ฟันธง! นิยายสะท้อนสังคมคืออะไร

 
        บทความนี้สืบเนื่องมาจากกระทู้ร้อนในบอร์ดนักเขียนเมื่อหลายวันก่อน และจากประสบการณ์ของพี่น้องเองเวลาแบนนิยายสักเรื่องที่มีความรุนแรง มีคำหยาบเป็นจำนวนมาก หรือมีฉากร่วมเพศ ทำให้พี่คิดว่าน้องๆ หลายคนอาจจะเข้าใจคำว่า "นิยายสะท้อนสังคม" ผิดไป
        ดังนั้น วันนี้เรามาจับเข่าคุยกันให้เคลียร์ไปเลยดีกว่าว่า "นิยายสะท้อนสังคม" คืออะไร ทำไมมันต้องสะท้อน แล้วจำเป็นไหมที่นิยายพวกนี้ต้องมีเนื้อหารุนแรง ส่อเสียด
 

หน้าที่ของนิยาย

        ก่อนจะพูดถึงนิยายที่สะท้อนสังคม เรามาดูหน้าที่หลักๆ ของนิยายก่อน ถ้าถามพวกเราชาว Dek-D เราอ่านนิยายเพื่ออะไร พี่น้องเชื่อว่าแทบทุกคนตอบเหมือนกัน
        "เราอ่านนิยายเพื่อความบันเทิง"
        ไปเรียนมาเหนื่อยๆ กลับมาก็ต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบ ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ขอสักแวบหนึ่ง ขอกระโดดเข้าไปสู่โลกแห่งจินตนาการสักหน่อย ขอไปลุ้นรักกับแม่นางเสี่ยวยี่เหอแป๊บ แล้วค่อยกลับมาเผชิญหน้ากับความโหดร้ายต่อ
        แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราอาจจะมองข้ามไป มันคืออีกหน้าที่ของนิยายที่พยายามจะสื่อ "สาร" บางอย่างจากคนเขียนถึงคนอ่าน
        "สาร" ที่ว่านี้อาจจะเป็น ความรู้ในด้านต่างๆ หรืออาจจะเป็นข้อคิดเตือนใจก็ได้
        ถ้าใครเล่น facebook คงเคยเห็นคนแชร์ภาพคำคมต่างๆ ในหน้าฟีด คำคมพวกนี้แหละคือสิ่งที่นักเขียนต้องการสื่อ แต่ในฐานะคนเขียนนิยาย เราไม่สื่อมันออกไปโต้งๆ แบบนั้น
        เรา "แฝง" คำคมเอาไว้ในความบันเทิงแทน
        นิยายบางเรื่องก็เน้นไปที่ "สาร" บางเรื่องก็เน้นไปที่ "ความบันเทิง" แต่คนอ่านมักจะจับได้แค่ความบันเทิงมากกว่า
        และ "สาร" ที่นักเขียนพยายามแทรกนั้น บ่อยครั้งก็เกี่ยวกับ "สังคมที่เราอาศัยอยู่" มันจึงเป็นที่มาของ "นิยายสะท้อนสังคม"
 

ทำไมถึงสะท้อนสังคม?

        เวลาเราเขียนนิยายสักเรื่อง เราเอาข้อมูลจากอะไรเอ่ย?
        ก็จากตัวเรานั่นแหละ สิ่งที่เรารู้ สิ่งที่เราเชื่อ สังคมที่เราอยู่จนเคยชิน คนรอบข้างก็จับมาเป็นตัวละครให้หมด แหล่งข้อมูลทั้งหลายมันก็มาจากตัวเราเองทั้งนั้น เมื่อมันประกอบเป็นนิยาย มันก็สะท้อนตัวเราเองว่าเราคิดยังไง สังคมรอบข้างของเราเป็นยังไง
        บางคนอาจจะบอก "ผมเขียนนิยายแฟนตาซี แต่สังคมที่ผมอยู่ไม่ได้มีแฟรี่บินรอบๆ นะครับ"
        แม้นิยายที่เราเขียนจะหลุดโลกไปอีกจักรวาลหนึ่ง แต่เชื่อเถอะ เราเอาตัวเรา ความคิดของเรา ทัศนคติของเรา สิ่งที่เกิดจากการสั่งสมเพาะบ่ม ไปใส่ในโลกใหม่นั้นอยู่ดีแหละ
        เพราะงั้นงานเขียนทุกชิ้นมันสะท้อนภาพคนเขียนและสังคมอยู่กลายๆ แล้ว ไม่ว่าคนเขียนจะตั้งใจสะท้อนหรือไม่ สุดท้ายคนอ่านเขาก็ตีความจากสิ่งที่อ่านไปเองอยู่ดี
        ทีนี้ ไหนๆ มันก็สะท้อนออกมาแล้ว นักเขียนบางคนก็คิดว่าทำไมเราไม่ใช้ประโยชน์จากมันเสียเลยล่ะ? เราทุกคนอยากเปลี่ยนแปลงสังคมที่เราอยู่ใช่ไหมคะ? เด็กอยากให้ความรุนแรงในครอบครัวหมดไป คนอเมริกันอยากให้คนอเมริกันด้วยกันเองเลิกเหยียดผิวเหยียดเชื้อชาติ เหยื่ออาชญากรรมอยากให้คนในสังคมเข้าใจความรู้สึกตัวเองมากกว่านี้ นักอนุรักษ์ธรรมชาติอยากให้คนทั้งโลกตระหนักถึงภาวะโลกร้อนมากกว่านี้
       จะให้ถือป้ายออกไปยืนอยู่หน้า BTS คนก็แค่อ่านแล้วผ่านไป จะให้โพสท์เป็นคำคมๆ ลง facebook คนก็แค่แชร์ วันต่อมาก็ลืม
        ทำไมไม่ให้นิยายเป็น "ปาก" แทนเราล่ะ ทำให้มันมีเรื่องราวกว่านี้ ดึงให้คนรู้สึกมีส่วนร่วมมากกว่านี้ ให้มันตรึงใจทุกคนมากกว่านี้ ดีกว่าไหม?
        นี่แหละค่ะ จุดประสงค์ของนิยายสะท้อนสังคม
 

เราสะท้อนอะไรได้บ้าง?

        ทุกอย่างในสังคม เราเอามาใส่ในนิยายได้หมดเลย ปัญหาในโรงเรียน ปัญหาในครอบครัว ปัญหาอาชญกรรม ปัญหาระดับประเทศอย่างสงคราม การเมือง ปัญหาระดับโลกอย่างภัยธรรมชาติ ฯลฯ เดี๋ยวพี่น้องยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ

ปัญหาในโรงเรียน
        พูดถึงปัญหาในโรงเรียน เรานึกถึงประเทศอะไร...? ญี่ปุ่นไงคะ ใครชอบอ่านการ์ตูนหรือดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นจะต้องเคยเจอเรื่องที่เกี่ยวกับการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ซึ่งเป็นปัญหารุนแรงและทำให้เด็กๆ หลายคนฆ่าตัวตายกันมานักต่อนัก พี่น้องจะขอยกตัวอย่างซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่อง 35 Sai no Koukousei (นักเรียนมัธยมอายุ 35)
เรื่องย่อ: นักเรียนโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งต้องเจอกับเพื่อนใหม่เป็นหญิงสาวอายุ 35 ปี แต่เธอไม่ได้มาเพื่อเรียนหนังสือ เธอมาเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในโรงเรียนแห่งนี้
        ปกติแล้วเรื่องที่เกี่ยวกับการรังแกกันในห้องเรียนจะไม่ค่อยเล่นประเด็นอื่น เท่าไรนอกจากเด็กรังแกกัน แต่ซีรี่ส์นี้ยิงทุกปัญหาของโรงเรียนญี่ปุ่น ตั้งแต่การแบ่งแยกชนชั้นในห้องเรียน การกลั่นแกล้งใส่ร้าย อาจารย์รับรู้ แต่ไม่สนใจ เรียนก็เรียน ไม่เรียนก็เรื่องของคุณ หรือผู้บริหารโรงเรียนที่เจอปัญหาแต่กลับพยายามบิดเบือนไม่ให้สังคมภายนอก รู้ความจริง
        คนคิดเรื่องนี้ก็ให้ บาบะ เป็น "ปาก" ของเรื่อง โดยเป็นทั้งเด็ก (นักเรียน) ที่เผชิญปัญหาในห้องเรียนโดยตรง และเป็นทั้งผู้ใหญ่ที่ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาเรื่องนี้ เพราะถ้าบาบะยังเป็นเด็ก จะไม่มีอำนาจพอแก้ปัญหาใหญ่ๆ แบบนี้ได้
        เรื่องนี้สะท้อนสังคมในโรงเรียนญี่ปุ่นแบบตรงไปตรงมา แต่ก็ยังใส่องค์ประกอบที่เหนือธรรมชาติลงไปด้วย (ผู้ใหญ่อายุ 35 กลับมาเป็นนักเรียน, บาบะฉลาดและแข็งแรงมาก เลยไม่ต้องห่วงเรื่องโดนทำร้ายร่างกาย) เพื่อให้คนดูยังรู้สึกสนุกไปกับเรื่องอยู่ ไม่ดราม่าหดหู่ตลอดเวลาจนเกินไป

ปัญหาเศรษฐกิจ
        พี่น้องขอยกตัวอย่าง A Christmas Carol ของ Charles Dickens ที่ชาว Dek-D น่าจะรู้จักกันดี แต่เผื่อใครไม่รู้จัก พี่น้องมีเรื่องย่อมาให้
เรื่องย่อ: ย้อนกลับไปสู่ยุคศตวรรษที่ 19 พบกับคุณเอเบอเนเซอร์ สครูจ เจ้าของสำนักงานการเงินแห่งหนึ่งในอังกฤษ ผู้ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความตระหนี่ถี่เหนียว ไม่ซื้อถ่านมาเพิ่มไออุ่นให้กับพนักงานเพียงคนเดียวในสำนักงานของเขา ปฏิเสธคำชวนไปร่วมงานเลี้ยงคริสต์มาสของหลานชาย ปฏิเสธการบริจาคเงินเพื่อการกุศล คืนก่อนวันคริสต์มาสนั้นเอง ภูตผีแห่งวันคริสต์มาส 3 ตนก็มาหาเขารอบละตนเพื่อทำให้เขาเข้าใจความหมายของ "การให้" และความสำคัญของวัน "คริสต์มาส" อีกครั้ง
        เรื่องนี้ถ้าใครไม่เคยอ่านตัวต้นฉบับของดิกเคนส์ ก็น่าจะเคยดูหนังที่จิม แคร์รีย์เล่น พล็อตเหมือนกันค่ะ คนเขียนเขาต้องการสะท้อนภาพสังคมเกาะอังกฤษในยุคนั้นที่มีปัญหาเรื่อง เศรษฐกิจ ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่มีอาหารให้กิน โดยใช้วันคริสต์มาสเป็นเหมือนเครื่องเตือนใจ เพราะวันนี้คือวันเกิดของพระเยซู ผู้สอนให้เรารู้จักให้ความรักแก่คนรอบข้าง คุณสครูจก็เป็นตัวแทนของคนในสังคมที่พอเวลาผ่านไป เราก็เคยชินกับการทำเพื่อตัวเอง จนลืมนึกถึงคนอื่น

        เอาแค่นี้ก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวยาว เราจะเห็นว่างานเขียนหรือสื่อพวกนี้ใส่ "เรื่องราว" ให้กับ "คำพูด" ของพวกเขา แทนที่จะพูดไปตรงๆ ว่า "เรามาแบ่งปันกันเท่าที่จะทำได้เถอะ" ก็เล่าเป็นเรื่องของคุณสครูจผู้ไม่เคยให้แทน คนก็จะได้ไม่ต้องนั่งหาว แต่ได้อ่านเรื่องสนุกๆ แล้วรับ "สาร" ที่เราต้องการสื่อไปด้วย
 

สะท้อนแล้วได้อะไร?

        จุดประสงค์เดียวกับการถือป้ายรณรงค์อะไรสักอย่างหน้าบีทีเอส คนเขียนนิยายสะท้อนสังคมก็ต้องการทำให้คนอ่านซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในสังคมนั้น "เข้าใจ" หรือ "ตระหนักรู้" ถึงปัญหาที่เป็นประเด็นในนิยายเรื่องนั้น ทั้งตระหนักถึงพฤติกรรมของตัวเอง และคนอื่น
        ถ้าจะให้ดี คนเขียนก็อาจจะใส่วิธีแก้ปัญหาลงไปในเรื่องด้วย เป็นการให้ทางออกทางหนึ่งแก่คนในสังคม สังเกตดูสิว่านิยายพวกนี้ "ส่วนใหญ่" จะจบแบบ Happy Ending แม้ว่าเรื่องราวจะดราม่าหนักหนา ตัวเอกอาจจะตายตอนจบ แต่คนอ่านจะได้ข้อสรุปที่ยอมรับได้ ไม่ค้างคา ไม่รู้สึกเหมือนถูกจูงมาอยู่กลางถนน แล้วก็ถูกทิ้งให้รถชนซะงั้น
        (แต่ก็มีบางเรื่องเหมือนกันที่ไม่มีทางออกให้กับผู้อ่าน ให้ไปคิดเอาเองว่าจะแก้ปัญหายังไง ไม่ให้สังคมจริงมีจุดจบแบบในนิยาย อันนี้จะออกแนวฮาร์ดคอร์หน่อย)
 

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับนิยายสะท้อนสังคม

Q: ทำไมต้องสะท้อนแต่เรื่องแย่ๆ เรื่องดีๆ มีทำไมไม่พูดถึง?
A: ด้วยความที่ธรรมชาติของนิยายต้องมี Conflict (ปมขัดแย้ง) หรือเรื่องแย่ๆ ที่มากระทบชีวิตปกติสุขของตัวเอก ให้ไม่ปกติสุขอีกต่อไป มันเลยต้องมีเรื่องแย่ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ปมขัดแย้งของนิยายทั่วไปจะวนเวียนกับอะไรที่ไกลตัวเราอย่าง "จู่ๆ หมู่บ้านที่เรารักก็ตกอยู่ในอันตราย" แต่นิยายสะท้อนสังคมจะเล่นกับปมขัดแย้งที่เราเจอในชีวิตจริงเช่น "จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งพยายามทำลายชีวิตฉัน" ปมพวกนี้ทำให้เรารู้สึกไม่ดีมากกว่าปกติ

Q: มันแรงเพราะมันสะท้อนสังคม
A: ความรุนแรงไม่ได้เป็นองค์ประกอบหลักของนิยายสะท้อนสังคม แต่ก็ใช่ว่าจะพูดถึงไม่ได้ มีนิยายหลายเรื่องที่พูดถึงการล่วงละเมิดทางเพศ หรือความรุนแรงในครอบครัว แต่จะไม่เน้นฉากรุนแรงหรือฉากข่มขืน เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพูดถึง ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับเหยื่อต่างหากที่เราควรเน้น

ขอให้จำว่า "ความรุนแรงในนิยายสะท้อนสังคมเป็นความรุนแรงที่หัวข้อ ไม่ใช่ความรุนแรงที่เนื้อหา" ถ้ายังไม่เข้าใจเท่าไร คราวหน้าพี่น้องจะพูดถึงเรื่อง "นิยายกับการข่มขืน" เพื่อขยายความเรื่องนี้อีกทีค่ะ

Q: สะท้อนสังคมต้องสมจริง
A: นิยายสะท้อนสังคมไม่จำเป็นต้องสมจริง คำว่า "สมจริง" ในที่นี้คือถ้าจะพูดถึงชีวิตของเด็กแว๊นซ์ก็จัดคำหยาบชุดใหญ่มาเลย เราไม่จำเป็นต้อง "ตรงไปตรงมา" ขนาดนั้น แต่เราเปลี่ยนให้เป็นอีกโลกเลยก็ได้ ใส่องค์ประกอบที่หวือหวาเข้าไปก็ได้ เช่น Animal Farm ของ จอร์จ ออร์เวล เรื่องนี้ก็สะท้อนปัญหาการเมืองการปกครอง แต่เขียนตรงไปอาจจะสะกิดตาปลาคนใหญ่คนโตเข้า เลยเปลี่ยนเป็นนิยายเหนือจริงที่มีสัตว์พูดได้ สัตว์ปกครองกันเอง ใครอ่านก็จะเดาๆ กันไปว่าหมูตัวนี้คือใครกัน (พอโดนคนใหญ่คนโตเล่นงานก็บอกว่า คนอ่านเขาตีความกันเอง มันก็แค่หมูคุยกัน ร้อนตัวทำไม)

Q: ทำไมนิยายพวกนี้ถึงหดหู่ ไม่น่าอ่าน?
A: ก็จริงที่นิยายสะท้อนสังคม "ส่วนใหญ่" เนื้อหาหนัก มีแต่เรื่องดราม่า ถ้าเปรียบเป็นสีก็คือสีเทาหม่นๆ น่าหดหู่ แต่เรื่องที่ไม่ฮาร์ดคอร์ก็มีเหมือนกัน ถ้าใครเคยดู Spirited Away อนิเมชั่นของ Studio Ghibli จะรู้เลยว่าเรื่องนี้สะท้อนสังคมญี่ปุ่นนะ แต่เราดูแล้วไม่รู้สึกว่าเนื้อหามันหนักเลย ด้วยลายเส้นไม่ซับซ้อน ตัวละครหน้าตาจิ้มลิ้ม เนื้อหาที่ไม่แสดงออกมาตรงๆ (บางคนดูจนจบก็ไม่รู้ว่ามันสื่ออะไร)
 
 
        หลายคนอาจจะไม่ชอบนิยายแนวนี้ เพราะว่าอ่านแล้วเครียด แต่พี่น้องอยากให้อ่านกันเยอะๆ งานพวกนี้ทำให้คนในสังคมนึกได้ว่าเรา "ลืมอะไรไปหรือเปล่า" เราหนีความจริงได้ แต่ไม่ตลอดไป เผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้ดีกว่า เราอาจไม่ได้เป็นเหยื่อของปัญหาสังคม แต่เพื่อนเรา คนที่เรารู้จักอาจจะเป็น ปัญหาบางอย่างถ้าไม่รีบแก้ไข มันอาจจะทำให้เราสูญเสียสิ่งสำคัญไปก็ได้
        สุดท้ายนี้พี่น้องก็อยากจะบอกว่าในฐานะนักเขียน อยากให้ทุกคนสร้างผลงานที่มีเป้าหมายมากกว่าเพื่อ "ความบันเทิง"

เราเขียนนิยายที่อ่านสนุกนั้นนับว่าเป็นพรสวรรค์แล้ว
ทำไมไม่ใช้พรสวรรค์นี้ให้อะไรกับสังคมบ้างล่ะ

ขอบคุณภาพประกอบจาก
แฟนเพจพอใจ
www.creativeadawards.com/poor-boy/
www.fanpop.com
aliteraryodyssey.blogspot.com
histoforum.net
www.film.com

bewellandlive.wordpress.com
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

black.rainbow Member 6 มิ.ย. 57 19:43 น. 4

ชอบบทความนี้จัง อยากให้มีอีกหัวข้อหนึ่งที่ดูเหมือนตอนนี้นิยายหลายเรื่องจะเป็น

"เพราะฉันเป็นพระเอก เพราะฉันเป็นนางเอกถึงทำเลวยังไงก็ได้ดี ชนิดที่ว่าทำชั่วได้ดีมีถมไป และคนอ่านยังชื่นชอบอีกต่างหาก"

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อะริซัง Member 7 มิ.ย. 57 16:23 น. 11

ชอบบทความนี้มากค่ะ

อยากให้นักอ่านที่ยังเข้าใจแบบผิดๆ อยู่ได้อ่านบทความนี้กันจัง และชอบตรงประโยคนี้ อ่านแล้วรู้สึกมองภาพได้ชัดดี ^^

"ความรุนแรงในนิยายสะท้อนสังคมเป็นความรุนแรงที่หัวข้อ ไม่ใช่ความรุนแรงที่เนื้อหา"

ประโยคนี้จริงมากค่ะ เพราะเราเองก็อ่านนิยายพวก 'อ่านแล้วหัวใจพองโต' หรือไม่ก็ 'รักใสๆ' ซึ่งที่เราอ่านอยู่ รู้สึกเลยว่ามันก็เป็นนิยายสะท้อนสังคมเรื่องนึงเหมือนกัน ^^

ปล. ชอบนิยายของคุณ 'ดวงตะวัน' มากค่ะ ใสและสะท้อนมั๊กๆ รักเลย

0
กำลังโหลด
แซลม่อนจากนอร์เวย์ Member 7 มิ.ย. 57 15:47 น. 10

เราว่าถ้าจะดูการ์ตูนที่แบบกัดเจ็บๆ สะท้อนสังคม แต่ว่าไม่เครียด แต่ออกจะเกรียนด้วยซ้ำก็ต้อง กินทามะ มันขึ้นอยู่กับการนำเสนออ่ะนะ

0
กำลังโหลด
Monalism Member 6 มิ.ย. 57 22:43 น. 5

นิยายหลายเรื่องที่จั่วหัวไว้ว่าเป็นนิยายสะท้อนสังคม อ่านไปอ่านมามันเหลือแต่ความรุนแรงที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้ ละครบางเรื่องก็เหมือนกันค่ะ สะท้อนความรันทดเสียใหญ่โตเกินจริง 

0
กำลังโหลด

18 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
black.rainbow Member 6 มิ.ย. 57 19:43 น. 4

ชอบบทความนี้จัง อยากให้มีอีกหัวข้อหนึ่งที่ดูเหมือนตอนนี้นิยายหลายเรื่องจะเป็น

"เพราะฉันเป็นพระเอก เพราะฉันเป็นนางเอกถึงทำเลวยังไงก็ได้ดี ชนิดที่ว่าทำชั่วได้ดีมีถมไป และคนอ่านยังชื่นชอบอีกต่างหาก"

0
กำลังโหลด
Monalism Member 6 มิ.ย. 57 22:43 น. 5

นิยายหลายเรื่องที่จั่วหัวไว้ว่าเป็นนิยายสะท้อนสังคม อ่านไปอ่านมามันเหลือแต่ความรุนแรงที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้ ละครบางเรื่องก็เหมือนกันค่ะ สะท้อนความรันทดเสียใหญ่โตเกินจริง 

0
กำลังโหลด
บิว ไบเล่ Member 6 มิ.ย. 57 22:44 น. 6

สะท้อนสังคม ต้องคุณ วิมล ไทรนิ่มนวล อยาให้ไปหาอ่านเรื่องอมตะ เราอ่านวันเดียวจบเลย ชอบมากๆ หนังสือที่ฉันรักเยี่ยม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
เด็กหญิงบีนี่ Member 7 มิ.ย. 57 09:47 น. 8

บทความดีมากกกก อ่านแล้วจะนำไปใช้ในนิยายของเรา มันง้องแง้งเกินไปค่ะตอนนี้ ๕๕๕๕๕๕ เย้

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
แซลม่อนจากนอร์เวย์ Member 7 มิ.ย. 57 15:47 น. 10

เราว่าถ้าจะดูการ์ตูนที่แบบกัดเจ็บๆ สะท้อนสังคม แต่ว่าไม่เครียด แต่ออกจะเกรียนด้วยซ้ำก็ต้อง กินทามะ มันขึ้นอยู่กับการนำเสนออ่ะนะ

0
กำลังโหลด
อะริซัง Member 7 มิ.ย. 57 16:23 น. 11

ชอบบทความนี้มากค่ะ

อยากให้นักอ่านที่ยังเข้าใจแบบผิดๆ อยู่ได้อ่านบทความนี้กันจัง และชอบตรงประโยคนี้ อ่านแล้วรู้สึกมองภาพได้ชัดดี ^^

"ความรุนแรงในนิยายสะท้อนสังคมเป็นความรุนแรงที่หัวข้อ ไม่ใช่ความรุนแรงที่เนื้อหา"

ประโยคนี้จริงมากค่ะ เพราะเราเองก็อ่านนิยายพวก 'อ่านแล้วหัวใจพองโต' หรือไม่ก็ 'รักใสๆ' ซึ่งที่เราอ่านอยู่ รู้สึกเลยว่ามันก็เป็นนิยายสะท้อนสังคมเรื่องนึงเหมือนกัน ^^

ปล. ชอบนิยายของคุณ 'ดวงตะวัน' มากค่ะ ใสและสะท้อนมั๊กๆ รักเลย

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Ewa 10 มิ.ย. 57 23:25 น. 14
ดู spirited away มา 3 รอบ ก็ยังไม่เข้าใจว่ามันสื่ออะไรจริงๆแหละ - - // หรือต้องไปอ่านประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเพิ่มหว่า
6
ปราสาทฟ้าใส ||| fahsai Member 12 มิ.ย. 57 03:11 น. 14-1
//ตบโต๊ะ (เพื่อ?) มาเดี๋ยวฟ้าใสอธิบายให้ฟัง อาจเป็นการสปอยล์เนื้อหา ใครยังไม่ได้ดูเรื่องนี้ ข้ามไปเลยค่ะ อย่างแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติ จำตอนที่เทพแม่น้ำอะไรซะอย่างเข้ามาในโรงอาบน้ำได้มั้ยคะ? ตอนที่เทพแม่น้ำเข้ามา ดูสกปรก และไม่น่าเข้าใกล้ เปรียบเหมือนกับทะเล หรือ แม่น้ำที่สกปรก ที่เราก็ไม่อยากเข้าใกล้เหมือนกัน แต่พอจิฮิโระอาบน้ำให้ กลับเจอหนามที่ดึงออกยากมากๆ ต้องใช้คนทั้งโรงอาบน้ำมาช่วยกันดึง เปรียบเหมือน เป็นหน้าที่ของคนทุกคน ที่ต้องช่วยกันดูแลธรรมชาติ แล้วพอดึงออกมา มีแต่ขยะที่มาจากฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น-*-
0
กำลังโหลด
ซ่อนนาม Member 25 ก.พ. 58 21:17 น. 15

อย่าเชื่อที่ผู้จัดอ้างว่าละครหลังข่าวของตนสะท้อนสังคม เพราะมันเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ...

1
ผีหลงเรือน Member 5 ก.พ. 59 16:30 น. 15-1
สะท้อนสังคม แต่ไม่สร้างสรรค์สังคม เหมือนตอกย้ำปัญหาหรือประชดเอามันเฉยๆ บางครั้งก็เอาความรุนแรงมาโชว์บ่อยๆ จนคนชินชา และไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข หรือไม่ก็แค่ทำให้รู้สึกว่าโลกมันแย่ แต่ไม่ชวนให้รู้สึกว่าอยากลุกขึ้นมาทำอะไรให้มันดีขึ้น
0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด