|
ถ้าเอ่ยถึงนิยายแฟนตาซี พี่ปัดเชื่อว่าน้องๆ ชาว Dek-D.com หลายคนคงจะนึก กัลฐิดา เจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา และ The Draker's Story กันใช่ไหมจ๊ะ ซึ่งวันนี้พี่ปัดก็จะพาทุกคนไปพูดคุย และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของนักเขียนสาวคนนี้ให้มากขึ้น โดยเริ่มต้นจาก.... พี่ปัด : ช่วยแนะนำตัวเองพร้อมผลงานให้น้องๆ ชาว Dek-D.com รู้จักหน่อยคะ พี่กัลฐิดา : สวัสดีค่ะ กัลฐิดาค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าพี่กัลก็ได้ คิคิ เพราะตอนนี้คงหาคนอายุมากกว่าได้น้อยเต็มที ผลงานของพี่ก็มีเรื่อง เซวีน่า มหานครแห่งมนตราแล้วก็ The Draker's Story จ้า พี่ปัด : ตอนที่ทำอะไรอยู่คะ พี่กัลฐิดา : ตอนนี้พี่ทำงานแล้วค่ะ เป็นทันตแพทย์ประจำอยู่โรงพยาบาลของรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดสิงห์บุรี (ใครปวดฟันไปหาพี่ได้ ถ้าหาเจอนะ ^_^) พี่ปัด : เริ่มต้นการเป็นนักเขียนได้ยังไงคะ พี่กัลฐิดา : มันเริ่มต้นจากการที่เราอ่านมากก่อนค่ะ พออ่านมากๆ เข้าไม่เหลือหนังสืออะไรให้อ่านก็เลยอยากเขียนขึ้นมาบ้าง อยากเป็นเหมือนนักเขียนคนอื่นๆ ที่เราอ่านแล้วทึ่งกับความคิดและพล็อตเรื่องของเขา อยากทำให้คนอื่นได้รู้สึกเหมือนกับทีเรารู้สึกผ่านงานเขียนของเราบ้าง พอคิดอย่างนั้นก็เลยเริ่มเขียนจ้ะ พี่ปัด : รู้สึกยังไงบ้างที่เซวีน่า มหานครแห่งมนตรา เป็นผลงานสร้างชื่อเสียงให้กับ กัลฐิดา เป็นที่รู้จักของนักอ่าน พี่กัลฐิดา : ดีใจ ปลื้มใจ ตกใจ แปลกใจ มีทุกอารมณ์เลยค่ะ เพราะนักเขียนทุกคนรักงานเขียนของตัวเอง ดังนั้นพอมีคนชื่นชมหรือมีความสุขกับผลงานของเรา เราก็จะดีใจมาก เหมือนแม่ที่มีคนมาชมว่าลูกสาวเราสวยนั่นแหละ ความรู้สึกเดียวกันเลย พี่ปัด : ทราบมาว่าตอนนี้มีผลงานใหม่เรื่อง The Draker's Story แล้ว ช่วยเล่าเรื่องราวให้ฟังหน่อยคะ พี่กัลฐิดา : The Drakers story เป็นเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกับมังกรค่ะ เรื่องราวจะดำเนินไปในโลกที่มีพื้นฐานที่เวทมนตร์ มังกร จอมเวทย์เป็นเพียงนิทานปรำปรา แถมนางเอกของเรายังเกลียดเรื่องพวกนี้เข้าไส้ แต่สุดท้ายก็ต้องจับพลัดจับพลูได้มังกรมากับเขาตัวหนึ่งกับปัญหายุ่งๆ อีกหลายอย่างซึ่งตามมาเป็นพรวนแบบชนิดยังหาปลายแถวไม่เจอ เรื่องราวยิ่งซับซ้อนชวนให้สงสัยมากยิ่งขึ้นเพราะแอมมี่ (นางเอกของเรา) ไม่สามารถไว้ใจใครได้เลยไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว ผู้ใช้เวทมนตร์หรือแม้แต่ Draker' ซึ่งก็คือ บุคคลที่มังกรให้ความเชื่อใจมากที่สุด การผจญภัยที่เต็มไปด้วยปริศนาจึงเริ่มต้นขึ้นค่ะ พี่ปัด : คิดว่าจุดเด่นของผลงานเรื่อง The Draker's Storyอยู่ที่ตรงไหนคะ พี่กัลฐิดา : ปริศนาและความซับซ้อนของปมเรื่องค่ะ พี่เขียนเรื่องนี้ขึ้นเพราะอยากให้น้องๆ นักอ่านสนุกกับการเดาว่าจะเกิดอะไรขึ้น สนุกไปกับการค้นหาคำตอบของคำถามที่คนอ่านสงสัย เหมือนกับพล็อตแรกเริ่มของเรื่องที่พี่ตั้งไว้ว่า เพราะโลกนี้เต็มไปด้วยความลับมนุษย์จึงช่างสงสัย และเพราะมนุษย์ช่างสงสัย เราจึงเห็นว่า โลกใบนี้ช่างงดงาม พี่ปัด : ระหว่างเซวีน่า และ The Draker's Story มีความเหมือนและความต่างที่ตรงไหน พี่กัลฐิดา : สำหรับคนเขียนทั้งสองเรื่องแตกต่างกันค่อนข้างเยอะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง ความขัดแย้งและลักษณะตัวละคร แต่สิ่งที่เห็นเด่นชัดที่สุดในตอนนี้และจะชัดเจนขึ้นไปอีกหากทุกคนอ่านไปจนจบก็คือ ตัวนางเอกของเรา เฟมีลเป็นเด็กสาวที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรหรืออยู่ที่ไหน เขามักจะเด่นอยู่เสมอ เป็นที่รักเสมอ เด็กคนนี้เกิดมาเพื่อเป็นที่รัก เก่งกาจราวกับว่าคนบนฟ้าหลงรักเธออย่างไม่ลืมหูลืมตา มุมมองของเฟมีลเป็นไปในเชิงบวกเสมอและมักจะคิดถึงผู้อื่นก่อนที่จะคิดถึงตัวเอง แต่แอมมี่ไม่ใช่ แอมมี่มีความเป็นมนุษย์มากกว่าเฟมีลในหลายๆ ด้าน แม้ชาติกำเนิดจะคล้ายกันในเรื่องของการต่อสู้ชีวิต แต่แอมมี่กลับแกร่งและกระด้างกว่า แอมมี่ไม่ใช่คนเก่งหรือมีพรสวรรค์ไปทุกด้านอย่างเฟมีล และสังคมรอบตัวแอมมี่ก็ไม่ได้เอื้อให้เธออยู่ในสถานะที่จะมองเห็นคนอื่นสำคัญกว่าตัวเธอหรือคนสำคัญของเธอ โครงสร้างทางสังคมของทั้งสองเรื่องก็แตกต่างกันค่อนข้างเยอะ เนื่องจากเซวีน่าเป็นโลกที่พี่สร้างขึ้นโดยยึดความสมบูรณ์แบบเป็นที่ตั้ง ดังนั้นไม่ว่าจะเหตุการณ์อะไรตามท้องเรื่อง พล็อตจะมุ่งไปที่การแสดงว่า ความสมบูรณ์แบบที่แท้จริงคืออะไร แต่สำหรับลาโคน่า ซึ่งเป็นเป็นประเทศที่นางเอกของเราอาศัยอยู่ มีความเหมือนกับสังคมที่เราอาศัยอยู่มากกว่า ในขณะที่ทุกอณูของเซวีน่าเต็มไปด้วยเวทมนตร์อย่างชัดเจน แต่ลาโคน่ากลับเป็นสังคมที่ธรรมดาและไม่เชื่อเรื่องเวทมนตร์ ยังไม่นับเรื่องของชนชั้นและค่านิยมการดำเนินชีวิต ถ้าอ่านไปจะเห็นถึงการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนในลาโคน่า และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันนี่เองทำให้ ตัวเอกซึ่งเป็นผู้ดำเนินเรื่อง มีความแตกต่างกัน และเมื่อพวกเขาแตกต่างกัน การตัดสินใจในเรื่องต่างๆ จึงแตกต่างกัน ผลที่ตามมาก็ไม่เหมือนกัน แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น พี่ก็อยากให้ทุกคนติดตามไปจนจบเรื่อง แล้วสนุกไปกับแอมมี่เหมือนกับที่เคยสนุกมาแล้วกับการผจญภัยของเฟมีล พี่ปัด : คิดว่าเสน่ห์ของการเขียนนิยายแฟนตาซีอยู่ที่ตรงไหน พี่กัลฐิดา : เสน่ห์ของการเขียนแฟนตาซีคือ อิสรภาพทางความคิด คนเขียนจะสนุกไปกับการสร้างโลกในจินตนาการของเรา เรา คือ พระเจ้าอย่างแท้จริงในโลกใบนั้นๆ และยิ่งทำให้คนอื่นอ่านแล้วเข้ามาอยู่ในโลกที่เราสร้างขึ้นได้ด้วย..นั่นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ จริงไหมคะ? พี่ปัด : เคล็ดลับการเขียนของกัลฐิดามีอะไรบ้างคะ พี่กัลฐิดา : ช่างสังเกตและตั้งคำถามอยู่เสมอค่ะ การช่างสังเกตจะทำให้น้องๆ มีคลังภาพในสมอง ยิ่งเรามีภาพที่ละเอียดมากเท่าไร เราก็จะสามารถอธิบายได้เห็นภาพมากเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากเขียนฉากพิธีกรพูดบนเวที เราก็ต้องไปสังเกตว่าพิธีกรจริงๆ เขาพูดอย่างไร ใช้คำพูดแบบไหน เว้นจังหวะช่วงไหน วาดมือไปทางไหน ไล่สายตาอย่างไร ถือไมค์ระดับไหน ขณะที่เปล่งเสียงเป็นยังไง ใบหน้าเขายิ้มหรือบึ้ง ดวงตาเขาสื่ออารมณ์แบบไหน เป็นต้น เห็นไหม แค่เรื่องพิธีกร ถ้าเราช่างสังเกตแล้วเก็บข้อมูล เวลาที่เราอธิบายในนิยายของเรา เราก็จะอธิบายได้อย่างชัดเจน ต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า นิยาย คือ การอธิบายภาพจากตัวอักษร ดังนั้น ถ้าคนเขียนยังมองไม่เห็นภาพ เราก็เขียนให้คนอ่านเห็นภาพไม่ได้ ^_^ ส่วนการตั้งคำถาม อันนี้เป็นเคล็ดไม่ลับส่วนตัวค่ะ เพราะคิดว่าน้องๆ นักเขียนในเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมทุกคนเก่งๆ กันทั้งนั้น คงต้องมีเคล็ดลับของตัวเองมากมาย และคงมีไม่น้อยที่ใช้วิธีเดียวกับพี่ มีน้องๆ หลายคนถามพี่ว่า พี่วางพล็อตอย่างไร คำตอบก็คือ การตั้งคำถามค่ะ หลังจากที่เราสังเกตทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเอง(โดยเฉพาะเรื่องที่น่าสนใจ) พี่ก็จะคิดต่อไปสักนิดว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้หล่ะ อะไรคือเหตุผลให้เขาทำแบบนี้ ทำแบบนั้นไม่ได้เหรอ และอีกมากมาย สิ่งที่ตามมาก็คือน้องจะได้พล็อตมากมายที่สมเหตุสมผลและไม่สมผล น้องจะได้ทั้งเหตุผลที่ใช้ได้จริงและเหตุผลแบบขอไปที หลังจากนั้น เราก็เอาทุกอย่างมากรองแล้วเวลาที่เราเขียนนิยายของเรา เราจะได้บรรทัดฐานของการตัดสินใจของตัวละครของเรา พี่มักบอกตัวเองเสมอว่า คนเขียนนิยายจะต้องเขียนบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้อ่านไม่เกิดข้อกังขา (อันนี้คือความเชื่อของพี่นะ น้องๆ อาจมีแย้งได้ พี่ไม่ว่าจ้ะ ^_^) คำว่า ไม่มีข้อกังขา คือ มันต้องสมเหตุสมผล ตัวละครตัวนี้ เพราะเขาเป็นคนแบบนี้ เขาจึงเลือกทำสิ่งนี้ ถ้าทำอย่างอื่นก็ไม่ใช่ตัวเขา อย่างที่บอก สิ่งที่จะทำให้เรารู้ว่า ตัวละครตัวนี้จะต้องทำอย่างไร ก็เกิดจากการที่เราเคยตั้งคำถามจากเหตุการณ์จริงหรือคนจริงๆ ที่เราเคยถามตัวเองไว้ก่อนหน้านี้นั่นแหละ ดังนั้น ตั้งคำถามกับตัวเองบ่อยๆ นะคะ เราจะได้มีข้อมูลพื้นฐานในหัวเราเยอะๆ ทริคอีกอย่างที่ได้จากการตั้งคำถามก็คือ เวลาพล็อตตันหรือคิดไม่ออก เราก็มาไล่กันตั้งแต่ลักษณะตัวละครไปเลย ไล่ตั้งคำถามไปเรื่อยๆ พี่เชื่อว่าหลังจากเราไล่ไปไล่มาแล้ว น้องต้องคิดอะไรต่อได้แน่ พี่ปัด : ช่วยให้กำลังใจน้องๆ ชาวเด็กดีดอทคอมที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนหน่อยคะ พี่กัลฐิดา : เป็นนักเขียนต้องใจเย็นค่ะน้อง งานเขียนคือทักษะที่ต้องทำบ่อยๆ เขียนไปเรื่อยๆ เมื่อเราเขียนบ่อย เราจะยิ่งพบข้อบกพร่องของตัวเองมากขึ้น และเมื่อเราหาข้อบกพร่องของเราเจอ เราก็จะพัฒนาและแก้ไขมันได้ ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิด (ส่วนคนที่เก่งมาตั้งแต่เกิดก็แสดงว่า น้องโชคดีแบบมหาศาล คิคิ) ดังนั้น ถ้าเราสู้ ต้องมีสักวันแน่นอน ที่เป็นทีของเราที่จะได้มายืนอยู่ใต้แสงไฟบ้าง พี่เองก็ไม่ได้เป็นคนเก่งมาก่อน (แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่เก่ง) พี่ก็เริ่มจากศูนย์เหมือนกับน้องๆ ที่เข้ามาในเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมแห่งนี้ มั่นฝึกฝนและน้อมรับคำวิจารณ์อย่างใจเย็น ไม่มีใครชอบเวลาโดนว่าหรือบอกว่าไม่ชอบนิยายของเรา แต่ขอให้ตัดความรู้สึกส่วนนั้นไปก่อนแล้วหันมาพิจารณาว่า ที่เขาพูดมันจริงไหม ทำไมเขาพูดอย่างนั้น ถามตัวเองบ่อยๆ ว่าถ้าเป็นเรา เราพอใจงานเขียนตอนนี้ของเราหรือเปล่า ถ้าไม่ ทำอย่างไรถึงจะดีขึ้น ถาม ปรับแก้ แล้วลองใหม่ เพราะเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมแห่งนี้มีไว้เพื่อการนั้นไม่ใช่เหรอคะ สู้ๆ ค่ะ Fighting! \(*_*)/ ขอบคุณทีมงานเว็บไซต์เด็กดีดอทคอมทุกคนที่สร้างเวทีแห่งการเรียนรู้นี้ขึ้นมานะคะ ขอบคุณค่ะ ได้รู้จักตันตนที่แท้จริงของ กัลฐิดา กันไปแล้วนะจ๊ะ น้องๆ ชาว Dek-D.com ก็อย่าลืมเอากลเม็ดเคล็ดลับที่นักเขียนสาวคนนี้ฝากไว้ เอาไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานเขียนของตัวเองกันด้วยนะจ๊ะ |





64 ความคิดเห็น
เอาไว้ปวดฟันจะไปหานะค้ะ
๕๕๕
เเต่นิยายพี่เขาสนุกจริงๆ
ทั้งมีพล้อตที่เยี่ยม การวางตัวละคร
เเค่อ่านดูก็รู้ว่าพี่เขามีความตั้งใจในการเเต่งมากๆ
ทำให้เซวีน่า..เป็นนิยายที่ควรอ่านค้ะ
ถ้าใครเป็นคอหนังสืออย่าพลาดนะค้่ะ
รับประกันความสนุกค้ะ =w=b
เเล้วเซวีน่าเป็นนิยายเเฟนซีเรื่องเเรกที่มิ้งอ่าน
ทำให้มิ้งติดเเฟนซีมานะบัดนี้ ๕๕๕
ปล.ตอนนี้มิ้งก็เเต่งนิยายอยู่..เเรงบัลดาลใจมาจากเซวีน่าด้วยนะค้ะ
พี่กัลแต่งสนุกมากๆเลย
พี่กัลเป็นเเรงบันดานใจของน้อง~
นิยายพี่สนุกเว่อๆ
๕๕๕+
ต้องรอปวดฟันก่อน แล้วจะไปให้พี่กัลรักษาที่สิงห์บุรี ><
ชอบผลงานของพี่กัลเรื่อง เซวีน่า มากเลยอ่ะ
เป็นแฟนตาซีเรื่องแรกที่เราอ่าน จากนั้นอ่านแฟนตาซีมาตลอด ปลื้มๆๆ
สร้างสรรค์ผลงานดีๆ อย่างนี้ออกมาเยอะๆ นะค่ะ อิอิ ^^
ติดมาตั้งแต่เซวีน่ายันเดรกเกอร์
รอเดรกเกอร์เล่ม 3 อย่างใจจดใจจ่อค่ะ*-* (อ่านจากในคอมแล้วปวดตา=w=;;)
สู้ต่อไปนะคะ ทั้งพี่กัลและทุกคนที่อยากเป็นนักเขียน*0*!
ชอบจินตนาการของพี่กัล อ่านแล้วก็ทึ่ง ว่าคิดได้ยังไง
โลกในจินตนาการของพี่กัลทำให้นักอ่านแนวแฟนตาซีหลงใหลไปตามๆกัน
อย่างเซวีน่านี่อ่านยังไงก็ไม่เบื่อ เวลาว่างๆไม่มีอะไรอ่าน หยิบเซวีน่ามาอ่านกี่ที ก็ยังทึ่งกับจินตนาการของพี่กัลอยู่ดี
ยังไงก็ขอติดตามต่อไปค่า ตอนนี้เดรกเกอร์กำลังสนุกได้ที่เลย หุหุ
กะจะซื้ออยู่..แต่ต้องรอเก็บเงินให้ครบเสียแล้ว -3-
ส่วนเซวีน่า....อ่านเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่ออ๊ะ !!
(ซื้อมา ครบเซ็ตไม่เคยที่จะไม่อ่านซ้ำ)
ชอบผลงานพี่เหมือนกันค่ะ
ชื่นชมมากๆ เพราะเป็นทันตแพทย์แล้ว
แต่ยังมีเวลามาแต่งเรื่องให้พวกเราๆได้อ่านกัน
"พี่มักบอกตัวเองเสมอ ว่า คนเขียนนิยายจะต้องเขียนบอกเล่าเรื่องราวให้ผู้อ่านไม่เกิดข้อกังขา (อัน นี้คือความเชื่อของพี่นะ น้องๆ อาจมีแย้งได้ พี่ไม่ว่าจ้ะ ^_^) คำว่า ไม่มีข้อกังขา คือ มันต้องสมเหตุสมผล ตัวละครตัวนี้ เพราะเขาเป็นคนแบบนี้ เขาจึงเลือกทำสิ่งนี้ ถ้าทำอย่างอื่นก็ไม่ใช่ตัวเขา"
เพราะอย่างนี้แหละที่ทำให้เราชอบหนังสือของพี่กัล
มันมีความสมเหตุสมผลมาก และไม่ทำให้เราสงสัย อะไรที่เราไม่เข้าใจ
ตัวละครก็จะค่อยๆเฉลยให้เรารู้
เหมือนพี่กัลมานั่งกลางใจเราเลย
ปล.พี่กัล อัพเดรกเกรอร์ต่อนะคะ รออยู่ อาทิตย์นี้พี่กัลยังไม่มาเลย
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
อยากอ่านเซวีน่าอีก เอาภาคต่อๆๆๆๆ (ติดเซวีน่าเหลือหลาย....มีครบทุกเล่ม 55+)
ติดบาซิล ฮุๆ
AVALON ONLINE