Monomyth - ฤๅตำนานวีรบุรุษจะมีเพียงพล็อตเดียว

        กลับมาเจอกันอีกแล้วกับวันศุกร์ก่อนหยุดยาว พี่น้องเชื่อว่าหลายคนคงได้อ่านบทความสัมภาษณ์เคล็ดลับการเขียนของคุณจอร์จ อาร์ อาร์ มาร์ติน กันมาแล้ว ก็เลยอยากจะขอขยายความเรื่องการเขียนนิยายแฟนตาซีกันอีกสักหน่อย

        รอบนี้พี่น้องเอาผลการศึกษาค้นคว้าของนักจิตวิทยาคนหนึ่งมาให้ดูกัน เขาชื่อโจเซฟ แคมป์เบล เป็นชาวอเมริกันที่สนใจศึกษาเกี่ยวกับตำนานต่างๆ จนได้ข้อสรุปออกมาเป็นหนังสือชื่อ The Hero with a Thousand Faces แปลเป็นไทยก็ "วีรบุรุษพันหน้า" นั่นแหละ จากการค้นคว้ามานานทำให้เขาได้ข้อสรุปเกี่ยวกับตำนานวีรบุรุษทั้งหลายว่ามันมีพล็อตเรื่องตรงกันอย่างน่าประหลาด เขาเรียกโครงสร้างพล็อตเรื่องแบบนี้ว่า Monomyth

        (อันที่จริงการศึกษาโครงสร้างพล็อตของเรื่องแต่งแนวนี้ก็มีชาวรัสเซียเคยทำมาแล้วและทฤษฎีของเขาก็ค่อนข้างโด่งดังทีเดียว คือทฤษฎี 31 ฟังก์ชั่นของวลาดิเมียร์ พร๊อพ แต่อันนั้นพี่น้องขอไม่เอามาพูดเพราะมันเยอะและยุบยับเกินไป)

        มาดูกันดีกว่าว่าคุณแคมป์เบลเขาค้นพบอะไรจากตำนานทั้งหลายทั้งปวงนี้
 

MONOMYTH

ในโลกอันแสนปกติ
        ตัวเอกจะต้องใช้ชีวิตแบบปกติธรรมดาในโลกแห่งความเป็นจริงหรือโลกแฟนตาซีก็ได้ จะอยู่แบบสุขสบายหรือทุกข์ยากก็ได้ แต่ในความปกติธรรมดานั้น ตัวเอกจะต้องรู้สึกว่า "ที่นี่ไม่ใช่ที่ของฉัน" หรือ "อยากจะเจออะไรที่มันน่าตื่นเต้นกว่านี้จัง" หรือคนอื่นอาจจะรู้สึกว่าตัวเอกเป็นคนแปลก เข้ากับชาวบ้านทั่วๆ ไปไม่ค่อยได้
  • Harry Potter: แฮร์รี่รู้สึกว่าตัวเองมีพลังพิเศษบางอย่าง พวกมักเกิ้ลจะไม่ชอบเขา
  • The Giver: โจนาสมองเห็นสีสัน ในขณะที่คนอื่นในชุมชนไม่มีใครรู้จักสี
  • Beauty & the Beast: ทุกคนในหมู่บ้านคิดว่าเบลล์เป็นคนแปลก เพราะเธอชอบอ่านหนังสือ
        พี่น้องเชื่อว่าชาว Dek-D หลายคนคงเคยคิดแบบนี้แหละ อยากจะเจออะไรที่มันตื่นเต้นกว่านี้ แต่บังเอิญว่าพวกเราไม่ได้เป็นตัวเอกนิยายแฟนตาซีอ่ะนะ

ไปผจญภัยกันเถอะ
        จะต้องมีเหตุบางอย่างหรือบางคนมาทำให้ตัวเอกหลุดไปจากสภาพ "ชีวิตปกติ" ที่เป็นอยู่ แต่ตัวเอกจะเต็มใจออกไปผจญภัยยังที่แห่งใหม่หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละเรื่อง บางครั้งตัวเอกก็ไปเพราะอยากหลุดพ้นจากความธรรมดาหรือความแปลกแยก บางครั้งก็ไปเพราะมีเหตุบังคับ
  • Harry Potter: แฮกริดเป็นผู้ส่งสารมายังแฮร์รี่ว่ายังมีโลกเวทมนตร์อยู่
  • The Lord of the Rings: โฟรโดต้องจากฮอบบิทตันไปโดยไม่เต็มใจตามคำสั่งของพ่อมด
  • Hunger Games: แคตนิสอาสาตัวเป็นตัวแทนของเขตเพื่อปกป้องน้องสาว
        เราจะเรียกผู้ที่มาส่งสารให้ตัวเอกไปยังโลกใหม่ หรือทำภารกิจใหม่ว่า Herald อาจเป็นคน สัตว์ หรือสถานการณ์ต่างๆ ก็ได้

ความขัดแย้งในตัวเอก
        ตัวเอกอาจปฏิเสธที่จะทำภารกิจก็ได้ หรือทำภารกิจไปแล้วเกิดท้อกลางคัน อาจมีกรณีที่ตัวเอกปฏิเสธที่จะทำภารกิจในตอนแรก จนกระทั่งได้เห็นผลลัพธ์ที่แย่ลงก็เลยจำใจทำ
  • The Lord of the Rings: โฟรโดในตอนแรกก็จะให้แหวนกับแกนดาล์ฟ แต่แกนดาล์ฟไม่เอา พอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าภูตแห่งแหวนมาเจอ โฟรโดเลยจำใจต้องออกจากฮอบบิทตัน โดยเชื่อว่าแค่เอาแหวนไปส่งเอลรอนด์ก็กลับบ้านได้แล้ว ระหว่างทางโฟรโดจะเกิดความขัดแย้งในตัวเองอยู่บ่อยครั้งเพราะแหวนล่อลวงให้เขาตกอยู่ในอำนาจ
        มีไหม ที่ตัวเอกปฏิเสธที่จะทำภารกิจหรือทำภารกิจล้มเหลว?
        มีค่ะ อนาคิน จาก Star Wars นั่นไงที่ทำภารกิจไม่สำเร็จ ยอมเป็นทาสของความมืดเพราะความแค้น ตัวเอกที่ปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จหรือปฏิเสธที่จะทำภารกิจมักลงเอยด้วยการเป็นตัวละครรองที่ตัวเอก (คนใหม่) ต้องมาช่วยในภายหลัง หรือไม่ก็กลายเป็นตัวร้ายไปเลยอย่างดาร์ธเวเดอร์

ก้าวสู่โลกใหม่
        โลกใหม่ที่ตัวเอกได้เจอจะคนละอารมณ์กับโลกเดิมที่พวกเขาเคยอยู่ มันอาจจะดีกว่าหรือแย่กว่า แต่ที่แน่ๆ คือต้องมีเรื่องให้ "ตื่นเต้น" มี "อุปสรรค" ขวางกั้นตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นเรื่องจะดำเนินต่อไปไม่ได้ ตัวเอกต้องเข้าใจและยอมรับสังคมใหม่ และ "เรียนรู้" จากมันให้ได้
  • The Chronicles of Narnia: โลกนาร์เนียมีทั้งเวทมนตร์และสิ่งมีชีวิตประหลาด แต่ก็มีสงคราม
  • Divergent: เมื่อนางเอกได้มาอยู่กับกลุ่มดอนท์เลส เธอก็พบว่าเผ่านี้มีกฎเกณฑ์และการใช้ชีวิตแตกต่างจากไปสังคมเดิมที่เธอเคยอยู่ มีการแก่งแย่งชิงดี ไม่สงบสุขและเจียมเนื้อเจียมตัวเหมือนเผ่าเดิมของเธอ
  • The Lord of the Rings: นอกฮอบบิทตันนั้นมีแต่ภัยร้าย แม้จะมีสถานที่ปลอดภัยและสงบอย่างลอธลอริเอน แต่ที่เหลือล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่อันตรายมากกว่า

มีพลังงานบางอย่าง
        คุณแคมป์เบลสัมผัสได้ว่าบนเส้นทางของฮีโร่นั้นต้องมี "พลังงานบางอย่าง" ที่จะมาทดสอบตัวเอก และมาคอยช่วยเหลือให้ทำภารกิจได้ พลังงานดังกล่าวอาจมาในรูปของคน มักจะเป็นคนแก่ พ่อมด หรือผู้ทรงภูมิ คนพวกนี้ในทางวรรณคดีจะเรียกว่า Doner เป็นคนที่คอยสอนตัวเอกทุกอย่าง หยั่งเชิงดูว่าตัวเอกมีกึ๋นพอจะไปสู้บอสใหญ่หรือไม่ และคอยช่วยเหลือตัวเอกเท่าที่พล็อตจะอำนวย
  • The Lord of the Rings: แกนดาล์ฟ
  • Harry Potter: ดัมเบิลดอร์
  • The Chronicles of Narnia: อัสลาน

เครื่องรางของขลัง
        นอกจากจะมีครูฝึกดีแล้ว ตัวเอกยังต้องมีของวิเศษที่จะช่วยในการทำภารกิจได้อีก ซึ่งของวิเศษเหล่านี้ก็มักจะกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเรื่องนั้นๆ
  • Star Wars: ดาบเลเซอร์
  • Cinderella: รองเท้าแก้ว
  • King Arthur: ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์

ผู้ช่วย
        มี Doner ก็ต้องมี Helper ซึ่งก็คือเหล่าเพื่อนพระเอกที่จะมาช่วยให้ตัวเอกทำภารกิจสำเร็จได้โดยไม่ขอค่าตัวสักบาท อาจเป็นคน สัตว์ หรือสิ่งมีชีวิตแปลกๆ ก็ได้ อาจมาช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางใจ หรือช่วยถือโล่ถือธนูให้ก็ได้
  • The Chronicles of Narnia: คุณทัมนัส
  • Harry Potter: รอน เฮอร์ไมโอนี่ เนวิลล์ ฯลฯ
  • The Lord of the Rings: แซม

การทดสอบสุดโหด
        ยิ่งกว่าข้อสอบ ONET คือบททดสอบที่ตัวเอกทุกคนจะต้องเจอ อุปสรรคเหล่านี้เป็นเหมือนหินลับมีดที่จะลับตัวเอกให้คมขึ้นเรื่อยๆ (ถ้าไม่ตายเสียก่อน) จนพร้อมสำหรับศึกสุดท้าย
  • Divergent: ทริซจะต้องเจอกับการทดสอบของเผ่าดอนท์เลสจนกว่าจะถึงการทดสอบเข้าเผ่าสุดท้าย
  • Harry Potter: แต่ละเล่มแฮร์รี่จะเจอกับศึกหนักยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ (จำนวนคนตายก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน) จนถึงศึกสุดท้ายที่เขาจะต้องสู้กับโวลเดอร์มอร์ทและลูกสมุนทั้งหมด
  • The Lord of the Rings: โฟรโดอาจจะโชคดีกว่าใครตรงที่ไม่ต้องสู้ในสมรภูมิ แต่ต้องสู้กับใจตัวเองแทน ซึ่งในฉากสุดท้ายก็...อย่างที่รู้กัน

รางวัลตอบแทนและการกลับบ้าน
        เมื่อทำภารกิจเสร็จแล้ว แน่นอนว่าตัวเอกย่อมได้รับของตอบแทนที่เหมาะสมกับความเหนื่อยยากทั้งหมดที่ทำมา อาจได้รับเป็นของรางวัลหรือความสงบสุข หรือได้รับอะไรก็ตามแต่ที่จะมาช่วยปกป้องหมู่บ้านที่ตนเองรักเอาไว้ ตัวเอกจะได้กลับมายังชีวิตปกติสุขของตัวเอง และภาวนาว่าไม่ต้องไปผจญภัยที่ไหนอีกแล้วนะจ้ะ
  • The Chronicles of Narnia: พวกเด็กๆ ปราบราชินีหิมะได้ กลับไปครองบัลลังก์ก่อนจะกลับโลกเดิม
  • The Lord of the Rings: สงครามสิ้นสุดลง โฟรโดได้กลับมายังฮอบบิทตัน
  • Harry Potter: เจ้าแห่งความมืดสิ้นท่า โลกเวทมนตร์กลับสู่ความสงบสุข

        เท่าที่พี่น้องลองสุ่มนิยายแฟนตาซีส่วนใหญ่ที่เคยอ่านมา พบว่ามันก็ตรงกับทฤษฎี Monomyth ของคุณแคมป์เบลอยู่ แต่อาจจะมีแพทเทิร์นสลับไปมาบ้าง หรือมีรายละเอียดต่างกันไป แม้แต่นิยายแนวอื่นๆ บางเรื่องก็ยังใช้เกณฑ์นี้ได้เลย

        ไหนชาว Dek-D ลองมาใช้ทฤษฎีนี้กับนิยายที่เราเคยอ่านหรือนิยายที่เราแต่งดูบ้างดีกว่า
 

 
ยกตัวอย่าง - The Giver โจนาสกับผู้ให้
1. ในโลกอันแสนปกติ The Giver เริ่มเรื่องด้วยชุมชนที่ไม่ธรรมดาสำหรับเรา เป็นชุมชนที่ทุกอย่างถูกควบคุมไว้หมด แม้แต่อารมณ์ความรู้สึกและคำพูด แต่มันเป็นชุมชนที่ปกติธรรมดา และสงบสุขสำหรับโจนาส แต่เขาเองเริ่มเห็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นมองไม่เห็น เป็นสัญญาณว่าเขา "แตกต่าง" จากคนอื่นในชุมชน

2. ไปผจญภัยกันเถอะ โจนาสเข้าสู่อายุ 12 และเขาได้รับอาชีพที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือเป็น "ผู้รับความทรงจำ" เขาจะต้องรับความทรงจำจาก "ผู้ให้" อีกที ซึ่งถือเป็นผู้เปิดโลกใหม่ให้กับโจนาส

3. ความขัดแย้งในตัวเอก ตอนแรกที่โจนาสรู้ว่าตนจะได้เป็น "ผู้รับความทรงจำ" คนต่อไปของชุมชน เขายังรู้สึกไม่แน่ใจ แต่ก็ต้องรับภารกิจเพราะไม่มีทางเลือกอื่น ระหว่างการรับความทรงจำ โจนาสจะได้ทั้งความทรงจำที่ดีและไม่ดี ทำให้เขาไม่อยากรับรู้เรื่องพวกนี้อีก แต่กฎของชุมชนทำให้เขาเลิกไม่ได้

4. ก้าวสู่โลกใหม่ เมื่อโจนาสเริ่มฝึกรับความทรงจำจาก "ผู้ให้" เขาได้รู้ว่าโลกใบนี้ครั้งหนึ่งเคยมีสีสัน เคยมีสภาพอากาศ เคยมีครอบครัว เคยมีความรัก อาจจะไม่เป็นการผจญภัยหวือหวา แต่ถือเป็นเรื่องแปลกสำหรับตัวเอก หลังจากนั้นเขาจึงได้รู้ว่ามันยังมีการบาดเจ็บ สงคราม และความตาย โลกใหม่ของเขาเริ่มไม่น่าอยู่อีกต่อไป และเขาต้องทนรับความทรงจำเหล่านี้ต่อไป จนกระทั่งมาถึงจุดที่เขากับผู้ให้เห็นว่าควรทำอะไรสักอย่างกับชุมชนนี้ ทั้งสองคนตัดสินใจวางแผนร่วมกัน

5. มีพลังงานบางอย่าง ตัว "ผู้ให้" ถือเป็น Doner ของโจนาส เป็นชายชราผู้รอบรู้ และคอยให้คำแนะนำกับโจนาสเวลาที่เขามีปัญหา

6. เครื่องรางของขลัง สำหรับเรื่องนี้ ของวิเศษก็คือความสามารถของโจนาสในการถ่ายทอดความทรงจำให้คนอื่น โจนาสใช้ความสามารถนี้ทำให้เด็กทารกนอนหลับฝันดี และในระหว่างการหลบหนีออกจากชุมชน เขาก็ถ่ายทอดความทรงจำเกี่ยวกับ "แสงแดด" เพื่อให้ตัวเขาและเด็กทารกอบอุ่น

7. ผู้ช่วย สำหรับโจนาส เนื่องจากไม่มีคนอื่นในชุมชนเลยที่รู้เรื่องการฝึกรับความทรงจำของเขา เขาเลยไม่มีเพื่อนมาช่วยทำภารกิจ มีเพียงแต่ "ผู้ให้" คนเดียวเท่านั้น "ผู้ให้" ยังถือเป็นคนวางแผนพาโจนาสหลบหนีด้วย

8. การทดสอบสุดโหด โจนาสต้องรับความทรงจำเลวร้ายทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้นบนโลกนี้ ทั้งอาการบาดเจ็บจากการตกรางเลื่อน โดนแดดเผา หมอบอยู่ข้างเพื่อนทหารที่กำลังจะตายในสนามรบ เขาไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้และไม่เคยคิดว่ามีอยู่ จึงถือว่าเป็นเรื่องโหดร้ายสำหรับเด็กคนหนึ่งมาก แต่การรับความทรงจำเหล่านี้จะทำให้โจนาสแข็งแกร่งขึ้นจนไปถึงภารกิจที่เขาต้องหลบหนีจากชุมชน เขาต้องใช้ความทรงจำทั้งหมดที่มีเพื่อการหลบหนี เผชิญหน้ากับความหนาวเหน็บและความหิวโหย

9. รางวัลตอบแทน สำหรับเรื่อง The Giver ตอนจบของเรื่องอาจจะไม่ชัดเจนมากนักเนื่องจากมันมีภาคต่อ แต่เมื่อดูจากการจบในตอน รางวัลตอบแทนสำหรับโจนาสคงจะเป็น "อิสรภาพ" เขาจะได้เป็นอิสระจากชุมชนที่เขารู้ความจริงแล้วว่าไม่ใช่ชุมชนอันสมบูรณ์แบบ เขาได้เป็นอิสระจากการเป็น "ผู้รับความทรงจำ" ที่แสนทรมานและโดดเดี่ยว แม้เราจะไม่รู้ว่าเขารอดชีวิตจากการหลบหนีหรือเปล่าก็ตาม (ต้องรออ่านภาคต่อ)

 

ประกาศรายชื่อผู้ร่วมสนุกที่ได้หนังสือ Avalon



แจ้งชื่อ-ที่อยู่หลังไมค์ได้เลย
ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ไม่ต้องเสียใจหนา โอกาสหน้ายังมีอีกเพียบ ><
ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมแชร์บทวิเคราะห์กันค่ะ
 
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://mythologyteacher.com/documents/TheHeroJourney.pdf

ขอบคุณภาพประกอบจาก
www.gigglepedia.com

narnia.wikia.com
pixtalpeep.blogspot.com
www.imdb.com
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

afit Member 31 มี.ค. 57 08:03 น. 6

นิยายเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ๊กสัน

1.ในโลกอันแสนปกติ

-เพอร์ซีย์จะเป็นเด็กที่แปลกกว่าเด็กคนอื่นเสมอ เพราะเขาเป็นโรคดิสเล็กเซียที่ทำให้อ่านหนังสือไม่ออก และเป็นเด็กสมาธิสั้น  ทำให้กลายเป็นเด็กมีปัญหาอยู่เสมอเวลาอยู่ในโรงเรียน  ขึ้นชั้นใหม่ทีไรก็เปลี่ยนโรงเรียนทุกครั้งจนแทบไม่มีโรงเรียนไหนที่รู้จักมาก่อนอยากรับไว้

2.ไปผจญภัยกันเถอะ

-เพราะมีป๊ศาจที่ปลอมตัวเป็นครูเข้าจู่โจม  ทำให้เพอร์ซีย์ได้รับการช่วยเหลือจากคนที่คอยตามปกป้องเขาอยู่หนีให้ไปถึงค่ายฮาล์ฟบลัด  และที่นั่นทำให้เขารู้ว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์และเทพกรีก  และเพื่อช่วยแม่ที่ถูกส่งไปยังโลกแห่งความตายและเพื่อตามหาสายฟ้าของซุสที่หายไป  เขาจึงต้องออกเดินทางเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ

3.ความขัดแย้งในตัวเอก

-หลายครั้งที่เพอร์ซีย์นึกน้อยใจเรื่องพ่อของตัวเอง  ว่าทำไมโพไซดอนหรือพ่อของเขาต้องปล่อยให้เขามาทำภารกิจแบบนี้เพื่อพ่อด้วย (ซุสกล่าวหาว่าโพไซดอนขโมยสายฟ้าไป จึงให้เพอร์ซีย์ตามหาเพื่อยุติข้อกล่าวหานั้น) ทั้งที่โพไซดอนทอดทิ้งตัวเองตั้งแต่เกิด  และยังปล่อยให้แม่ของเขาต้องอยู่กับแฟนคนใหม่ที่นิสัยเสียกว่าเดิม  และหลายครั้งที่เพอร์ซีย์ถูกเทพใช้ประโยชน์ราวกับหมากเบี้ย ทำให้บางครั้งเขาก็เริ่มไม่ศรัทธาในตัวเทพเจ้า

4.ก้าวสู่โลกใหม่

-โลกที่เพอร์ซีย์ต้องไปผจญภัยนั้นส่วนใหญ่ยังคงเป็น โลกเดิม ที่เขาเคยอยู่มา  แต่หลังจากที่เพอร์ซีย์รับรู้ว่าเขาเป็นใครแล้ว  ทำให้เขามองอะไรได้กว้างขึ้นกว่าเดิม  ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังโลกเดิมของเขากว่าเดิมว่าแท้จริงแล้ว  ในบรรดามนุษย์นั้นก็มีปีศาจเข้ามาปะปนอยู่ด้วย เพียงแต่มีมนตร์พรางตาทำให้เห็นเป็นอย่างอื่นไป และเพอร์ซีย์ก็ได้ไปยังโลกใหม่จริงๆ ของเหล่าเทพทั้งสวรรค์โอลิมปัสและโลกหลังความตาย

5.มีพลังงานบางอย่าง

-ปกติเพอร์ซีย์จะมีคนคอยฝึกสอนการสู้รบในค่ายฮาล์ฟบลัดอยู่  โดยมีไครอน เซนทอร์ที่คอยฝึกเหล่าวีรบุรุษในตำนานมาคอยฝึกและคอยให้คำปรึกษาแก่เพอร์ซีย์อยู่เสมอ  และในระหว่างทำภารกิจ เหล่าเทพบางองค์จะมาคอยช่วยเพอร์ซีย์อยู่  แต่นั่นไม่ใช่เพราะความจิตใจดีอยากให้เพอร์ซีย์ชนะหรืออย่างใด  แต่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น

6.เครื่องรางของขลัง

-เพอร์ซีย์มีปากกาที่เวลาถอดปลอกออกแล้วจะกลายเป็นดาบได้ ชื่อว่าดาบริปไทด์

7.ผู้ช่วย

-เพอร์ซีย์มีเพื่อนสองคนที่คอยอยู่ช่วยเสมอเมื่อเขามีปัญหา คือ แอนนาเบท และ โกรเวอร์

8.การทดสอบสุดโหด

-เพอร์ซีย์จะต้องไปทำภารกิจทุกครั้งที่กลับมายังค่ายฮาล์ฟบลัด ที่บางทีไม่ได้ถูกส่งตัวไปแต่เพอร์ซีย์ก็จะขอตามไปเอง  ซึ่งในศึกสุดท้ายที่เขาต้องรวบรวมคนในค่ายทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับเทพโครนอสที่มาพร้อมกับสัตว์ร้ายในตำนานหลายตัวที่คิดจะเข้ามาถล่มเกาะแมนฮัตตันที่เป็นที่ตั้งของโอลิมปัส  เพอร์ซีย์ต้องเสียเพื่อนในค่ายไปหลายคน  รวมทั้งเขาต้องตัดสินใจที่จะเชื่อในตัวลุค ที่เป็นร่างสถิตย์ให้กับโครโนส  โดยการให้มีดแก่ลุคเพื่อใช้สังหารตัวลุคเอง

9.รางวัลตอบแทนและการกลับบ้าน

-เล่มสุดท้ายของภาคนี้ คือเพอร์ซีย์ได้หลุดพ้นจากการเป็นมนุษย์กึ่งเทพในคำพยากรณ์บทใหญ่ที่บอกว่าเขาจะเป็นคนที่จะทำลายโอลิมปัส และได้กลับไปใช้ชีวิตในค่ายแบบเดิม  แม้ว่าในภาคต่อเพอร์ซีย์จะต้องกลับมาอยู่ในคำพยากรณ์บทใหญ่อีกบทหนึ่งก็ตาม

 

1
กำลังโหลด
anatear Member 2 เม.ย. 57 06:25 น. 8

ผมเอาเรื่อง The Matrix 

1. ในโลกอันแสนปกติ นีโอเป็นพนักงานเงินเดือนปกติ ที่แทบจะไม่มีอะไรพิเศษเลย

2. ไปผจญภัยกันเถอะ มอเฟียส ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตของนีโอทำให้เค้าถูก เจ้าหน้าที่สมิทจับตามองจนกระทั่ง มอเฟียส ได้ยื่นข้อเสนอว่า อยากอยู่แบบเดิม หรือตื่นจากฝัน

3. ความขัดแย้งในตัวเอก นีโอถูกคาดหวังว่าเป็นผู้ปลดปล่อย แต่ตัวเค้าเองไม่เคยรู้มาก่อน มันยากตรงที่ โลจิกของตัวเอกนั้น มันไม่เหมือนแฟนตาซีอื่นๆ เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างอ้างอิงความเป็นจริง อย่าง ปีเตอร์แพน บินออกไปนอกหน้าต่างได้ แต่Matrix จะมองว่า จะบ้าหรอ ออกไปก็ตกสิ เพราะมี ชีวิตเป็นเดิมพัน และเหมือนจริงมากจนแยกไม่ออกว่าจริงหรือปลอม จึงทำให้ค่อนข้างยากในการจะเชื่ออะไร

4. ก้าวสู่โลกใหม่  เมื่อนีโอตื่นจากฝัน โลกที่เค้ารู้จักได้เปลี่ยนไป เค้าได้ตื่นมาพบกับนครจักรกล และสงครามระหว่างคนกับเครื่องจักร

5. มีพลังงานบางอย่าง มอเฟียส จัดว่าเป็น Doner ที่ผลักดันนีโอมาตลอด จนกระทั่งนีโอได้พลังมา

6. เครื่องรางของขลัง ไม่มี

7. ผู้ช่วย ทรีนิตี้ และมอเฟียส คอยสนับสนุนและอยู่ข้างนีโอตลอดเวลา

8. การทดสอบสุดโหด นีโอต้องเลือกระหว่างความอยู่รอดของ ทรีนีตี้ หรือระบบ และครั้งสุดท้ายคือ เลือกระหว่างชีวิตของตัวเอง หรือไซอ่อน

9. รางวัลตอบแทน สันติ สงครามจักรกลและมนุษย์สิ้นสุดลง

0
กำลังโหลด
Chanyanuch Member 28 มี.ค. 57 18:01 น. 1

นิยายของเราเป็นนิยายแนววิทยาศาสตร์ไซไฟ  

แต่ตรงกับทฤษฎี  Monomyth  ข้อ  1  2  4  5  6  7  และ  8  

ส่วนข้อ  9  ยังเขียนไม่ถึงจุดนี้

0
กำลังโหลด
Eclair&Xandria Member 28 มี.ค. 57 22:04 น. 2

ตรงจริงๆ ด้วยค่ะ เท่าที่เคยอ่านมา แทบทุกเรื่องเป็นไปตามกฎนี้เกือบหมดเลย(แม้แต่นิยายตัวเองก็ตรง >< กรี๊ด!)

ไหนๆ ลองยกตัวอย่างบ้างดีกว่า นึกถึงหนังที่ดูไปปีที่แล้ว Oz, the Great and Powerful เกี่ยวกับพ่อมดแห่งออซนั่นเอง

1. ในโลกอันแสนปกติ
อันนี้คิดว่าไม่ตรงนะคะ เพราะเริ่มเรื่องออสการ์เป็นแค่นักมายากลที่ล้มเหลวในชีวิตคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้มีพลังวิเศษหรือแปลกจากคนอื่นสักเท่าไหร่

2. ไปผจญภัยกันเถอะ
ออสการ์โดนไล่กระทืบ(?)เลยหนีขึ้นบอลลูนไป แต่ก็ซวยซ้ำโดนพายุพัดเข้าไปในดินแดนแห่งออซ ข้อนี้ตรงแฮะ

3. ความขัดแย้งในตัวเอก
ออสการ์ต้องไปช่วยปราบแม่มดร้ายตามคำทำนาย ด้วยความที่เป็นนักมายากลซึ่งแน่นอนว่าใช้เวทมนตร์ไม่เป็นแน่ๆ แต่ในดินแดนแห่งออซดันเป็นของจริงซะงั้น ออสการ์จึงมีความคิดอยากจะหนี

4. ก้าวสู่โลกใหม่
ที่ๆ ออสการ์เคยอยู่คือโลกธรรมดาๆ ของเรานี้เอง แต่ดินแดนแห่งออซเป็นดินแดนมหัศจรรย์ มีทั้งเวทมนตร์ สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดมากมาย แต่ก็กำลังผจญกับปัญหาคือแม่มดชั่วร้ายที่ฆ่าราชาแห่งออซ และทำให้ชาวออซตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว

5. มีพลังงานบางอย่าง
คิดว่าน่าจะเป็นกลินดา แม่มดฝ่ายดีที่นอกจากจะหน้าตาเหมือนคนรักของออสการ์ในโลกที่เขาจากมาแล้ว ยังมีจิตใจดีงาม และยังพูดให้กำลังใจ พูดให้ออสการ์ได้คิด ได้ตระหนัก และมีกำลังใจที่จะต่อสู้เพื่อช่วยดินแดนแห่งออซจากแม่มดชั่วร้าย

6. เครื่องรางของขลัง
เรื่องนี้คิดว่าไม่มีค่ะ อย่างน้อยก็สำหรับออสการ์(แต่แม่มดทั้งหลายมีไม้กายสิทธิ์อยู่แล้ว)ที่มีคือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพราะนอกจากเล่นกลแล้ว ออสการ์ยังเป็นนักประดิษฐ์ด้วย ซึ่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นก็เป็นของธรรมดาที่ไม่ได้วิเศษอะไร แต่ออซก็นำมาใช้เล่นกลได้อย่างชาญฉลาด

7. ผู้ช่วย
มีลิงบินได้อยู่ตัวหนึ่ง น่าจะชื่อฟินลีย์ ตอนที่รู้ว่าออสการ์เป็นพ่อมดปลอมก็ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มยอมรับและนับถือในตัวออสการ์มากขึ้น อีกคนก็เด็กหญิงตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ออสการ์ช่วยเอาไว้ เลยรักออสการ์มากๆ

8. การทดสอบสุดโหด
ต้องปราบแม่มดชั่วร้ายที่นอกจากจะมีเวทมนตร์แล้วยังมีกองทัพอันแข็งแกร่ง นอกจากนี้เพราะเรื่องที่เคยโกหกเอาไว้ แถมยังคิดจะหนีอีก ทำให้ออสการ์ต้องแก้ตัวเพื่อให้ทุกๆ คนกลับมาเชื่อใจเขาอีกครั้ง

9. รางวัลตอบแทนและการกลับบ้าน
ออสการ์ไม่ได้กลับบ้าน แต่ก็ได้รับตำแหน่งราชาแห่งออซคนใหม่ และยังชื่อว่าเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งออซด้วย(แน่นอนว่าเป็นเพราะสิ่งประดิษฐ์กับการเล่นกลของเขานั่นเอง)

ลองวิเคราะห์ไปวิเคราะห์มา ตรงแทบทุกข้อเลยค่ะ >< เนื้อหาอาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้างนะคะ เพราะดูหนังไปเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ

จะว่าไปอดคิดไม่ได้นะคะว่าจะมีนิยายที่หลุดจาก Monomyth ทุกข้อ(หรือหลายๆ ข้อ)ได้หรือเปล่านะ? แล้วถ้ามีจริงๆ จะสนุกมั้ยเนี่ย? เพราะเรื่องที่คิดว่าสนุกๆ แทบทุกเรื่องก็เข้าข่ายนี่หมดเลย

1
editor_nong Member 2 เม.ย. 57 09:41 น. 2-1
คิดว่าของประดิษฐ์ของออสการ์ก็อาจจะเข้าข่ายของวิเศษได้นะ แม้ว่าจะไม่ได้มีพลังวิเศษตามชื่อจริง แต่เป็น "เครื่องมือ" ที่เกี่ยวข้องกับการทำภารกิจของตัวเอก ตอนที่เขียนบทความนี้ก็พยายามนึกถึงนิยายแฟนตาซีที่ขึ้นชื่อว่าแหวกจริงๆ มาลองใช้กับทฤษฎีดู แต่มันก็ตรงเกือบหมดนะ อาจจะเพราะทฤษฎีของ Campbell ค่อนข้างกว้าง และตรงกับหลักการแต่งนิยายที่ต้องมี ความขัดแย้ง มีไคลแมกซ์ มีตอนจบ ถ้าใช้ทฤษฎีของ Vladimir ที่มี 31 ข้อจะละเอียดกว่า อันนั้นน่าจะช่วยให้เห็นความแตกต่างของนิยายแต่ละเรื่องมากขึ้น เยี่ยม
0
กำลังโหลด
Seesor [K : Viceroy] Member 28 มี.ค. 57 23:47 น. 3

ถือได้ว่าบทวิเคราะห์นี้ค่อนข้างตรงมากทีเดียว นิยายแฟนตาซีหลายเรื่องที่เห็นก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น 555

เราขอเลือกนิยายแฟนตาซีของไทย The Last Fantasy และเราคิดว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยตรงนักก็ได้ -.,-

1. ในโลกอันแสนปกติ นิยามคำว่าโลกปกติของ "เซโร่" ก็คงเป็นโลกที่เขาโตมาพร้อมกับการจับอาวุธ ยิงปืน และฆ่าคน เขาทำอาชีพคล้ายๆ ทหารรับจ้าง(รึเปล่า อ่านนานแล้ว จำไม่ได้) ในอาณาจักรกัสคาลที่เต็มไปด้วยซากศพ สงคราม และการนองเลือด

2. ไปผจญภัยกันเถอะ วันหนึ่งในขณะที่เขาและพรรคพวกได้เข้าไปทำภารกิจในองค์กรของ "ชินฮะ" ได้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เซโร่สัมผัสได้ว่าตนเองมีพลังที่เกี่ยวกับเวลา (อะไรสักอย่างนี่แหละ) เป็นครั้งแรก แล้วเขาก็หมดสติไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ดันไปอยู่ในเมือง "เกรแฮม" 

3. ความขัดแย้งในตัวเอก มีไหมหว่า จำไม่ได้ 555 เหมือนมันแฮปปี้มากที่จะอยู่ที่เกรแฮม คงมีความขัดแย้งเล็กน้อยตรงที่จะออกตามหาเพื่อนให้ได้ เป็นเชิงว่าจะออกจากเกรแฮมในสักวัน (ก็เหมือนมีความจำเป็นที่ต้องทำมาขัดแย้งกับความสุขที่ได้รับ)

4. ก้าวสู่โลกใหม่ ที่เกรแฮมเป็นเหมือนโลกใหม่สำหรับเขา เขาได้ไปโรงเรียน ได้เจอเพื่อน ได้เจอความสงบสุขต่างจากที่กัสคาล แต่เขาก็สงบสุขได้ไม่นานนัก เมื่อศัตรูตัวร้ายอย่างชินฮะเริ่มจองเวร

5. มีพลังงานบางอย่าง พระเอกมีอาจารย์ปะเนี่ย... โดยรวมๆ แล้วไม่ เหมือนมันจะเป็นผู้นำคนอื่นและยืนด้วยลำแข้งตัวเองเสียมากกว่า

6. เครื่องรางของขลัง ก็เหมือนจะไม่ เพราะรู้สึกว่าจะมีแค่พลังจิตซึ่งก็ไม่ใช่วัตถุอะไร แต่นับว่าขลังอยู่เหมือนกัน 555


7. ผู้ช่วย เพื่อนๆ ทั้งหลาย เช่น มีอา ครูซ อลิส ฯลฯ

8. การทดสอบสุดโหด การต่อสู้ของเซโร่ ทั้งในนครเหนือ ทั้งกับชินฮะ ทั้งกับราชินีเอรีส

9. รางวัลตอบแทน พระเอกเสียคนรักไปเป็นศัตรู เสียเพื่อนสนิทไปตลอดกาล นี่คงเป็นรางวัล 5555 และตอนจบพระเอกก็ไม่ได้สงบสุข ไม่ได้แฮปปี้ ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น เพราะจู่ๆ เซโร่แกก็... -_-;;  #ละไว้ไม่อยากพูดถึง

อาเมนเบาๆ

เอ่อ..

1
กำลังโหลด

11 ความคิดเห็น

Chanyanuch Member 28 มี.ค. 57 18:01 น. 1

นิยายของเราเป็นนิยายแนววิทยาศาสตร์ไซไฟ  

แต่ตรงกับทฤษฎี  Monomyth  ข้อ  1  2  4  5  6  7  และ  8  

ส่วนข้อ  9  ยังเขียนไม่ถึงจุดนี้

0
กำลังโหลด
Eclair&Xandria Member 28 มี.ค. 57 22:04 น. 2

ตรงจริงๆ ด้วยค่ะ เท่าที่เคยอ่านมา แทบทุกเรื่องเป็นไปตามกฎนี้เกือบหมดเลย(แม้แต่นิยายตัวเองก็ตรง >< กรี๊ด!)

ไหนๆ ลองยกตัวอย่างบ้างดีกว่า นึกถึงหนังที่ดูไปปีที่แล้ว Oz, the Great and Powerful เกี่ยวกับพ่อมดแห่งออซนั่นเอง

1. ในโลกอันแสนปกติ
อันนี้คิดว่าไม่ตรงนะคะ เพราะเริ่มเรื่องออสการ์เป็นแค่นักมายากลที่ล้มเหลวในชีวิตคนหนึ่งเท่านั้นเอง ไม่ได้มีพลังวิเศษหรือแปลกจากคนอื่นสักเท่าไหร่

2. ไปผจญภัยกันเถอะ
ออสการ์โดนไล่กระทืบ(?)เลยหนีขึ้นบอลลูนไป แต่ก็ซวยซ้ำโดนพายุพัดเข้าไปในดินแดนแห่งออซ ข้อนี้ตรงแฮะ

3. ความขัดแย้งในตัวเอก
ออสการ์ต้องไปช่วยปราบแม่มดร้ายตามคำทำนาย ด้วยความที่เป็นนักมายากลซึ่งแน่นอนว่าใช้เวทมนตร์ไม่เป็นแน่ๆ แต่ในดินแดนแห่งออซดันเป็นของจริงซะงั้น ออสการ์จึงมีความคิดอยากจะหนี

4. ก้าวสู่โลกใหม่
ที่ๆ ออสการ์เคยอยู่คือโลกธรรมดาๆ ของเรานี้เอง แต่ดินแดนแห่งออซเป็นดินแดนมหัศจรรย์ มีทั้งเวทมนตร์ สิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดมากมาย แต่ก็กำลังผจญกับปัญหาคือแม่มดชั่วร้ายที่ฆ่าราชาแห่งออซ และทำให้ชาวออซตกอยู่ภายใต้ความหวาดกลัว

5. มีพลังงานบางอย่าง
คิดว่าน่าจะเป็นกลินดา แม่มดฝ่ายดีที่นอกจากจะหน้าตาเหมือนคนรักของออสการ์ในโลกที่เขาจากมาแล้ว ยังมีจิตใจดีงาม และยังพูดให้กำลังใจ พูดให้ออสการ์ได้คิด ได้ตระหนัก และมีกำลังใจที่จะต่อสู้เพื่อช่วยดินแดนแห่งออซจากแม่มดชั่วร้าย

6. เครื่องรางของขลัง
เรื่องนี้คิดว่าไม่มีค่ะ อย่างน้อยก็สำหรับออสการ์(แต่แม่มดทั้งหลายมีไม้กายสิทธิ์อยู่แล้ว)ที่มีคือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพราะนอกจากเล่นกลแล้ว ออสการ์ยังเป็นนักประดิษฐ์ด้วย ซึ่งสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้นก็เป็นของธรรมดาที่ไม่ได้วิเศษอะไร แต่ออซก็นำมาใช้เล่นกลได้อย่างชาญฉลาด

7. ผู้ช่วย
มีลิงบินได้อยู่ตัวหนึ่ง น่าจะชื่อฟินลีย์ ตอนที่รู้ว่าออสการ์เป็นพ่อมดปลอมก็ไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ แต่ไปๆ มาๆ ก็เริ่มยอมรับและนับถือในตัวออสการ์มากขึ้น อีกคนก็เด็กหญิงตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่ออสการ์ช่วยเอาไว้ เลยรักออสการ์มากๆ

8. การทดสอบสุดโหด
ต้องปราบแม่มดชั่วร้ายที่นอกจากจะมีเวทมนตร์แล้วยังมีกองทัพอันแข็งแกร่ง นอกจากนี้เพราะเรื่องที่เคยโกหกเอาไว้ แถมยังคิดจะหนีอีก ทำให้ออสการ์ต้องแก้ตัวเพื่อให้ทุกๆ คนกลับมาเชื่อใจเขาอีกครั้ง

9. รางวัลตอบแทนและการกลับบ้าน
ออสการ์ไม่ได้กลับบ้าน แต่ก็ได้รับตำแหน่งราชาแห่งออซคนใหม่ และยังชื่อว่าเป็นพ่อมดผู้ยิ่งใหญ่แห่งออซด้วย(แน่นอนว่าเป็นเพราะสิ่งประดิษฐ์กับการเล่นกลของเขานั่นเอง)

ลองวิเคราะห์ไปวิเคราะห์มา ตรงแทบทุกข้อเลยค่ะ >< เนื้อหาอาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้างนะคะ เพราะดูหนังไปเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ทั้งหมดก็ประมาณนี้ล่ะค่ะ

จะว่าไปอดคิดไม่ได้นะคะว่าจะมีนิยายที่หลุดจาก Monomyth ทุกข้อ(หรือหลายๆ ข้อ)ได้หรือเปล่านะ? แล้วถ้ามีจริงๆ จะสนุกมั้ยเนี่ย? เพราะเรื่องที่คิดว่าสนุกๆ แทบทุกเรื่องก็เข้าข่ายนี่หมดเลย

1
editor_nong Member 2 เม.ย. 57 09:41 น. 2-1
คิดว่าของประดิษฐ์ของออสการ์ก็อาจจะเข้าข่ายของวิเศษได้นะ แม้ว่าจะไม่ได้มีพลังวิเศษตามชื่อจริง แต่เป็น "เครื่องมือ" ที่เกี่ยวข้องกับการทำภารกิจของตัวเอก ตอนที่เขียนบทความนี้ก็พยายามนึกถึงนิยายแฟนตาซีที่ขึ้นชื่อว่าแหวกจริงๆ มาลองใช้กับทฤษฎีดู แต่มันก็ตรงเกือบหมดนะ อาจจะเพราะทฤษฎีของ Campbell ค่อนข้างกว้าง และตรงกับหลักการแต่งนิยายที่ต้องมี ความขัดแย้ง มีไคลแมกซ์ มีตอนจบ ถ้าใช้ทฤษฎีของ Vladimir ที่มี 31 ข้อจะละเอียดกว่า อันนั้นน่าจะช่วยให้เห็นความแตกต่างของนิยายแต่ละเรื่องมากขึ้น เยี่ยม
0
กำลังโหลด
Seesor [K : Viceroy] Member 28 มี.ค. 57 23:47 น. 3

ถือได้ว่าบทวิเคราะห์นี้ค่อนข้างตรงมากทีเดียว นิยายแฟนตาซีหลายเรื่องที่เห็นก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น 555

เราขอเลือกนิยายแฟนตาซีของไทย The Last Fantasy และเราคิดว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ค่อยตรงนักก็ได้ -.,-

1. ในโลกอันแสนปกติ นิยามคำว่าโลกปกติของ "เซโร่" ก็คงเป็นโลกที่เขาโตมาพร้อมกับการจับอาวุธ ยิงปืน และฆ่าคน เขาทำอาชีพคล้ายๆ ทหารรับจ้าง(รึเปล่า อ่านนานแล้ว จำไม่ได้) ในอาณาจักรกัสคาลที่เต็มไปด้วยซากศพ สงคราม และการนองเลือด

2. ไปผจญภัยกันเถอะ วันหนึ่งในขณะที่เขาและพรรคพวกได้เข้าไปทำภารกิจในองค์กรของ "ชินฮะ" ได้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เซโร่สัมผัสได้ว่าตนเองมีพลังที่เกี่ยวกับเวลา (อะไรสักอย่างนี่แหละ) เป็นครั้งแรก แล้วเขาก็หมดสติไป ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ดันไปอยู่ในเมือง "เกรแฮม" 

3. ความขัดแย้งในตัวเอก มีไหมหว่า จำไม่ได้ 555 เหมือนมันแฮปปี้มากที่จะอยู่ที่เกรแฮม คงมีความขัดแย้งเล็กน้อยตรงที่จะออกตามหาเพื่อนให้ได้ เป็นเชิงว่าจะออกจากเกรแฮมในสักวัน (ก็เหมือนมีความจำเป็นที่ต้องทำมาขัดแย้งกับความสุขที่ได้รับ)

4. ก้าวสู่โลกใหม่ ที่เกรแฮมเป็นเหมือนโลกใหม่สำหรับเขา เขาได้ไปโรงเรียน ได้เจอเพื่อน ได้เจอความสงบสุขต่างจากที่กัสคาล แต่เขาก็สงบสุขได้ไม่นานนัก เมื่อศัตรูตัวร้ายอย่างชินฮะเริ่มจองเวร

5. มีพลังงานบางอย่าง พระเอกมีอาจารย์ปะเนี่ย... โดยรวมๆ แล้วไม่ เหมือนมันจะเป็นผู้นำคนอื่นและยืนด้วยลำแข้งตัวเองเสียมากกว่า

6. เครื่องรางของขลัง ก็เหมือนจะไม่ เพราะรู้สึกว่าจะมีแค่พลังจิตซึ่งก็ไม่ใช่วัตถุอะไร แต่นับว่าขลังอยู่เหมือนกัน 555


7. ผู้ช่วย เพื่อนๆ ทั้งหลาย เช่น มีอา ครูซ อลิส ฯลฯ

8. การทดสอบสุดโหด การต่อสู้ของเซโร่ ทั้งในนครเหนือ ทั้งกับชินฮะ ทั้งกับราชินีเอรีส

9. รางวัลตอบแทน พระเอกเสียคนรักไปเป็นศัตรู เสียเพื่อนสนิทไปตลอดกาล นี่คงเป็นรางวัล 5555 และตอนจบพระเอกก็ไม่ได้สงบสุข ไม่ได้แฮปปี้ ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น เพราะจู่ๆ เซโร่แกก็... -_-;;  #ละไว้ไม่อยากพูดถึง

อาเมนเบาๆ

เอ่อ..

1
กำลังโหลด
lufen Member 29 มี.ค. 57 14:52 น. 4

ขอลองวิเคราะห์บ้างนะคะ

เลือก The Hunger Games ค่ะ 

1. ในโลกอันแสนปกติ 

ตัวเอกแคตนิสก็จะออกไปหาของป่าเพื่อหารายได้มาเลี้ยงน้องกับแม่น่ะค่ะ ทำเป็นประจำ

2.ไปผจญภัยกันเถอะ

อันนี้เกิดจากความโชคร้ายที่น้องสาวเธอเป็นผู้ถูกเลือกคนล่าสุดที่ต้องไปเป็นเครื่องบรรณาการ แคตนิสเลยยอมอาสาแทนน้องสาว

3.ความขัดแย้งในตัวเอก

อันนี้ไม่แน่ใจว่ามรหรือปล่านะคะ

4.ก้าวสู่โลกใหม่ 

แคตนิสต้องเดินทางไปแคปิตอลเพื่อเล่นเกมล่าชีวิตค่ะ แคปิตอลต่างจากเขต12ที่เธออยู่เยอะ จะเห็นได้จากตึก การใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและการแต่งกาย (ตอนดูหนังเรื่องนี้คิดว่ามันออกจะโดดเด่นมากพอสมควรเลยค่ะ เห็นครั้งเดียวจำติดตาเลย 555)

5.มีพลังงานบางอย่าง

อันนี้ก็ไม่แน่ใจเท่าไร เรื่องนี้เป็นเรื่องราวในโลกอนาคตซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับแฟนตาซีไม่น่าจะมีนะคะ

6.เครื่องรางของขลัง

เหมือนแคตนิสจะใช้ความสามารถของตัวเองในการเอาตัวรอดมากกว่าค่ะ เครื่องรางอาจจะเป็นนกม็อกกิ้งเจย์ก็ได้นะ 

7.ผู้ช่วย

ช่วงแรกๆของเกมแคตนิสลุยเดี่ยวแต่พอมาตอนหลังเธอก็เจอพีต้าที่ได้รับบาดเจ็บและทั้งคู่ก็ช่วยกันหาทางเอาชีวิตรอด แล้วก็เฮย์มิตช์ที่ช่วยส่งยาแล้วก็ซุปให้ (ไม่มีคงลำบากน่าดู)

8.การทดสอบสุดโหด 

มีเยอะเหมือนกันค่ะ โดยๆหลักๆนี่ก็ต้องฆ่าคนอื่น แต่นางเอกเราก็หนีไปเรื่อยๆมีที่ต้องต่อสู้บ้าง หนีลูกไฟ หนีคนอื่นๆ โดนตัวต่อยักษ์ด้วย (จำชื่อไม่ได้ค่ะ T^T) แล้วก็อีกสารพัด

9.รางวัลตอบแทน

รางวัลก็คือการมีชีวิตกลับบ้านแล้วก็จะได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแต่เหตุการณ์มันพลิกผันตรงที่เกมล่าชีวิตต้องมีผู้รอดเพียงคนเดียวแต่งานนี้เป็นกรณีพิเศษที่ทั้งแคตนิสและพีต้ารอดไปได้ทั้งคู่ (ตอนดูนี่ลุ้นมาก)

ขำ

1
editor_nong Member 2 เม.ย. 57 09:53 น. 4-1
ความขัดแย้งของแคตนิสอาจดูได้จากตอนเธออยู่ในเขต เธอใช้ทักษะการยิงธนูเพื่อล่าสัตว์ประทังชีวิต แต่พอมาอยู่ในเกม มันกลายเป็นการใช้ธนูเพื่อทำร้ายคนอื่นและกลายเป็นเกมของการเอาตัวรอดแทน โดยธรรมชาติเธอกลัวตาย ใครๆ ก็กลัวตาย แต่เธอก็ไม่อยากทำร้ายคนอื่น กติกาของเกมเลยบีบให้เธอต้องเลือกระหว่างตายกับทำร้ายคนอื่นเพื่อเอาตัวรอด ส่วนพลังงานบางอย่างนี่อาจไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีเวทมนตร์หรือพ่อมดก็ได้ อย่างในเรื่องนี้ Doner ของแคตนิสก็คือเฮย์มิตช์ที่คอยช่วยหาสปอนเซอร์ แนะนำแคตนิสให้เอาตัวรอดจากเกมให้ได้ เลือกเรื่องมาวิเคราะห์ได้ดีมาก ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนตาซีชั้นสูง ก็สามารถใช้ทฤษฎีนี้วิเคราะห์ได้ เยี่ยม
0
กำลังโหลด
Star Flower Member 29 มี.ค. 57 15:05 น. 5

เราลองดูบ้างนะ

1. ในโลกอันแสนปกติ
เอ่อ จะบอกว่าปกติได้ไหมเพราะตอนนี้ทวีปของฟาร์ท(พระเอก)มีสงครามและเลิกใช้เวทมนตร์ไปกว่าห้าร้อยปีแล้ว ขณะที่อีกสองทวีปใช้และพอใช้กันอยู่บ้าง พระเอกเป็นคนส่งสารทำงานให้กับทั่วโลก

2. ไปผจญภัยกันเถอะ

นังฟาร์ทถูกคนที่อ้างเป็นคนทวีปแห่งเวทมนตร์จับและขอความร่วมมือในการพิสูจน์ความจริงในการสังเวยมนุษย์ให้กับเจ้าปราสาทดำแต่ตอนหลังกลับโดนพวกเขาทรยศซะงั้น
 

3. ความขัดแย้งในตัวเอก
เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ปัญหาของตัวเองเลยที่จะช่วยพิสูจน์ความจริงให้กับวินเทอร์และอเลนว่าพวกเขาไม่ใช่ฆาตกร แต่เพราะอยากรู้ว่า 'เจ้าแห่งป่าคอนวู้ด' ที่สั่งให้พวกเขาจับตัวเองมาเป็นใครกันแน่และอยากรู้ว่ามีใครพยายามจะฆ่าเขา

4. ก้าวสู่โลกใหม่
ก็โลกเดิม สถานที่เดิม แต่ได้รู้ความจริงอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้นเกี่ยวกับโลก มีดแห่งอาบาทอส สิ่งที่เจ้าแห่งป่าคอนวู้ดต้องการ ตัวตนของโลกใบนี้และอีกใบที่เข้ามาใกล้และฝ่ายร้าย ในโลกที่แอนตี้วีรบุรุษ!

5. มีพลังงานบางอย่าง
หลังจากที่ฟาร์ทรับเป็นวีรบุรุษแล้วก็มีพลังในการอ่านใจและความทรงจำของทุกส่ิ่งที่สัมผัสด้วย

6. เครื่องรางของขลัง
ดาบใหญ่ตั้งแต่สมัยพระเจ้าสร้างโลก วีรบุรุษทุกรุ่นต้องใช้

7. ผู้ช่วย
ก็ดาบนั้นแหละ แล้วก็เจ้าแห่งป่าคอนวู้ดที่มาช่วยตอนต้องการความช่วยเหลือและเพื่อนๆ ข้างกายเขาอีกสามสี่คน

8. การทดสอบสุดโหด

มันทดสอบในตัวอยู่แล้ว ที่วีรบุรุษของยุคเก่าอย่างฟาร์ทที่ถูกแอนตี้เพราะรุ่นก่อนหน้าทำชั่วไว้สู้กับวีรบุรุษรุ่นใหม่ที่นำวิวัฒนาการเครื่องจักรและสิ่งประดิษฐ์มาใช้จนจูงใจประชาชนได้ทั่วแถมถูกเรียกขานว่า "วีรบุรุษ" อีกตังหาก
 

9. รางวัลตอบแทนและการกลับบ้าน
ฟาร์ทได้กลับไปใช้ชีวิตคนส่งสารและได้แต่งงานกับเจ้าแห่งป่าคอนวู้ด (ตอนจบของคนอื่นขออุบ)

2
editor_nong Member 2 เม.ย. 57 09:58 น. 5-1
อันนี้เอามาจากนิยายที่ตัวเองแต่งใช่ไหม ถึงต้องอุบรายละเอียดบางอย่างเอาไว้ เย้ ปล. ชื่อพระเอกน่ากลัวนะ มาจาก fart ที่แปลว่า...ตด...หรือเปล่าเขิลจุง
0
กำลังโหลด
afit Member 31 มี.ค. 57 08:03 น. 6

นิยายเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ๊กสัน

1.ในโลกอันแสนปกติ

-เพอร์ซีย์จะเป็นเด็กที่แปลกกว่าเด็กคนอื่นเสมอ เพราะเขาเป็นโรคดิสเล็กเซียที่ทำให้อ่านหนังสือไม่ออก และเป็นเด็กสมาธิสั้น  ทำให้กลายเป็นเด็กมีปัญหาอยู่เสมอเวลาอยู่ในโรงเรียน  ขึ้นชั้นใหม่ทีไรก็เปลี่ยนโรงเรียนทุกครั้งจนแทบไม่มีโรงเรียนไหนที่รู้จักมาก่อนอยากรับไว้

2.ไปผจญภัยกันเถอะ

-เพราะมีป๊ศาจที่ปลอมตัวเป็นครูเข้าจู่โจม  ทำให้เพอร์ซีย์ได้รับการช่วยเหลือจากคนที่คอยตามปกป้องเขาอยู่หนีให้ไปถึงค่ายฮาล์ฟบลัด  และที่นั่นทำให้เขารู้ว่าตัวเองเป็นลูกครึ่งระหว่างมนุษย์และเทพกรีก  และเพื่อช่วยแม่ที่ถูกส่งไปยังโลกแห่งความตายและเพื่อตามหาสายฟ้าของซุสที่หายไป  เขาจึงต้องออกเดินทางเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ

3.ความขัดแย้งในตัวเอก

-หลายครั้งที่เพอร์ซีย์นึกน้อยใจเรื่องพ่อของตัวเอง  ว่าทำไมโพไซดอนหรือพ่อของเขาต้องปล่อยให้เขามาทำภารกิจแบบนี้เพื่อพ่อด้วย (ซุสกล่าวหาว่าโพไซดอนขโมยสายฟ้าไป จึงให้เพอร์ซีย์ตามหาเพื่อยุติข้อกล่าวหานั้น) ทั้งที่โพไซดอนทอดทิ้งตัวเองตั้งแต่เกิด  และยังปล่อยให้แม่ของเขาต้องอยู่กับแฟนคนใหม่ที่นิสัยเสียกว่าเดิม  และหลายครั้งที่เพอร์ซีย์ถูกเทพใช้ประโยชน์ราวกับหมากเบี้ย ทำให้บางครั้งเขาก็เริ่มไม่ศรัทธาในตัวเทพเจ้า

4.ก้าวสู่โลกใหม่

-โลกที่เพอร์ซีย์ต้องไปผจญภัยนั้นส่วนใหญ่ยังคงเป็น โลกเดิม ที่เขาเคยอยู่มา  แต่หลังจากที่เพอร์ซีย์รับรู้ว่าเขาเป็นใครแล้ว  ทำให้เขามองอะไรได้กว้างขึ้นกว่าเดิม  ได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังโลกเดิมของเขากว่าเดิมว่าแท้จริงแล้ว  ในบรรดามนุษย์นั้นก็มีปีศาจเข้ามาปะปนอยู่ด้วย เพียงแต่มีมนตร์พรางตาทำให้เห็นเป็นอย่างอื่นไป และเพอร์ซีย์ก็ได้ไปยังโลกใหม่จริงๆ ของเหล่าเทพทั้งสวรรค์โอลิมปัสและโลกหลังความตาย

5.มีพลังงานบางอย่าง

-ปกติเพอร์ซีย์จะมีคนคอยฝึกสอนการสู้รบในค่ายฮาล์ฟบลัดอยู่  โดยมีไครอน เซนทอร์ที่คอยฝึกเหล่าวีรบุรุษในตำนานมาคอยฝึกและคอยให้คำปรึกษาแก่เพอร์ซีย์อยู่เสมอ  และในระหว่างทำภารกิจ เหล่าเทพบางองค์จะมาคอยช่วยเพอร์ซีย์อยู่  แต่นั่นไม่ใช่เพราะความจิตใจดีอยากให้เพอร์ซีย์ชนะหรืออย่างใด  แต่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองทั้งนั้น

6.เครื่องรางของขลัง

-เพอร์ซีย์มีปากกาที่เวลาถอดปลอกออกแล้วจะกลายเป็นดาบได้ ชื่อว่าดาบริปไทด์

7.ผู้ช่วย

-เพอร์ซีย์มีเพื่อนสองคนที่คอยอยู่ช่วยเสมอเมื่อเขามีปัญหา คือ แอนนาเบท และ โกรเวอร์

8.การทดสอบสุดโหด

-เพอร์ซีย์จะต้องไปทำภารกิจทุกครั้งที่กลับมายังค่ายฮาล์ฟบลัด ที่บางทีไม่ได้ถูกส่งตัวไปแต่เพอร์ซีย์ก็จะขอตามไปเอง  ซึ่งในศึกสุดท้ายที่เขาต้องรวบรวมคนในค่ายทั้งหมดเพื่อต่อสู้กับเทพโครนอสที่มาพร้อมกับสัตว์ร้ายในตำนานหลายตัวที่คิดจะเข้ามาถล่มเกาะแมนฮัตตันที่เป็นที่ตั้งของโอลิมปัส  เพอร์ซีย์ต้องเสียเพื่อนในค่ายไปหลายคน  รวมทั้งเขาต้องตัดสินใจที่จะเชื่อในตัวลุค ที่เป็นร่างสถิตย์ให้กับโครโนส  โดยการให้มีดแก่ลุคเพื่อใช้สังหารตัวลุคเอง

9.รางวัลตอบแทนและการกลับบ้าน

-เล่มสุดท้ายของภาคนี้ คือเพอร์ซีย์ได้หลุดพ้นจากการเป็นมนุษย์กึ่งเทพในคำพยากรณ์บทใหญ่ที่บอกว่าเขาจะเป็นคนที่จะทำลายโอลิมปัส และได้กลับไปใช้ชีวิตในค่ายแบบเดิม  แม้ว่าในภาคต่อเพอร์ซีย์จะต้องกลับมาอยู่ในคำพยากรณ์บทใหญ่อีกบทหนึ่งก็ตาม

 

1
กำลังโหลด
Takamiiz-aekiiz L'Inariiz Lol!iz Member 1 เม.ย. 57 23:59 น. 7

ผมลองมั่ง เอาเรื่องที่แจกเลยละกัน avalon กับวิหคเพลิงอมตะ ตามกฎตรงทุกข้อครับ 

1.สังคมพระเอกเริ่มมาก็เป็นพวกผู้มีพลังอยู่แล้ว

2.ต้องไปผจญภัยในโรงเรียนเพราะถูกส่งตัวไป

3.ขัดแย้งในตัวเองเพราะทนต่อด้านมืดของตนไม่ได้

4.ก้าวเข้าโลกใหม่เมื่อความทรงจำกลับมาคือปกป้องโลก

5.มีพลังบางอย่าง ที่ทรงอำนาจคอยสนับสนุนตนอยู่ซึ่งในเรื่องที่เห็นชัดๆคือลิเวีย ไรงี้

6.เครื่องรางของขลัง คือดาอินาริ

7.ผู้ช่วยคือเหล่าฮาเร็มของวา

8.การทดสอบสุดโหดคือปราบทูตสวรรค์ที่คิดทำลายโลก

9.รางวัลตอบแทน ถ้าามเนื้อเรื่องวาจะอยู่ได้แบบสงบสข แต่ตามภาคจะมีเป็นหัวใจของสาวๆในฮาเร็มของวา และ

0
กำลังโหลด
anatear Member 2 เม.ย. 57 06:25 น. 8

ผมเอาเรื่อง The Matrix 

1. ในโลกอันแสนปกติ นีโอเป็นพนักงานเงินเดือนปกติ ที่แทบจะไม่มีอะไรพิเศษเลย

2. ไปผจญภัยกันเถอะ มอเฟียส ได้เข้ามามีส่วนในชีวิตของนีโอทำให้เค้าถูก เจ้าหน้าที่สมิทจับตามองจนกระทั่ง มอเฟียส ได้ยื่นข้อเสนอว่า อยากอยู่แบบเดิม หรือตื่นจากฝัน

3. ความขัดแย้งในตัวเอก นีโอถูกคาดหวังว่าเป็นผู้ปลดปล่อย แต่ตัวเค้าเองไม่เคยรู้มาก่อน มันยากตรงที่ โลจิกของตัวเอกนั้น มันไม่เหมือนแฟนตาซีอื่นๆ เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างอ้างอิงความเป็นจริง อย่าง ปีเตอร์แพน บินออกไปนอกหน้าต่างได้ แต่Matrix จะมองว่า จะบ้าหรอ ออกไปก็ตกสิ เพราะมี ชีวิตเป็นเดิมพัน และเหมือนจริงมากจนแยกไม่ออกว่าจริงหรือปลอม จึงทำให้ค่อนข้างยากในการจะเชื่ออะไร

4. ก้าวสู่โลกใหม่  เมื่อนีโอตื่นจากฝัน โลกที่เค้ารู้จักได้เปลี่ยนไป เค้าได้ตื่นมาพบกับนครจักรกล และสงครามระหว่างคนกับเครื่องจักร

5. มีพลังงานบางอย่าง มอเฟียส จัดว่าเป็น Doner ที่ผลักดันนีโอมาตลอด จนกระทั่งนีโอได้พลังมา

6. เครื่องรางของขลัง ไม่มี

7. ผู้ช่วย ทรีนิตี้ และมอเฟียส คอยสนับสนุนและอยู่ข้างนีโอตลอดเวลา

8. การทดสอบสุดโหด นีโอต้องเลือกระหว่างความอยู่รอดของ ทรีนีตี้ หรือระบบ และครั้งสุดท้ายคือ เลือกระหว่างชีวิตของตัวเอง หรือไซอ่อน

9. รางวัลตอบแทน สันติ สงครามจักรกลและมนุษย์สิ้นสุดลง

0
กำลังโหลด
แซลม่อนจากนอร์เวย์ Member 2 เม.ย. 57 19:30 น. 9

เข้ามาอ่าน เหมือนจะไม่ทันแล้ว 5555+ ไม่เป็นไร ถึงจะน่า้เสียดาย (คาแต่เรียน)

0
กำลังโหลด
Whitekoala Member 6 เม.ย. 57 22:54 น. 10

มาอ่านอันนี้หลังจากที่อ่าน The Chronicles of Narnia : The Sliver Chair จบพอดี สงสัยคงจะช้าไปละ ไม่งั้นเอาชาวนาร์เนียมาวิเคราะห์ด้วยแน่ 555 เยี่ยม

0
กำลังโหลด
Mrmidnight[N-E-E-T-R-I-H-T] Member 17 ก.ย. 57 21:40 น. 11

ขอเอาเป็นเกมส์ได้มั้ยครับ DarkSouls 1.ในโลกอันเเสนปกติ เราคือundead ผู้ที่ไม่อาจตายได้ เรถูกคุมขังอยู่ใน Undead asylum 2.ไปผจญภัยกันเถอะ oscar undeadหนุ่มผู้เล่าเรื่องราวเเห่งการเปิดเผยชะตากรรมของเหล่าอันเดธ ผู้ช่วยเราหลบหนีออกจากอันเดธ เเอสซายลัม 3.ความขัดเเย้งในตัวเอก จะเกิดขึ้นตอนสุดท้าย ว่าเราจะดำรงยุคเเห่งไฟเเละเเสงสว่าง หรือจะสิ้นสุดยุคเเห่งไฟเเล้วเข้าสู่ยุคมืด 4.ก้าวสู่โลกใหม่ เมื่อเราออกจากอันเดธเเอสซายลัมเเล้ว เราจะพบว่าโลกภายนอกนั้นช่างเน่าเฟะ ความมืดคลืบคลานเรื่อยๆ 5.พลังงานบางอย่าง ทั้งเกมครับ npc เเยะไปหมด 6.เครื่องรางของขลัง ไอเทมทั้งเกม 7.ผู้ช่วย เราสามารถอัญเชิญมาได้เมื่อมี ไอเทมในการอัญเชิญ ส่วนใหญ่เเล้วจะมีภูมิหลังเกี่ยวกับการเดินทาง เเละ undead 8การทดสอบสุดโหด ฆ่าlord gwyn ผู้ถือครองวิญญาณเเห่งเเสง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงของไฟเเห่งการเริ่มต้นยุคเเห่งไฟ 9.สิ่งที่ได้ตอบเเทนเเล้วเเต่เราเลือก หากเลือกจะดำรงอยู่ยุคเเห่งไฟเเละเเสงสว่างเราจะกลายเป็นตำนานเล่าขาน เเต่หากเราเลือกจะจบยุคเเห่งไฟเเล้วเข้าสู่ยุคมืด เราจะกลายเป็น dark lord ผู้ถือครองวิญญาณเเห่งความมือ นายเหนือหัวเเห่งเหล่างู

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด