หลักในการเขียนนิยาย เวอร์ชัน 2 (ปลาทองบิน)

ถ้าจะให้เขียนนิยาย เราจะเขียนเรื่องอะไรดีล่ะ หลายคนบอกว่า ก็เขียนเรื่องที่เรารู้สิ....

นักเขียนคนหนึ่งบอกกับผมว่า ไม่จำเป็นหรอก เขียนเรื่องที่เราสนใจสิ เพราะถ้าเรามีความสนใจกับสิ่งใดแล้ว เราก็จะขวนขวายเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้เหล่านั้น



บันทึกนี้ผมจะพูดถึงหลักในการเขียนนิยายที่ผมยึดถือ ซึ่งอาจจะไม่ลงถึงรายละเอียดส่วนลึก เพราะผมเชื่อว่าทุกคนคงจะหาหนังสือสอนหลักการเขียนต่างๆได้ไม่ยากจากตามร้าน หนังสือทั่วไป ซึ่งความรู้เหล่านี้ก็มาจากที่ผมได้เรียน ได้อ่าน ได้ประสบมา แล้วนำมาดัดแปลงให้เข้ากับสไตล์การเขียนของตัวเอง


จากเรื่องหลายๆเรื่องที่ผมอ่านดูบนเวบนี้ มีหลายเรื่องที่ทำให้ผมมีความรู้สึกว่า เรื่องขาดความน่าสนใจ และจริงๆบางเรื่องมันก็ถึงกับขาดโครงสร้างหลักที่สำคัญที่สุดไปเลย และโครงสร้างหลักนี้มันคืออะไรหรือ?

โครงสร้างที่ผมยึดถือไว้ก็คือ ตัวละครหลัก (Main Character) กับ ความขัดแย้งหลัก หรือปัญหาหลักของเรื่อง (Main Conflict)
และผมก็ควรจะตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ว่า มันเป็นเรื่องของใคร? แล้วเขาต้องการจะทำอะไร? เหตุเกิดที่ไหน? เมื่อไหร่? แล้วมันเกิดขึ้นอย่างไร? เพราะว่าอะไร? หรือสรุปเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า (Who? What? Where? When? Why? How?)
และผมก็เชื่อเลยว่า แทบจะไม่มีนิยายเรื่องไหนหรอกที่ไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ลองถามตัวเราเองดูสิครับ ว่าเรื่องของเรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ครบหรือเปล่า เพราะถ้ามันขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ก็เหมือนกับขาดโครงสร้างที่ดี ที่อาจส่งผลให้ความน่าเชื่อถือในตัวเรื่อง ความน่าติดตาม ความเข้าใจ หรือสิ่งอื่นๆขาดหายตามกันไปด้วย


ตัวละครหลัก

เรียกได้ว่าเป็นหัวใจของเรื่องเลย เพราะถ้าตัวละครเอกของเรื่องเราไม่น่าสนใจแล้ว คนอ่านก็จะคิดว่า แล้วฉันจะอ่านต่อไปทำไมล่ะนี่?

ตัวละครเอก ควรเป็นตัวละครที่ผู้อ่านรู้สึกอยากเอาใจช่วย และนี่คือหัวใจเลยล่ะ  ทั้งยังเป็นสิ่งที่สร้างได้ยากที่สุดด้วย
คุณลองถามตัวเองดูสิว่า ใครที่คุณอยากเอาใจช่วย ถ้าคนๆนั้นเป็นเพียงแค่คนธรรมดาสามัญ ไม่ได้มีความตั้งใจอะไร ไม่ได้มีความฝันอะไร อยู่ไปวันๆโดยไร้จุดหมาย คุณจะสนใจไหมว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเขาหรือเธอคนนั้น?

วิธีหนึ่งที่ผมใช้อยู่ก็คือ สร้างตัวละครที่ไม่ธรรมดา (Larger than life Character)
เขา หรือเธอ ควรเป็นใครที่สามารถทำอะไรที่เราทำไม่ได้ พูดในสิ่งที่เราไม่กล้าพูด เป็นอะไรในสิ่งที่เราอยากเป็น
อย่าลืมว่านิยายนั้นไม่ใช่โลกแห่งความเป็นจริง เพราะถ้าเป็นชีวิตธรรมดาทั่วไปแล้ว มันก็คงไม่มีอะไรน่าสนใจนักหรอก ยกเว้นแต่ว่า ชีวิตของคนนั้นๆจะเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดา

อีกสิ่งที่ผมยึดถือไว้ และถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย ก็คือ การใส่วิญญาณให้กับตัวละคร ตัวละครที่เราสร้างก็เหมือนกับการสร้างชีวิต สร้างมนุษย์ที่มีชีวิตจิตใจขึ้นมาคนหนึ่ง ซึ่งเราควรจะรู้ว่าถ้าเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นกับเขา หรือเธอคนนั้น เขาหรือเธอคนนั้นจะตอบสนองอย่างไร

ตัวละครที่มีวิญญาณ คนดูจะเชื่อในความมีตัวตนของเขา หรือเธอคนนั้น
คุณรู้สึกอย่างไรกับ โกคูในเรื่องดราก้อนบอล  แฮรี่ จาก แฮรี่ พอตเตอร์  เฟริน ใน บารามอส คุณรู้สึกว่าพวกเขามีตัวตนใช่ไหม? แล้วทำไมไม่สร้างตัวละครของคุณให้มีตัวตนเช่นนั้นล่ะ


ความขัดแย้งหลัก

นิยายของคุณคงจะไม่มีอะไรน่าสนใจถ้ามันดำเนินเรื่องไปแบบเฉยๆโดยไม่มีอะไร เกิดขึ้น นิยายทุกเรื่องจึงต้องมีอุปสรรค ยิ่งถ้าอุปสรรคของเรื่องเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ความลุ้นของคนอ่านก็จะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย แต่ถ้ามันไม่มีอุปสรรคอะไร เนื้อเรื่องดำเนินไปเรียบๆ ฉันรักเธอ แล้วเธอก็รักฉัน ไม่มีใครมาขัดขวาง ไม่ต้องพยายามทำอะไร ก็เรารักกันนี่ แล้วเรื่องราวก็จบแบบ Happy แล้วข้าพเจ้าจะเสียเวลาไปนั่งอ่านเรื่องของท่านทำไมล่ะ?

อุปสรรคหลักของเรื่อง ก็คือพล็อตหลักของเรื่อง ยิ่งถ้ามันทำให้ผู้อ่านสนใจยิ่งมาก เรื่องราวมันก็ยิ่งประสบความสำเร็จ แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่จะเพิ่มความเข้มข้นให้กับพล็อตหลักของเรื่องได้

สิ่งที่ผมยึดถือไว้ก็คือ เดิมพัน

ผมยกตัวอย่างอะไรที่ค่อนข้างจะธรรมดามาก เช่น เรื่องเกี่ยวกับ นักเรียนที่เตรียมสอบเอ็น ฟังดูธรรมดาใช่ไหม แต่ถ้าผมลองเพิ่มว่า มันเป็นการสอบชิงทุนเพื่อไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น แล้วคนรักของเขาก็สอบติดได้ไปญี่ปุ่นแล้ว ถ้าสอบตก เขาก็ต้องแยกทางกับแฟน ต้องถูกเพื่อนดูถูก ความฝันที่อยากเป็นจิตรกรก็พังทลาย พ่อแม่บังคับว่าถ้าสอบตกจะต้องไปเรียนคอม ซึ่งเป็นวิชาที่เขาเกลียดที่สุด แล้วมีอะไรอีกล่ะ.... ลองเพิ่มข้อแรกที่ผมแนะไปดูนะ เขาเป็นตัวละครที่เราอยากเอาใจช่วย... งั้น สร้างเขาให้เป็นนักวาดที่มีพรสวรรค์มากๆแต่ถูกพ่อแม่ขัดขวางมาตลอด จิตรกรมือหนึ่งของโลกในญี่ปุ่นมีความสนใจในฝีมือเขาและจะสอนเขาถ้าเขาสามารถ สอบผ่านได้ และเขาก็เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ กรรมการตรวจข้อสอบได้รับสินบนจากนักเรียนคนอื่น ทำให้โอกาสที่เขาจะสอบผ่านยิ่งยากขึ้นไปอีก เขารักคนรักของเขามากๆ และเธอก็รักเขาด้วย แต่ถ้าเขาไปญี่ปุ่นไม่ได้ ก็คงไม่มีโอกาสได้เจอคนรักตลอดไป.... อืม คุณเริ่มอยากเอาใจช่วยพระเอกของเราบ้างหรือยังล่ะ?

นี่เป็นตัวอย่างอะไรที่ง่ายๆ แค่เรื่องธรรมดา ถ้าเราเพิ่มเดิมพันลงไป ความน่าสนใจมันก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแล้ว ลองเอาไปใช้กับเรื่องราวของพวกคุณดูสิครับ


อีกจุดที่สำคัญในการเขียนนิยาย คือ การสร้างฉาก นิยายเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นโดยการสร้างเหตุการณ์ (ฉาก) หลายๆฉาก แล้วจึงนำเอาฉากเหล่านั้นมาเชื่อมต่อกัน ซึ่งในการสร้างฉากต่างๆนั้น ผมจะยึดถือคติสามข้อคือ

1.    เป็นฉากที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง และควรจะเป็นการดำเนินเนื้อเรื่องไปข้างหน้า
2.    เป็นฉากที่มีจุดมุ่งหมาย หรือต้องการสื่ออะไรบางอย่าง
3.    เป็นฉากที่สามารถสร้างอารมณ์คล้อยตาม

ความสนุกคงอยู่ที่แต่ละคนนะ แต่ลองถามตัวเองอย่างตรงไปตรงมาดูนะครับ ว่าฉากแต่ละฉากของคุณนั้นมันรู้สึกสนุกไหม และถ้าตัดออกไปมันจะส่งผลอะไรต่อเนื้อเรื่องหรือเปล่า และถ้าเรื่องเป็นแบบสีโทนเดียวมากจนเกินไป เช่นเรื่องรัก ก็รักกันทุกฉากจนหวานเจี๊ยบเลย คนอ่านจะเลี่ยนหรือเปล่า?

อ๋อ แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ผมเองก็พยายามทำให้ได้อยู่ พยายามสร้างฉากแต่ละฉากให้ออกมาเป็นแบบประโยคคำถาม ไม่ใช่เป็นประโยคบอกเล่าซะจนหมด
ความหมายของผมก็คือ ทำอะไรให้คนอ่านอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ความรู้สึกชวนติดตามนะครับ ถ้าเรื่องของคุณดำเนินไปแบบเล่าเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรน่าติดตาม อีกไม่นานคนอ่านก็คงจะหมดความสนใจจนเลิกอ่านไปได้


อีกคติที่นักเขียนนิยายมืออาชีพใช้ก็คือ Show Don’t Tell แสดงโดยการกระทำ ไม่ใช่โดยการบอกเล่า
ถ้าตัวละครของคุณเป็นคนฉลาด อย่าบอกคนอ่านว่าเขาเป็นคนฉลาด แต่แสดงให้เห็นว่า เขาคนนั้นฉลาดตรงไหน  
เพื่อนตายสองคน บางครั้งเขาก็สามารถสื่อถึงกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การแสดงออกโดยบทสนทนามากจนเกินไปนั้น มันดีแล้วหรือ?


และคติสุดท้ายที่ผมยึดเอาไว้ คือ การใส่วิญญาณให้กันนิยาย นิยายทุกๆเรื่องเกิดขึ้นมาจากการอุทิศตนของผู้แต่ง ถ้าเราสามารถใส่วิญญาณของเราลงไปในเรื่องนั้นๆ ผมเชื่อว่าคนอ่านก็คงจะสามารถสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้นได้เหมือนกัน
ทำไมโทลคินถึงสามารถสร้างมิเดิลเอิร์ทในลอร์ดออฟเดอะริงค์ออกมาได้อย่างสม จริงราวกับว่าเป็นโลกจริงๆใบหนึ่ง ทำไมแฮรี่ พอตเตอร์ จึงกลายเป็นเด็กชายที่มีคนจดจำได้มากที่สุด สิ่งนี้มันคงอธิบายกันไม่ได้ แต่คงต้องถามลงไปลึกๆถึงนักเขียนแต่ละคนว่า คุณเขียนนิยายของคุณเพื่ออะไร? และสิ่งนั้นมันสำคัญกับตัวคุณมากแค่ไหน?

สำหรับผมเอง ผมเชื่อว่า นิยายของผมนั้นเปรียบเสมือนชีวิตของผมเลย และผมคงจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้โดยปราศจากมัน และพร้อมที่จะทุ่มเททั้งชีวิตและวิญญาณของผมลงไปให้กับโลกที่ผมจะสร้างขึ้น มาเหล่านั้น


การเขียนนิยายก็เหมือนกับงานฝีมือด้านอื่นๆ บีโธเฟ่นเองก็ไม่ได้เล่นเปียโนเก่งได้ในช่วงข้ามคืน สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเขียนก็คือการฝึกฝน
พูดนั้นเป็นสิ่งที่ง่าย แต่การกระทำถึงจะเป็นสิ่งที่พิสูจน์ตัวเรา ผมเองก็มีปัญหาด้านการใช้ภาษา และการดำเนินเรื่อง ที่จะต้องปรับปรุงอยู่อีกมาก แต่ก็ดีใจที่ยังสามารถหาข้อผิดพลาดของตัวเองได้อยู่เสมอ เพราะถ้าเมื่อไรที่ผมไม่พบข้อผิดพลาดในตัวเอง การพัฒนาของผมก็คงจะหมดไป

ผมก็หวังว่าบันทึกของผมจะช่วยนักเขียนคนอื่นๆได้ไม่มากก็น้อย และผมก็อยากเป็นกำลังใจให้กับทุกๆคน บนเส้นทางสายเดียวกันนี้ด้วยครับ



Flying Goldfish (August'05)



หนังสือแนะนำสำหรับนักเขียน
เขียนนิยาย ของ รัตชา
และสำหรับคนที่อ่านภาษาอังกฤษได้
Writing the Breakout Novel  by Donald Maass
Story by Robert Mckee

Source :: บันทึกของปลาทองบิน โดย Flying Goldfish[writer]

Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

19 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กว่าจะไร้เดียงสา Member 12 มี.ค. 49 15:32 น. 3

ขอบคุณมากครับ ผมเพ่งเริ่มๆด้วยมานั่งอ่านที่นี่ก็ทำไห้ผมำด้รู้อะไรตั้งเยอะ

0
กำลังโหลด
Metal Fox จิ้งจอกเหล็ก-*-55+ Member 22 มี.ค. 49 12:11 น. 4
ผมนั้นไม่รู้อะไรเลยในการเขียน แต่มีเพียงสิ่งเดียวคือ ความอยากและ ปณิธาน
ความต้องการในการเขียน.....เซ็งเมื่อไหร่จะได้เรื่อง
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
พิศราลักษณ์ Member 18 เม.ย. 49 21:17 น. 7

ขอบคุณค่ะ กำลังศึกษาอยู่เหมือนกัน ส่วนใหญ่ก็พอจะค้นพบบ้างแล้ว ขอบคุณนะคะ ได้อะไรมาอีกเยอะเลย
วันนี้นั่งอ่านแฮร์รี่ พอตเตอร์ ทั้งวัน แต่ไม่ได้อ่านเอาสนุกอย่างเดียวนะคะ นั่งจับจุดค่ะว่า ทำไมนิยายของเขาถึงไม่น่าเบื่อ มีจุดเด่นตรงไหน แล้วทำไมแฮร์รี่ถึงเหมือน- -" จะเรียกอะไรเนี่ย คนติดกานตรึม นั่นแหละคะจุดประสงค์ที่อ่าน ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ

0
กำลังโหลด
snuffle Member 14 มิ.ย. 49 12:03 น. 10
อ่านแล้วเห็นภาพชัดขึ้นมากๆ เราเองก็เป็นพวกรู้ข้อบกพร่องของตัวเองนะ เห็นตามที่นายบอกมาเลย..เด๊ะๆ เหอๆ ยังห่างไกลคำว่าเก่ง
ก็อย่างที่บอก ถ้าเรายังเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง ก็แปลว่าเรายังพัฒนาได้

เรื่องการกระทำบอกนิสัยนี่ต้องเรียกว่าเหนือชั้น ไม่ได้จะทำกันง่ายๆ- -" แล้วเราก็ช๊อบบบบชอบ มันใช้จินตนาการทั้งของคนอ่านและคนเขียนสูงดี
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Erdanar Member 4 ก.ค. 49 23:21 น. 12

เราต้องตั้งส่วนประกอบให้ตัวละคร ความคิด เขาจะทำยังถ้าเจออย่างนี้ เขาเป็นไง บุคลิกก็ห้ามหลุดด้วย แล้วอย่าเผลอแสดงความคิดของตัวละครเราออกมาจากตัวละครอีกตัวแทนล่ะ งงเลยอย่างนั้นฯลฯ อะไรแบบนี้ล่ะครับ มันเยอะจริงแต่ถ้าใจมันรักก็ไม่ยากอ่ะนะ^^ แต่ผมยังไม่เก่งด้านนี้อะ ผมเน้นคำมากกว่า แฮ่^^!

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ปลาเสือพ่นน้ำ Member 18 ม.ค. 50 13:30 น. 17
ขอบคูณสำหรับคำแนะนำดีๆน้า
แต่ในเรื่องของเรานี่แทบจะไม่มีตัวร้ายเลยอ่ะ ทำไงดีเนี่ย
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Giifu Member 1 เม.ย. 52 20:11 น. 20
ขอบคุณค่ะ พออ่านแบบนี้เเล้วรู้เลยว่าทำไมนิยายบางเรื่องอ่านแล้วลืมเลือนไปตามกาลเวลา บางเรื่องแม้ผ่านมาหลายปีก็ยังคงจำได้ ขอบคุณที่แนะนำมากๆเลยนะคะ ช่วยได้เยอะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด