|

ผ่านมา 3 วันแล้วสำหรับการเสียชีวิตของ ฮีธ เลดเจอร์ เกย์หนุ่มจากภาพยนตร์ Brokeback ผลชันสูตรศพของดาราหนุ่ม ฮีธ เลดเจอร์ ในตอนนี้ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาเสียชีวิตในครั้งนี้ ขณะที่มีการพบม้วนธนบัตรปริศนาตกอยู่ในห้องของนักแสดงผู้ล่วงลับ
จากการเข้าไปค้นที่ห้องของนักแสดงหนุ่มผู้ล่วงลับ ฮีธ เลดเจอร์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เจอทั้งขวดยาเพื่อแก้อาการนอนไม่หลับ และยาลดอาการวิตกกังวลที่มีใบสั่งจากแพทย์ ที่ถูกพบทั้งในห้องนอนและห้องน้ำของดาราหนุ่ม
นอกจากนี้ ทางผู้บังคับบัญชาการตำรวจของเมืองนิวยอร์ก เผยว่า เจ้าหน้าที่ยังพบม้วนธนบัตรใบละ 20 เหรียญ ตกอยู่ที่พื้นห้องใกล้ๆ กับเตียงของเลดเจอร์ด้วย โดยเบื้องต้นการส่งไปพิสูจน์ไม่พบสารเสพติดปนเปื้อนอยู่ในธนบัตรนั้นแต่อย่างใด ซึ่งเขาปฎิเสธที่จะตอบคำถามว่าทางเจ้าหน้าที่ปักใจเชื่อแต่แรกหรือเปล่าว่าดาราหนุ่มอาจจะใช้มันในการสูบยาก็ได้
โดยผลชันสูตรศพล่าสุดของเลดเจอร์ยังไม่สามารถให้คำตอบใดๆ ได้ โดยทางโฆษกของทางเจ้าหน้าที่เผยว่ายังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 10-14 วัน ถึงจะสรุปสำนวนคดีได้ ซึ่งเชื่อว่ามีความเป็นได้อย่างสูงที่นักแสดงหนุ่มจะเสียชีวิตจากอาการโอเวอร์โดส (ใช้ยาเกินขนาด) ซึ่งเป็นเหตุสุดวิสัยมากกว่าจงใจปลิดชีวิตตนเอง
ความเครียดจากการทำงานและอาการนอนไม่หลับ
ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับผลงานภาพยนตร์ 2 เรื่องล่าสุดของเขาทั้ง หนังเพลงดรามา I'm Not There และ Dark Knight ที่เขารับบทเป็นตัวโกงจิตวิปริต โจ๊กเกอร์ ฮีธ เลดเจอร์ เปิดเผยว่า ในระหว่างการถ่ายทำเขาถูกความเครียดเล่นงานอย่างหนักระหว่างที่สวมบทเป็น บ็อบ ดีแลน เขารู้สึกถึง ความตึงเครียดที่เกินพอดี ขณะที่การสวมบทเป็น โจ๊กเกอร์ ที่เขานิยามว่าเป็นตัวละครที่ โรคจิต, อาชญากรหมู่, ตัวตลกผู้เก็บกด และไร้ความเมตตา ทำให้เขามีปัญหาในการนอนหลับมาตั้งแต่นั้น
ในบทสัมภาษณ์ต่อทาง New York Times เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ดาราหนุ่ม เปิดใจว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนผมนอนเฉลี่ยคืนล่ะ 2 ชั่วโมงเท่านั้น ผมไม่สามารถหยุดคิดได้ ร่างการของผมเริ่มอ่อนล้า แต่ในใจของผมยังคงว้าวุ่น โดยเปิดเผยว่าแม้จะใช้ยาระงับความวิตกกังวลประเภท Ambien ไปถึง 2 เม็ด แต่มันก็ได้ผลเพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น
ความเครียดจากปาปาราซซี
แม้จะย้ายมาทำมาหากินในอเมริกาอย่างยาวนาน แต่ออสเตรเลียก็ยังเป็นบ้านของเลดเจอร์เสมอ ที่ที่เขาเปิดเผยอยู่ตลอดเวลาว่าการกลับไปเยือนแผนดินเกิดทุกครั้งทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ในการได้กลับไปเจอหน้าสมาชิกในครอบครัวและเพื่อนๆ ของเขาที่นั่น...บ้านเกิดของเขา
แต่ช่วงเวลาแสนสุขดังกล่าวในช่วงหลังนี้มีอันต้องหดหายไป เนื่องจากการคุกคามอย่างไม่หยุดหย่อนของบรรดาช่างภาพปาปาราซซี ที่ตัวเขาออกมายอมรับว่าสร้างความลำบากใจให้กับเขามากๆ
เหตุการณ์ที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวที่สุด ได้แก่ ตอนที่เขาไปเปิดตัวรอบปฐมทัศน์ผลงานเรื่อง Brokeback Mountain ที่ซิดนีย์ เมื่อปี 2004 ที่เขาถูกกล่าวหาว่าถ่มน้ำลายใส่ช่างภาพปาปาราซซี่ 5 คน ที่ทำเรื่องน่าละอายด้วยการเอาปืนฉีดน้ำรุมยิงใส่เขาที่งาน เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตึงเครียดให้กับดาราหนุ่มอย่างหนัก จนถึงขั้นขายบ้านพักที่ซิดนีย์ไม่กี่วันหลังจากนั้นเลยทีเดียว
ฮีธ ยังคงต้องไปร่วมงานในโรงภาพยนตร์เพื่อแนะนำหนังของเขาทั้งๆ ที่ตัวเขาเปียกโชกไปหมด กลับมาถึงบ้านเขาก็จิตตกและร้องไห้ทั้งคืน หลังจากนั้นเขาก็โทรมาหาผมแล้วบอกว่า พ่อ, จบแล้วล่ะ ขายบ้านไปเถอะ หลังจากนั้น อีก 2 วันเขาก็โทร.มายืนยันความตั้งใจเดิม พ่อ, นี่มัน 47 ชั่วโมง กับ 57 นาทีแล้ว ขายบ้านไปซะ คุณพ่อของนักแสดงผู้ล่วงลับเคยเปิดใจถึงปัญหาดังกล่าวในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่ง
ความเครียดจากการสูญเสียครอบครัว
ในบรรดาความเครียดทั้งหมดที่กล่าวมา คงไม่มีอะไรมีอิทธิพลต่อตัวเขาไปกว่าความซึมเศร้าหลังจากต้องแยกทางกันอดีตแฟนสาว มิเชล วิลเลียมส์ และ มาทิลดา ลูกสาวของเขา ที่เพื่อนของเขาต่างออกมาเปิดเผยว่าเหตุการณ์นั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เขา เศร้าใจอย่างแสนสาหัส เลยทีเดียว
นอกจากนี้ "แจ็ค นิโคลสัน" นักแสดงรุ่นปู่เจ้าของตำนาน "โจ๊กเกอร์" ใน Batman รุ่นปี 1989 ที่ "ฮีธ เลดเจอร์" มาสานตำนานต่อใน The Dark Knight ที่จะออกฉายในปี 2008 ออกมาเปิดใจว่าเคยเตือนดาราหนุ่มผู้ล่วงลับถึงอันตรายจากการใช้ยาเพื่อแก้อาการนอนหลับเพียงลำพังตัวนี้ เนื่องจากตัวเขาเองก็เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากมันมาแล้วเช่นกัน
"ความตายของฮีธเป็นข่าวที่น่าเศร้า ผมเคยเตือนเขาแล้วเรื่องการใช้ยาประเภท Ambien เพื่อแก้อาการนอนไม่หลับ" แจ็ค นิโคลสัน ดารา 2 ออสการ์วัย 70 ปีกล่าว
"ผมเคยใช้มันครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะมารู้ตัวอีกทีตอนที่คนโทรมาปลุกผมกลางดึก และพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในรถที่ขับออกมาจอดอยู่นอกบ้านถึง 50 หลา ที่ผมเกือบจะขับตกลงเหวไปแค่นิดเดียว ตอนนั้นผมไม่รู้เลยจริงๆ ว่าทำอะไรลงไปบ้าง"
"Ambien เล่นงานคุณได้ มันไม่เกี่ยวกับปริมาณ มันขึ้นอยู่กับความต้านทานในตัวของผู้ใช้แต่ละคน"
ฮีธ เลดเจอร์ ออกมายอมรับก่อนหน้านี้ว่าการรับเล่นบท โจ๊กเกอร์ ต่อจาก แจ็ค นิโคลสัน ทำให้เขาเครียดจนนอนไม่หลับ ซึ่งตอนที่เจ้าหน้าที่ไปค้นที่ห้องในที่เกิดเหตุ พวกเขาพบยา 6 ชนิดที่อยู่ในห้องของนักแสดงหนุ่ม ทั้งยาแก้อาการนอนไม่หลับ Ambien, ยาแก้อาการวิตกกังวล Valium, ยาแก้อาการซึมเศร้า Zoloft, ยาแก้อาการวิตกกังวล Xanax, ยานอนหลับที่เสี่ยงต่อการเสพติดอย่างสูง Zoplicone และยาแก้แพ้ Donormyl ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีการพบร่องรอยของยาเสพติดในที่เกิดเหตุแต่อย่างใด
รุ่นพี่โจ๊กเกอร์อย่าง แจ็ค นิโคลสัน รู้ข่าวการเสียชีวิตของโจ๊กเกอร์รุ่นน้อง ระหว่างที่เขาอยู่ที่ลอนดอน เพื่อโปรโมทผลงานเรื่องใหม่อย่าง The Bucket List ที่ร่วมแสดงกับดาราออสการ์สูงอายุอีกรายอย่าง มอร์แกน ฟรีแมน
ฟรีแมนซึ่งร่วมแสดงกับเลดเจอร์ใน The Dark Knight ในบท ลูเซียส ฟ็อกซ์ กล่าวไว้อาลัยต่อนักแสดงรุ่นน้องที่ด่วนมาจากโลกนี้ไปว่า
"ความตายของฮีธทำให้ทุกคนช็อค มันเป็นอุบัติเหตุที่น่าเศร้า และเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการ"
พี่เหมี่ยวขอขอบคุณ : ข้อมูลและภาพประกอบจากผู้จัดการออนไลน์ค่ะ |
3 ความคิดเห็น
กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์เด็กกรุงเทพมหานคร 2 บริเวณบางมด หลังจากที่ กทม.ตั้งเป้าจะเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนต.ค.ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยให้เด็กนักเรียนในสังกัด กทม.เข้ามาทดสอบชุดกิจกรรมหลายร้อยชุด ซึ่งมีหลายหมวดหมู่วิชาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของเด็กๆ เช่น ด้านเทคโนโลยี การคมนาคม สิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ เด็กๆ ส่วนใหญ่ชื่นชอบกับชุดนิทรรศการดังกล่าวอย่างมาก อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่ามีบางจุดภายในพิพิธ ภัณฑ์ ยังไม่ค่อยเรียบร้อยและต้องได้รับการแก้ไข ประกอบด้วยความต่อเนื่องของกิจกรรมยังจัดเรียงได้ไม่ดี ไม่มีความต่อเนื่อง ชุดการเรียนรู้บางชุดยัง ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ จึงได้สั่งการให้ผู้รับเหมาดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยภายในเดือนก.พ.
นายพุทธิพงษ์ กล่าวต่อว่า
ในส่วนของการบริหารจัดการโครงการนั้น ตนเตรียมหารือกับนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้งว่าจะบริหารจัดการด้วยวิธีใด โดยที่ไม่ต้องใช้งบประมาณของกทม.เข้าไปบริหาร โดยอาจจะส่งมอบพิพิธภัณฑ์เด็กฯ 2 ให้กับมูลนิธิพิพิธภัณฑ์กรุงเทพมหานคร เข้ามาบริหารจัดการเช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์เด็กฯ 1 หรือจะใช้วิธีประมูลเพื่อหาเอกชนเข้ามาบริหารจัดการ ทั้งนี้อาจมีแนวโน้มที่กทม.จะส่งมอบพิพิธภัณฑ์เด็กฯ 2 ให้มูลนิธิดังกล่าวเข้ามาบริหารจัดการเหมือนเดิม เพื่อให้สอดคล้องและเกิดความคล่องตัวในการดูแล อย่างไรก็ตาม คงจะต้องให้ผู้ว่าฯ กทม.ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง โดยจะได้เร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ก่อนเดือนเม.ย.นี้
. . ขอให้ได้รับใช้พระเจ้าน่ะ