพื่อเปิดให้ผู้ร่วมงานเลือกร้านที่ชอบ รับประทานเสร็จก็โหวตให้ร้านที่ใช่ ซึ่งผลการโหวตก็ออกมาแล้วว่า ไข่ตะแกรง ของร้าน K7 ที่ฟูกรอบถึงใจ ได้รับคะแนนเสียงหยอดกล่องเทให้จนคว้าแชมป์ไปแบบเต็มรัก สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ พี่ปัดขอบอกว่าสนุกสุดมันส์สมกับที่เขาบอกว่า สนุกขึ้น...สะดวกขึ้น...สะแด่วขึ้น จริงๆ จ้ะ สำหรับน้องๆ ชาว Dek-D.com ที่ไปร่วมสนุกในครั้งนี้ต้องเก็บบัตรเข้างานไว้ให้ดีนะจ๊ะ เพราะ ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม บอกว่ามันจะมีความหมายต่อ Big Mountain Festival ในปีหน้ามากเลยจ้ะ โดยพี่ปัดได้ข่าวมาว่าปีหน้าจะจัดในวันที่ 10 11 ธันวาคม 2554 ดังนั้นเตรียมนับถอยหลังรอกันได้เลยจ้ะ |








11 ความคิดเห็น
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด
แล้วผลที่ตามมาก็จะได้เห็นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าแน่นอนคะ
อาร์มแชร์เล่นสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก มีพี่ก้อยมาเซอร์ไพรซ์ด้วย น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก