ฮาดดดดดดดดดด เช้ย!! T{=>0<=}T!!
แหะๆ ช่วงนี้กรมอุตุบอกว่าฝนจะตกบ่อย ระวังสุขภาพหน่อยนะครับ ^0^"
แต่ไหนๆก็ไหนๆ ขอเอาเรื่อง หวัด(ไม่)ดี มาพาดพิงประเด็นเกี่ยวกับการตลาดดีกว่า
ไม่ได้กวนนะครับ ถ้าท่านพิจารณาดูจะเห็นว่า มันเป็นทั้งเรื่องที่ดี ใช้สำหรับการทักทาย และเป็นการบอกว่า โรคหวัดนั้น ไม่ใช่สิ่งดี ไปพร้อมๆกัน
แล้วมันเกี่ยวยังไงกับการตลาด ?
สำหรับผม ผมเห็นว่ามันเป็นดาบสองคมที่ส่วนตัวแล้วไม่นิยมใช้ แม้การโปรโมต และประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งจำเป็น แต่ที่ร้ายก็คือ มันอาจทำให้เราหันไปใส่ หน้ากาก ได้
เรื่องของใจ และในที่นี้จะขอเน้นถึงความจริงใจ เป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมาก และคำว่า หน้ากาก นั้น หากแยกคำแล้วแปลความหมายตามตัวอักษรจะพบว่า " กาก " ก็คือ " ของเสีย "
แล้ว หน้าที่มีกากโปะอยู่เต็มๆ นี่มันน่าดูนักหรือครับ ?!
ขออภัยถ้ามันออกจะแรงไป แต่เจตนาของผมก็คือ ตีปลาหน้าไซ และอยากย้ำให้ทุกท่าน ทำการตลาดอย่างจริงใจ เพราะท่านทำสิ่งใดย่อมได้รับผลเช่นนั้น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้.......
ถามง่ายๆว่า จริงหรือที่เขาจะดูไม่ออก?
เป็นไปได้ไหมว่าท่านกำลังโดนหลอกอยู่อีกชั้น !?
โลกเราทุกวันนี้ไม่อาจปกิเสธได้ว่า การประชาสัมพันธ์นั้นเป็นสิ่งจำเป็น ท่ามกลางความหลากหลาย และปริมาณที่ล้นหลาม มันเป็นไปได้ยากที่จะอาศัยแค่การพูดกันปากต่อปากแล้วดังไปค่อนโลก แต่ถึงกระนั้นสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือการเติบโต ทั้งในแง่ของงานเขียนและการดัง....
ผมเชื่อว่า ท่านที่มีใจรักในงานเขียนอย่างจริงจัง คงไม่อยากกลายเป็นคนที่ ดังเป็นพลุแตก แล้วแหลกหายไปในอากาศ ใช่หรือไม่ !?
การประชาสัมพันธ์ที่ดีนั้นเริ่มแรกที่คุณภาพงานของเราเอง ถ้างานของเรายังไม่ดีจริง มัวแต่ไปเน้นการประชาสัมพันธ์ หรือหลักการตลาดต่างๆ ทำให้ตายก็คงไม่มีวันค้างฟ้า ซึ่งผมคงต้องขอบอกอีกครั้งว่า มันจะกลายเป็นการหลอกคนอื่นให้มาด่างานของเราเสียมากกว่า ด้วยซ้ำ!!!
ถึงเขาจะชม หรือให้คะแนนเรามา แต่มันก็ อาจ เป็นไปเพียงเพื่อให้เราเข้าไปอ่านงานเขาบ้าง หรือเรียกง่ายๆว่า กำลังโดนหลอกกลับ นั่นเอง ดังนั้นจึงต้องกราบขออภัย และขอร้องว่า ได้โปรดพัฒนางานตัวเองก่อนเป็นหลัก ที่ผมเขียนบทความอันแรกมานั้น ก็เพื่อเน้นให้พวกท่านให้ความสำคัญของการมีใจรัก และการพัฒนา มากกว่าจะไขว่คว้าหาผลอันเลิศทั้งที่เรายังไม่พร้อม !!!
อย่างเรื่องของผมเอง มีคนอ่านไม่มากนัก วันหนึ่งๆมีคนเข้ามาไม่ค่อยจะเกินสิบ แต่ด้วยความที่ใจรักจริง ผมก็ยังปักหัวดิ่งไม่ยอมเลิกจนได้ (ตรูจะเขียน ใครจะทำไม ไม่อ่านก็เรื่องของเอ็งเดะ >w<)
แน่นอนว่าการตลาดผมก็ทำบ้าง ซึ่งก็ต้องยกประโยชน์ให้ปรามาจาร์ยเทมส์ที่ช่วยชี้แนะ ( ด้วยเจตนาดีและมีขอบเขตนะ ^^" ) แต่ผมจะรับมาปรับใช้ และเน้นที่การอัพหน้าเว็บเป็นหลัก ซึ่งไม่แตกต่างจากการโฆษณาทั่วไปคือ " ยิ่งเห็นบ่อย ยิ่งจำแม่น เดี๋ยวเขาก็แล่นไปหาเราเอง " เป็นต้น
อีกอย่างคือการไปหาเรื่อง(คอมเม้นท์)ชาวบ้าน ซึ่งหากท่านใดเคยอ่านการเม้นท์ของผมมาบ้าง คงรู้ได้เองว่าจริงใจหรือไม่ ถ้าจะหาเพื่อนสร้างความสัมพันธ์กับใคร ผมก็จะไปอ่านเรื่องของคนๆนั้นอย่างจริงใจและตั้งใจ ไม่ใช่ไปอ่านผ่านๆ ซ้ำยังเป็นโอกาสให้เราได้ศึกษาจากจุดอ่อน จุดแข็งของเขาได้เป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นการพัฒนาตัวเองไปพร้อมๆกับช่วยเพื่อนไปด้วยในตัว ซึ่งเรียกให้หรูก็คือการเติบโตไปด้วยกันนั่นเอง
อยากถามว่าอย่างนี้ มันจะทำให้สังคมงดงามและน่าอยู่กว่าไหมครับ ?
จะว่าไป นี่ถือเป็นหลักการตลาดตามแบบผมเองก็ได้ ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร เพราะผมไม่ใช่คนที่เห็นด้วยกับสังคมที่เดี๋ยวนี้มักจะแข่งขันกันอยู่แล้ว สำคัญคือผมต้องการจะเติบโตเป็นไม้ใหญ่ ที่ออกลูกสืบผลได้อย่างยั่งยืน ส่วนการจะเป็นดอกไม้ในแจกันแค่ชั่วข้ามคืนนั้นผมไม่เอา
ด้วยรักและปรารถนาดี
Chen
Source :: บันทึกของ Chen ว่าด้วยหลักการตลาด โดย Chen [writer]
12 ความคิดเห็น
อย่าลืมมองโลกในแง่ดีด้วยนะครับ คนดีๆที่จริงใจยังมีอีกเย๊อะ~~~
ความคิดของคุณเป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ดี ความจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ
อื้อหือ แต่มันก็จริงนะ ที่ว่าไปอ่านเรื่องผ่านแล้วโพสให้มาอ่านนิยายของเค้าเนี่ย...
จะนำไปทบทวนดูครับ ^^
ฮ่า ชอบสำนวนคุณมากเลย