หนทางสู่การเป็นดารา ของ 8 ซุป'ตาร์ ที่ไม่ธรรมดาเลย!








          “ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ”  พี่กวางว่าน้องๆ คงเคยได้ยินคำนี้บ่อยๆ ใช่มั้ยคะ แต่รู้ไหมว่าแม้แต่ในวงการบันเทิงที่เราเห็นว่าสวยงาม จริงๆ แล้วก็ต้องแลกกับความพยายามอย่างหนักเพื่อให้มีโอกาสมายืนใต้แสงไฟเหมือนกันนะ ถ้าไม่เชื่อพี่กวางจะเล่าให้ฟัง ว่าซุป'ตาร์คนไหนเขาผ่านอะไรกันมาบ้าง



 
พี่ตูน Bodyslam
“เคยถูกดองนานถึง 2 ปี”
 
          ถามถึงวงดนตรีร็อคแห่งยุค พี่กวางเชื่อว่าใครๆ คงพูดชื่อ Bodyslam เป็นชื่อแรกๆ โดยเฉพาะ พี่ตูน ขวัญใจมวลมหาประชาชน ที่โผล่ไปไหนเป็นต้องมีเสียงกรี๊ดห้างแตก ฮอตขนาดนี้ใครจะเชื่อว่าก่อนมาเป็น Bodyslam พี่ตูนเคยถูกค่ายเพลงดองไว้นานถึง 2 ปี!
 


ภาพจาก IG : @artiwara

 
          เรื่องมันเริ่มจากที่พี่ตูนจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อนาคตอันสดใสรออยู่ตรงหน้าเห็นๆ แต่พี่ตูนกลับหันหลังให้วงการกฏหมาย ไปทำงานเป็นสจ๊วตอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมุ่งหน้าสู่วงการดนตรี! ซึ่งพี่ตูนในเวลานั้นคิดเอาเองว่าหลังเรียนจบคงได้ออกอัลบั้มทันที แต่ไม่ใช่เลยค่ะ กลับถูกดองยาวๆ จนต้องหาเลี้ยงชีวิตโดยการเป็นนักร้องในผับไปพลางๆ ได้รับค่าจ้างเพียงคืนละ 400 บาท

          พี่ตูนในเวลานั้นทั้งเครียด ทั้งกดดัน และเห็นใจคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคอยรับหน้าตอบคำถามญาติๆ จนถึงจุดที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตัดสินใจเดินไปเคาะประตูห้องเจ้าของค่ายเพลงเพื่อเล่าเรื่องราวและระบายความอัดอั้นให้ฟังทั้งน้ำตา จนเจ้าของค่ายเห็นใจและยินยอมให้พี่ตูนได้ออกอัลบั้มแรก กลายเป็นต้นกำเนิดของ ตูน Bodyslam ในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อมองกลับไป พี่ตูนก็ได้ให้ความเห็นต่อชีวิตช่วงนั้นว่าทั้งสนุก และสอนอะไรหลายๆ อย่าง หล่อหลอมกลายเป็นเชื้อเพลิงให้พี่ตูนมีแรงในการทำงานอย่างทุกวันนี้
 


ทุกวันนี้พี่ตูนยิ้มได้กว้างสุดๆ เลย
ภาพจาก IG : @artiwara



 
ใหม่ ดาวิกา
“ต้องชนะใจผู้สูงอายุ 200 คนเพื่อพิสูจน์ตัวเอง”
 
          ซุป'ตาร์ดาวดวงใหม่ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ มองยังไงก็เลิศก็เป๊ะไปทุกองศา ทุกรูขุมขน แต่รู้ไหมว่าจริงๆ แล้วถ้าย้อนกลับไปสมัยเด็กๆ แม่ของสาวใหม่ไม่อยากให้เธอเข้าวงการเลยด้วยซ้ำ!
 


ภาพจาก IG : @davikah

 
          เริ่มจากสมัยเด็กๆ ที่สาวใหม่มีความใฝ่ฝันอยากเข้าวงการบันเทิงเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ แต่คุณแม่ไม่เห็นด้วย ทำให้เธอต้องแอบไปแคสติ้งกับเพื่อนอยู่บ่อยๆ จนในที่สุดคุณแม่ก็ใจอ่อน และได้รับการแนะนำจากคุณน้าให้รู้จักผู้ใหญ่ที่ชักนำเธอเข้าสู่วงการถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณา ก่อนจะมาเจอพี่เอ ศุภชัยคนที่ปั้นเธอให้เป็นดาว

          แต่การเป็นเด็กพี่เอก็ไม่ง่ายเลยค่ะ เพราะพี่เอมีแนวคิดในการอบรมเด็กในสังกัดให้มีทั้งความสามารถและนิสัยดี เป็นที่รักของทุกคน ใหม่จึงต้องเจอโจทย์สุดหินที่พี่เอยื่นให้เพื่อพิสูจน์ศักยภาพในการเป็นซุป'ตาร์ คือการบอกให้ใหม่เป็นหัวหน้าทัวร์ นำเที่ยวผู้สูงอายุกว่า 200 คนไปประเทศพม่า โดยมีข้อแม้ว่าต้องชนะใจคุณลุงคุณป้าเหล่านี้ให้ได้ เพราะถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่มีคุณสมบัติจะไปชนะใจคนทั้งประเทศ ซึ่งผลจากการเคี่ยวอย่างหนักของพี่เอนี่แหละค่ะ ที่ทำให้สาวใหม่กลายเป็นเพชรเม็ดงามในวงการ แม้ทุกวันนี้จะไม่ได้เป็นเด็กในสังกัดพี่เอแล้ว ก็ยังคงเจิดจรัสอยู่
 


แล้วน้องๆ คิดว่าสาวใหม่ทำได้รึเปล่าล่ะคะ...พี่กวางคงไม่ต้องบอกเนอะ ^^
ภาพจาก IG : @davikah



 
เพชร เผ่าเพชร
“เดินสายประกวดเพื่อล่าฝัน”
 
          หนุ่มเพชร หรือ “กัส” ที่กำลังฮอตสุดๆ จากซีรีส์ ไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ (ใครกรี๊ดบ้างยกมือขึ้น) คนนี้บอกเลยว่ากว่าจะได้เข้ามาเฉิดฉายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการบันเทิง ก็ต้องผ่านการประกวดมาหลายที่ หลายเวทีทีเดียวค่ะ
 


ภาพจาก IG : @paopetch_viii

 
          ไม่ว่าจะเป็นเวที The Star 6 (ปีเดียวกับโตโน่และริท!) ที่หนุ่มเพชรทะลวงเข้าไปเป็นตัวแทน 22 คนสุดท้ายของภาคกลางเชียวนะ แต่ก็ต้องสละสิทธิ์จากรายการด้วยเหตุผลส่วนตัวบางประการ ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ไม่ทิ้งฝัน แต่ยังคงเดินหน้าประกวดต่อไป! เวทีถัดมาคือเวที KPN ครั้งที่ 20 ค่ะ ที่หนุ่มเพชรโชว์ความสามารถได้ดีจนชนะใจคนดู คว้ารางวัล Popular Vote มาครอง (กระซิบว่าผู้ชนะปีนั้นคือ บี้ KPN สามีสุดหล่อของสาวกุ๊บกิ๊บแหละ) หลังจากนั้นประตูสู่วงการบันเทิงของเพชรก็ค่อยๆ เปิดกว้างมากขึ้น ทั้งมีโอกาสได้เล่น MV และรับบทเล็กๆ ในภาพยนตร์ต่างๆ ก่อนจะเข้ามาออดิชั่นเป็นนักแสดงไดอารี่ตุ๊ดซี่ส์ และกลายมาเป็นเพชร เผ่าเพชรอย่างทุกวันนี้ มีวันนี้ได้เพราะล่าฝันอย่างไม่ย่อท้อจริงๆ
 


หนุ่มเพชรสมัยเป็นนักล่าฝันที่ The Star 6 และ KPN Award 20th หล่อมานานแล้วนะเนี่ย
ภาพจาก รายการ The Star 6, KPN Awrard 20th




 
ไอซ์ซึ ณัฐรัตน์
“ส่งพอร์ทผลงานไปไกลถึงเมืองนอก”
 
          หนุ่มที่ทำให้ปั๊มน้ำมันดูมุ้งมิ้งขึ้นมา 10 ระดับต้องยกให้ไอซ์ซึเลย เพราะบทบาท “ปุณ” ในซีรีส์ แก๊สโซฮัก..รักเต็มถัง นั้นแบบว่ากรี๊ดมากกก โดยเฉพาะเวลาพูดไม่ชัดนิดๆ ดูขี้อายหน่อยๆ น่ารักจนแทบไม่เชื่อเลยว่าในชีวิตจริง หนุ่มไอซ์ซึจะเป็นนายแบบในสังกัดดังของเกาหลี ที่พกความมั่นใจมาเกินล้าน
 


เข้ามาหลายปั๊มแล้ว ไม่เคยเจอเด็กปั๊มหล่อเท่านี้เลย >_<
ภาพจาก Facebook : แก๊สโซฮัก..รักเต็มถัง


 
          หนุ่มไอซ์ซึเริ่มจากการเป็นนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ไม่เคยมีความสนใจวงการบันเทิงหรือแฟชั่นมาก่อน กระทั่งถูกทาบทามจากแมวมองที่เจอกันโดยบังเอิญในฟิตเนสเข้า เขาจึงกลับมาหารายละเอียดต่างๆ และตัดสินใจลองเป็นนายแบบดู!

          จุดเปลี่ยนอยู่ที่หลายๆ ครั้งเมื่อหนุ่มไอซ์ซึไปเดินแบบ จะเจอนายแบบต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทยบ่อยๆ ทำให้เขาเกิดความสงสัย ว่าต้องทำอย่างไรจึงได้ไปเดินแบบในต่างประเทศบ้าง จึงเดินเข้าไปสอบถามตรงๆ ซึ่งนายแบบเหล่านั้นก็ให้คำตอบว่าใช้วิธีส่งพอร์ทผลงานมาที่เอเจนซี่ในไทย ทำให้หนุ่มไอซ์ซึปิ๊งไอเดียว่า ถ้าอย่างนั้นเขาก็ควรลองส่งพอร์ทผลงานตนเองไปให้เอเจนซี่ต่างประเทศพิจารณาดูบ้างเช่นกัน
 
          แน่นอนว่าหล่อๆ แบบนี้ไม่ว่าประเทศไหนก็อ้าแขนต้อนรับ ไม่ว่าสิงคโปร์ ฮ่องกง ญี่ปุ่น เกาหลี ล้วนสนใจหนุ่มไอซ์ซึทันทีที่เห็นพอร์ทผลงาน แต่สุดท้ายเขาก็เลือกเดินทางไปทำงานในประเทศเกาหลี เพราะความชื่นชอบแฟชั่นของที่นั่น ซึ่งเมื่อไปถึงก็ต้องเข้ารับการสัมภาษณ์เกี่ยวกับทัศนคติ ปรับลุค และฟิตซ้อมเดินแบบจนรองเท้ากัดเป็นแผลไปหมด ทางเดินไปรันเวย์ระดับโลกนี่ไม่ได้ง่ายเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบเลย
 


ได้เป็นหนึ่งในนายแบบสังกัด Garten ที่โด่งดัง เพราะความกล้าที่จะเดินเข้าไปถามในวันนั้นแท้ๆ
ภาพจาก IG : @ice_2n




 
นิชคุณ 2PM
“ออดิชั่นกลางถนนก็ทำมาแล้ว”
 
          หนุ่ม K-POP เลือดไทยที่เรียกเสียงกรี๊ดจากสาวๆ ทั่วโลกคนนี้ แน่นอนว่าหนทางจากวัยรุ่นไทยในอเมริกาธรรมดาๆ จะกลายเป็นศิลปินในสังกัดใหญ่ TOP 3 ของเกาหลีได้นี่ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
 


ภาพจาก Twitter : @Khunnie0624

 
          อย่างที่พี่กวางบอกค่ะ ว่าเดิมทีหนุ่มนิชคุณเป็นแค่เด็กนอกธรรมดา ที่เรียนอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่บังเอิญว่าไม่ไกลจากบ้านมีงาน Korean Festival จัดอยู่พอดี เพื่อนๆ เลยชวนหนุ่มคุณไปเดินเล่น โดยไม่มีใครรู้ว่าการเดินเล่นวันนั้นจะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
 
          ซึ่งพี่กวางว่าที่งาน Korean Festival วันนั้นหนุ่มนิชคุณต้องหล่อเด้งมากแน่ๆ เพราะเขาถูกแมวมองเกาหลีถึง 2 ค่ายมารุมทาบทามค่ะ! แม้ช่วงแรกๆ หนุ่มนิชคุณจะไม่ได้สนใจอะไร เพราะคิดว่าแมวมองคงไม่จริงจังมาก แต่สุดท้ายก็ต้องใจอ่อนให้ลูกตื้อของแก๊งแมวมองโดยเฉพาะ JYP จึงตัดสินใจรับนัดเพื่อพูดคุยเพิ่มเติมที่สตาร์บักส์ใกล้บ้านดู

          ผลเป็นยังไงรู้มั้ยคะ ปรากฏว่าวันนั้นหนุ่มนิชคุณต้องตกใจแรง เมื่อพบว่านอกจากพี่แมวมองคนเดิมแล้ว ยังมีทีมงานอีกหลายชีวิตตามมาตั้งกล้องออดิชั่นเขาตรงนั้น ทั้งสั่งให้ร้องเพลงกลางร้าน แล้วยังเปิดเพลงแล้วให้เต้นตรงริมถนนอีก! เหย...งานนี้ใครไม่ช็อกบ้าง ซึ่งหนุ่มนิชคุณในเวลานั้นก็ไม่มีทักษะเอาซะเลยไม่ว่าจะร้องหรือเต้น แต่ JYP ก็มองเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวเขา และตัดสินใจรับมาเป็นศิลปินฝึกหัด ก่อนจะได้เดบิวต์เป็นส่วนหนึ่งของ 2PM อย่างทุกวันนี้นี่แหละ!
 


ภาพจาก Twitter : @Khunnie0624



 
สกาย วงศ์รวี
“ไม่กล้า แต่ลองดู”
 
          ส่วนหนุ่มสกายคนนี้ จะว่ามากับดวงก็ได้เลยนะคะเนี่ย เพราะหนทางสู่วงการบันเทิงของเขาเหมือนเป็นพรมลิขิตยังไงยังงั้น ใครได้ดู Hormones The Next Gen คงเห็นว่าถนนสู่วงการบันเทิงของสกาย เริ่มต้นจากการเตะบอลอยู่ข้างสนามกับเพื่อนๆ แค่นี้เอง
 


ภาพจาก Hormones The Series Season 3

 
          เรื่องของเรื่องคือวันที่พี่ๆ ทีมงานไปค้นหานักแสดงในรั้วโรงเรียนสวนกุหลาบ (จนได้หนุ่มเจมส์ไปก่อนหน้า) และกำลังจะขึ้นรถกลับอยู่แล้วนั้น สายตาพี่ๆ กลับเหลือบไปเห็นน้องสกายยืนเตะบอลอยู่กับเพื่อนๆ อยู่ในมุมหนึ่ง! (เป็นมุมมืดๆ ซะด้วย) ถือว่าเป็นโชคมากๆ พี่ๆ ทีมงานจึงลองเรียกหนุ่มสกายเข้ามาคุย ซึ่งหนุ่มสกายก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ตอนนั้นว่าเขารู้สึกงงๆ และลังเลไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปคุยดีหรือไม่ เพราะจริงๆ แล้วหนุ่มสกายกลัวกล้องมากๆ แต่ผลจากความกล้าที่จะเดินเข้าไปคุยกับพี่ทีมงานในวันนั้น ก็ทำให้หนุ่มสกายได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งใน Hormones The Next Gen ที่แม้จะไม่ผ่านด่านสำหรับซีซั่น 2 แต่ก็ได้มาแจ้งเกิดแบบปังเวอร์ในซีซั่น 3 แบบสาวกรี๊ดกันทั่วประเทศ
 


จากเด็กขี้อาย วันนี้กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงไปแล้ว
ภาพจาก IG : @skywongravee




 
สิงโต นำโชค
“วิกฤติมอบโอกาส”
 
          พี่สิงโต นำโชคเริ่มจากการเป็นหนุ่มโรงงานเหล็กธรรมดาๆ ที่ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตสนุกๆ ได้ร้องเพลงตลอดเวลา แถมยังได้เงินเยอะๆ แบบนักร้องในทีวีบ้าง จึงฝึกร้องเพลงและเล่นกีตาร์เพื่อทำให้ความฝันข้อนี้เป็นจริงค่ะ
 


ภาพจาก IG : @singtonumchok

 
          ช่วงแรกๆ ที่พี่สิงโตเริ่มเล่นกีตาร์ โชคดีมากๆ ที่ได้เจ้าของผับแห่งหนึ่งใจดีรับพี่สิงโตเข้าไปเป็นนักร้องประจำ ทำให้พี่สิงโตได้ฝึกฝนตัวเอง จากคนเล่นกีตาร์ไม่เก่ง ร้องเพลงเพี้ยน กลายเป็นค่อยๆ ชำนาญมากขึ้น และเล่นกีตาร์เก่งขึ้น แต่ว่าความผกผันในชีวิตก็เริ่มจากการที่ครอบครัวพี่สิงโตมีปัญหาด้านการเงินนี่แหละค่ะ ทำให้พี่สิงโตจำใจขายเอฟเฟกต์กีตาร์เพื่อส่งเงินให้ที่บ้าน (เอฟเฟกต์กีตาร์คือเครื่องมือที่ใช้เหยียบเพื่อปรับเสียงกีตาร์ไฟฟ้าค่ะ) ฟังดูเหมือนจะโชคร้ายดราม่าเลยใช่ไหมคะ แต่ดันกลายเป็นโชคดีของพี่สิงโตซะงั้น เพราะทำให้มีคนมาเห็นว่าพี่สิงโตสามารถเล่นกีตาร์ได้ดีโดยไม่ต้องเหยียบเอฟเฟกต์เพื่อปรับเสียง จึงทึ่งในความสามารถและชวนพี่สิงโตไปทำวงร็อกออกอัลบั้มกับค่าย RS ในนามวง Mono พลิกชะตาจากร้ายกลายเป็นดีแบบดื้อๆ!
 


พี่สิงโตสมัยเป็นหนุ่มร็อกวง Mono ตอนนั้นได้ร้องเพลงด้วยนะ ชื่อเพลง "กลัวความสูง"
ภาพจาก อัลบั้ม Contrast, MV กลัวความสูง


          แม้สุดท้ายวง Mono จะแยกย้ายกันไปคนละทาง แต่พี่สิงโตก็ยังคงมุ่งมั่นอยากเป็นนักดนตรีต่อ จึงย้ายไปอยู่ภูเก็ตและเริ่มแต่งเพลงพร้อมฝึกภาษาอังกฤษไปด้วย ทำให้พี่สิงโตสามารถผลิตเพลงดีๆ อัดเป็น CD ขายเอง จนผู้ใหญ่ในวงการเห็นแววจึงดึงพี่สิงโตกลับมาทำอัลบั้มที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง คราวนี้แหละดังพลุแตก กลายเป็น สิงโต นำโชค ไอดอลแห่งยุคนี้นี่ไง
 


จากนักดนตรีที่ร้องก็เพี้ยน เล่นก็ผิด แต่พยายามฝึกฝนด้วยตนเองจนกลายเป็นโค้ช The Voice ได้ สุดยอดมั้ยล่ะ!
ภาพจาก รายการ The Voice




 
ณเดชน์ คูกิมิยะ
“เข้าวงการเพราะทำแจกันแตก”
 
          ปิดท้ายด้วยหนุ่มฮอตปรอทแตก ณเดชน์ คูกิมิยะ ที่เข้าวงการได้เพราะหน้าตาโดดเด่น แถมยังเป็นน้องแถวบ้านพี่เวียร์ ศุกลวัฒน์ อีก (แถวไหนเนี่ย จะย้ายไปอยู่!) เหตุนี้ทำให้พี่เอ ศุภชัยมีโอกาสเจอหนุ่มณเดชน์ และพามากรุงเทพฯ เพื่อฝึกบุคลิกภาพเตรียมเข้าวงการ แต่ว่า!!! จุดพลิกผันที่ทำให้พี่เอตัดสินใจผลักดันณเดชน์เข้าวงการเต็มตัวนั้น ก็เพราะวีรกรรมสุดแสบของหนุ่มณเดชน์ ที่เล่นวอลเลย์บอลในบ้านพี่เอ แต่เผลอตีลูกไปโดนแจกันอายุ 120 ปีราคาสองแสนบาทแตก!!! เท่านั้นแหละ เลยทำให้หนุ่มณเดชน์ได้ใบเขียวเข้าวงการแบบเร่งด่วน เพราะต้องใช้หนี้พี่เอนั่นเอง 555
 


ภาพจาก IG : @keaw_jung

 
          ซึ่งเรื่องนี้หนุ่มณเดชน์ได้เอามาเล่าไว้ขำๆ บนเวที Give Me 5 Concert โดยสุดท้ายพี่เอออกมาเฉลยความจริงว่า เนื่องจากตอนนั้นหนุ่มณเดชน์ไม่อยากเข้าวงการ ทำให้พี่เอวางแผนไปซื้อแจกันมาวางล่อไว้ให้ณเดชน์ทำแตก และแกล้งบอกว่าราคาแพงมากๆ เพื่อให้หนุ่มณเดชน์เกิดลูกฮึดตั้งใจทำงาน กลายเป็นหักมุมซะนี่ 555 งานนี้หนุ่มณเดชน์เหวอกลางเวทีไปเลย
 


ต้องขอบคุณพี่เอที่พาหนุ่มคนนี้มาให้คนไทยรักทั้งประเทศนะเนี่ย
ภาพจาก IG : @a_supachai1




 
          เป็นยังไงคะ เรื่องราวที่มา กว่าจะนั่งแท่นซุป'ตาร์ของดาราแต่ละคน บางคนก็ดราม่า บางคนก็ฮาๆ บางคนก็ทุ่มทุนสร้างสุดๆ แต่ที่แน่ๆ ทำให้รู้ว่าความฝันไม่เคยรอใคร อยากเป็นอะไร อยากทำอะไร ทำเลย แล้ววันนึงน้องๆ ก็จะฉายแสงเหมือนซุป'ตาร์เหล่านี้แน่นอน!

          ก่อนไป พี่กวางอยากรู้ว่าน้องๆ ชอบเรื่องราวของซุป'ตาร์คนไหนกันบ้าง แล้วอยากรู้เรื่องของใครอีก เผื่อครั้งหน้ามีโอกาสพี่กวางจะรวบรวมมาให้อ่านกันใหม่ค่ะ ^^








 
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

20 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
KeDaMa Member 26 มี.ค. 59 17:34 น. 8

อันนี้ความจริงก่อนเข้าวงการของวงร๊อค พี่ตูน ป่าน พี่พลพล น่าสงสารมาก โดนเฉพาะ พี่เจ๋ง ดูกี่ที ๆ ก็น้ำตาคลอ เสียใจเสียใจเสียใจ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด