อัพเกรดบทบรรยายให้แจ่มยิ่งขึ้น ตอนที่ 2: มีเหตุมีผลกันบ้างนะ

            อาทิตย์ที่แล้ว พี่แบงค์ได้พูดถึงเรื่องการบรรยายหน้าตาตัวละครอย่างไรให้หล่อๆ สวยๆ กันไปแล้ว คราวนี้พี่แบงค์จะพูดถึงเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ความสมเหตุสมผลของเนื้อเรื่อง

            ไม่ว่าจะเขียนแนวดราม่าก็ดี แนวรักก็ดี หรือแม้แต่แนวแฟนตาซีที่ใช้จินตนาการสุดลึกล้ำก็ดี สิ่งที่ผู้เขียนควรให้ความสำคัญก็คือ ความมีเหตุและผลที่ผู้อ่านยอมรับได้ ซึ่งตรงนี้แหละเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้อ่านรู้สึกสนุกและอยากอ่านตอนต่อไป

            แค่เล่าน้องๆ นักเขียนอาจจะยังไม่เข้าใจ ลองนึกภาพตามดูนะครับว่า ถ้าหากนิยายเริ่มต้นมาแบบนี้ น้องอ่านแล้วจะรู้สึกตะขิดตะขวงใจหรือไม่



            เด็กหนุ่มถูกนายพลจากกองทัพนาซีจับไปทดลอง เพราะเขาเป็นผู้มีพลังจิตสามารถบังคับเหล็กให้แปรรูปได้ตามใจชอบ ทว่าเขาจะใช้พลังจิตนี้ได้ก็ต่อเมื่อเขารู้สึกโกรธเท่านั้น และเพื่อดึงพลังของเขาออกมาให้เต็มที่ นายพลคนนั้นจึงฆ่าแม่ของเด็กคนนั้นต่อหน้าต่อตา จนในที่สุด เด็กคนนั้นก็สามารถใช้พลังจิตบังคับเหล็กได้อย่างเต็มที่ และเมื่อเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในอีกสิบปีต่อมา เขาก็สาบานกับตัวเองไว้ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อแก้แค้นนายพลคนนั้น


            อ่านตรงนี้แล้วรู้สึกมั้ยครับว่า ถ้าหากนายพลฆ่าแม่ไปต่อหน้าต่อตา ทำไมเด็กคนนั้นถึงไม่ใช้พลังของตัวเองฆ่านายพลไปตั้งแต่แรก จำเป็นต้องรอให้เป็นผู้ใหญ่ก่อนเหรอ ถึงค่อยตามไปฆ่า (เป็นพี่แบงค์คงไม่รอหรอก ตายเป็นตายเดี๋ยวนั้นเลยดีกว่า)

            ตรงนี้ถ้าหากผู้เขียนเพิ่มเหตุผลเข้าไปว่า ตอนเด็กๆ พยายามลอบฆ่านายพลอยู่หลายครั้งแล้ว แต่เนื่องจากนายพลเองก็มีพลังจิตที่แข็งกล้ากว่า ทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงตัวนายพลได้ จึงต้องฝึกฝนตัวเองให้เก่งกล้าพอๆกัน ถึงค่อยตามไปฆ่า อย่างนั้นจะดูมีเหตุผลที่น่ายอมรับได้มากกว่า

            กรณีข้างบนยังเป็นความไม่สมเหตุสมผลที่สามารถเติมเหตุผลให้ได้ แต่สำหรับบางกรณีีที่ไม่สามารถเติมได้ อันนี้น่าลำบากยิ่งกว่า


            ชายหนุ่มเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ชนเข้ากับหญิงสาวจนเสื้อทั้งคู่เลอะกาแฟที่เธอถือเข้ามา ต่างฝ่ายต่างทะเลาะกันด้วยเข้าใจว่าตัวเองไม่ผิด เรื่องอะไรต้องขอโทษ จนชายหนุ่มมีน้ำโห อดไม่ได้ที่จะสั่งสอนด้วยการขโมยจูบแรกอันวาบหวามของหญิงสาวคนนั้นไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้เธอรู้สึกโกรธแค้น ทว่าขณะเดียวกันก็รู้สึกเร่าร้อนกับจูบที่เขาประทับลงบนริมฝีปากบาง...


            ดำเนินเรื่องแบบนี้ก็น่าหนักใจเหมือนกันครับ เพราะถึงแม้ว่าการเริ่มต้นด้วยการให้ทั้งคู่ไม่ลงรอยกัน จะสร้างสีสันและเป็นเหตุจูงใจให้เรื่องมันเกิดขึ้นอย่างน่าสนุกก็ตาม แต่เมื่อนึกถึงความสมเหตุสมผลของเรื่อง มันก็ดูจะแปลกไปสักหน่อย ผู้ชายเวลาโมโหที่เจอผู้หญิงมาหาเรื่อง เขาจูบกันหรอกเหรอ

            คือต่อให้เพิ่มเหตุผลเข้าไปว่าผู้ชายคนนั้นมีนิสัยกวนๆ มีประวัติโชกโชนเกี่ยวกับผู้หญิง แต่มันก็เป็นเหตุผลที่ผู้อ่านคงรับไม่ได้ครับ มันยากที่จะให้ผู้อ่านเชื่อว่าคนคนนั้น (ซึ่งเป็นพระเอกของเรื่อง) กระทำเพื่อเอาสนุกหรือทำแสบ ต้องลองคิดใหม่นะครับว่ามีวิธีไหนที่จะแก้เผ็ดความปากดีของนางเอกได้บ้าง ซึ่งพี่แบงค์ว่าน่าจะมีที่เข้าท่าและน่าสนุกกว่าขโมยจูบอย่างนั้นนะครับ


            สิ่งที่พี่แบงค์อยากจะแนะนำน้องๆ นักเขียน Dek-D.com ก็คือ

            1. ก่อนจะเริ่มเขียนลงเว็บ เราต้องวางพล็อตให้แน่นเสียก่อน กลับมาแก้ใหม่มันเสียเวลานะ

            2. ลองปรึกษากับคนที่ไว้ใจได้ว่าพล็อตที่เราคิดนั้นเข้าท่าพอที่จะเอามาเขียนหรือเปล่า เพราะมุมมองผู้อ่านอาจจะไม่เหมือนกับที่ผู้เขียนคิดเอาไว้ก็ได้

            3. เป็นตัวของตัวเองที่สุด อย่าพยายามเลียนแบบพล็อต (อย่างฉาบฉวย) จากนักเขียนคนอื่นที่ประสบความสำเร็จไปแล้ว เพราะนอกจากวิธีแบบนี้เราจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้อย่างเขา ยังทำให้ผู้อ่านรู้สึกผิดหวังในตัวเราด้วย ควรจะศึกษาวิธีการบริหารเวลาเขียนนิยายและสำนวนการบรรยายของแต่ละคนดีกว่า



            ก็ขอให้น้องๆ สู้ต่อไปนะครับ พี่เชื่อว่าสักวันนิยายของน้องต้องมีโอกาสได้ขึ้น Top5 หรือได้ตีพิมพ์อย่างแน่นอน ถ้ามีนิยายเรื่องไหนที่อยากให้พี่แบงค์อ่านก็เอามาแปะให้อ่านได้นะครับ ถ้ามีเวลาพี่แบงค์จะเข้าไปอ่านและวิจารณ์ให้อย่างแน่นอน



Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

34 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
starfulling Member 30 ก.ย. 54 20:33 น. 7
จริงด้วยครับ
เวลาอ่านนิยายที่มีอะไรไม่สมเหตุสมผลมันก็ทำให้เราสะดุดได้
อย่างตอนนั้นอ่านนิยายเกี่ยวกับวิญญาณที่พระเอกนั่งอยู่แล้วจู่ๆไฟก็ดับ
แล้วพระเอกก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าแล้วจู่ไฟก็ติด แล้วในตู้ก็นั้นก็ไม่มีอะไร
ทำให้ผมสงสัยในใจว่า "ไฟดับแล้วแกจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าทำไม(วะ)"
ขอบคุณมากค้าบ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ป้าเอ๋ 30 ก.ย. 54 21:43 น. 10
ขอบคุณค่ะคุณแบงค์...ประสบการณ์ของผู้มาก่อนย่อมมีคุณค่าต่อผู้ที่ก้าวตามบนเส้นทางสายเดียวกันเสมอค่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
clouddy = [BB] Member 1 ต.ค. 54 08:52 น. 14
เห็นด้วยสุดๆ (เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น)
แต่เรื่องนี้คงไปไม่รอดแล้วง่า เนื้อเรื่องไปกันไม่ได้เลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Oilliie Member 1 ต.ค. 54 23:09 น. 17
ใช่ค่ะ อันนี้สำคัญที่สุด
ตอนเขียนนิยาย ออยก็พยายามคิดอยู่หลายตลบว่าอันนี้จะเข้าท่ามั้ยนะ อันนั้นจะเข้าท่ามั้ย ?
เขียนนิยายดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยล่ะ
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เจ้าฟอฝ้าย Member 2 ต.ค. 54 17:29 น. 19
เห็นด้วยสุดๆ ค่ะ แต่หนูจะเป็นพวกพิลึกๆ หน่อยคือเวลาแต่งนิยายเนี่ย
วิญญาณผีบ้าจะเข้าสิงอ่ะ แบบแต่งมันส์มาก นั่งสะใจนั่งหัวเราะอยู่หน้าคอม
อารมณ์ประมาณขาดสติ ขาดความยับยั้งชั่งใจ...แต่งไปจนจบบท (สิบหน้า) และถ้าไม่จบ
แล้วอยู่ๆ มีคนมาขัดจะอารมณ์เสียฟาดงวงฟาดงา...โอเค นอกเรื่อง
ที่อยากจะปรึกษาพี่แบงค์คือเวลาแต่งแล้วอารมณ์มันไปน่ะค่ะ พอมาอ่านอีกที...
เอิ่ม ไม่สมเหตุสมผลวุ้ย (ปาดเหงื่อนั่งรีไรท์ เหนื่อยกว่าตอนแต่งออริจินัลอีก ฮือๆๆ)
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด