/>

เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48 []

วิว
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48
 
Spoil
  • พี่อิ๊งค์เป็นทั้ง PR และ AR ผู้ดูแล BNK48 ที่เห็นแทบทุกงาน
  • เรียนจบบริหาร ทำงานไม่ตรงสาย แต่เพราะมีโอกาสจึงรีบคว้าไว้
  • ไม่ใช่แค่ดูคิวงาน แต่ต้องดูแลทุกคนตลอด 24 ชั่วโมง
    _________
     
          ใครที่ตาม BNK48 อยู่ เชื่อว่าจะรู้จักกับจ๊อบซังและครูเอ๊ะว่าเป็นผู้ที่อยู่เคียงข้างวงมาตลอด  แต่จริงๆ แล้วยังมีบุคคลเบื้องหลังอีกหลายคนที่คอยซัพพอร์ตวง  โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ดูแลศิลปินและ PR อย่างพี่อิ๊งค์   ณัฐณิชา ชลพอง วันนี้ Dek-D เลยขอตามติดพี่สาวใจดี ไปพูดคุยเกี่ยวกับการทำงาน บทบาทหน้าที่ และอาชีพเบื้องหลังที่ทั้งสนุก ทั้งเหนื่อยสุดๆ กันค่ะ
 
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48

 
พี่อิ๊งค์ผู้ดูแล BNK48 ตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์
 
          สวัสดีค่ะ พี่อิ๊งค์นะคะ Senior Artist Management Manager ผู้จัดการดูแลศิลปิน BNK48 แล้วก็ควบคู่ไปกับ ตำแหน่ง PR ด้วย ก็ทำมาตั้งแต่เเริ่มโปรเจ็กต์เลย ตอนแรกเราเข้ามาเป็น PR แต่เพราะอยู่กับน้องๆ ตั้งแต่แรก ก็เลยจะรู้ว่าคนไหนควรไปแนวไหน ดูแลยังไง ก็เลยมาดูแลน้องๆ เองเลยดีกว่า เรียกง่ายๆ ก็คือ AR (Artist Relation) แหละ

 
ค้นพบตัวเอง เพราะชอบกิจกรรมตั้งแต่เด็ก
 
          พี่ค้นพบตัวเองว่าชอบกิจกรรม ชอบงานบันเทิงตั้งแต่มัธยม เพราะเราชอบเชียร์ลีดเดอร์ แต่เราไม่เต้นนะ เราเป็นคนสอนเลย คือเราอยู่จังหวัดกำแพงเพชร สมัยนั้นไม่มีเต้นลีดมือนับ 3 4 ท่าเป๊ะๆ แบบกรุงเทพนะ คือต่างจังหวัดเป็นแค่เต้นๆ ทั่วไป เราเลยรู้สึกว่า เฮ้ย! ไม่ได้ ต้องมีสิ ก็เลยเป็นคนสอนลีดมือจนกองเชียร์ชนะเลิศ ก็เออ เราคงมาทางบันเทิงจริงๆ แล้วก็ได้ดูซีรีส์ฝรั่ง เห็นแล้วก็อยากทำ แต่ก็ไม่ได้สานต่อความฝันนี้ ไม่ได้คิดว่าจะมาอยู่จุดนี้เลย

 
เรียนไม่ตรงสาย แต่ได้โอกาสที่ดี
 
          จนกระทั่งพี่เรียนจบบริหารมาใหม่ๆ แล้วมีเพื่อนที่ทำหนัง เค้าก็ชวนมาทำงานจัดการกองถ่าย ไม่เกี่ยวกับที่เรียนมานะ แต่เราก็ไป ทำไปทำมาก็สนิทกับนักแสดง พอมีงานเดินสายโปรโมต เค้าก็โทรมาให้เราไปช่วยดูแลหน่อย เราก็ไป แล้วตอนนั้นงาน PR ส่วนประสานงานศิลปินว่างพอดี เราก็มาช่วยทำ พาไปออกงานต่างๆ พอเรารู้จักนักข่าวมากขึ้น เรียนรู้งานมากขึ้น ก็เริ่มทำ PR ไปในตัว ตอนนั้นคือบริษัทอาวอง ของ RS สมัยเก่าเลย ตั้งแต่หนังเรื่องอหิงสาจิ๊กโก๋มีกรรม เก่ามาก เราได้เจอศิลปินที่ติสต์ๆ มาแล้ว เคยมีแบบที่โทรไม่ติด ต้องไปตามถึงบ้านมาแล้วด้วย ก็รู้สึกว่าเออ เราก็ใจเย็น เค้าเองก็ยอมรับเรา เราก็ทำงานกับศิลปินได้อยู่  
 
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48

 
จาก PR มาสู่การดูแลศิลปิน เพราะ Yes or No
 
          แต่จุดเปลี่ยนที่สุดเลยน่าจะเป็นตอนหนัง Yes or No (อยากรัก ก็รักเลย) ที่พี่ทำ PR พี่รู้สึกว่ามันประสบความสำเร็จ พี่ไปจีนกับติ๊นากับออม มีแฟนคลับเยอะมากเหมือนเวลาศิลปินเกาหลีมาไทยเลย เราภูมิใจในตัวน้องที่มีคนชอบขนาดนี้ เรารู้สึกว่าเมืองไทยก็ทำให้ศิลปินประสบความสำเร็จในต่างแดนได้นะ เห็นแฟนคลับมีความสุขเราก็มีความสุข พอมีแฟนมีตติ้งเราก็มีความสุข ก็เลยรุ้สึกว่าเรามาถูกทางแล้ว งั้นต่อไปเราปั้นศิลปินดีมั้ย แล้วก็พอดีคุณจิรัฐโทรมาคุย เราก็สนใจ จริงๆ พี่ว่าพี่โชคดีที่มีโอกาส มันมีลู่ทางที่พาให้เราเดินมาจนทุกวันนี้

 
เข้ามาทำ BNK48 เพราะอยากพิสูจน์ว่าเด็กไทยทำได้!
 
          ก่อนหน้านี้พี่ก็เคยเห็น AKB48 มาบ้าง แต่ก็ไม่ได้รู้จักระบบว่าประมาณไหน คุณจิรัฐก็เล่าให้ฟังว่าอยากทำ BNK48 ก็เออน่าสนใจ ก็เลยลองเข้ามาทำดู จริงๆ มันเป็นระบบที่ใหม่มากนะสำหรับเมืองไทย เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า เพราะก่อนหน้านี้วงการเพลงไทยซบเซามาก แต่ก็เออ น่าสนใจดี พี่ชอบที่ระบบมันซัพพอร์ตศิลปิน มันมีเธียเตอร์ มีระบบการแข่งขัน มีการเลือกเซ็มบัตสึ เมื่อก่อนทุกคนจะบอก โอ้ย! เด็กไทยไม่มีความพยายามหรอก จะทำได้เหรอ พี่ก็อยากพิสูจน์นะว่าเด็กไทยทำได้ เราอยากเห็นไอดอลไทย อยากเห็นการเทรดรูป การจับมือ เฮ้ย! มันต้องมีดิ มันน่าสนใจนะ
 
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48

 
AR กับหน้าที่ที่ต้องแคร์ทุกคน
 
          พอเข้ามาทำจริงๆ ความยากของหน้าที่ที่พี่ทำ ก็คงจะเป็นการบริหารน้องๆ 51 คน เพราะต้องเข้าใจทุกคน คนนั้นคนนี้เป็นยังไง ด้วยระบบ BNK48 ที่ต้องมีการแข่งขัน คนชนะก็ต้องดีใจด้วยแน่ๆ แต่คนที่ไม่ชนะ เราก็ต้องปลอบ ไม่เป็นไรลูก เชื่อมั้ย เวลาประกาศผลเซ็มบัติสึ เราก็รู้พร้อมน้องแหละ ไม่มีใครเคยรู้ผลมาก่อน แล้วเราต้องแคร์ทุกคนทั้ง 51 คน ซิงเกิลนี้ คนนี้ดีใจ ซิงเกิลต่อไปเค้าอาจจะไม่ติดก็ได้ เราต้องดูอารมณ์น้องแต่ละคน แล้วเราต้องตัดสินใจว่าเราต้องทำยังไงกับใคร

 
ยิ่งกว่าหน้าที่ คือดูแล BNK48 เหมือนพี่สาวคนนึง
 
          ถ้าพูดถึงความต่างของอาชีพดูแลศิลปินทั่วไปกับของ BNK48 ก็คือปกติเค้าจะดูคิว ดูหน้างาน จะดูแลถึงแค่ขึ้นรถตู้มาออฟฟิศ แล้วทุกคนต่างแยกย้ายใช้ชีวิตส่วนตัว กลับบ้านทำนู่นทำนี่ ด้วยความที่ศิลปินคนอื่นเค้าโตแล้วด้วย แต่กับ BNK48 เราต้องดูทุกอย่าง ไม่ใช่แค่จบงานแล้วคือจบ มันคือตลอด 24 ชั่วโมง ถึงบ้านยัง กลับยังไง อย่างช่วงแรกๆ ก็ต้องดูเรื่องโพสต์ IG ภาพเป็นยังไง แคปชั่นเป็นยังไง มันต้องลงดีเทลกว่าศิลปินคนอื่น เพราะน้องยังเด็กและใหม่มากกับวงการบันเทิง เป็นเด็กจากต่างจังหวัด บางคนก็ไม่รู้เลยว่าจะต้องทำตัวยังไง อันไหนควรไม่ควร เหมือนเราเป็นแม่ เป็นพี่ไปเลย
 
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48

 
เลือกที่จะปล่อยดราม่าไป ถ้ามันไม่ใช่ความจริง
 
          รู้มั้ยเวลา BNK48 โดนดราม่า เราก็สงสารน้องๆ เหมือนกัน บางคนก็เสียใจให้เห็น แต่บางคนเค้าไม่แสดงออก แต่ไม่ใช่ว่าไม่เศร้านะ เคยมีน้องมาบอก “พี่! หนูดาวน์ไปวันนึงเลยนะ ทำไมต้องไล่หนูไปตาย หนูทำผิดอะไรเหรอ” หรืออย่างล่าสุดกรณีไข่มุก เมื่อก่อนเค้าเป็นคนสนุกสนาน แล้ววันนึงเราก็รู้สึกว่า เฮ้ย! ไข่มุกเอาจริงว่ะ เค้าทนไม่ไหวจริงๆ พี่ไม่เคยคิดว่าจะเห็นไข่มุกเป็นแบบนี้เลย
 
          ในฐานะที่เราดูแลน้อง เราจะบอกเสมอว่า อะไรที่ไม่ใช่ความจริง เราก็ปล่อยมันไป เราทำอะไรไม่ได้ วันนึงเค้าจะรู้ความจริงเองว่าเราเป็นยังไง แต่มันก็มีบ้างที่พี่คิดว่าต้องออกมาพูด ออกมาแก้ข่าวบ้าง ไม่อยากให้ลุกลามไปกว่านี้

 
แค่เห็นทุกคนมีความสุข ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว
 
          ความสุขอย่างหนึ่งในการทำหน้าที่ตรงนี้คือ เวลาเราเห็นน้องประสบความสำเร็จ เห็นแฟนคลับแฮปปี้ ณ ตอนนี้ เรามองว่ามันโอเคมากแล้ว เราดีใจที่เห็นแฟนคลับไปตามทุกงาน ภูมิใจกับผลงาน ชีวิตก็โอเค พี่ฝากขอบคุณทุกคนที่คอยติดตาม BNK48 อยากบอกว่าน้องๆ มีความสุขที่แฟนๆ มาซัพพอร์ต และพี่เองก็มีความสุขด้วย แค่นั้นแหละ แต่ถ้าถามว่าที่ทำมาทั้งหมด จุดพีคสุดอยู่ตรงไหน ก็คงเป็นการได้ไปอยู่ในงาน General Election เพราะไม่เคยมีในเมืองไทยมาก่อนเลย

 
ไม่ต้องกลัวตกงาน ถ้ารู้จริง!
 
          การที่จะมาทำงานตรงนี้ เราต้องสนใจในตัวเนื้องานให้รู้จริง แล้วช่องทางมันจะมาเอง ไม่ต้องกลัว คิดดูนะ ช่วงแรกๆ พี่ไม่ค่อยรู้จักเกาหลีเลย แต่มาเจอ CNBLUE แล้วชอบ ก็ดูมาเรื่อยๆ ต่อด้วย SNSD เฮ้ย! ศิลปินเกาหลีเค้าเก่งนะ เราก็ศึกษามาเรื่อยๆ จนมีผู้จัดรู้ว่าเราชอบเกาหลี เค้าก็มาถามว่าจะเอาใครมาไทยดี เราก็มาวิเคราะห์ ช่วงนี้เอาคนนี้ เพราะกำลังมีซีรีส์ หรืออะไรก็ว่าไป เราเสนอไป แล้วเออ! มันขายได้ หลังจากนั้นผู้จัดก็มีมาถามเราเรื่อยๆ ว่าจะเอาใครมาดี เราก็ทำ PR ได้เรื่อยๆ 
 
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48

 
อยากทำงานสายไหน หาเส้นทางไปให้ตรงจุด
 
          ถ้าใครที่อยากมาทำงานสายอาชีพนี้นะ หนึ่งคือต้องชอบวงการบันเทิงและสนใจกับงานนั้นจริงๆ เช่น ถ้างาน PR ก็ไปเรียนสาขานั้นๆ เลย แล้วก็เขียนข่าวให้เป็น แต่สุดท้ายแล้วต้องอย่าลืมว่า โอกาสและช่องทางคือสิ่งจำเป็น พยายามเดินไปในช่องทางนั้นให้ได้ เช่น ถ้าเราชอบวงการบันเทิง แต่ไปอยู่วงการไอที มันก็ไม่ได้ เราต้องหาเส้นทางนั้นให้ได้ ไปสมัครงานแกรมมี่ หรือทีมโปรดักชั่นต่างๆ ถ้าหนูสมัครผิดที่ ยังไงมันก็เดินคนละเส้น ขอให้แน่วแน่ในเส้นทางที่อยากจะเป็น

 
โอกาสที่ได้รับมาไม่ใช่เรื่องง่าย จงทำให้เต็มที่
 
          ถึงตรงนี้ ถ้าให้พูดกับน้องๆ ในวงได้ ก็อยากบอกว่า กว่าจะได้มาเป็น BNK48 ต้องฝ่าฟันแค่ไหน มีอีกหลายพันคนที่อยากเป็นแต่ไม่ได้เป็น ในเมื่อเรามีโอกาสมายืนตรงนี้แล้ว ก็ทำให้เต็มที่ การเป็น BNK48 มันคือใบเบิกทาง เป็นก้าวแรกที่จะไปทำอะไรต่อ จะอยู่วงการบันเทิงด้านอื่นๆ ก็ได้ หรือเป็น BNK48 ต่อไปก็ขอให้เป็นตัวอย่างให้กับน้องๆ  มีโอกาสซ้อมเต้นซ้อมร้องก็ทำให้เต็มที่ พัฒนาตัวเองให้เต็มที่ จะได้ไม่ต้องเสียดายทีหลังว่ารู้อย่างนี้น่าจะทำนั่นทำนี่ดีกว่า
 
          ส่วนใครที่อยากเป็น BNK48 ก็สมัครมาเถอะ เราไม่รู้หรอกว่าจะได้ไม่ได้ แต่เป็นตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ต้องอยากเป็นพี่เฌอหรือพี่อรหรอก แค่เป็นตัวเอง แล้วเดี๋ยวทางผู้บริหาร ทางกรรมการเค้าก็จะเลือกในความเป็นตัวเองนี่แหละ
 
เมื่อมีโอกาสต้องรีบคว้าไว้! “พี่อิ๊งค์” กับเส้นทางอาชีพผู้ดูแลศิลปิน BNK48

 
          จริงๆ แล้วงานในวงการบันเทิงยังมีอีกเยอะเลยนะคะ นอกจากนักแสดง นักร้อง หรือไอดอลผู้อยู่เบื้องหน้าแล้ว คนเบื้องหลังอย่างพี่อิ๊งค์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ใครที่อ่านแล้วอยากทำงานสายนี้แบบพี่อิ๊งค์บ้าง ก็อย่าลืมแน่วแน่ในสิ่งที่ชอบ แล้วหาเส้นทางไปให้ถึงให้ได้ ส่วนใครที่อยากมาให้กำลังใจ BNK48 หรือพี่อิ๊งค์ ก็คอมเมนต์มาได้เลยจ้า


 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=kaew

พี่แก้ว - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ชีวิต 150 เซนฯ ถือคติอกหักเรื่องเล็ก แต่มีแฟนไม่ตรงสเป็กสิเรื่องใหญ่

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#Star Issues #BNK48 #PR #AR #ศิลปิน #พี่อิ๊งค์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?