ใครที่กำลังแต่งนิยายแฟนตาซีแนวผจญภัยไปตามสถานที่ต่างๆ คงกำลังมีปัญหาเรื่องการเรียกชื่อสถานที่ตามธรรมชาติ เช่น 'ชะง่อนผา' คืออะไร ทุ่งหญ้าที่นูนๆ เหมือนจะเป็นภูเขาแต่ก็ไม่สูงขนาดนั้นเรียกยังไง บึงกับห้วยต่างกันยังไง
วันนี้พี่น้องรวบรวมคำเรียกสถานที่เหล่านี้ตามหลักภูมิศาสตร์พร้อมภาพประกอบมาให้ดูกันค่ะ ทีนี้เวลาเขียนนิยาย เราจะได้ไม่ต้องมาบรรยายยืดยาว เพราะสถานที่เหล่านี้มีชื่อเรียกของมันโดยเฉพาะ
วันนี้พี่น้องรวบรวมคำเรียกสถานที่เหล่านี้ตามหลักภูมิศาสตร์พร้อมภาพประกอบมาให้ดูกันค่ะ ทีนี้เวลาเขียนนิยาย เราจะได้ไม่ต้องมาบรรยายยืดยาว เพราะสถานที่เหล่านี้มีชื่อเรียกของมันโดยเฉพาะ
ดิน
ภูเขา : ลักษณะจะสูงกว่าเนินเขา ยอดค่อนข้างแหลม บางตำราก็ว่าควรสูง 1000 ฟุตขึ้น บ้างก็ว่า 2000 ฟุต แต่บางประเทศก็ไม่ใช้คำนี้เลย
ภูเขายอดราบ : เป็นก้อนเค้กโผล่ขึ้นมาจากดินโดดๆ เหมาะใช้เป็นฉากเปิดตัวพระเอกเท่ๆ โดยให้ไปยืนท้าลมตรงนั้น
เนินยอดป้าน : จะแคบกว่าภูเขายอดราบ ทรงคล้ายตะปู และมีหัวตะปุ่มตะป่ำ ไม่เหมาะขึ้นไปยืนเก๊กเท่าไร
เนินเขา : เตี้ยกว่าภูเขา และมักจะมียอดโค้งมน ขึ้นไปวิ่งเล่นข้างบนได้
เทือกเขา : ก็คือภูเขาที่ยาวต่อๆ กันไป ไม่ได้เป็นลูกเดียวโดดๆ แบบภูเขาไฟฟูจิ
สันเขา : เป็นช่วงรอยต่อระหว่างเขาแต่ละลูกจนเกิดเป็นเทือกเขา
ยอดเขา : อันนี้คงไม่ต้องพูดมาก
ภูเขายอดราบ : เป็นก้อนเค้กโผล่ขึ้นมาจากดินโดดๆ เหมาะใช้เป็นฉากเปิดตัวพระเอกเท่ๆ โดยให้ไปยืนท้าลมตรงนั้น
เนินยอดป้าน : จะแคบกว่าภูเขายอดราบ ทรงคล้ายตะปู และมีหัวตะปุ่มตะป่ำ ไม่เหมาะขึ้นไปยืนเก๊กเท่าไร
เนินเขา : เตี้ยกว่าภูเขา และมักจะมียอดโค้งมน ขึ้นไปวิ่งเล่นข้างบนได้
เทือกเขา : ก็คือภูเขาที่ยาวต่อๆ กันไป ไม่ได้เป็นลูกเดียวโดดๆ แบบภูเขาไฟฟูจิ
สันเขา : เป็นช่วงรอยต่อระหว่างเขาแต่ละลูกจนเกิดเป็นเทือกเขา
ยอดเขา : อันนี้คงไม่ต้องพูดมาก
ผา : ภูเขาบางจุดจะเป็นทางลาดลงไปจนถึงระดับพื้น แต่บางจุดก็เหมือนโดนมีดตัดแหว่งไปเลย กลายเป็นหน้าผา ถ้าเป็นผาที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำจนดินส่วนล่างโค้ง จะเรียกว่า "ชะง่อนผา" ก็ได้
หุบเขา : พื้นที่ด้านล่างของหน้าผาจะเรียกว่า "หุบเขา" หรือ "หุบเหว" บางทีก็เป็นน้ำ บางทีก็เป็นพื้นดินธรรมดา
ที่ราบสูง : ไม่เหมือนภูเขายอดราบตรงที่มันเป็นที่ราบกว้างๆ ยาวๆ มีจุดเชื่อมต่อ ไม่ใช่โผล่มาโดดๆ
ที่ราบ : ถ้าไม่เฉพาะเจาะจงก็เรียก "ที่ราบ" ธรรมดา แต่ถ้าอยากเฉพาะเจาะจงว่าเป็นที่ราบแบบไหน ก็มีให้เลือกตั้งแต่ "ทุ่งหญ้า" "ทุ่งหญ้าซาวันนา" "ทุ่งนา" "ที่ราบลุ่ม"
ที่ราบขั้นบันได : เป็นที่ราบข้างภูเขา ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ลงมา
หุบเขา : พื้นที่ด้านล่างของหน้าผาจะเรียกว่า "หุบเขา" หรือ "หุบเหว" บางทีก็เป็นน้ำ บางทีก็เป็นพื้นดินธรรมดา
ที่ราบสูง : ไม่เหมือนภูเขายอดราบตรงที่มันเป็นที่ราบกว้างๆ ยาวๆ มีจุดเชื่อมต่อ ไม่ใช่โผล่มาโดดๆ
ที่ราบ : ถ้าไม่เฉพาะเจาะจงก็เรียก "ที่ราบ" ธรรมดา แต่ถ้าอยากเฉพาะเจาะจงว่าเป็นที่ราบแบบไหน ก็มีให้เลือกตั้งแต่ "ทุ่งหญ้า" "ทุ่งหญ้าซาวันนา" "ทุ่งนา" "ที่ราบลุ่ม"
ที่ราบขั้นบันได : เป็นที่ราบข้างภูเขา ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ลงมา
น้ำ
หนองน้ำ : เป็นแหล่งน้ำจืดที่อุดมไปด้วยสารอาหารจนบัวเอย กอหญ้าเอย วัชพืชทั้งหลายแหล่ขึ้นเต็มไปหมด
บึง : ใหญ่กว่าหนองน้ำขึ้นมาหน่อย มีวัชพืชด้วยเหมือนกัน
ทะเลสาบ : เป็นแหล่งน้ำจืดปิดที่ใหญ่สุด ไม่ค่อยมีวัชพืชเหมือนสองตัวแรก ให้นางเอกลงไปว่ายน้ำได้ ไม่โดนวัชพืชพันตัว แต่จะมีทะเลสาบอีกแบบที่เรียกว่า lagoon เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีช่องเปิดเชื่อมกับมหาสมุทร มักอยู่ตามแนวชายฝั่ง แนวปะการัง ฯลฯ
แม่น้ำ : เป็นทางน้ำจืดขนาดใหญ่ ลึก
คลอง : ถ้าแม่น้ำคือถนนใหญ่ คลองก็เหมือนซอยของแม่น้ำ ที่จะแคบกว่า เล็กกว่า และตื้นกว่า ลงไปว่ายได้
ลำธาร : ตื้นที่สุด ลงไปยืนได้ นึกภาพที่ๆ ตัวละครจับปลาด้วยมือเปล่ากัน แล้วมีหินผุดๆ ขึ้นมา นั่นแหละ
น้ำตก : รู้กัน
บึง : ใหญ่กว่าหนองน้ำขึ้นมาหน่อย มีวัชพืชด้วยเหมือนกัน
ทะเลสาบ : เป็นแหล่งน้ำจืดปิดที่ใหญ่สุด ไม่ค่อยมีวัชพืชเหมือนสองตัวแรก ให้นางเอกลงไปว่ายน้ำได้ ไม่โดนวัชพืชพันตัว แต่จะมีทะเลสาบอีกแบบที่เรียกว่า lagoon เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีช่องเปิดเชื่อมกับมหาสมุทร มักอยู่ตามแนวชายฝั่ง แนวปะการัง ฯลฯ
แม่น้ำ : เป็นทางน้ำจืดขนาดใหญ่ ลึก
คลอง : ถ้าแม่น้ำคือถนนใหญ่ คลองก็เหมือนซอยของแม่น้ำ ที่จะแคบกว่า เล็กกว่า และตื้นกว่า ลงไปว่ายได้
ลำธาร : ตื้นที่สุด ลงไปยืนได้ นึกภาพที่ๆ ตัวละครจับปลาด้วยมือเปล่ากัน แล้วมีหินผุดๆ ขึ้นมา นั่นแหละ
น้ำตก : รู้กัน
ห้วย : เป็นทางน้ำฉวัดเฉวียนอยู่ตามแนวหุบเขา ค่อนข้างลึก ส่วนใหญ่ไหลเชี่ยว ที่ตกลงไปแล้วโดนพัดหายไปนั่นแหละ
ทะเล : แหล่งน้ำเค็ม เป็นคำเรียกพื้นที่แคบๆ ตามชายฝั่งที่เราเล่นน้ำกัน แต่ถ้าออกไปไกลกว่านี้จะเรียกว่า "มหาสมุทร" แล้ว
ชายฝั่ง : พื้นที่รอบๆ ทะเล เป็นสันดินขึ้นไป แต่ถ้าเป็นทราย ลาดลงไปในน้ำจะเรียก "ชายหาด" ก็ได้
อ่าว : พื้นที่เว้าโค้งเข้าไปในชายฝั่งหรือชายหาด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ตื้น เอาไว้จอดเรือกัน
แหลม : เป็นชายฝั่งแหลมๆ ที่ยื่นจากแผ่นดินออกไปยังมหาสมุทร ไม่ต้องแหลมมากก็เรียกแหลมได้
ช่องแคบ : พื้นที่ทะเลระหว่างเกาะกับเกาะหรือแผ่นดินกับเกาะ เหมือนซอยลัดไว้เดินเรือทะลุไปอีกด้าน
ทะเล : แหล่งน้ำเค็ม เป็นคำเรียกพื้นที่แคบๆ ตามชายฝั่งที่เราเล่นน้ำกัน แต่ถ้าออกไปไกลกว่านี้จะเรียกว่า "มหาสมุทร" แล้ว
ชายฝั่ง : พื้นที่รอบๆ ทะเล เป็นสันดินขึ้นไป แต่ถ้าเป็นทราย ลาดลงไปในน้ำจะเรียก "ชายหาด" ก็ได้
อ่าว : พื้นที่เว้าโค้งเข้าไปในชายฝั่งหรือชายหาด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ตื้น เอาไว้จอดเรือกัน
แหลม : เป็นชายฝั่งแหลมๆ ที่ยื่นจากแผ่นดินออกไปยังมหาสมุทร ไม่ต้องแหลมมากก็เรียกแหลมได้
ช่องแคบ : พื้นที่ทะเลระหว่างเกาะกับเกาะหรือแผ่นดินกับเกาะ เหมือนซอยลัดไว้เดินเรือทะลุไปอีกด้าน
ป่า
ป่าบนโลกนี้มีหลายประเภท ถ้าเราเขียนนิยายที่อิงสถานที่จริง เช่น เรื่องดำเนินที่ยุโรป เวลาจะบรรยายถึงป่าก็ต้องรู้ว่าป่าในทวีปยุโรปมีต้นไม้ประเภทใดบ้าง เป็นป่าโปร่ง หรือป่าดิบชื้น มีสัตว์อะไรบ้างที่จะเจอในป่า
หรือแม้กระทั่งการเขียนถึงโลกในจินตนาการอย่าง มิดเดิ้ลเอิร์ธ ก็ควรจะรู้ว่าต้นไม้ประเภทใดบ้างที่โตในเมืองหนาว เป็นไปไม่ได้ที่ต้นมะม่วงจะไปโตในป่าดิบชื้น ดังนั้นเราต้องศึกษาเรื่องพวกนี้ไว้ก่อน อย่างน้อยก็ให้รู้ในระดับหนึ่ง หรือให้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าป่าในนิยายของเราควรจะเป็นแบบใด
หรือแม้กระทั่งการเขียนถึงโลกในจินตนาการอย่าง มิดเดิ้ลเอิร์ธ ก็ควรจะรู้ว่าต้นไม้ประเภทใดบ้างที่โตในเมืองหนาว เป็นไปไม่ได้ที่ต้นมะม่วงจะไปโตในป่าดิบชื้น ดังนั้นเราต้องศึกษาเรื่องพวกนี้ไว้ก่อน อย่างน้อยก็ให้รู้ในระดับหนึ่ง หรือให้เห็นภาพคร่าวๆ ว่าป่าในนิยายของเราควรจะเป็นแบบใด
ป่าบนโลกนี้แบ่งเป็น 3 เขต คือ เขตร้อน เขตอบอุ่น และเขตหนาว แต่ละเขตจะมีประเภทย่อยลงไปอีก เริ่มจากเขตร้อนซึ่งรวมถึงป่าในบ้านเราด้วย
1. เขตร้อน
มีทั้งป่าฝน ป่าไม้ผลัดใบหรือป่าไม้ไม่ผลัดใบ สภาพรวมๆ ของป่าเขตนี้จะเป็นดังนี้
1. เขตร้อน
มีทั้งป่าฝน ป่าไม้ผลัดใบหรือป่าไม้ไม่ผลัดใบ สภาพรวมๆ ของป่าเขตนี้จะเป็นดังนี้
- อยู่ตามเส้นศูนย์สูตรของโลก ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย แถบลุ่มน้ำอะเมซอนในอเมริกาใต้ ลุ่มน้ำคองโกในแอฟริกากลาง ตอนเหนือของออสเตรเลีย และมาดากัสการ์
- อุณหภูมิในป่าจะอยู่ที่ราวๆ 20 - 25 องศาเซลเซียส ไม่มีฤดูหนาว มีแต่ฝน
- ต้นไม้ในป่าจะมีความสูงราวๆ 25 - 35 เมตร มีหลายชนิดมากเมื่อเทียบกับป่าเขตอื่นๆ เพราะมีความอุดมสมบูรณ์สูงเนื่องจากได้รับน้ำฝนมาก
- บ้างเป็นป่าปิด คือต้นไม้ขึ้นหนาทึบ ไม่ค่อยมีแสงส่องลงมาที่พื้น สัตว์ที่อาศัยในป่าแบบนี้จึงมักเป็นพวก นก ค้างคาว ลิง งู แมลง หรือสัตว์แปลกๆ ที่ไม่ค่อยมีอยู่ทั่วไป ฯลฯ
- แต่ก็มีป่าที่แสงพอลอดลงมาได้ เรียกว่าป่าผลัดใบ มักเป็นป่าในอุดมคติของนิยายแฟนตาซี จะมีต้นไม้ใหญ่จำพวก บีช โอ๊ค เมเปิ้ล เอล์ม ต้นหลิว (วิลโลว์) ฯลฯ สัตว์ในป่าก็จะมีตั้งแต่นก กระรอก กระต่ายป่า สุนัขจิ้งจอก สิงโต หมี ฯลฯ
2. เขตอบอุ่น
ถือว่าเป็นป่าในอุดมคติของนิยายแฟนตาซีเช่นกัน มีทั้งป่าสน ป่าผลัดใบ ป่าไม่ผลัดใบ ลักษณะรวมๆ จะเป็นดังนี้
ถือว่าเป็นป่าในอุดมคติของนิยายแฟนตาซีเช่นกัน มีทั้งป่าสน ป่าผลัดใบ ป่าไม่ผลัดใบ ลักษณะรวมๆ จะเป็นดังนี้
- พบได้ทางประเทศแถบอเมริกาเหนือ แคนาดา ยุโรปตะวันตก บางส่วนของรัสเซีย จีน และญี่ปุ่น
- ป่าประเภทนี้คือป่าที่เปลี่ยนสภาพไปตามฤดูใบไม้ผลิ ใบไม้ร่วงนั่นเอง
- ต้นไม้ที่พบมักเป็น เบิร์ช เมเปิ้ล โอ๊ค ซีดาร์ ไซเปรส ฯลฯ มีเจอต้นไม้ไม่ผลัดใบจำพวกต้นสนหรือเฟิร์นบ้าง ซึ่งต้นไม้พวกนี้ถ้าอยู่ในที่ๆ มีอากาศหนาวจะเติบโตได้ดี ทำให้เราเห็นต้นไม้พวกนี้สูงปรี๊ดมากๆ
- สัตว์ป่าที่พบจะต้องเป็นสัตว์ที่ทนความหนาวได้ เช่น จิ้งจอก กวางมูส นกฮูก หมี ฯลฯ
3. เขตหนาว
- มักพบตามประเทศทางตอนเหนือใกล้ขั้วโลก เช่น ประเทศแถบสแกนดิเนเวียร์ รัสเซีย แคนาดาตอนเหนือ
- ส่วนใหญ่เจออากาศหนาวมากกว่าอากาศร้อน ได้รับความชื้นจากหิมะมากกว่าฝน
- อุณหภูมิต่ำมากจนการย่อยสลายทำได้ช้า ดินเลยบางกว่าป่าเขตอื่นๆ
- ต้นไม้เกือบทั้งหมดเป็นต้นไม้ไม่ผลัดใบจำพวกสน แต่ไม่หนาแน่นปิดทึบแบบป่าประเภทอื่น
- สัตว์ที่อาศัยอยู่ในป่าเขตนี้ต้องมีขนหนามากจึงจะทนความหนาวได้ เช่น กวางมูส หมีกริสลี่ย์ หมาป่า
เมื่อรู้แล้วว่าพื้นที่แบบไหนควรใช้คำเรียกยังไง ทีนี้เวลาเราเขียนนิยายก็ไม่ต้องมานั่งบรรยายยาวๆ ว่า "พื้นที่ยื่นออกไปเหนือทะเล ข้างใต้โค้งๆ เพราะถูกน้ำกัดเซาะ" ก็พูดไปเลยว่า "ชะง่อนผา" ประหยัดคำไปได้ตั้งเยอะ และไม่ไปแย่งซีนใจความจริงๆ ที่เราต้องการจะสื่อในประโยคด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก:
rainbowsource.com
enviropol.com/index.php/forest-structure
eschooltoday.com/forests/structure-of-a-forest.html
http://wwf.panda.org/about_our_earth/about_forests/types/
http://www.defenders.org/forest/types-forests
www.thaigoodview.com/library/contest2552/type2/science03/17/unit01/03.html






















40 ความคิดเห็น
ขอปักหมุดเอาไว้ก่อน
โหหหห เริ่ดมากค่ะ แต่งนิยายสงครามอยู่ ประหยัดเวลาบรรยายภูมิประเทศไปเยอะเลย^^
ขอปักหมุดเลยกระทู้นี้ ผมทำเอาไว้เหมือนกัน แต่ดูยากกว่าของพี่น้อง พี่น้องอธิบายเข้าใจง่าย ขอเก็บไว้เป็นกะทู้ศึกษาข้อมูลเลย
สุดยอดมากเลยค่ะ เห็นชื่อกระทู้ครั้งแรกนี่เพชรพระอุมาแวบเข้ามาในหัวทันทีเลย
สุดยอดมากครับ เป็นประโยชน์มากจริงๆ
เป็นประโยชน์สำหรับมือใหม่มากครับ
ขอบพระคุณมากครับ ^-^
มีประโยชน์มากกกกเลยค่ะ ชอบศึกษาเรื่องพวกนี้อยู่แล้วแต่ยังสับสนๆอยู่ ขอบคุณมากค่ะ :D
ปล.ไม่ได้แต่งนิยายหรือเป็นนักเขียนนะคะ แหะๆ
ปักหมุดเก็บเอาไว้ใช้
想你 想你 想你 想你 想你 想你想见你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你想见你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你 想你想 想你 想你想见你 想你想你 想你 想你 想你想见你
ขอบพระคุณอย่างสูงงงง ตูไม่ต้องเปิดวิกิพีเดียแล้ววววว
ขอบคุณมากครับ
ไม่ต้องไปหาในกูเกิลอย่างยากลำบากแล้ว ขอบคุณฮับบบ
ว่าแต่ น่านน้ำ นี่คือตรงส่วนไหนฮับ?
เป็นประโยนช์มากค่ะ
ขอบคุณมากๆครับ สำหรับความรู้ใหม่ๆ
เป็นประโยชน์มากๆค่ะ ขอบคุณค่ะ
ปักหมุดค่า เป็นประโยชน์มาก ๆ เลย ><
โวะะ พยายามหาอะไรแบบนี้มายาวนาน เป็นพวกบรรยายฉากแบบนี้ไม่ค่อยได้เลย
ขอบคุณสำหรับเคล็ดลับและความรู้ดีๆนะครับ