วันพ่อปีนี้ พี่น้องขอชวนชาว Dek-D มาแสดงความเป็นนักเขียนในวันพ่อ ด้วยการเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับพ่อ ในหัวข้อ "พ่อขอโทษ"
อ๊ะๆ อย่าเพิ่งทำหน้างง คืออย่างนี้ ปกติแล้วเวลามีวันพ่อหรือวันแม่ทีไร ก็จะชอบให้ลูกๆ อย่างเราเขียนข้อความขอบคุณพ่อแม่ ขอโทษพ่อแม่ที่เราทำไม่ดีกับท่าน แต่พี่เชื่อว่าไม่ได้มีแค่ลูกที่ทำผิดกับพ่อแม่อยู่ฝ่ายเดียวหรอก บางครั้งพ่อแม่เองก็ทำผิดกับลูกเหมือนกัน
และเพราะสังคมไทยเราจะชอบปลูกฝังว่าพ่อแม่คือเทวดานางฟ้าที่ไม่เคยโกรธ ไม่เคยทำผิด ดังนั้นพอเราเจอกรณีที่พ่อแม่ทำผิดต่อเรา เราจะรู้สึกแย่มาก แต่จะโกรธท่านก็ไม่ได้ เพราะกลัวจะโดนหาว่าเป็นลูกอกตัญญูอีก
พี่ก็เลยอยากให้ทุกคนเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ ไม่ใช่อยากให้ทุกคนมาโกรธพ่อแม่ของเรานะ แต่อยากให้ทุกคนยอมรับพ่อแม่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ทำผิดได้ ทำพลาดได้ และเราเองก็ต้องพร้อมจะให้อภัยท่าน เหมือนอย่างที่ท่านให้อภัยเราเวลาเราทำผิดเหมือนกัน
กิจกรรมนี้ก็เลยให้ทุกคนเข้าทรงเป็นนักเขียนมือฉกาจ เขียนเรื่องสั้นเพื่อสอนให้ลูก (อย่างเราๆ นี่แหละ) รู้จักการให้อภัย และยอมรับความผิดพลาดของพ่อ
กติกามีอยู่ว่า...
- เรื่องสั้นต้องมีความยาวไม่เกิน 1 หน้ากระดาษ A4
- ไม่เน้นความสละสลวยทางภาษา แต่เน้นเนื้อหาว่าทำให้ลูกตระหนักได้มากแค่ไหน ทำให้น้ำตาไหลได้ยิ่งดี
- ให้เขียนในมุมมองของ "ลูก" เป็นหลัก
- เนื้อหาจะต้องอยู่ในหัวข้อ "พ่อขอโทษ" คือพ่อทำผิด และลูกให้อภัยแต่จะใส่รายละเอียดยังไงก็ได้ เช่น
- แต่งเสร็จแล้วโพสท์เรื่องของเราไว้ในกล่องแสดงความคิดเห็นด้านล่างเลย
พี่จะเลือกคนที่เขียนเรื่องได้ "ประทับใจที่สุด" และตรงกับ "จุดประสงค์ของเรื่อง" มากที่สุด รับรางวัลเป็นหนังสือจากชุด Jewels of the Dead รวมนักเขียนของสำนักพิมพ์ Sofa Publishing ทั้งหมด 5 รางวัล
หมดเขตส่งผลงานวันที่ 3 ธ.ค.
ประกาศผลวันที่ 5 ธ.ค.
ใครที่ตอนนี้มีเรื่องค้างคาใจกับพ่อ มีเรื่องที่พ่อทำผิดกับเราแล้วเรายังโกรธมาจนถึงบัดนี้ อาจจะลองใช้โอกาสนี้เขียนเรื่องสั้นบอกความรู้สึกของเรา และให้อภัยพ่อเราสักทีก็ดีเหมือนกันนะ
ประกาศผล 5 คนที่ได้รับรางวัล!!!
หลังจากที่ผ่านการอ่านเรื่องสั้นของน้องๆ อย่างเข้มข้น แต่ละเรื่องซึ้งจนน้ำตาไหล อยากจะกลับไปกอดพ่อเอาซะเดี๋ยวนี้เลย วันนี้พวกพี่ก็มาตามสัญญา จะผักกาด เอ๊ย ประกาศผลแล้วนะ ผู้ที่ได้รับรางวัลได้แก่ ...
ความคิดเห็นที่ 40 @gamdee
.jpg)
น้องๆ ที่มีรายชื่ออยู่ทางด้านบนทางทีมงานจะติดต่อเพื่อจัดส่งของรางวัลให้นะคะ ส่วนน้องๆ คนที่ที่พลาดไปไม่ต้องเสียใจไปนะ เพราะว่ากิจกรรมของเรามีให้ร่วมสนุกอีกเพียบเลย ยังไงติดตามกันให้ดีนะคะ

.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)


257 ความคิดเห็น
อยากมีส่วนร่วม
ตัวอักษรใช้แบบไหนคะ แล้วขนาดเท่าไหร่
หรือแล้วแต่เราว่าจะกำหนดเอง
อยากได้จังเลย
ถ้าหนูว่าง(จากการปั่นงาน
)แล้วจะเล่นนะคะ
ในช่องนี้เลยใช่มั้ยค้ะ
ฟอนต์กับขนาดเท่าไหร่หรอคะ ' '?
อยากลองบ้างจังเลย แต่ก็ไม่รู้จะเขียนได้ดีซักเท่าไรนะ พ่อเราเสียตั้งแต่เราอยู่ป.4แล้ว ความรู้สึกคงอาจจะถ่ายทอดไม่ดีเท่ากับคนอื่นๆ...
เด็กชายคนหนึ่ง เขามีความใฝ่ฝันที่จะไปศึกษาดนตรีต่อที่ต่างจังหวัด ซึ่งมันไกลและต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เมื่อเขาคิดใคร่ครวญดีแล้ว เขาจึงวิ่งลงบันไดลงไปหาพ่อที่กำลังอ่านหนังสือพิมอยู่ เขาพยายามกระตุ้นให้พ่อเข้าใจเขา แต่สิ่งที่พ่อพูด " พรุ่งนี้ค่ออยคุยกันนะลูก " ความหวังของเขาเริ่มรำไรเขามาทันที เขารีบวิ่งขึ้นห้องแล้วรีบหลับตานอนด้วยความดีใจ คนเป็นพ่อก็นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรดี เพื่ออนาคตของลูก แต่พ่อไม่สามารถจะทำให้ลูกของเขาได้ จนพ่อก็นั่งกลุ้มใจอยู่ีทั้งคืน ...
วันรุ่งขึ้น ขณะที่พ่อและลูกนั่งทานอาหารเช้า ลูกชายก็เริ่มถามทันที เรื่องเรียนต่อที่ต่างจังหวัด ไม่รู้เพราะเหตุใด พ่อเขาก็บอกว่า " ลูกก็ตั้งใจเรียน เอาเกรดมาแลกกับการไปเรียนสิ ถ้าลูกได้เกรดดีขึ้นกว่าเทอมที่แล้ว พ่อจะให้ลูกไปเรียนที่นั่นทันที " เขาเริ่มยิ้มออกด้วยความดีใจ แต่หารู้ไม่ว่า ทุก ๆ นาทีที่พ่อคุยกับเขา พ่อต้องใช้ความคิดมาแค่ไหน เพื่อให้ลูกมีความสุข เมื่อลูกของเขาไปโรงเรียนแล้ว พ่อของเขาจึงออกไปที่ที่หนึ่ง ซึ่งเป็นที่กู้เงินนอกระบบ เขาได้ยืมเงินมามากพอสมควร แต่แล้ว พ่อก็ได้รับคำสั่งจากเจ้าหนี้ ว่า " ให้ใช้คืนในระยะ 3 เดือนนี้เท่านั้น "
กาลเวลาผ่านไปนานแสนนาน ลูกของเขาก็เรียนจบม.3 ติดเกียรตินิยมนักดนตรี เขาก็ได้ไปเรียนที่ต่างจังหวัดสมใจ
แต่เมื่อเขาได้ไปเรียนได้ไม่ถึง 3 อาทิตย์ ญาติที่บ้านของเขาก็โทรมาหา ว่ามีคนมาทำร้ายพ่อของเขา เขาไม่นิ่งดูดาย รีบต่อรถกลับบ้านทันที เมื่อเขาเดินทางกลับถึงบ้าน ทั้งบ้านของเขาดูเงียบและมืดมาก ๆ เขาผลักรั้วแล้วรีบวิ่งเข้าไปดู บังเอิญเขาได้สวนทางกับผู้ชายตัวใหญ่ ๆ กลุ่มหนึ่งที่เพิ่งเดินออกจากตัวบ้านของเขา เขาตะโกนเรียกชือพ่อทั้งบ้าน เขาสังเกตตามทาง เห็นมีรอยเลือดหยดเล็ก ๆ เต็มทาง เขาจึงวิ่งไปดูพ่อของเขา แต่ปรากฏว่า ... พ่อของเขานอนจมกองเลือด เขาวิ่งไปพยุงตัวพ่อแล้วเรียกพ่อเบา ๆ ในวันนั้น เขาจึงได้ยินคำพูดสุดท้า้ยของพ่อ " พ่อขอโทษ " ...
ในวันต่อมา เขาก็ได้รับรู้เรื่องจากญาติข้างบ้าน ว่าพ่อทำเพื่อเขาทุกอย่าง เพื่อให้เขาได้ไปเรียนที่เขาต้องการ โดยการไปกู้เงินนอกระบบ เขาคือสาเหตุ ที่ทำให้พ่อต้องตายใช่ไหม ??
ขอบคุณค่าา ^^
บรรยาแบบมีบทพูดหรือว่าบรรยายเหมือนเล่าเรื่องอ่ะคะ
ไม่เคยแต่งเรื่องสั้นเลย แต่อยากลองแต่งดู
'ขอบคุณครับพ่อ'
‘ภูริคุณ’ นั่นเป็นชื่อของผม พ่อแก่ๆ ของผมตั้งชื่อนี้ให้เขาเป็นคนเก็บขยะแก่ๆ ที่ไม่มีปัญญาจะหาเงิน แต่เขาก็สอนผมเสมอว่า ‘เกิดมาแล้วต้องเป็นคนดี’ พ่อสอนผมอย่างนั้นเสมอมา แต่จะไปเชื่อตาแก่ๆ อย่างนั้นทำไมมีหน้าที่เก็บขยะก็เก็บไปสิ ไม่เห็นต้องมายุ่งเรื่องของคนอื่นเลย แม่ของผมเสียไปเมื่อผมอายุสิบขวบ ท่านเป็นโรคมะเร็งที่รักษาไม่หายเพราะพ่อไม่มีเงินพอน่ะสิแม่ถึงตาย เพราะพ่อคนเดียว! ผมเกียจพ่อที่สุดในโลกเลยจริงๆ
“ตาแก่ขอเงินไปเล่นเกมส์หน่อยสิ”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมขอ...ผมของผมเป็นใบ้ผมลืมบอกเรื่องนี้เหอะ! น่าขายหน้าเพื่อนจริงๆ ที่มีพ่อแก่อย่างนี้แล้วยังเป็นใบ้ไม่รู้เรื่องอะไรอีก แม้ไม่มีคำตอบแต่เขาก็ให้เงินผมไปเล่นเกม ถ้าไม่ให้สิมีเรื่องแน่!
ผมเล่นเกมในร้านเน็ตจนถึงตีหนึ่งทุกวันเงินของตาแก่เล่นได้แค่นิดเดียวผมเลยต้องไปเล่นพนันเพื่อเอาเงินมาเล่นเกมต่อจนถึงตีห้า แล้วโกหกเขาว่าป่วยไม่สบายเลยไปโรงเรียนไม่ได้ ฮ่าๆ ผมเจ๋งมั้ยล่ะ
“เฮ้ยๆ คุณ พ่อนายป่ะนั่น เป็นคนเก็บขยะหรอน่าสมเพศจริงๆ ฮ่าๆ”
“บ้าหรอนั่นเป็นแค่ตาแก่คนนึงเท่านั้นอย่าเวอร์ไปเลย ฉันน่ะหรอจะมีพ่อแบบนั้น”
ใช่ผมไม่ควรมีพ่อเป็นใบ้แล้วยังเก็บขยะงกๆ ทุกวันแบบนี้หรอก
โครม!
เสียงรถมอเตอร์ไซด์ชนชายแก่ท่าทางเงอะงะที่เก็บขยะอยู่ตรงหน้าของผม มันทำให้ผมตกใจอย่างมาก แต่ผมก็ไม่กล้าเดินเขาไป ผมกลัวเพื่อนล้อ เลือดสีแดงอาบร่างผอมของพ่อเต็มไปหมด มันทำให้ผมใจไม่อยู่นิ่ง ผมกลัว...
ไม่นานรถจากโรงพยาบาลก็เข้ามาพาร่างของพ่อไปรักษาเมื่อนั้นผมรีบขี่มอไซด์ตามไป ผมรีบวิ่งไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน...ขอให้พ่อไม่เป็นไรด้วยเถิดสิ่งศักดิสิทธิ์ แล้วไม่นานหมอในชุดกาวน์ก็เดินออกมา
“พ่อของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ”
“...เสียแล้วครับ ตอนที่ท่านยังมีสติท่านเขียนคำนี้ฝากไว้ให้คุณนะครับ เสียใจด้วยนะครับ”
แล้วคำๆ นั้นที่พ่อเขียนนั้นคือ ‘พ่อรักลูกนะ’ แม้เขาจะเขียนผิดๆ ถูกๆ แต่มันมีความหมายมากมายสำหรับผม พ่อไม่เคยบอกให้เรารักพ่อ...แต่เชื่อเลยว่าเขาเองก็หวังลึกๆ และลมหายในสุดท้ายของพ่อผมผมจะจำมันแล้วจะไม่ทำอะไรที่ผิดพลาดให้คนอื่นต้องเสียใจอีกแล้ว นั่นเป็นบทเรียนสำคัญในการคิดของผม ปัจจุบันนี้ผมตั้งใจเรียนแล้วขยันให้มากขึ้น แต่ผมอยากบอกว่า ‘ไม่ต้องรอให้คนที่เรารักศูนย์เสียไปแต่จงทำปัจจุบันอย่างตั้งใจจะได้ไม่เสียใจภายหลัง’ ถ้าพ่อของผมยังอยู่ผมจะพูดกับท่านทุกๆ วันว่า ‘ขอบคุณที่ทำให้ผมเกิดมา’ แทนคำว่า ‘ขอโทษ’
พ่อของผมนั้นเป็นคนติดเหล้ามาก วันๆ ก็ชวนเพื่อนฝูงไปเที่ยวเมากันแต่หัววัน จนแม่และผมต้องร้องไห้อยู่บ่อยๆ ถึงอย่างนั้นผมก็เคยขอให้พ่อสัญญาว่าขอให้พ่อเลิกเหล้าและดูแลครอบครัวให้ดีโดยผมก็จะตั้งใจเรียนหนังสือไม่ทำให้พ่อผิดหวัง ซึ่งตั้งแต่วันนั้นพ่อก็ไม่ถึงกับเลิกกินเหล้าไปเลย แต่ก็พยายามกินน้อยลง นั้นทำให้ผมดีใจมาก
วันนี้เป็นวันที่ผมเรียนจบแล้ว ความฝันที่เคยได้แต่ฝันเมื่อครั้งวัยเยาว์ วันนี้กลายเป็นจริงแล้ว มันควรจะเป็นเรื่องที่น่ายินดี ครอบครัวญาติมิตรสหายต่างมาร่วมแสดงความยินดี แต่วันนี้ผมกลับไม่มีพ่อมาร่วมยินดีให้กับความสำเร็จนี้ของผม
และวันนี้ผมก็ทำอย่างที่เคยสัญญาได้แล้วและคราวนี้ก็ถึงเวลาที่พ่อจะต้องทำตามสัญญาผมบ้างแล้ว ในที่สุดครอบครัวเราก็จะมีแต่ความสุขสักที ผมคิดว่าอย่างนั้น
ผมถามแม่ว่าทำไมพ่อถึงยังไม่มาสักที แม่ก็อมยิ้มแล้วตอบผมว่า พ่อกำลังเตรียมเซอร์ไพร์สผมอยู่
จนเย็นวันนั้นทุกคนต่างกลับไปจนหมดเหลือผมและก็แม่ซึ่งกำลังรอพ่อมาก็ได้รับโทรศัพท์จากเบอร์โทรที่ไม่คุ้นเลยแม้แต่น้อย แม่ฟังเสียงจากปลายสายเงียบๆแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา ผมเข้าไปถามแม่ว่าเกิดอะไรขึ้นและก็ได้คำตอบที่ไม่คาดคิด
ในวันที่หลายๆ คนมีรอยยิ้ม...
ในวันที่หลายๆ คนมีความสุข...
...ผมกลับต้องเสียรอยยิ้มและความสุขไป
พ่อของผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทางมาที่นี้ ผมกับแม่เดินทางไปยังโรงพยาบาลที่โทรแจ้งเข้ามาที่มือถือของผม และเมื่อไปถึงนางพยาบาลที่ทำงานที่นั้นได้ยื่นก้อนเค้กที่เละจนอ่านข้อความด้านหน้าได้ไม่หมด แต่ผมกลับอ่านมันรู้เรื่องเหมือนกับพ่อมาพูดให้ผมฟัง
ยินดีด้วยที่เรียนจบ พ่อและแม่ภูมิใจในตัวลูกมาก
และก็ถึงพ่อจะเป็นพ่อที่ไม่ดีสักเท่าไหร่แต่ก็รักลูกนะ
เด็กหญิงคนหนึ่ง หลานคนจะมองว่าเธอเป็นเด็กที่มีนปัญหา พ่อของเธอจะไปทำงานต่างจังหวัดทุกๆเดือน จะกลับมามาหาแค่ช่วงปลายเดือนเพื่อนำเงินมาให้และใช้เวลาช่วงสั้นๆอยู่ด้วยกันแค่2-3วันเท่านั้น เธอมองชีวิตของตัวเองในด้านลบ มองว่าชีวิตของเธอนั้นแสนรันทด เธอกับพ่อแทบไม่ได้อยู่ด้วยกัน ผู้ใหญ่คนอื่นๆก็มองเธอไม่ดี บ้างก็ว่าเธอโดนพ่อทิ้ง พ่อไม่รัก บ้างก็ว่าเธอเป็นเด็กมีปัญหา สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอหันมาติดเพื่อนมากขึ้นและเริ่มไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ใช้เงินอย่างสิ้นเปลืองเธอรู้สึกเหมือนขาดความรัก ความอบอุ่น เธออยากอยู่กับพ่อมากกว่านี้
วันนี้พ่อเธอกลับบ้านมาและนั่งพักผ่อนอยู่ที่ห้องโถงเธอจึงเดินไปและนั่งข้างๆพ่อ “พ่อคะ พ่อเลิกทำงานที่ต่างจังหวัดได้ไหมคะ” เธอถามพ่อเธอด้วยสีหน้าเศร้าๆ ด้วยความที่พ่อของเธอเหนื่อยมากจึงอยากคุยกันพรุ่งนี้จึงพูดไปว่า “ค่อยคุยพรุ่งนี้นะลูกพ่อเหนื่อยมากเลย” พอพ่อของเธอพูดจบ เธอก็ได้แต่นั่งถอนหายใจ เธอรู้สึกเหมือนไม่มีใครรักเธอเลย ไม่มีใครสนใจเธอเลย เธอฟังเช่นนั้นจึงหมดหวังที่จะอ้อนให้พ่อกลับมาอยู่กับเธอที่บ้าน
ช่วงสอบปลายภาคเธอทำข้อสอบไม่ได้เลย ในเมื่อเธอไม่ได้อยู่กับพ่อเธอก็จะต้องใช้เวลาอยู่กับเพื่อนเยอะๆ พอถึงวันประกาศผลสอบ เธอตกทุกวิชาครูที่ปรึกษาจึงเรียกพบเธอ “ทำไมการเรียนเธอแย่ขนาดนี้ฮะ กมล เธอไม่คิดจะสนใจเรียนบ้างหรือไง วันนี้ประชุกผู้ปกครองและประกาศผลสอบพ่อ แม่ เธอทำไมไม่มา” ครูที่ปรึกษาต่อว่าและถามเธอด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอา “พ่อไปทำงานค่ะ ส่วนแม่เสียแล้วค่ะ” ครูฟังเช่นนั้นจึงรู้สึกสงสารขึ้นมาแต่ก็อดโมโหไม่ได้ “แล้วงานพ่อเธอน่ะทำวันอาทิตย์ด้วยหรอ พ่อเธอไม่คิดที่จะมาดูผลการเรียนและพฤติกรรมของลูกเลยหรือไง” ครูถามเช่นนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีอะไรทิ่มแทงใจเธอจึงตอบ “พ่อทำงานต่างจังหวัดค่ะ กว่าจะกลับก็ปลายเดือน” “นี่ก็วันที่ 28 แล้วนะ แล้วเธอน่ะไม่ได้อยู่กับพ่อเธอแต่ทำไมเธอไม่ทำตัวเองให้ดีๆ หรือพ่อเธอไม่เคยสนใจเธอเลย เธอเป็นเด็กมีปัญหานะ กมล ถ้าพ่อเธอกลับเมื่อไร ครูขอพบพ่อเธอด้วย ไปได้ล่ะ” ครูพูดจบก็ให้เธอออกจากห้องไป เธอรู้สึกเศร้าใจที่ชีวิตตนเองเป็นแบบนี้ทั้งๆที่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เธอแทบไม่ได้รับความรักและความอบอุ่นจากใครเลย เธอแค่ต้องการเพื่อนที่จะอยู่ด้วยกันได้เธอแค่ต้องการใช้ชีวิตที่มีความสุขกับเพื่อนๆ แต่ผลที่ได้กลับทำให้เธอเสียใจ เธอรู้สึกหดหู่ วันนี้เป็นวันที่พ่อเธอกลับแต่กลับไม่ทันประชุมผู้ปกครอง เธอจึงต้องมาคนเดียวทั้งๆที่คนอื่นๆมีพ่อแม่มาด้วย เธอกลับบ้านมาช่วงค่ำๆ เธอรู้สึกเศร้า เสียใจ หดหู่ ขาดความอบอุ่น ทำให้เธอไม่อยากใช้ชีวิตที่อยู่อย่างไร้ค่า มีแต่คนว่า ผู้ใหญ่แถวละแวกบ้านก็มองเธอไม่ดี เธอจึงคิดสั้น ใช้มีดปาดข้อมือตนเอง แต่ช่วงนั้นพ่อเธอกลับมาพอดี และเห็นเธอกำลังปาดข้อมือและกำลังวิ่งไปห้ามแต่ไม่ทันเสียแล้วเธอ พ่อเธอวิ่งไปกอดเธอขึ้นมา เธอมองพ่อเธอทั้งน้ำตาด้วยสายตาเหม่อลอยก่อนจะพูด “พ่อคะ หนูเป็นเด็กไม่ดี วันนี้ครูว่าหนูเป็นเด็กมีปัญหา หนูเป็นแบบนั้นจริงๆใช่ไหมคะ หนูแย่มากเลย หนูแค่ต้องการความรัก หนูแค่ไม่มีคนอยู่ข้างๆเวลาทุกข์ใจ พ่อเคยสนใจหนูบ้างไหมคะว่าหนูจะเรียนอย่างไร หนูจะทำตัวดีหรือเปล่า ทำไมพ่อไม่กลับมาอยู่กับหนูล่ะค่ะ” พ่อเธอฟังเช่นนั้นจึงร้องไห้ และเสียใจที่ตนทำให้ลูกคิดเช่นนั้นจึงพูด “พ่อผิดเอง พอขอโทษที่เรียนมาน้อย เลยทำให้หางานยาก พ่อขอโทษที่ไม่เคยสนใจลูกเลย พ่อแค่ต้องการให้ลูกใช้ชีวิตที่มีความสุขกับเพื่อนๆก็พอ ลูกจะเป็นอย่างไรพ่อขอแค่ให้ลูกมีความสุข พ่อขอโทษที่ปกป้องแม่ไม่ได้ ทำให้ลูกรู้สึกขาดความอบอุ่น ถ้าแม่อยู่แม่คงจะทำหน้าที่ได้ดีกว่าพ่อ พ่อขอโทษที่พ่อทำหน้าที่ของพ่อไม่ดี ลูกไม่ผิดเลย พ่อผิดคนเดียว” พ่อของเธอพูดทั้งน้ำตา เธอได้แต่ฟังเสียงที่ที่เข้ามาในหูแผ่วๆ ตั้งน้ำตาที่นองหน้า “พ่อขอโทษนะลูก พ่อขอโทษ”….
ขอบคุณค่าา ผิดพลาดตรงไหนขออภัยด้วยนะคะ ^^
พ่อขอโทษ...
เด็กหญิงคนหนึ่งถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจาก มีภาวะเครียดจนช็อก น้ำฟ้า หรือ ฟาริลีน เป็นเด็กน่ารักนิสัยดี แต่พ่อแม่แยกทางกัน ในช่วงหลังเธอมักได้รับขอความและเบอร์โทรศัพท์แปลกๆ ต่อมาทราบว่าคือเบอร์ของภรรยาของพ่อหรือแม่เลี้ยงเธอนั่นเอง เพราะ เหมือนว่าช่วงหลังพ่อของเธอ จะตีตัวออกห่าง ทำให้เธอไม่พอใจ จึงมาลงโดยการ ก่อกวนผู้เป็นลูกสาว เธอเริ่มมีอาการเครียดและขาดสมาธิ เพราะเธอเก็บเรื่องเหล่านี้และปัญหาอื่นๆ ไว้คนเดียว หลังจากได้รับข้อความสุดท้าย ที่ว่า พ่อจะมีลูกคนใหม่นั้น ทำให้เธอ หมดสติ และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อคนเป็นพ่อ ทราบเรื่อง ก็รีบกลับมาหาเธอทันที หลังจากเธอตื่นมา หมอเล่าให้ฟังว่า เธอเอาแต่เงียบ ไม่พูดคุยกับใคร ไม่ทำอะไร คนเป็นพ่ออยากร้องไห้ตรงนี้ เขารับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่มีเพื่อนของลูกเก็บโทรศัพท์ของเธอมาให้ เขาได้อ่านข้อความต่างๆ ทำให้ทราบว่า ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาเคยคบหาด้วยเมื่อนานมาแล้ว ยังไม่เลิกตอแยกับเค้า เค้าตัดขาดโดยการเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์โดยคาดไม่ถึงว่าเธอ จะมาวุ่นวายกับลูกของเขา คนเป็นพ่อเข้าไปดูลูกในห้องพยาบาล ภาพเด็กสาวตัวน้อยที่เขาไม่ได้เห็นมานาน ตอนนี้ โตเป็นสาว บ่งบอกว่าเคยเป็นคนสดใส ร่าเริง แต่ตอนนี้ใบหน้ากลับหมองเศร้าสายตาเหม่อลอย เธอหันมาหาคนเป็นพ่อ แววตาของเธอไหวระริก นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เจอไม่เจอพ่อ เธอโหยหาอ้อมแขนอันอบอุ่น นี้มานานเหลือเกิน นานแค่ไหนแล้วนะ ที่พ่อไม่กลับมาหาเธออีก หลังจากแยกตัวออกไป “พ่อคะ มันไม่จริงใช่มั้ยคะ ผู้หญิงคนนั้นโกหก เค้าต้องการแกล้งหนูใช่มั้ยคะ พ่อบอกหนูมาสิคะ ว่าพ่อมีหนูคนเดียว” พ่อ…. คนเป็นพ่อ อึกอัก พ่อไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้นะลูก พ่อ “อย่าบอกนะคะ ว่า…ว่าพ่อมีลูกใหม่กับภรรยาของพ่อ” ลูกสาว น้ำตาไหลอีกระลอก “พ่อคะ เราสัญญากันไว้แล้วนี่คะ ทำไม” เธอ เริ่งเสียงเกรี้ยวกราดขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นกรีดร้อง เธอสลบไปอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเพราะเหตุผลง่ายๆ ที่ว่า คนเป็นพ่อมีลูกใหม่ แล้วจะต้องเสียใจมากเท่านี้ แต่หลังจากสอบถามกับหมอ ทำให้ทราบว่า ลูกของเค้า มีภาวะเก็บกด เธอถูกข่มขู่จากผู้หญิงคนนั้นมานาน นานเท่าไร เค้าไม่อยากนึกถึง เธอแบกภาระไว้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การเรียน เรื่องเงิน เรื่องส่วนตัว เค้าไม่เคยปริปากบอกอะไร เพียงเพราะกลัวว่าคนเป็นพ่อจะไม่สบายใจ และรอเพียงจะได้กลับมาอยู่กับพ่อและแม่อย่างมีความสุขอีกครั้ง คนเป็นพ่อได้รับข่าวร้ายอีกครั้ง เมื่อหมอแจ้งให้ทราบว่าลูกสาวของเขา มีอาการทางจิตเบื้องต้น และต้องได้รับการรักษา เขาเข้าไปเยี่ยมลูกสาว ด้วยน้ำตาที่อาบแก้ม เพราะเค้าคนเดียวที่ทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ “พ่อคะ” เด็กสาวหันมาหาผู้เป็นพ่อ “มานั่งกับหนูสิคะ หนูคิดถึงพ่อมากเลยรู้มั้ย” เด็กสาวที่ตอนนี้ ได้หลุดสู่สภาพ แห่งจิต ที่ไม่รับรู้ความจริงอีกต่อไป ยิ้มอย่างสดใส ผิดกับพ่อ ที่เสียใจที่ทำให้ลูกเป็นแบบนี้ “พ่อรู้มั้ยคะ ตอนพ่อไป หนูได้ยินเสียงแม่ร้องไห้ด้วย หนูคิดถึงพ่อนะคะ ก่อนนอน หนูถามแม่ ว่าตอนนี้ พ่ออยู่ตรงไหนคะ แม่บอกว่า อยู่ทางนั้น พร้อมกับชี้ไป บางครั้ง ฉันจึงเฝ้ามองทางทิศนั้นเสมอ หวังว่าพ่อจะรับรู้ว่าหนูคิดถึงพ่อมากแค่ไหน ก่อนนอน หนูสวดมนต์ด้วนนะคะ รู้มั้ยคะ หนูขออะไร หนูขอให้พ่อมความสุขมากๆค่ะ…..” เด็กหญิง ที่ไร้สติ พูดต่อไปอย่างเริงร่า ผู้เป็นพ่อ ยิ่งฟัง ก็ยิ่งบาดลึกลงในหัวใจ ที่ผ่านมาเขาทำเพื่อตัวเองตลอด ผิดกับลูกสาวของเค้า คนนี้ ที่ เอาแต่ห่วงว่าคนเป็นพ่ออย่างเค้าจะเป็นอย่างไร ผู้เป็นพ่อไม่อาจเอ่ยคำใดต่อไป นอกจากคำว่า “พ่อขอโทษ..” ทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนมีสาเหตุมาจากเค้า ถ้าเค้าไม่เห็นแก่ตัว ถ้าเค้าใส่ใจความรู้สึกคนอื่นสักนิด เรื่องทุกอย่างคงไม่เป็นแบบนี้ เค้าไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เค้าทำได้เพียงสัญญาว่าจะไม่ห่างจากลูกคนนี้ไปไหนอีก เค้าจะคอยดูแล เธอ เพื่อชดเชยสิ่งที่เค้าทำผิดพลาด แม้ว่ามันจะสายเกินไปแล้ว ก็ตาม
มันดูงงๆ ใช่มั้ยคะ คือตอนแรกมันยาวมากกก ต้องตัดฉับๆ เพราะมันเป็นเรื่อสั้นอ่ะ 555
ณ บ้านหลังเล็กๆในสลัมแห่งหนึ่ง พ่อกับนุชอยู่ด้วยกันสองคน พ่อเป็นคนที่ขี้เมาและชอบใช้งานนุชอย่างหนัก ไม่ว่านุชจะได้เงินมาเท่าไรพ่อก็เอาไปกินเหล้าหมด ทำให้นุชต้องอดมื้อกินมื้อ บางวันก็ต้องขอเศษอาหารจากร้านก๋วยเตี๋ยวมาประทังชีวิต ต้องตักน้ำจากบ่อท้ายซอยซึ่งทั้งดำและเหม็นมากินมาใช้ บ่อยครั้งที่นุชต้องหยุดเรียนมาทำขนมขาย
ต่อมาเมื่อนุชเข้าทำงาน นุชเริ่มป่วยกระเสาะกระแสะ เพื่อนที่ทำงานคะยั้ยคะยอให้นุชไปหาหมอแต่นุชไม่มีเงินมากพอ อาการของนุชเริ่มทรุดลงเรื่อยๆจนหัวหน้าของนุชต้องให้เงินนุชไปโรงพยาบาล ผลตรวจออกมาว่านุชเป็นมะเร็งเนื่องจากต้องดื่มน้ำเน่าเสียอีกทั้งยังขาดสารอาหารอีกด้วย นุชต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว นุชนึกถึงตอนที่พ่อใช้งานนุช ตอนที่ไปขอเขากินก็เริ่มหมดกำลังใจ อาการก็ทรุดลงมากเรื่อยๆ พ่อทราบข่าวจึงเริ่มเลิกเหล้า กลับตัวกลับใจ
หนึ่งเดือนต่อมา พ่อมาเยี่ยมนุชที่โรงพยาบาล "พ่อขอโทษนะนุช ตอนนี้พ่อทำงานหาเงินเองแล้วนะ พ่อจะเก็บเงินมารักษาหนูให้ได้ หนูต้องหายนะ" พ่อกุมมือนุชเบาๆ "ไม่ต้องขอโทษหรอกจ้ะ หนูไม่เคยโกรธพ่อเลย" นุชเปล่งเสียงออกมาเบาๆ น้ำตาไหลพราก "พ่อรักหนูนะ" พ่อร้องไห้ต่อหน้านุชและทุกๆคนในโรงพยาบาล นุชยิ้มอ่อนๆ แล้วดวงตาใสๆก็ปิดลงช้าๆ "พ่อขอโทษ หนูตื่นขึ้นมาสิ ตื่นขึ้นมา ฮือๆ" พ่อร้องไห้อย่างหนักเมื่อต้องเห็นลูกสาวจากไปต่อหน้าต่อตา
“หนูเกลียดพ่อ!” นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันตะโกนก่อนวิ่งออกไปข้างนอก ไม่ว่าใครจะดึงไว้ ฉันสะบัดจนหลุด
ฉันไม่เคยพูดกับพ่อแบบนี้หรอก...ฉันไม่เคยพูดจริงๆ แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว...ใครๆ ก็บอกว่าฉันไม่เข้าใจพ่อ แต่เคยมีใครคิดบ้างไหม ว่าพ่อก็ไม่เข้าใจฉันเหมือนกัน ปัญหาฟังดูเล็กน้อยแต่สำหรับฉัน ฉันทนมานานเกินไปแล้ว
ปกติฉันไม่ค่อยได้คุยกับพ่อนัก พ่อไม่ค่อยมีเวลาให้ฉันกับพี่นัก หลายครั้งที่ในช่วงเวลาสำคัญในชีวิต มีแค่แม่กับพี่ฉันเท่านั้นที่อยู่ตรงนั้น พ่อไม่เคยเลยที่จะอยู่ ถามว่าน้อยใจไหม...ก็นิดหน่อยนะ แต่อยู่แบบนี้ไปนานๆ ก็เริ่มกลายเป็นความชินชา ฉันไม่มีปัญหาหรอกจนกระทั่งวันนี้...วันที่แม่ฉันถูกส่งเข้าโรงพยาบาลอย่างฉุกเฉิน ฉันและพี่ถูกตามมาจากโรงเรียน หลังจากนั่งรอมานาน หมอก็ออกมาพร้อมบอกว่าแม่เป็นมะเร็ง...วินาทีนั้นฉันล้มทั้งยืน หมอไม่พูดอะไรต่อ เขาเดินจากไป ทิ้งให้ฉันกับพี่ต้องนั่งสงบสติอยู่สองคน...อีกสักพักหนึ่งพ่อถึงได้โผล่หน้ามา คำถามแรกคือแม่เป็นอะไร?
เหมือนบางอย่างในหัวฉันขาดสะบั้น ฉันลุกขึ้นตะโกนใส่หน้าพ่อว่าทำไมถึงไม่รู้? แถมพาลไปถึงทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าใครจะพยายามห้ามยังไงฉันก็ไม่หยุด พ่อเองก็ตวาดกลับ ถึงจุดหนึ่งฉันจะเดินหนี แต่พ่อหยุดฉันไว้ด้วยการคว้าแขนฉันแล้วบีบมัน มันเจ็บมากจนฉันน้ำตาคลอ พ่อดูนิ่งไปแวบหนึ่งก่อนจะยอมปล่อย ฉันถึงได้บอกว่าเกลียดพ่อและเดินออกมา
ถ้าพ่อมีเวลาให้เรามากกว่านี้ก็ดีสิ...พ่อเคยสนใจฉันบ้างไหม มีแต่งานๆ ถ้าพ่อพาแม่ไปหาหมอได้ แม่คงไม่เป็นมะเร็งหรอก...เวลาที่ฉันต้องการพ่อ...พ่ออยู่ไหน?
“ระวัง!!!”
เพราะฉันเดินเหม่อจึงไม่ทันระวังรถ ฉันรู้ตัวเมื่อสายไป แต่เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่รถจะชน บางคนก็กระโจนคว้าตัวฉันออกไป มือคู่หนึ่งกอดฉันแน่น...เมื่อเงยหน้าฉันจึงเห็นว่าเป็นพ่อ แขนพ่อมีแผลยาวเป็นทาง แต่ท่านดูจะสนใจอยู่ที่ฉัน ฉันมองตาพ่อแล้วไม่เห็นความโกรธแม้แต่น้อย...มีแต่ความห่วงใย ปากเอาแต่พร่ำถามว่าฉันเป็นอะไรไหม
“...ทำไม” น้ำตาฉันเริ่มไหล “ทำไมพ่อถึงไม่เคยอยู่...”
พ่อบรรจงเช็ดน้ำตาฉันออกเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นคลี่บนใบหน้า ท่านประคองฉันไปนั่งในที่ปลอดภัยก่อนจะเริ่มพูด
“เพราะพ่อทำงานมากเกินไป” พ่อกุมมือฉันไว้แน่น “พ่ออยากให้ลูกของพ่อมีอนาคตที่ดี...พ่อขอโทษที่ไม่ค่อยได้ดูแลลูกอย่างที่ควรจะทำ...แม่เป็นคนดูแลลูกตั้งแต่ยังเล็ก พ่อไม่รู้ว่าควรดูแลหนูยังไง...พ่อกลัวว่าจะทำอะไรผิดพลาด พ่อกลัวว่าพ่อจะทำให้หนูเจ็บ” พ่อลูบแขนฉันตรงที่ท่านบีบฉัน “ไม่เจ็บใช่ไหม?” ฉันส่ายหน้า “พ่อขอโทษจริงๆ....อย่าเกลียดพ่อเลยนะ”
ฉันพยักหน้าทั้งน้ำตา ร้องไห้จ้าแล้วกอดพ่อเหมือนเด็กเล็กๆ แต่พ่อดูจะไม่ขัด อ้าแขนกอดปลอบฉันแต่โดยดี
"ขอบคุณมากนะลูก" พ่อกระซิบ ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด "ไปหาแม่กันเถอะ"
ตลอดระยะเวลาสิบเจ็ดปีที่ผ่านมา ผมไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม่ของผมบอกว่าตอนที่แม่ตั้งท้อง พ่อมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเดินทางจากพวกเราไปไกล พ่อให้สัญญาว่าสักวันหนึ่งพ่อจะกลับมา แต่มันก็ผ่านมาสิบเจ็ดปีแล้ว พ่อผิดสัญญา
ผมมองออกไปรอบๆตัว ทุกๆคนเขาก็มีพ่อแม่อยู่กันพร้อมหน้า มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุข ส่วนผมอยู่กับแม่กันสองคนในบ้านหลังเล็กๆในสลัม หลังคาสังกะสีก็เก่าเต็มทน จะไม่พังแหล่ไม่พังแหล่ แม่ของผมทำขนมไทยขายหาบเร่ เงินที่หาได้ก็พอประทังชีวิตไปวันๆ ตอนเย็นหลังเลิกเรียนผมก็ช่วยแบ่งขนมของแม่ไปขายที่ตลาด เมื่อเพื่อนๆที่โรงเรียนของผมเห็นก็หัวเราะผมอยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งเหลือเกินผมก็รู้สึกน้อยใจว่าทำไมผมจึงไม่มีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง ในขณะที่แม่และผมกำลังใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบากนั้น พ่อหายไปไหน?
กลางดึกของคืนหนึ่ง ผมตื่นขึ้นด้วยเสียงของแม่ที่ร้องดังขึ้นเมื่อมีชายคนหนึ่งมาเคาะประตูบ้าน
“คุณกลับมาทำไม คุณกลับมาทำไม!” แม่ของผมตะโกนลั่นราวกับคนเสียสติ พ่อพยายามขอร้องให้แม่ใจเย็นลง แต่ไม่เป็นผล แม่ของผมวิ่งเข้าห้องนอนไป และไม่ยอมออกมาไม่ว่าผมจะเกลี้ยกล่อมเท่าไหร่ก็ตาม พ่อของผม ซึ่งสำหรับผมนั้นเป็นเพียงคนแปลกหน้า ขอเข้ามาในบ้านเพื่ออธิบายทุกอย่างให้ผมฟัง ผมไม่ประสงค์จะฟังคำแก้ตัวของเขา ไม่ว่าเขาจะมีเหตุผลอะไรก็ตาม ผมแค่ยอมให้เขาเข้ามาเพื่อจะได้ต่อว่าเขาให้สาสมเท่านั้น
“พ่อทิ้งพวกเราไป” ผมบอกเขา มันไม่ใช่ประโยคคำถามแต่เป็นความจริง ผมไม่อยากทราบเหตุผลเสียด้วยซ้ำ ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็เริ่มเล่าให้ผมฟัง
ในปีที่แม่ตั้งท้อง ประเทศไทยประสบกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจอย่างหนัก แม่ตกงาน ส่วนเงินเดือนที่พ่อได้ก็แทบจะไม่พอประทังชีวิตคนทั้งครอบครัว พวกเรากำลังจะอดตาย เหลือเพียงทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น คือพ่อต้องเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ
“พ่อคิดว่าเมื่อเก็บเงินพอเลี้ยงตัวเองได้แล้วพ่อก็จะกลับมาหาแม่กับลูก แล้วเราทั้งสามคนก็จะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่พ่อก็ผิดเอง ที่หลงระเริงกับแสงสีของเมืองกรุง ความมั่งคั่งที่พ่อได้รับจากการงานทำให้พ่อหลงลืมตัวตนของตนเองไป”
“พ่อมีรูปแม่กับลูกอยู่ใบหนึ่งซึ่งเก็บติดตัวไว้ในกระเป๋าสตางค์เสมอ แต่พ่อคงสนใจเงินที่ผ่านเข้าออกกระเป๋ามาก จนลืมไปว่ายังมีคนอีกสองคนที่รอพ่ออยู่ที่บ้าน จนเมื่อพ่อได้เห็นรูปนั้น พ่อถึงนึกได้ว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของพ่อคืออะไร พ่อลืมไปเสียสนิทว่าที่พ่อมีวันนี้ได้ก็เพราะแม่กับลูก พ่อขอโทษ”
“แต่พ่อหายไปนานเหลือเกิน พ่อคิดว่าจะให้ผมยกโทษให้พ่อง่ายๆอย่างนั้นหรอครับ”
“พ่อไม่ได้หวังให้ลูกยกโทษให้พ่อเลย พ่อแค่ขอให้ลูกยอมให้พ่อได้ชดเชยความผิดที่ทำไว้กับลูกและแม่ ให้พ่อได้ทำหน้าที่ของพ่อ ในการดูแลแม่และลูกเหมือนที่พ่อควรจะทำเมื่อนานมาแล้ว พ่อสัญญา ว่าพ่อจะไม่ไปไหนอีก”
พ่อหยิบรูปแม่และผมซึ่งยังเป็นทารกออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ทั้งผมและเขายิ้มให้กับรูปใบนั้น
“พ่อเข้าใจว่าพ่อควรจะได้ดูแลลูกตั้งแต่ที่ลูกอายุเท่าในรูปนี้ บางทีตอนนี้มันอาจจะสายไปแล้วสินะ” พ่อของผมบอก
“มันไม่เคยสายไปหรอกครับ แค่พ่อกลับมา มันก็เพียงพอสำหรับผมและแม่แล้ว” ผมพูดแล้วกอดพ่อของผมไว้แน่น ผมเชื่อ... ว่าเขาจะไม่จากไปไหนอีกแล้ว