| สวัสดีจ๊ะ น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com งานเขียนคืบหน้าไปถึงไหนแล้วจ๊ะ เคยไหมที่จะลงมือเขียนทีไรก็เขียนไม่ค่อยได้ หรือเขียนได้แค่นิดเดียวก็เลิกเขียนลองมาดูซิว่า เราต้องทำอย่างไรจึงจะเขียนได้นานและเยอะมากขึ้น วันนี้พี่นัทมีข้อคิดดีๆสำหรับนักเขียนจากคุณอาจินต์ ปัญจพรรค์การมาฝากน้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com กันจ้า ข้อคิดนักเขียนโดย อาจินต์ ปัญจพรรค์
เวลาที่เขียนนิยายต้องสร้างจินตนาการให้หมดทั้งเรื่องก่อนเขียนหรือไม่ และจินตนาการมาจากไหน
ผมไม่เคยจินตนาการทั้งเรื่อง แต่ผมเอาสิ่งที่ผ่านพบมาเรียบเรียงให้ออกรสให้สนุก ให้ประทับใจผู้อ่าน และตกต่างให้เป็นไปตามอุดมคติของผม ผู้ที่ไม่เคยเขียนนิยายมาก่อน หากต้องการจะเขียนนิยายเพราะชอบสไตล์งานเขียนของนักประพันธ์บางคน จึงคิดจะนำสไตล์ของนักเขียนนั้นมาลอกเลียนแบบ คิดว่ามีข้อดีแลละข้อเสียอย่างไรบ้าง ไม่ควรเลียนแบบสไตล์ของคนอื่น สไตล์ของนักเขียนจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อบทประพันธ์เขียนจบเรื่องและบรรณาธิการนำไปตีพิมพ์ในนิตยสาร ในสมัยที่คุณอาจินต์เป็นบรรณาธิการนิตยสาร ฟ้าเมืองไทย ได้อ่านนิยายจากนักประพันธ์ใหม่ๆ ที่ส่งงานให้พิจารณา นักประพันธ์เหล่านั้นหลายคนต่อมาได้กลายเป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง คุณอาจินต์เคยทำนายได้ไหมว่าผู้เขียนคนใดจะมีชื่อเสียงโด่งดังในอนาคตและทำนายจากสิ่งใดในผลงานของเขา สิ่งที่ทำนายได้ว่าผู้เขียนคนนั้นจะมีชื่อเสียง โด่งดังหรือไม่โดงดังก็ตามคือบทประพันธ์ของเขาต้อง 1. ไม่ลอกใครมา 2. เป็นเรื่องมีเหตุผล 3. อ่านแล้วจำเรื่องนั้นได้นาน
คำคมนักเขียน นักประพันธ์อาชีพ ก็คือนักประพันธ์สมัครเล่นที่ไม่ยอมเลิกเขียน Richard Barch นักเขียนชาว Dek-D.com ลองทำเคล็ดลับนี้ไปใช้ดูซิจ๊ะ เผื่อว่างานเขียนจะคืบหน้าไปได้ดียิ่งขึ้น แล้วอย่าลืมนะจ๊ะว่าเรื่องสมาธิก็สำคัญในการเขียนไม่น้อยเลย เวลาจะลงมือเขียนก็ลองทำสมาธิซักสองสามนาที เพื่อน้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com จะได้ผลิตงานเขียนที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น อย่าลืมแวะเข้าไปทักทายพี่นัทได้ที่ My.iD นะจ๊ะ น้องๆ นักเขียนชาว Dek-D.com มีวิธีไหนที่จะช่วยให้ตัวเองเขียนได้นานและสม่ำเสมอบ้างจ๊ะ ลองแนะนำให้เพื่อนๆ นักเขียนชาว Dek-D.com ฟังบ้างนะจ๊ะ ข้อมูลอ้างอิง : หนังสือเขียนนิยาย โดย รตชา ภาพประกอบ : komchadluek.net
|
แสดงความคิดเห็น
ถูกเลือกโดยทีมงาน
ยอดถูกใจสูงสุด
รายชื่อผู้ถูกใจความเห็นนี้ คน
แจ้งลบความคิดเห็น
คุณต้องการที่จะลบความเห็นนี้ใช่หรือไม่ ?



12 ความคิดเห็น
อ่ะอีกอันหนึ่ง
"ถ้านักเขียนแต่งเรื่องออกมาจากใจ เรื่องเรื่องนั้นก็จะตะเกียกตะกายไปหาใจผู้อ่าน"
เอามาจาก On Writing ของ Steve King
แต่จำชื่อคนบอกไม่ได้ 55+
เรื่องนั้นต้องทำให้ผู้อ่านจดจำได้นาน .....
อ่า ยังไงก็ขอบคุณนะคะ จะฝึกไปเื่รื่อยๆ มาอ่านเป็นกำลังใจให้ตัวเองงงงง
ดีจัง ฟังแล้วหันมาดูตัวเองเลยนะเนี่ย
แล้วก็เห็นด้วยค่ะกับที่บอกว่ามีชื่อเสียงเพราะอ่านเรื่องแล้วจำได้นาน
ถูกต้องจริงๆค่ะ
Aun91o
ข้อมูลที่ฉันรู้สึกถึงแรงขับในการเขียน เป็นส่วนหนึ่งในก้นบึ้งจิตใจ/ ช่วยCommentหากทำได้
วันนี้เป็นวันที่ฉันจะได้พบหน้าลูกสาวอีกครั้ง หลังจากพลัดพรากจากกันมานาน ตั้งแต่เขาอายุได้สองขวบกว่าๆ ถึงวันนี้เธออายุ10ขวบแล้ว มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเอง ฉันไม่รู้ว่า ลูกสาวของฉันจะรู้สึกอย่างไงกับฉัน เขาจะเกียจฉันหรือจะเข้าใจฉัน ว่าสิ่งที่ฉันทำลงไปก็เพื่อเธอเท่านั้น มันไม่ง่ายเลยฉันเข้าใจ ฉันหวังว่าเธอจะให้อภัยแม่คนนี้ "และทั้งแต่วันนี้แม่จะเป็นแม่ที่ดีของหนู" ฉันพูด ฉันนั่งรถไฟฟรีเพื่อเดินทางไปหาลูกสาว รถไฟฟรีมีคนขึ้นเยอะมาก แน่นขนัดไปหมด บ้างก็คุยโมโอ้อวดตัว บ้างก็นั่งนิ่งเป็นรูปปั่น บ้างก็เหม็นกลิ่นเหล้าหึ่งเชียว ชวนให้ฉันเวียนหัว อีกไม่กี่นาที่ฉันจะถึงสถานีปลายทาง รถไฟจอดแล้ว ฉันเตรียมก้าวลงจากรถ ผู้คนกรูแย่งลงจากรถกันเป็นบ้าเป็นหลัง ฉันไม่เข้าใจเลยว่า ยิ่งมันแย่งกันมันก็ยิ่งทำให้ช้ากว่าเก่าหรือเปล่าเนี้ย? ฉันลงมาได้พักใหญ่แล้ว มองหาลูกสาว แต่ยังไม่มีวี่แววของเธอเลย หนึ่งชั่วโมงผ่านไป สอง สาม สี่ชั่วโมงผ่านไป ฉันนั่งอยู่ข้างๆสถานี น้ำตาไหลพรากคิดว่า มันคงสมควรแล้วมั่งที่เธอจะไม่มาพบฉัน ยิ่งคิดอย่างนั้นน้ำตาเจ้ากรรมก็ยิ่งไหลแรงขึ้นเหมือนน้ำป่าหลาก "สมน้ำหน้า เขาคงไม่มาหาหรอก" ฉันพูดตำหนิตัวเอง
อ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย
ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำ
ผมผแต่งไว้พอใช้ได้ไหมครับ มันยังไม่จบ
http://writer.dek-d.com/newsmanman/writer/view.php?id=664776
นักประพันธ์อาชีพ
ก็คือนักประพันธ์สมัครเล่นที่ไม่ยอมเลิกเขียน
ชอบคำนี้มากเลยค่ะ