เพิ่มบทบรรยาย เสริมนิยายให้แกร่งยิ่งขึ้น

            สำหรับน้องๆ ที่เริ่มต้นเขียนนิยายลง Dek-D.com เท่าที่พี่แบงค์ตามอ่านของแต่ละคน พบว่ามีอยู่หลายคนเลยที่ไม่ค่อยจะลงบทบรรยายในนิยายสักเท่าไหร่ คือจะใส่แต่บทคำพูดเพียงอย่างเดียว ดูแล้วเหมือนกำลังอ่านบทละครมากกว่าอ่านนิยาย ซึ่งครั้งนี้พี่แบงค์จะยกตัวอย่างให้น้องๆ ได้เห็นชัดเจนขึ้น


            "เรามีเรื่องจะบอก"
            "บอกอะไร?"
            "..."
            "อะไรล่ะ"
            "เรารักนาย"
            "หา!"


            จากตรงนี้จะเห็นได้ว่า แม้ว่าผู้อ่านจะพอเข้าใจว่านี่เป็นบทสนทนาระหว่างสองคน โดยมีคนหนึ่งสารภาพรัก แต่ผู้อ่านก็จะไม่รู้ว่า คนที่พูดนั้นเป็นใคร กำลังทำท่าทางอะไร หรืออยู่ที่ไหน ซึ่งมันจะทำให้เรื่องดูขาดความมีมิติ ประหนึ่งว่าวาดรูปไม่เติมแรเงา กินข้าวเปล่าไม่มีกับ ประมาณนั้น



            อีกกรณีหนึ่ง อันนี้ก็เห็นนิยมใช้กันเยอะมากในนิยายรักหวานแหวว นั่นก็คืออีโมติคอน


            "เรามีเรื่องจะบอก" -w-)/
            "บอกอะไร?" (-.-
            "..." -///-)a
            "อะไรล่ะ" Q(-_-*
            "เรารักนาย" >///<
            "หา!" o''' [ ] '''o


            ดูๆ ไปก็น่ารักดีนะครับ เพราะสัญลักษณ์เหล่านี้มันบอกอารมณ์ของตัวละครได้ ช่วยย่นเวลาในการเขียนได้มาก ว่าแต่มีใครอ่านแล้วเข้าใจมั้ยครับว่าแต่ละคนแสดงอารมณ์อะไรกันบ้าง แน่ละ หลายคนที่อ่านนิยายแนวที่ใช้อิโมติคอนหรือแชทอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ ย่อมดูเข้าใจ แต่สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับสัญลักษณ์เหล่านี้ อย่างพวกลุงๆ ป้าๆ ที่คงจะไม่เล่นอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว คงจะไม่เข้าใจอย่างแน่นอน

            โอเค คราวนี้พี่แบงค์จะลองใส่บทบรรยายดูนะ


            "เรามีเรื่องจะบอก" เธอเดินเข้ามาบอก
            "บอกอะไร?" เขามองหน้าเธอด้วยความสงสัย
            "..."
            "อะไรล่ะ" น้ำเสียงของเขาคาดคั้นให้เธอต้องยอมเอ่ยออกมาเบาๆ
            "เรารักนาย"
            "หา!" ต้องหลุดอุทานทันที เมื่อได้ยินคำพูดนั้น


            จะสังเกตได้ว่าพออัพเกรดให้มีบทบรรยายแล้ว ฉากสนทนาก็ดูมีมิติมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมีการบอกลักษณะท่าทางและความรู้สึกด้วย อย่างนี้แหละ ถึงค่อยรู้สึกมีคุณค่า น่าอ่านขึ้นมาหน่อย

            คราวนี้มาลองบรรยายในอีกรูปแบบหนึ่งบ้าง


            จู่ๆ เธอก็ดึงแขนเสื้อของเขาเพื่อรั้งไม่ให้ไป
            "เรามีเรื่องจะบอก" หญิงสาวเอ่ยน้ำเสียงเรียบ
            "บอกอะไร?"
            อยู่ๆ เธอก็เงียบไป แก้มนวลทั้งสองข้างเป็นสีแดงระเรื่อ
            "อะไรล่ะ" เขาว่าเช่นนั้นเพราะไม่รู้ว่าอะไรที่สื่ออยู่ภายในดวงตาคู่เรียวอันแสนเย็นชาของเธอ
            "เรารักนาย"
            "หา!"
            ชายหนุ่มไม่คาดคิดเลยว่าคำพูดนี้จะออกมาจากปากน้อยให้เขาได้ยิน


            จากบทบรรยายนี้ ทำให้เราได้รู้ว่าฝ่ายหญิงเป็นคนเย็นชาแสนขี้อาย ที่รวบรวมความกล้าบอกความในใจแก่ฝ่ายชาย พอเราได้รู้อุปนิสัยของแต่ละฝ่ายอย่างลึกซึ้ง นั่นจะทำให้เราอินมากเลยทีเดียว

            ส่วนที่พี่เลือกใช้คำว่า ชายหนุ่ม-หญิงสาว ก็เพื่อแทนตัวละครให้ดูหลากหลาย อ่านแล้วไม่เบื่อ มีแต่คำว่าชื่อตัวละครหรือเขา เธอ เขา เธอเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงนี้น้องอาจจะใส่สรรพนามแทนตัวเองเป็นอย่างอื่นบ้างก็ได้ เช่น นายโน้ต ยัยจูน ตำรวจสาว นักวิทยาศาสตร์หนุ่ม สาวน้อยจอมเวท หนุ่มเมืองผี ฯลฯ

            นอกจากนี้ บทสนทนาเดียวกัน แต่ก็ยังเปลี่ยนแปลงเป็นคนละอารมณ์ได้อีกนะ


            แล้วเจ้าของดวงตากลมโตแสนซุกซนก็เอ่ยขึ้นมาว่า "เรามีเรื่องจะบอก"
            "บอกอะไร?" เขาเลิกคิ้วสูง นึกแปลกใจท่าทางทีเล่นทีจริงของอีกฝ่าย
            "..."
            "อะไรล่ะ" เจ้าของร่างสูงใหญ่แค่นเสียง ไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในรอยยิ้มกรุ้มกริ้มที่ฉาบด้วยลิปกรอสสีชมพูอ่อน
            หญิงสาวฉีกยิ้มก่อนจะเดินนวยนาด และโผตัวเข้าสวมกอด กระซิบข้างหูบอกคำที่เขาต้องตกตะลึง
            "เรารักนาย"
            "หา!"


            อืม...จากตอนแรกว่าบทสนทนานี้ผู้หญิงเป็นฝ่ายบอกรักผู้ชายก่อน พอเติมบทบรรยายนี้เข้าไปเลยทำให้ อู้หู...นี่กะจะอร่อยเหาะเลยใช่มั้ยคะเจ๊


            "เรามีเรื่องจะบอก" จู่ๆ แนนก็เอ่ยขึ้นมากะทันหัน
            "บอกอะไร?" แบงค์หันไปมองเพื่อนของตน
            "..."
            "อะไรล่ะ"
            ทันใดนั้น ร่างสูงบางก็เดินเข้ามาเกาะกุมไหล่ทั้งสองข้างให้คนตัวเล็กกว่ามองใบหน้ารูปไข่อย่างงุนงง  เมื่อสายตาสบประสานกัน แนนก็เอื้อนเอ่ยว่า
            "เรารักนาย"
            "หา!"
            แนนชอบเขาอย่างนั้นเหรอ? นี่เหรอที่ทำให้เพื่อนของเขาเปลี่ยนไป
            ไม่...ไม่อยากเชื่อ ตั้งแต่เกิดมา แบงค์เพิ่งเคยถูกผู้ชายด้วยกันบอกรักเป็นครั้งแรก มิหนำซ้ำยังเป็นเพื่อนสนิทอีกด้วย


            ไอ้หยะ...เขียนไปเขียนมา กลายเป็นยาโอยซะงั้น




            เชื่อว่าน้องๆ นักเขียนหลายคนที่ได้อ่านตัวอย่างนี้ คงจะต้องถามพี่แบงค์แน่ๆ ว่า มีสูตรสำเร็จในการเขียนบทบรรยายหรือไม่ พี่แบงค์บอกได้เลยว่า ไม่มีสูตรที่ตายตัวครับ เพราะบางเรื่องก็เอาบรรยายขึ้นก่อนบทพูด บางเรื่องเอาบทพูดขึ้นก่อนบรรยาย เอาขึ้นบนก็ดี ขึ้นล่างก็ดี มันก็ไม่ได้มีตรงไหนที่บ่งบอกว่าถูกหรือผิดครับ พี่ว่าอยู่ที่ตัวเราว่าจะใส่ใจกับเนื้อหามากน้อยแค่ไหนมากกว่า ซึ่งถ้าน้องๆ ได้อ่านนิยายหลายๆ เรื่อง และศึกษาสไตล์การเขียนในแต่ละเรื่อง น้องก็จะมีสไตล์การเขียนบทบรรยายเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน

            พี่แบงค์อยากเห็นสไตล์การเขียนของน้องๆ จังเลย ลองเอาประโยคตัวอย่างที่พี่แบงค์เขียนมาโพสให้อ่านกันหน่อยนะครับ อยากรู้จังว่าแต่ละคนจะคิดได้แปลกแหวกแนวแค่ไหน (เขียนบรรยายสั้นยาวแค่ไหนก็ได้ แต่ห้ามเปลี่ยนแปลง เพิ่ม หรือลบบทพูดนะ)




Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Phirena Member 9 ก.ย. 54 20:41 น. 10

หญิงสาวส่งยิ้มให้กำลังใจตัวเองในกระจก ก่อนจะมองสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม เธอพร้อมแล้วสำหรับภารกิจรัก เธอทนเก็บความรู้สึกในใจไว้ไม่ไหวอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องบอกให้เขารู้ ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม

"เรามีเรื่องจะบอก" เธอเดินตรงเข้าไปหาเขาพร้อมคลี่รอยยิ้มอ่อนหวาน

"บอกอะไร?" เขาเอ่ยถามเสียงเย็นชา ไม่เหลือเค้าของผู้ชายที่แสนอ่อนโยนและขี้เล่นคนเดิม

"..." ท่าทางหมางเมินของเขาทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดยิ่งนัก เขาคงยังโกรธเธออยู่สินะ...โกรธที่ก่อนหน้านี้เธอเคยปลอมตัวเข้าไปหลอกเขา

เธอยอมรับว่าเธอผิดที่ปลอมตัวเข้าไปตีสนิทแบบนั้น แต่อยู่ๆคุณหญิงแม่จอมเผด็จการก็มาบอกให้เธอหมั้นกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ถึงจะบอกว่าเขาดีนักดีหนายังไง ถ้ายังไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองจะเชื่อได้เหรอ เธอไม่ใช่ผู้หญิงหัวอ่อนที่จะยอมรับการคลุมถุงชนแบบนี้ได้ นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว!

แต่ที่ไม่คาดคิดก็คือ แทนที่เธอจะได้ข้อเสียของเขามาแย้งให้คุณหญิงแม่ยอมยกเลิกงานหมั้น กลับกลายเป็นว่าเธอดันไปตกหลุมรักเขาเข้าเต็มเปา

"อะไรล่ะ" เขาถามเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมพูด

"เรารักนาย" หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตาคู่คมของเขา และเอ่ยสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

"หา!" ชายหนุ่มไม่อาจรักษาหน้ากากอันเย็นชาเอาไว้ได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ




อิอิ>_<เห็นแล้วคันไม้คันมือเลยแต่งบ้าง



0
กำลังโหลด

62 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Phirena Member 9 ก.ย. 54 20:41 น. 10

หญิงสาวส่งยิ้มให้กำลังใจตัวเองในกระจก ก่อนจะมองสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม เธอพร้อมแล้วสำหรับภารกิจรัก เธอทนเก็บความรู้สึกในใจไว้ไม่ไหวอีกแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ต้องบอกให้เขารู้ ไม่ว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไงก็ตาม

"เรามีเรื่องจะบอก" เธอเดินตรงเข้าไปหาเขาพร้อมคลี่รอยยิ้มอ่อนหวาน

"บอกอะไร?" เขาเอ่ยถามเสียงเย็นชา ไม่เหลือเค้าของผู้ชายที่แสนอ่อนโยนและขี้เล่นคนเดิม

"..." ท่าทางหมางเมินของเขาทำให้หัวใจของเธอเจ็บปวดยิ่งนัก เขาคงยังโกรธเธออยู่สินะ...โกรธที่ก่อนหน้านี้เธอเคยปลอมตัวเข้าไปหลอกเขา

เธอยอมรับว่าเธอผิดที่ปลอมตัวเข้าไปตีสนิทแบบนั้น แต่อยู่ๆคุณหญิงแม่จอมเผด็จการก็มาบอกให้เธอหมั้นกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ ถึงจะบอกว่าเขาดีนักดีหนายังไง ถ้ายังไม่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเองจะเชื่อได้เหรอ เธอไม่ใช่ผู้หญิงหัวอ่อนที่จะยอมรับการคลุมถุงชนแบบนี้ได้ นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว!

แต่ที่ไม่คาดคิดก็คือ แทนที่เธอจะได้ข้อเสียของเขามาแย้งให้คุณหญิงแม่ยอมยกเลิกงานหมั้น กลับกลายเป็นว่าเธอดันไปตกหลุมรักเขาเข้าเต็มเปา

"อะไรล่ะ" เขาถามเสียงห้วนด้วยความหงุดหงิด เมื่อเห็นเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมพูด

"เรารักนาย" หญิงสาวสูดลมหายใจลึก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตาคู่คมของเขา และเอ่ยสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

"หา!" ชายหนุ่มไม่อาจรักษาหน้ากากอันเย็นชาเอาไว้ได้อีกต่อไป เมื่อได้ยินคำพูดของเธอ




อิอิ>_<เห็นแล้วคันไม้คันมือเลยแต่งบ้าง



0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แป้งโกกิ Member 9 ก.ย. 54 22:01 น. 13
 ฮาอันสุดท้าย ฮ่าๆ

คำพูดเดียวกัน แต่เขียนบรรยายต่างกัน ก็ให้ความรู้สึกแตกต่างกันด้วย
ยังต้องศึกษาเรื่องการแต่งนิยายอีกเยอะเลย

ขอบคุณมากนะคะ

0
กำลังโหลด
PP.Jiotto Member 9 ก.ย. 54 22:33 น. 14
นึกถึงตอนแต่งนิยายใหม่ๆ เลย
บรรยายเน่าๆ 5555

ตอนนี้ก็เริ่มจะโอเคแล้ว ><!
แต่ชอบอันสุดท้ายอ่ะ

โดนใจสาวกวายอย่างรุนแรง 5555
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Na-do-i-Ko Member 10 ก.ย. 54 21:09 น. 19
 ขอบคุณนะค่ะ มีประโยขน์สุดๆเลย ^^

(ไม่สิ ต้อง.............
                พยักหน้าถี่ๆระหว่างที่อ่านบทความแต่ละประโยค เข้าใจสิ่งที่พี่แบงค์จะสื่อออกมา ดวงตากลมโต สุกสว่างขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มขำๆ ในบทความที่หักมุม และดีใจในการรับความรู้ครั้งนี้ 
               'ขอบคุณนะค่ะ พี่แบงค์' เสียงความคิดดังขึ้นเมื่ออ่านจนจบ 
               มือรัวพิมพ์แป้นคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ เพื่อกล่าวคำในใจส่งให้พี่แบงค์

เอวังด้วยประการละฉะนี้ อิอิ


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 กันยายน 2554 / 21:11
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด