คอลัมน์ Interview กลับมาพบกับน้องๆ
กันใหม่แล้วจ้า
ครั้งนี้
พี่ตินมาพร้อมนักเขียนชื่อยาว “ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว”
ที่เชื่อว่านามปากกาคงจะคุ้นหูใครหลายๆ
คนแถวนี้อย่างแน่นอน
ขอบอกว่าเธอคนนี้เป็นรุ่นน้องที่พี่ตินเห็นมาตลอด
และแอบปลื้มใจกับพัฒนาการที่มีมากมายจนน่าตกใจ
(อะไรจะเก่งขนาดนี้)
แบบว่า ขอยกนิ้วให้เลยจ้ะ น้องโบว์เก่งจริงๆ
พี่ติน
: แนะนำตัวก่อนจ้า
เอาแบบคร่าวๆ ทักทาย สวัสดี แหะๆ ไปเรื่อย
น้องโบ
: สวัสดีค่า
ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว ค่า
(หรือฟองคลื่นฯ
มีไปยาลน้อยก็ได้ค่ะ แหะๆ จะได้ไม่ซ้ำกับนามปากกาของพี่นักเขียนที่ชื่อฟองคลื่นอีกคน)
ชื่อเล่นจริงๆชื่อโบว์ค่ะ
ตอนนี้อายุ 23 ปีแล้วค่ะ (หันซ้ายมองขวา) เอ่อ อายุเป็นเพียงตัวเลขใช่ไหมคะ ^^’
(ปกติในที่ทำงานจะรู้สึกเด็กตลอดเวลา
แต่อยู่ในเว็บนี้เริ่มรู้สึกตัวว่าแก่จังเลย)
พี่ติน
: ใช่แล้ว
อายุเป็นเพียงตัวเลข น้องโบว์ของเราจบที่ไหนมา ตอนนี้ทำงานอะไรแล้ว
น้องโบ
: ตามพี่อตินมาติดๆ
ตั้งแต่สมัยมัธยมจนถึงมหาลัยเลยค่ะ (แหะๆ)
จบคณะรัฐศาสตร์
จุฬาฯ ภาคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่า
ปัจจุบันเป็นแอร์โฮสเตสสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ค่ะ
พี่ติน
: สนุกกับงานไหม
เล่าความพิเศษของงานหน่อย มีอะไรที่น้องโบว์ชอบ
น้องโบ
: สนุกมากค่ะ
ได้พบผู้คนหลากหลายได้ไปหลายสถานที่ด้วย
ได้เรียนรู้ผู้คนแต่ละแบบแต่ละชาติเก็บข้อมูลในการเขียนนิยาย
อิอิ
ชอบเพราะเป็นงานท้าทายค่ะ
ได้เจออะไรใหม่ๆ ตลอดเวลา และได้สร้างรอยยิ้มให้คนอื่นๆ ด้วย
ที่สำคัญงานนี้มีเวลาว่างมานั่งเขียนหนังสือแบบที่ตัวเองรักเยอะพอสมควรค่ะ
พี่ติน
: แล้วทำไมเริ่มมาเขียนเรื่องละ
ชอบเหรอ
น้องโบ
: เขียนนิยายมาตั้งแต่สมัยประถมค่ะ
แรงบันดาลใจคงมาจากการอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเยอะ
แล้วบางครั้งบางช่วงของเรื่องก็ไม่ถูกใจไม่โดนใจก็เลยจับปากกาเขียนเองซะเลย
และที่ทำให้มีแรงบันดาลใจในการเขียนมากขึ้นก็เพราะเพื่อนๆ
ช่วยกันอ่าน ช่วยกันรอนิยายนี่แหละค่ะ
พี่ติน
: ที่มาของนามปากกา
“ฟองคลื่น คืนจันทร์ พันดาว”
น้องโบ
: ชอบทะเลตอนกลางคืนค่ะ
ตอนนั้นสมัครบล็อคของไดอารีฮับเพื่อจะลองเขียนไดอารี
(ซึ่งเอาเข้าจริงๆ
ก็ไม่ได้เขียนเป็นไดอารีค่ะ อิอิ เขียนเป็นเรื่องสั้นที่จับเอาชีวิต
หรือประสบการณ์ใหม่ๆ
ที่เจอในแต่ละวันมาเขียนเป็นเรื่องมากกว่า)
อีกอย่างนามปากกานี้ยาวดีค่ะ
ไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอน
เป็นคำไทยๆ
ทั่วไปที่หลับตาก็จินตนาการตามได้
พี่ติน
: ผลงานที่ผ่านมา
มีอะไรบ้าง
น้องโบ
: ถ้าพูดถึงผลงานที่รวมเล่มที่มีตัวเองเขียนคนเดียวคือ
1.
Seasonal
Love ความรักสามฤดูค่ะ พิมพ์กับสำนักพิมพ์มันดี
เป็นเรื่องสั้นความรัก 3 ฤดู 29
เรื่อง (เป็นเรื่องที่เขียนไว้ในไดอารีของตัวเองนั่นแหละค่ะ)
2.
เพลิงไฟในใจรัก พิมพ์กับสำนักพิมพ์มันดี
เป็นนิยายโรมานซ์ค่ะ
เลยใช้นามปากกาว่าคืนจันทร์ พันดาว
ส่วนที่กำลังจะพิมพ์เร็วๆ
นี้ คือเรื่อง ปาร์วานีห์ ราชินีบัลลังก์ผีเสื้อค่ะ
เป็นนิยายรักแบบเจ้าหญิงเจ้าชายกลางทะเลทรายที่ผสมการเมืองแนวการเมืองค่ะ
พิมพ์กับสำนักพิมพ์
1168 หมวด Love Series
พี่ติน
: ว่างๆ
ชอบทำอะไรบ้าง งานอดิเรกคือ
น้องโบ
: เล่นโยคะ
อ่านหนังสือ แต่งนิยาย
ท่องเที่ยวไปตามแต่จะมีโอกาส
ไปร้านหนังสือบ้างห้องสมุดบ้างค่ะ
พี่ติน
: เล่าถึงงานเขียนของตัวเองให้พี่ตินฟังหน่อยสิ
น้องโบ
: เป็นคนชอบลองเขียนในหลายๆ
แนวค่ะ ชอบเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ที่เขียนไปแล้วคือเรื่องสั้น
โรมานซ์ และที่กำลังคร่ำเคร่งคือการเมือง comedy (รัตติกาตาหวาน)
และสืบสวนสอบสวน(หมายรัก
คดีหัวใจ) ค่ะ บางอารมณ์ก็เขียนเรื่องสั้นเสียดสีสังคมบ้าง
และมีโครงการอยากเขียนเรื่องศาสตร์ลึกลับแต่สงสัยต้องใช้เวลาศึกษาก่อนสักพักค่ะ
ชอบหมดทุกแนวค่ะเพราะแต่ละแนวมีความยากง่ายต่างไป
แถมได้อ่านหนังสือได้เรียนรู้ต่างๆ กันไปด้วย
เหมือนได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ
ตลอด อย่างพอเขียนการเมืองก็ได้ลองหยิบพวกตำราพิชัยสงครามซุนวูมาอ่าน
ก็สนุกและตื่นเต้นดีค่ะ
หรือแนวสืบสวนสอบสวนก็ได้ลองอ่านอนาโตมี
หรือเรื่องประมวลกฎหมายและหลักการชันสูตรดู
ยังว่าจะลองไปเรียนยิงปืนจะได้เข้าใจตัวละครได้มากขึ้น
แม้กระทั่งเรื่อง
comedy ก็ได้เรียนรู้ภาษาเหนือจากพี่น้องชาวเหนือที่ไปขอคำปรึกษา
สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ
เวลาเขียนหลายแนวทำให้ไม่เบื่อดีค่ะ
แต่เวลาที่ต้องปิดต้นฉบับเรื่องใดเรื่องหนึ่งก่อนจะเครียดเหมือนกัน

พี่ติน
: น้องโบว์คิดว่าตัวเองเป็นคนแบบไหน
น้องโบ
: คำถามนี้ยากจัง
แหะๆ คิดว่าตัวเองเป็นคนง่ายๆ สบายๆ ค่ะ
บางอารมณ์ก็คิดว่าตัวเองไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงซักเท่าไหร่
(ฮ่าๆ)
คุณพ่อยังเคยบอกว่าเขียนนิยายยังไงให้นิสัยนางเอกมันไม่เรียบร้อยซักคน
เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้จักว่าฟองคลื่นฯ
เป็นคนยังไงก็อาจลองอ่านได้จากนิยายค่ะ
อ่อนเป็นแข็งเป็น
แบบนี้ล่ะมั้ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่าวันนั้นจะเจอฟองคลื่นฯ รูปโฉมไหน
พี่ติน
: อนาคตมองว่าชีวิตจะเป็นยังไง
น้องโบ
: ยังไม่ได้มองไปไกลมากขนาดนั้นเลยค่ะ
แค่คิดว่าวันนี้ได้ทำงานที่รักทั้งสองอย่าง
ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
ได้อยู่กับคนที่เรารักและทำให้เขามีความสุขที่สุดในตอนนี้
ถ้าตอนนี้ทุกอย่างมีความสุขลงตัวดี
อนาคตก็คงจะไม่เสียใจและมีความสุขเหมือนกันมั้งคะ
พี่ติน
: แล้วรู้จักเว็บเด็กดีได้อย่างไร
น้องโบ
: รู้จักเว็บเด็กดีตั้งแต่สมัยเปิดใหม่ๆ
ค่ะ จำไม่ได้แล้วเหมือนกันแฮะว่ารู้จักได้ยังไง
แต่เลาๆว่ามีพี่ที่โรงเรียนเขียนนิยายอยู่เว็บนี้
(เอ...ใครเอ่ย คนแถวๆ นี้แน่เลย) (ฮึ่ย???? หมายถึงเรารึ??)
และตอนนั้นเว็บเด็กดีก็เริ่มบูมแล้ว
(ประมาณ 7-8 ปีที่แล้วเห็นจะได้ค่ะ)
แล้วชอบแต่งนิยายก็เลยลองเขียนนิยายส่งมาลงที่นี่
(ตอนนั้นใช้นามปากกาว่า
จำได้ว่าแต่งลงมาได้สามเรื่อง
ปัจจุบันที่รีไรท์ใหม่และอัพลงไอดีคือเรื่องสงกรานต์สาดรักค่ะ)
ซึ่งนับว่าเด็กดีเป็นที่ลงนิยายในอินเตอร์เน็ตที่แรกและที่เดียวในสมัยนั้นค่ะ
พี่ติน
: คิดยังไงกับเว็บเด็กดี
น้องโบ
: เป็นเหมือนบ้านบ้านหนึ่งเลยค่ะ
เคยห่างหายไปช่วงหนึ่งด้วยภาระหน้าที่ของตัวเอง
แต่สุดท้ายบ้านก็คือบ้านนะ
ต้องกลับมาจนได้ ที่นี่ครอบคลุมหลายอย่างมากๆ ค่ะ
จำได้ว่าช่วงสมัยเรียนมัธยมก็ชอบแวะมาพักผ่อนหย่อนใจเว็บนี้
ไม่ว่าจะเป็นหน้านิยายหรือเว็บบอร์ด
สมัยเอนทรานซ์ยิ่งเข้ามาพึ่งพาบ่อย
อาศัยอ่านคอลัมน์ต่างๆ
แลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเอนทรานซ์
ตอนนี้ก็เหมือนบ้านที่เติบโตขึ้นจนกว้างขวางขึ้นค่ะ
เหมือนมีห้องหลายห้อง
ให้เลือกเข้าได้ตามความชอบมากขึ้น
อบอุ่นและรู้สึกสบายใจดีค่ะ ได้รับมิตรภาพดีๆ จากที่นี่มากมายเลย
พี่ติน
: แล้วตอนนี้ น้องโบว์กำลังทำอะไรอยู่
ชีวิตเป็นไงบ้าง เล่าหน่อย
น้องโบ
: ตอนนี้ก็ทำงานอาชีพหลักของตัวเองค่ะ
ก็จะได้บินสักห้าวันหยุดอีกห้าวันเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
ช่วงนี้ ห้าวันที่ว่างก็พยายามปั่นนิยายค่ะ
(บางทีไปนอนโรงแรมก็ต้องนั่งปั่นนิยายไปก่อน
อิอิ)
โดยเฉพาะพยายามปิดต้นฉบับเรื่องปาร์วานีห์
ราชินีบัลลังก์ผีเสื้อที่ใช้เวลาเกือบหนึ่งปีเต็มในการเขียน
(ขอบคุณบก.น่ารักๆ
ที่ยังคงรอเรื่องนี้อย่างอดทนค่ะ) หลังจากนี้ก็คงพยายามเร่งนิยายเรื่องอื่นๆ ที่ดองไว้
(ในไหดองหลายไหของตัวเอง)
ที่นักอ่านน่ารักๆ ยังคงตั้งตาคอยและให้กำลังใจกันอยู่เสมอค่ะ

พี่ติน
: งั้นพี่ตินขอลิงค์ไอดีให้น้องๆ
เข้าไปรอกันต่อไปนะ อิอิ
น้องโบ
: http://my.dek-d.com/oosea_bubbleoo/
พี่ติน
: สมมติว่าให้ทำงานในเว็บเด็กดีได้
อยากทำคอลัมน์ไหน เพราะอะไร
น้องโบ
: คงเป็นที่ writer
ค่ะ แหะๆ คอลัมน์อื่นเช่น education คงจะพ้นวัยแล้ว
บันเทิงก็ติดตามบ้างแต่ก็ไม่ได้เกาะติดทุกสถานการณ์
เห็นว่า
writer คงจะลงตัวกับความชอบของตัวเองที่สุดน่ะค่ะ
พี่ติน
: แล้วถ้าเลือกเป็นพนักงานหนึ่งคนในเด็กดี
อยากเป็นใคร โน้ต ปอน หนิง ออม อติน
น้องโบ
: อิอิ
ไม่เลือกเป็นได้ไหมคะ เพราะถ้าเอาฟองคลื่นฯ ไปเป็นใครแทน
ก็คงจะไม่ใช่เด็กดีแบบที่เห็นๆ
กันอยู่แน่นอนค่ะ (คมไหมๆ อิอิ)
พี่ติน
: บาดเจ็บไปเลย
แล้วถ้าสำหรับน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียน มีอะไรจะบอกบ้าง
น้องโบ
: ก็อยากให้น้องๆ
ทุกคนที่อยากเป็นนักเขียนตั้งใจ ทุ่มเททำตามความฝันของตัวเองค่ะ
ไม่มีความฝันไหนๆ
ที่ได้กันมาง่ายๆ ยิ่งสมัยก่อนนั้นการที่จะเป็นนักเขียนเป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากๆ
นักเขียนบางท่านต้นฉบับไม่ผ่านครั้งแล้วครั้งเล่าก็ยังไม่ท้อพัฒนาต่อไป
นี่คือความทุ่มเทตั้งใจที่อยากให้กำลังใจน้องๆ
หลายคนค่ะ
นอกจากนี้บางทีเมื่อถึงจุดที่เป็นนักเขียนแล้วก็ต้องถามตัวเองด้วยว่าอยากเป็นนักเขียนแบบไหน
อยากเป็นนักเขียน
หรืออยากเป็นนักเขียนที่ดี มีคุณภาพ ทุกอย่างเราเป็นคนกำหนดได้ค่ะ
พอมาได้ตีพิมพ์หรืออย่างน้อยนำมาลงเผยแพร่แล้วก็ต้องรู้ตัวแล้วล่ะว่ามันไม่ได้เป็นงานที่เขียนเอาสนุก
เขียนเอามันส์คนแต่งเองอย่างเดียว
แต่มันมีคนรออ่านอยู่นะ กี่คนก็ไม่รู้ล่ะ
รู้แต่ว่ามันจะส่งผลในวงกว้าง
ต้องมีการพัฒนาและฝึกปรือ ทั้งเนื้อเรื่อง เนื้อหา สำนวนภาษา
ต้องถึงจุดที่ว่าเราต้องถามตัวเองดีๆ
นะว่าอยากให้คนจดจำนามแฝงเราแบบไหน
เรียกว่าต้องมีความรับผิดชอบต่อตัวเองและสังคมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนิดนึงล่ะ
เพราะในวงการน้ำหมึกแล้ววัดกันที่ผลงานไม่ใช่อายุหรือความเป็นหน้าเก่าหน้าใหม่
หากเล่มไหนผิดพลาดอย่างไรไปถ้ายังรักและศรัทธานามปากกาเดิมอยู่ก็คงจะติดตัวไปตลอด
และนักอ่านก็คงไม่ได้จะไล่ตามอ่านเรามาตั้งแต่เรื่องแรกจะได้รู้
และให้อภัยให้โอกาสคนเขียนพัฒนาในเล่มต่อๆ
ไปเสมอ
เพราะฉะนั้นงานเขียนทุกเล่มจึงต้องผ่านความมั่นใจขั้นแรกหน่อยว่าเราคิดว่ามันสมบูรณ์แล้วล่ะ
งานเสร็จสมบูรณ์ก็คืองานที่เราตอบตัวเองได้ว่าเราภูมิใจกับงานนี้ไหม
งานนี้สร้างสรรค์หรือทำลายอะไรรึเปล่า
เรากล้ายอมรับกับทุกคนแค่ไหนว่านี่คือสิ่งที่เราเขียน เราคิด
และถ้าเรารู้แล้วว่าเราอยากเลือกที่จะเป็นนักเขียนแบบไหน
และพยายามเขียนงานออกมาแบบนั้นด้วยความตั้งใจที่สุด
ถ้าเราภูมิใจและเห็นค่ากับงานที่เราเขียน
มีคนอ่านแม้จะน้อยคนแต่ก็เป็นคนที่มีความสุขแม้เล็กๆ
น้อยๆ กับงานของเรา
แม้ไม่ต้องตีพิมพ์
ก็เรียกตัวเองว่าเป็นนักเขียนที่ดีได้แล้วล่ะค่ะ เป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ
น้องๆ
ที่เขียนเรื่องในเว็บนี้ก็ล้วนมีความพยายาม ความตั้งใจ
และฝีมือดีเกินอายุกันทั้งนั้น
เรียกได้ว่าเป็นเด็กรุ่นใหม่จริงๆ
ค่ะ ก็อยากให้รักษาส่วนที่ดี และพัฒนาส่วนที่คิดว่าปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่อไป
เพื่อการเป็นนักเขียนที่ดีในอนาคตสมความตั้งใจค่ะ
แม้แต่ตัวเองตอนนี้ก็ยังเป็นแค่นักเขียนคนหนึ่งที่อยากเป็นนักเขียนที่ดีเช่นกันค่ะ
เลยคิดว่าตัวเองและนักเขียนทุกๆ
คนในเว็บนี้คงปรารถนาสิ่งเดียวกันค่ะ
พี่ติน
: ยาวเชียว อิอิ
แล้วจะฝากอะไรถึงคนอ่านเรื่องของเรา
น้องโบ
: คำพูดที่สำคัญที่สุดคงไม่พ้นคำว่า
“ขอบคุณมาก” ค่ะ
ไม่ว่าจะเป็นนักอ่านเงาหรือนักอ่านทุกท่านที่ผ่านมาแวะทักทายพูดคุยกันอยู่เสมอๆ
เพราะถ้าไม่มีคนอ่านงานทุกคนอาจจะไม่มีกำลังแรงกำลังใจเขียนงานออกมาแบบนี้
บางคนชมบ้าง
ให้กำลังใจบ้าง ติชมแนะนำบ้าง หรือแม้กระทั่งช่วยคิดบ้าง
ทุกอย่างเป็นสีสันและเป็นแรงผลักดันสำหรับงานชิ้นนั้นๆ
และชิ้นต่อไปมากยิ่งขึ้นค่ะ
ฟองคลื่น
คืนจันทร์
พันดาวจะพยายามพัฒนาและปรับปรุงฝีมือการเขียนของตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
ขอบคุณมากๆที่ไม่ว่าฟองคลื่นฯจะดองไหนิยายไว้นานแค่ไหน
หรือเกิดปัญหาอะไรก็ยังคงอยู่ให้กำลังใจกันเสมอค่ะ
จะพยายามไม่ทำให้คนอ่านผิดหวังค่ะ
ขอบคุณทุกๆ กำลังใจมากๆ ค่ะ
อ่า
...
เป็นเด็กไม่ธรรมดาจริงๆ
นะนี่ ให้ตาย
Dek-d
: อตินเอง
14 ความคิดเห็น
พี่ตินขา หนูจบภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาล่ะ
ขอบคุณสำหรับการสัมภาษณ์นะคะ ^^
ถ้ามีโอกาสก็อยากจะหางานพี่มาอ่านดูนะจ้ะ
อ๊ายยย ลงแล้วๆ !!!
รอผลงานเรื่องต่อไป เล่มต่อไปจ้ะพี่ >__<
ซื้อมาแล้วด้วย
สนุกมากๆ
ชอบเรื่อง ดวงดาวอธิษฐาน
อยากให้เขียนเป็นเรื่องยาวจัง