/>

สัมผัส The Six Sense กับ 4 นักเขียนดัง []

วิว

 

 

                  สวัสดีค่ะ น้องๆ ชาว Dek-D.com ที่น่ารักทุกคน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 มี..) พี่ปัดได้มีโอกาสต้อนรับ 4 นักเขียนชื่อดังจากพิมพ์คำสำนักพิมพ์ ที่เดินทางมาร่วมพูดคุยกับพี่ปัดถึงที่มาของโปรเจ็กต์พิเศษ “The Six Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ” อ๊ะๆ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าคืออะไร และมีความพิเศษอย่างไร

{pic-desc}

                  โปรเจ็กต์พิเศษ “The Six Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ” ของพิมพ์คำสำนักพิมพ์ ถือเป็นการรวมตัวกลับมาทำงานอีกครั้งของ ณารา, ซ่อนกลิ่น, แพรณัฐ, ร่มแก้ว และยังได้ เก้าแต้ม มาเป็นกำลังเสริมอีกคนในการสร้างสรรค์งานเขียนในครั้งนี้ ซึ่งการถ่ายทอดเรื่องราวของ “The Six Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ” ยังคงมีการลำดับเรื่องราวที่มีความต่อเนื่องสอดคล้องกันเหมือนเดิม ถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถของนักเขียนทั้ง 5 คน เป็นอย่างมาก เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การเขียนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันไป

                 “The Six Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ” เป็นนวนิยายชุดที่แบ่งออกเป็น 5 เล่ม โดยเป็นเรื่องราวของ 5 หญิงสาวที่มีสัมผัสที่หกที่ได้มาพบกันในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พวกเธอมักจะถูกคนรอบข้างมองว่าเป็นตัวประหลาดอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเมื่อสำเร็จการศึกษาจึงตัดสินใจร่วมลงขันเปิดบริษัทที่พวกเธอถนัดมากที่สุดนั่นก็คือ การเปิดบริษัทซิกซ์เซนส์ จำกัด เพื่อใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติที่แต่ละคนมีเพื่อคลายทุกข์ ให้คนที่กำลังเดือดร้อนจากสิ่งเหนือธรรมชาติ โดยไม่รู้เลยว่างานที่ทำนั้น มีอันตรายมากมายรออยู่

{pic-desc}

                   และในวันนี้พี่ปัดก็ได้นำบทสัมภาษณ์ของ 4 นักเขียน (ขาดพี่ณารา) ที่มาพูดคุยถึงที่มาของโปรเจ็กต์นี้ ทั้งในด้านการทำงานร่วมกัน การคิดพล็อตเรื่อง กลวิธีการนำเสนอ พร้อมกับทำความรู้จักพวกเขาให้มากยิ่งขึ้น พร้อมกันแล้วใช่ไหม งั้นเราไปพูดคุยกับซ่อนกลิ่น, แพรณัฐ, ร่มแก้ว และเก้าแต้ม กันเลยค่ะ...

พี่ปัด : สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นรบกวนแนะนำตัวพร้อมผลงานให้น้องๆ ชาว Dek-D.com ได้รู้จักกันก่อนนะคะ?

พี่ซ่อนกลิ่น : สวัสดีครับ ซอนกลิ่น ครับ ผลงานเรื่องล่าสุดคือ ทรายเลื่อมมุก ครับ

พี่แพรณัฐ : สวัสดีค่ะ แพรณัฐ ค่ะ ผลงานล่าสุดก็ ลายร้ายลายรัก ค่ะ

พี่เก้าแต้ม : สวัสดีค่ะ เก้าแต้ม ค่ะ ผลงานล่าสุดเรื่อง พิศวาสแสงจันทร์ ค่ะ

ร่มแก้ว : สวัสดีค่ะ ร่มแก้ว ค่ะ ผลงานล่าสุดก็ แม่น้ำนี้ชื่อนิจนิรันดร์ ค่ะ


พี่ปัด : งั้นมาเข้าคำถามแรกกันเลยนะคะ The Sixth Senseสื่อรักสัมผัสหัวใจ คืออะไร?

พี่ซ่อนกลิ่น : เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิงห้าคนที่มีสัมผัสพิเศษ ซึ่งก็เป็นที่มาของคำว่า Sixth Sense แต่ละคนก็มีสัมผัสพิเศษคนละอย่างแล้วก็มารวมตัวกันเปิดบริษัทช่วยเหลือวิญญาณ

 พี่ซ่อนกลิ่น                                       พี่แพรณัฐ

พี่ปัด : ทราบมาว่า พี่ๆ เคยทำงานร่วมกันมาก่อนในนิยายชุดบ้านไร่ปลายฝัน ครั้งนี้ได้กลับมาทำงานร่วมกันอีกครั้งรู้สึกอย่างไรบ้าง?

พี่แพรณัฐ : ก็ดีค่ะ สนุกอบอุ่นค่ะ ทันทีที่ บ.. พี่โป่ง คุยกับพวกเราว่าจะทำอะไรสนุกๆ กันอีกไหม พี่ก็ตอบรับเลย คือแบบบรรยากาศที่เราเคยทำงานด้วยกันทุกวัน จากที่ทุกทีที่เราเขียนคนเดียว พอได้มาทำงานด้วยกันเราจะได้มีคนอื่นที่ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ บรรยากาศแบบนั้นก็กลับมาอีกครั้ง แล้วครั้งนี้มีพี่เก้าแต้มมาเพิ่มเข้ามาก็เหมือนมีจุดแข็งมากขึ้น


พี่ปัด : แล้วทางพี่เก้าแต้มล่ะคะรู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานครั้งนี้?

พี่เก้าแต้ม : ก็รู้สึกดีใจมากค่ะ ตอนที่พี่โป่งชวนให้มาทำงาน พี่ก็ตื่นเต้น แต่ขณะเดียวกันก็เครียดนิดหน่อย กังวลว่าจะทำได้ดีมั้ย แต่ว่าพอดีเพื่อนๆ กับน้องๆ น่ารักมาก รู้สึกเหมือนเป็นเพื่อนกันก็ทำให้บรรยากาศในการทำงานมีความสุข ความเครียดมันก็ลดลง


พี่ปัด : ความเหมือนและความแตกต่างของ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ กับบ้านไร่ปลายฝันอยู่ที่ตรงไหน?

พี่ร่มแก้ว : ทำไมเจอคำถามยาก (ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน) ก็บ้านไร่ปลายฝันเหมือนเป็นเรื่องความรักกุ๊กกิ๊กค่ะ แต่ว่า The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ ก็ยังคงความน่ารักเรื่องความรักโรแมนติกกุ๊กกิ๊กอยู่ แต่ว่าเราเพิ่มมาในหลายอย่าง ในเรื่องของการที่นางเอกมีสัมผัสพิเศษก็จะทำให้เพิ่มความเป็นแฟนตาซีนิดๆ เพิ่มความตื่นเต้นน่าติดตามตรงที่ในแต่ละเรื่อง จะต้องมีสืบสวนสอบสวนนิดๆ แล้วก็มีเรื่องผี เข้ามาให้ดูมีสีสันมากขึ้น

 พี่เก้าแต้ม                                       พี่ร่มแก้ว

พี่ปัด : พล็อตเรื่องหลักของ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ คืออะไรคะ?

พี่ซ่อนกลิ่น : พล็อตเรื่องหลักก็อย่างที่บอกว่าจะมีผู้หญิง 5 คน ซึ่งแต่ละมีสัมผัสพิเศษคนละอย่าง แล้วก็มารวมตัวกันเพื่อที่จะสะสางคดีเกี่ยวกับวิญญาณ


พี่ปัด : ถามพี่ร่มแก้วบ้างดีกว่า ใน The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ นั้น แต่ละเล่มมีความเกี่ยวข้องกันยังไง?

พี่ร่มแก้ว : อย่างในบ้านไร่ปลายฝันจะเป็นพี่น้องกัน แต่ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ นี้ จะเป็นเพื่อนผู้หญิง5 คน ที่คล้ายๆ ว่ามีโชคชะตาเกี่ยวพันกัน เกิดวันเดียวกัน แล้วก็มาเจอกันในมหาวิทยาลัย แล้วพบว่าแต่ละคนมีสัมผัสพิเศษกันคนละอย่าง ก็เลยมาร่วมกันเปิดบริษัทด้วยกัน แล้วในบริษัทนี้ก็จะมีลูกค้าเข้ามาแต่ละเคสแต่ละคนก็จะรับไป ก็จะเป็น 5 เคส คือจะเชื่อมโยงกันตรงนี้ ในแต่ละเคสของแต่ละเล่มถึงจะมีตัวเอกของเรื่องนั้นๆ รับไป แต่ว่าเพื่อนๆ ก็ยังต้องคอยมาช่วย มาใช้ความสามารถพิเศษที่แต่ละคนมีมาช่วยกันคลี่คลายเรื่องราวในแต่ละเล่มด้วย

{pic-desc}

พี่ปัด : แล้วมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับ The Sixth Sense แบบนี้แล้วรู้สึกกลัวกันบ้างหรือเปล่า?

พี่เก้าแต้ม : จริงๆ ก็กลัวนะ พอดีส่วนตัวพี่กลัวอยู่แล้ว (หัวเราะ) พอมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณ ก็รู้สึกว่าสร้างบรรยากาศน่ากลัว โดยเฉพาะบางทีเราเขียนตอนกลางคืนแล้วนั่งอยู่คนเดียวก็รู้สึกว่า เอ้ะ! ข้างหลังมีอะไรมั้ย (หัวเราะ) ก็กลัวค่ะ


พี่ปัด : แต่ละคนก็มีสไตล์การเขียนที่แตกต่างกันไป แล้วเมื่อต้องมาทำงานร่วมกันต้องปรับตัวกันอย่างไรบ้าง?

พี่แพรณัฐ : คือเราปรับตัวกันมาตั้งแต่ตอนที่เขียนบ้านไร่ปลายฝัน ก็จะเรียนว่าปรับตัวก็ไม่ได้ คือเหมือนกับว่าพวกเราค่อนข้างจะสนิทกันอยู่แล้ว แล้วพอมาทำงานด้วยกันก็เหมือนกับว่าความสนิทที่เหมือนพูดคุยกันธรรมดาก็เพิ่มมาเป็นเรื่องงาน เหมือนกับมันช่วยส่งตรงนี้ให้ทำงานไม่ยาก แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรเท่าไรเลย เหมือนกับว่าแต่ละคนจะมีจุดแข็งของทุกคน แล้วก็เหมือนกับว่าได้ช่วยกันเรียนรู้กัน


พี่ปัด : ทราบมาว่าแต่ละคนเพิ่งไปทำกิจกรรมที่พัทยากับแฟนๆ นักอ่านกันมา รู้สึกยังไงบ้าง?

พี่เก้าแต้ม : กิจกรรมที่ไปสนุกดีนะ มีแฟนคลับส่วนหนึ่งไป แล้วก็มีเพื่อนนักเขียน นักข่าว แล้วก็ร้านหนังสือ สำหรับพี่เป็นงานครั้งแรกที่มีคนเยอะขนาดนี้ ก็จะเหมือนกับว่าพอเราไปก็ได้ไปดูสถานที่ต่างๆ เหมือนย้อนรอยบรรยากาศในเรื่อง ก็เป็นการทำกิจกรรมร่วมกับแฟนคลับที่สนุกค่ะ

{pic-desc}

พี่ปัด : การไปทำกิจกรรมที่พัทยาในครั้งนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในนิยายหรือเปล่าคะ?

พี่แพรณัฐ : ก็เกี่ยวค่ะ คือเรื่องเปลวไฟในสายลม ในส่วนของพี่เรื่องราวจะเกิดที่พัทยา แล้วก็เรื่องจะเกิดในคาบาเรต์โชว์ ซึ่งเราก็ได้แรงบันดาลใจมาจากทิฟฟานีค่ะ คือตอนที่จะเขียน The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ พี่โป่งก็ได้พาพวกเราไปทำเวิร์กช็อปที่พัทยาค่ะ คือเหมือนกับว่าไปปรับเรื่องของการเขียน พัฒนาการเขียนของพวกเรา แล้วก็ทำเวิร์กช็อปสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะ แล้วก็มีนิยายอีกเรื่องนึงที่เราเขียนร่วมกัน 4 คนแล้วก็มีนักเขียนอีกท่านหนึ่งรวมเป็น 5 เป็นเรื่องเดียวกันชื่อ โจรกรรมรัก อยู่ในเล่มเดียวกัน ซึ่งยังไม่ได้ออกงานหนังสือนี้ แต่คงออกตามเร็วๆ นี้ เรื่องนั้นก็จะเกิดขึ้นในคาบาเรต์โชว์เหมือนกัน ก็เลยเหมือนเกี่ยวพันสองเรื่อง


พี่ปัด : เรื่องโจรกรรมรัก พี่ณาราไม่ได้เขียนด้วยหรือคะ?

พี่แพรณัฐ : ใช่ค่ะ ไม่ได้เขียนด้วยค่ะ



พี่ปัด : คิดว่านักอ่านจะได้รับอะไรหลังจากอ่าน The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ จบแล้ว?

พี่ซ่อนกลิ่น : อันแรกคือได้รับความสนุก (หัวเราะ) ความสนุกสนานของแต่ละเล่ม ซึ่งก็เป็นสไตล์ที่ต่างกันไปของแต่ละคน อย่างของ ร่มแก้วนี่ก็จะออกแนวกุ๊กกิ๊กหวานๆ นิดๆ

พี่ร่มแก้ว : ของพี่ซ่อนกลิ่นนี่ก็จะขำทุกบรรทัด (ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน) ขำบรรทัดเว้นบรรทัด

พี่แพรณัฐ : แต่ละคนก็จะมีสไตล์เขียนของตัวเอง พี่ณาราก็แบบหนึ่ง พี่ซ่อนกลิ่นแบบหนึ่ง ทุกคนจะมีสไตล์ของตัวเอง น้องที่อ่านก็จะได้อรรถรส สมมติอ่านครบเซ็ตก็จะได้ทุกรส เพราะว่าแต่ละคนก็จะมีจุดเด่นที่ไม่เหมือนกัน

{pic-desc}

พี่ปัด : ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนมากค่ะ สุดท้ายนี้ อยากให้ฝากถึงน้องๆ ชาว Dek-D.com ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง เคล็ดลับอยู่ที่ตรงไหน?

พี่ซ่อนกลิ่น : เคล็ดลับก็คือ อ่านให้เยอะ การอ่านนี่จะเป็นการเก็บข้อมูลเอาไว้ในสมอง เหมือนมีคลังคำอยู่ในสมอง เสร็จแล้วก็ต้องพัฒนาต่อไปด้วยการเขียน เขียนเข้าไปเถอะ เขียนไปก่อนเดี๋ยวมันจะพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก

พี่แพรณัฐ : ตอบหมดแล้วจะให้พูดอะไรเนี่ย (หัวเราะ) ก็เห็นด้วยกับพี่ซ่อนกลิ่นน่ะค่ะ เวลาอ่านก็คือพยายามอย่าอ่านแค่แนวเดียว อย่างเช่นบางทีถ้าเราชอบนิยายก็จะอ่านแต่นิยาย นิยายรักนิยายรักมันก็จะได้แค่มุมเดียว คือพยายามอ่านให้ได้ทุกๆ แนว เวลาที่ไปไหนพยายามสังเกตสิ่งรอบตัว บางทีเราอาจจะได้พล็อตเรื่อง ได้ความรู้ คือเรามีคลังคำแล้วนี่จะเป็นคลังความรู้จากทุกสิ่งรอบตัวที่จะเป็นความรู้ที่เราเอามาเขียนได้

พี่เก้าแต้ม : พี่ว่าที่สำคัญก็คือ ต้องมีความพยายามแล้วก็อย่าท้อ เพราะว่ามันไม่ใช่ว่าครั้งแรกเราส่งปุ๊บแล้วเราจะได้เลย หรือว่าเราเขียนแล้วจะดีสุดๆ ในครั้งแรก พี่ว่าจะต้องมีการเริ่มต้นแล้วก็มีการพัฒนา

พี่ร่มแก้ว : แย่ละ เขาตอบกันหมดแล้ว (ทุกคนหัวเราะ) ก็เหมือนกันค่ะ คือเขียนให้จบเรื่อง เป็นสิ่งที่ยากเหมือนกันนะ กว่าจะเขียนให้จบเรื่อง ก็ต้องพยายามว่า สมมติว่าเราเขียนไปได้ครึ่งเรื่องแล้ว เบื่อ ตรงครึ่งเรื่องเนี่ยเหมือนกับว่าเรารู้สึกเบื่อเราไม่มั่นใจรึเปล่า ก็ให้เขียนให้จบ เพื่ออย่างน้อยพอจบเรื่องแล้ว อย่างน้อยเอาไปเสนอที่ไหนส่งที่ไหนไปก็ยังดีหรือมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แล้วถ้าเกิดไม่มั่นใจก็ลองให้เพื่อนอ่าน หรือเอาไปลงในเว็บไซต์ก็ได้ ถ้าเกิดได้รับคำวิจารณ์อะไรก็อย่าท้อแท้นะคะ

{pic-desc}

                  ได้ทราบถึงเบื้องหลังกว่าจะมาเป็นโปรเจ็กต์พิเศษ The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ และข้อคิดดีๆ จากพี่ๆ นักเขียนทั้ง 4 คนกันไปแล้วนะคะ น้องๆ ชาว Dek-D.com ก็ไม่ควรพลาดโปรเจ็กต์พิเศษครั้งนี้นะจ๊ะ เพราะพี่ปัดรับรองว่าอ่านแล้วจะต้องได้อรรถรสทั้งความสนุก เข้มข้น และลุ้นระทึกแน่นอน แถมยังได้เคล็ดลับเทคนิคการเขียนที่มีประโยชน์สามารถนำไปปรับใช้ได้อย่างแน่นอนค่ะ


                  พี่ปัดหวังว่าบทสัมภาษณ์ในวันนี้ที่เอามาฝากนั้น จะทำให้น้องๆ ชาว Dek-D.com ที่มีความฝันลุกขึ้นมาและก้าวเดินไปยังถนนสายนักเขียนและโด่งดังสร้างผลงานดีๆ ออกมาประดับวงการนวนิยายไทยเหมือนอย่างพี่ๆ ได้ทำไว้วันนี้นะคะ

{pic-desc}

ว่าแต่น้องๆ ชาว Dek-D.com ชอบอ่านนวนิยายประเภทรัก

สืบสวนสอบสวนที่มีกลิ่นอายเร้นลับรวมอยู่ด้วยรึเปล่าจ๊ะ

เด็กดีดอทคอม :: พบกับนักเขียนแจ่มใสสุดฮอตใน...; tags: Hideko_Sunshine , มิลค์พลัส , jamsai , นักเขียน , นิยาย , หนังสือ , วัยรุ่น , สำนักพิมพ์ , ศูนย์หนังสือจุฬา , สยาม

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=pud

พี่ปัด - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นักเขียน #นิยาย #The Sixth Sense สื่อรักสัมผัสหัวใจ #ผี #สถาพรบุ๊คส์ #ซ่อนกลิ่น #ณารา #ร่มแก้ว #แพรณัฐ #เก้าแต้ม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?