เผยเคล็ดลับใช้ Flashback เคลียร์ปมนิยาย

        Flashback เครื่องมือหากินตลอดกาลของนักเขียนอย่างเรา เวลาเราเล่าเรื่องให้คนอ่านฟัง เราไม่จำเป็นต้องเล่าจาก 1 ไปถึง 10 แบบนั้นมันธรรมดาไป เราอาจจะเริ่มจาก 2 หรือ 3 หรือแม้แต่ไปเริ่มเอาท้ายเรื่องแล้วค่อยๆ เผยให้คนอ่านรู้ก็ได้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น
        วันนี้พี่น้องจะมาสอนนักเขียนชาว Dek-D ให้รู้จักกับ Flashback แบบลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อเอาไปใช้เป็นไอเดียในการเล่าเรื่องของตัวเองให้น่าสนใจค่ะ
 

วิธีการนำเสนอ Flashback

  • ผ่านความคิดตัวละคร: ให้ตัวละครคิดว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น เล่าออกมาเป็นการบรรยายปกติ หรืออาจจะให้ตัวละครฝัน โดยความฝันนั้นก็มีพื้นฐานมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในอดีตนั่นแหละ
  • ผ่านปากตัวละคร: ให้ตัวละครพูดออกมาเลยว่าเกิดอะไรขึ้น อาจจะเล่าให้ตัวละครอีกตัวฟังก็ได้
  • ผ่านเครื่องมือ: ไม่ว่าจะเป็นสมุดบันทึกที่จดเรื่องราวในอดีตเอาไว้ วิดีโอเทปเมื่อสิบปีก่อน การสะกดจิตให้นึกถึงเรื่องในอดีตหรือแม้แต่อ่างเพนซีฟของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ที่พาแฮร์รี่เข้าไปในความทรงจำของคนอื่น ก็ถือว่าเป็นเครื่องมือในการ Flashback
     

เอา Flashback มาทำอะไร

        โดยพื้นๆ แล้ว เราใช้ Flashback เพื่อเล่าถึงเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นก่อนต้นเรื่อง อย่างที่พี่น้องบอกไปตั้งแต่ตอนแรกว่า ถ้าเรื่องเกิดขึ้นตั้งแต่ 10 ปีก่อน ลากยาวมาถึงปัจจุบัน เราไม่จำเป็นต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน แต่เริ่มที่ปัจจุบันเลยก็ได้ แล้วค่อยใช้ Flashback เล่าในส่วนที่ยังเล่าไม่หมด
        แต่ก็อย่าประเมินความสามารถมันต่ำไป เพราะถ้าเหตุการณ์เมื่อ 10 ปีก่อนเป็นตัวเฉลยเหตุการณ์ในปัจจุบัน แปลว่าเจ้า Flashback นี่แหละที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขปมของเรื่องให้เรา พาผู้อ่านย้อนกลับไปหาคำตอบว่า "ทำไมปัจจุบันถึงเป็นแบบนี้"
        ในเว็บ tvtrops.org เขาก็เรียบเรียง Flashback ที่เห็นบ่อยๆ ตามหนัง การ์ตูน หรือนิยายมาจัดเป็นหมวดหมู่ให้ดูว่ามีกี่ประเภทบ้าง พี่น้องจะขอยกบางส่วนที่น่าสนใจและเหมาะจะเอาไปสร้างสีสันให้กับเรื่องของเรา
 
ประทับร่างผู้ตาย
        เจอบ่อยในนิยายหรือหนังแนวสืบสวน/ผี คือตัวเอกอาจจะฝัน/ถอดจิต หรือใช้พลังเหนือธรรมชาติในการสวมร่างคนอื่นเพื่อย้อนกลับไปสัมผัสเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น
        Ghost Hunt - เรื่องนี้ให้นางเอกฝันว่าตัวเองเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกฆาตกรรมในคฤหาสน์ผีสิง จากฝันนั้นทำให้เธอเดาว่าเหตุการณ์ในฝันอาจจะเป็นเหตุการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นในคฤหาสน์หลังนี้
 

 
Flashback ซ้อนทับ
        นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ดันละม้ายคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นราวกับเดจาวูยังไงยังงั้น แล้วมันทำให้ตัวละครมีปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ปัจจุบัน เอาไปใช้กับพล็อตเรื่องได้หลายแบบ เช่น
        ตัวละครกลัวไฟเพราะเคยโดนไฟคลอก พอมาปัจจุบันเห็นไฟลุกพรึ่บก็จะนึกถึงเหตุการณ์นี้ และอาจเป็นลมหรือกรีดร้องด้วยความลัว
        ตัวละครเจอเหตุการณ์บางอย่างในปัจจุบันทำให้นึกย้อนกลับไปถึงวันวานยังหวานอยู่
        ตัวละครเจอเหตุการณ์ที่เคยผิดพลั้งในอดีต เลยหมายมั่นว่าปัจจุบันจะไม่พลาดอีก
        ตัวอย่างที่เราน่าจะคุ้นกันดีคือใน แฮร์รี่ พอตเตอร์ เล่ม 2 ห้องแห่งความลับ
 
        "ฉันต้องถามเธอ แฮร์รี่ ว่ามีอะไรที่เธออยากเล่าให้ฉันฟังไหม" เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน "อะไรก็ได้ทุกอย่าง"
        [...]
        "ไม่มีครับ" แฮร์รี่ตอบ "ไม่มีอะไรครับ อาจารย์"
เจ.เค. โรว์ลิ่ง, 253-254

        ต่อจากนั้นแฮร์รี่ได้คุยกับทอม ริดเดิ้ลผ่านสมุดบันทึก เขาแสดงให้แฮร์รี่เห็นอดีต ตอนที่ทอมโดนอาจารย์ใหญ่ในตอนนั้นเรียกไปพบ
 
        "ริดเดิ้ล เธอหมายความว่าเธอรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับการทำร้ายหรือ"
        "ไม่ครับ" ริดเดิ้ลตอบอย่างรวดเร็ว
        แต่แฮร์รี่มั่นใจว่าต้องเป็นคำตอบ 'ไม่' แบบเดียวกับที่เขาตอบดัมเบิลดอร์อย่างแน่นอน
เจ.เค. โรว์ลิ่ง, 295

        Flashback นี้ทำให้แฮร์รี่นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง มันมีความเหมือนกันอยู่ เป็นลูกเล่นให้คนอ่านรู้สึกว่า แฮร์รี่ในตอนนี้กับทอม ริดเดิ้ลในตอนนั้นมีบางอย่างคล้ายคลึงกัน และอาจจะเดาได้ว่าแฮร์รี่เองก็ต้องหาทางหยุดยั้งการทำร้ายในโรงเรียนเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกส่งกลับบ้าน
 
กว่าจะมาถึงจุดนี้
        Flashback นี้เหมาะเอามาใช้สร้างสีสันให้กับการเล่าเรื่องมาก พี่น้องเคยแนะนำวิธีการเล่าเรื่องของผู้กำกับและผู้เขียนบทมากฝีมืออย่าง คริสโตเฟอร์ โนแลน เขาก็ใช้ Flashback แบบนี้ในเรื่อง Inception เปิดเรื่องมาพระเอกนอนเกยหาดอยู่ คนดูไม่รู้หรอกว่าตานี่มาทำอะไร แต่เดี๋ยวหนังจะค่อยๆ ให้เรารู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้
        Memento - หนังอีกเรื่องของคริสโตเฟอร์ที่มีวิธีการเล่าเรื่องอันแสนสับสน เพราะเปิดเรื่องมาก็เป็นฉากจบเลย แล้วค่อยลำดับเหตุการณ์สลับกันจากท้ายไปหน้าและจากหน้ามาท้าย จนมาบรรจบกันตรงกลาง (ใครงง อยากรู้มากกว่านี้ให้ไปหาหนังเรื่องนี้มาดูแล้วไปอ่านบทความของพี่น้องที่นี่ คลิก)
        YuYu Hakusho (การ์ตูนดังของยุคพี่น้องยังเด็ก) - ยูสุเกะพระเอกของเรื่องเปิดเรื่องมาก็ตายเลย แล้วค่อยให้ตัวเอกมารำลึกความหลังอีกทีว่าไปทำอะไรมาถึงตาย
 

        เราใช้ Flashback แบบนี้ได้ ถ้า คำตอบของปริศนาทั้งหมดมันไม่ได้อยู่ท้ายเรื่อง เช่นอยู่กลางเรื่อง (อย่าง Memento) หรืออยู่ต้นเรื่อง (อย่าง Inception) การเล่าจาก 1 ไป 10 จะทำให้เราเฉลยปมก่อนกำหนด ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการเล่าเสียใหม่
       ถามว่าเราจะแค่ตัดฉากที่เป็นเฉลยทิ้งไปเล่าตอนท้ายเลยได้ไหม ก็ทำได้ แต่ถ้าอยากให้เรื่องมันมีสีสัน ทำแบบคุณคริสโตเฟอร์ โนแลน สลับลำดับให้หมดเลย เอาให้งงกันไปข้าง
 
Flashback แบบเพนซีฟ
        อันนี้เขาอิงจากเหตุการณ์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์ที่ใช้เครื่องมือวิเศษในการดึงคนเข้าไปในความทรงจำจริงๆ มีตัวละครนั้นมาโผล่ในอดีต ยืนเป็นผีล่องหนเฉยๆ ไม่ได้มีอำนาจในการจับต้องหรือเปลี่ยนแปลงใดๆ
        Flashback แบบนี้เป็นที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะด้วยเวทมนตร์หรือเทคโนโลยีในโลกอนาคตที่ทำให้ตัวละครสามารถย้อนอดีตไปดูเหตุการณ์ได้ด้วยตาตัวเอง
        A Christmas Carol - ตาลุงสกรูจผู้เห็นแก่ตัว โดนวิญญาณคริสต์มาสในอดีตพาไปดูคริสต์มาสสมัยที่เขายังเด็กและวัยรุ่น ให้สครูจไปยืนดูเลยว่าตัวเขาในวันนั้นยังอบอุ่นและมีความสุขกับคริสต์มาสแค่ไหน
        Final Fantasy VII - ถ้าใครเป็นคอเกมต้องเคยเล่นเกมนี้แน่ๆ จำฉากที่คลาวด์เอ๋อไปหลังจากเผชิญหน้ากับเซฟิรอธแล้วรู้ความจริงว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของเจโนวาได้ไหม หลังจากนั้นทีฟาจะได้เข้าไปในจิตใจของคลาวด์ แล้วค่อยๆ ช่วยเขาแก้ปมในใจทีละส่วน ทั้งเหตุการณ์ในวัยเด็กระหว่างเขากับทีฟา และเหตุการณ์ที่บ้านเกิดของเขาถูกทำลายโดยเซฟิรอธ
 

 
        Flashback นี้ทำให้ผู้เล่นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่คล้าวของเรา ทำไมเฮียแกถึงได้ดูเพี้ยนๆ ผิดไปจากพี่คล้าวคนเดิมที่ทองกวาว ทีฟารู้จัก
 
Flashback แบบราโชมอน
       ได้ชื่อมาจากหนังที่สร้างโดยอาศัย Flashback แบบนี้ในการดำเนินเรื่อง ราโชมอน ของ อากิระ คุโรซาว่า วิธีการเล่าแบบนี้จะพูดถึง 1 เหตุการณ์ แต่ต่างมุมมอง โดยรอบแรกอาจจะเป็นเล่าในมุมมอง A ก็ย้อนความกันไป รอบต่อมาขอ B พูดบ้าง
       การนำเสนอเรื่องแบบนี้ทำให้คนอ่านได้เห็นว่า "ความจริง" เบื้องหลังเหตุการณ์ ผ่านปากของคนต่างๆ (แต่คนๆ นั้นจะพูดความจริงหรือเปล่าก็อีกเรื่องนึงนะ) เราอาจจะสงสัยว่าย้อนกลับมาดูเหตุการณ์เดิมซ้ำๆ แบบนี้ไม่น่าเบื่อเหรอ ไม่หรอกค่ะ ถ้าคนเขียนวางเรื่องมาดี ให้เห็นว่าทุกครั้งที่ Flashback กลับมา คนอ่านจะได้รู้อะไรใหม่ๆ เสมอ หรือที่รู้ไปตอนแรกน่ะ มันผิด
       ราโชมอน - เรื่องนี้เกี่ยวกับคดีโจรปล้นสามีภรรยาคู่หนึ่งระหว่างเดินทาง ลงเอยด้วย คุณภรรยาถูกข่มขืน และสามีถูกฆ่าตาย ตามที่คุณภรรยาบอกกับธารกำนัล แต่โจรบอกสมยอมนะครับ คุณภรรยานี่เบื่อสามี อยากจะหนีไปเสียทีอยู่แล้ว ที่สามีตายเนื่ยเพราะสู้กันแย่งชิงคุณผู้หญิงเฉยๆ
       แล้วเขาก็เรียกคนเข้าทรงมา เพื่ออัญเชิญวิญญาณสามีมาเล่าเหตุการณ์ สามีบอกภรรยาสมยอมจริงจ้ะ และก็หนีตามโจรไป ที่เขาตายน่ะ เขาฆ่าตัวเองตายเพราะเสียใจ ไม่ใช่อะไรหรอก
       หลังจากนั้นจึงเปิดตัวช่างไม้ เป็นพยานบุคคลที่สาม บอกว่าภรรยาสมยอมจริงจ้ะ และอยากจะหนีตามโจรไปใจจะขาด แต่โจรก็รังเกียจ สามีก็ผลักไส นางเลยแก้แค้นด้วยการยั่วยุให้สองคนนี้สู้กัน จนฝ่ายสามีตาย
 

       ใครอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วความจริงคืออะไร ก็ไปดูหนังแล้วสรุปเอานะจ๊ะ
 
Flashback บิดเบือน
       เป็นวิธีการบิดเบือนความจริงอย่างหนึ่ง โดยให้ตัวละครนึกถึงอดีตหรือเล่าอดีต แต่เล่าไม่ตรงความจริง คล้ายๆ กับ Flashback แบบราโชมอน (แต่อันนั้นคือหลายคนโกหก) Flashback แบบนี้อาจจะเป็นการหลอกตัวเองโดยตั้งใจบิดเบือน หรือความทรงจำถูกบิดเบือนโดยไม่ได้ตั้งใจ (เช่นรับรู้มาผิด หรืออาการทางประสาททำให้สมองเปลี่ยนความทรงจำใหม่เอง)
       แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเจ้าชายเลือดผสม - ตอนที่ดัมเบิลดอร์ใช้เพนซีฟพาแฮร์รี่เข้าไปในความทรงจำของศาสตราจารย์ซลักฮอร์น เขารู้ว่าความทรงจำนั้นมีการบิดเบือน จึงต้องขอให้แฮร์รี่ช่วยโน้มน้าวศาสตราจารย์ซลักฮอร์นให้เผยความทรงจำที่แท้จริง
 

 

ได้ไอเดียในการใช้ Flashback แล้ว
ก็อย่าลืมเอาไปใช้กับนิยายของเราดูนะ
อยากเป็นนักเขียนแต่ไม่เขียน
ก็เหมือนอยากมีชีวิต แต่ไม่ยอมหายใจนั่นแหละค่ะ


ขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
http://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Main/Flashback
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

Seesor Vi Malfoy Member 16 ม.ค. 58 23:38 น. 2

เหมือนจะใช้ไปโดยไม่ตั้งใจ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร 555

+

พอมาอ่านนี่รู้สึกแบบ เอ๊ะ นิยายบางเรื่องที่เคยอ่าน เขาก็ใช้วิธีนี้นี่ (เช่น ภาคินัย จะใช้แบบราโชมอน คือให้ตัวละครเล่าความหลัง แต่ก็โกหกกันทั้งนั้น... //รู้สึกหลังเดาะ) 5555

0
กำลังโหลด
Chanyanuch Member 17 ม.ค. 58 11:52 น. 5

YU YU Hakusho สนุกมากค่ะ  อยากให้เด็กรุ่นหลังไปหาการ์ตูนเก่าๆเรื่องนี้มาอ่านบ้าง

ส่วนราโชมอน  จริงๆแล้วสามีตายเพราะอะไรก็ไปหาอ่านเอาเอง  ไม่อยากสปอยล์

อุโมงค์ผาเมือง  พล็อตเรื่อง  หม่อมน้อยก็เอามาจากราโชมอนนั่นแหละ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
อควารอยด์ Member 17 ม.ค. 58 00:08 น. 3

flashback จากความทรงจำของคนอื่น

ผมค่อนข้างชอบนะสำหรับการเขียนแฟลชแบค ปมปัญหาส่วนหนึ่งในนิยายของผมก็มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต มักจะเป็นส่วนสำคัญทั้งนั้น แต่ flashback ก็ขาดๆหายๆ จนกระทั่งได้ความทรงจำจากคนอื่นมาต่อเติมจึงจะสมบูรณ์

ผมคิดว่ามันค่อนข้างท้าทายที่จะเล่า flashback โดยไม่ทำให้นิยายมันแป้ก แถมที่ผ่านมาตลอดก็แป้กมันซะหมดนี่สิ

0
กำลังโหลด

10 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
Seesor Vi Malfoy Member 16 ม.ค. 58 23:38 น. 2

เหมือนจะใช้ไปโดยไม่ตั้งใจ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร 555

+

พอมาอ่านนี่รู้สึกแบบ เอ๊ะ นิยายบางเรื่องที่เคยอ่าน เขาก็ใช้วิธีนี้นี่ (เช่น ภาคินัย จะใช้แบบราโชมอน คือให้ตัวละครเล่าความหลัง แต่ก็โกหกกันทั้งนั้น... //รู้สึกหลังเดาะ) 5555

0
กำลังโหลด
อควารอยด์ Member 17 ม.ค. 58 00:08 น. 3

flashback จากความทรงจำของคนอื่น

ผมค่อนข้างชอบนะสำหรับการเขียนแฟลชแบค ปมปัญหาส่วนหนึ่งในนิยายของผมก็มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต มักจะเป็นส่วนสำคัญทั้งนั้น แต่ flashback ก็ขาดๆหายๆ จนกระทั่งได้ความทรงจำจากคนอื่นมาต่อเติมจึงจะสมบูรณ์

ผมคิดว่ามันค่อนข้างท้าทายที่จะเล่า flashback โดยไม่ทำให้นิยายมันแป้ก แถมที่ผ่านมาตลอดก็แป้กมันซะหมดนี่สิ

0
กำลังโหลด
ดอ ชฎา Member 17 ม.ค. 58 07:23 น. 4

สรุปคือ flashback ไม่ได้เชิงว่าเป็นอะไรที่เอาไว้ใช้แก้คดีอย่างเดียว แต่ดูเหมือนจะเป็นตัวที่คอยบอกความทรงจำของตัวละครมากกว่าอะ หรือว่า 'ปม' มันไม่ได้ใช้กับคดีปริศนาอย่างเดียว แต่ใช้กับปมในใจตัวละครด้วย หรือเปล่าคะ?

ฎาจะได้ลองเอาไปใช้กับนิยายโครงการ enter ได้ สู้สู้

1
editor_nong Member 17 ม.ค. 58 21:09 น. 4-1
ใช่ค่ะ Flashback ไม่จำเป็นต้องใช้กับนิยายสืบสวนอย่างเดียว เราใช้ได้ทุกแนว ทุกเวลาเลย เราจะใช้ Flashback เพื่อเผยปมในใจตัวละครก็ได้ เผยคำตอบของปริศนาในเรื่องก็ได้ อย่างที่คอมเมนต์บนๆ บอกว่าเราเผลอใช้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครแต่งนิยายมาหลายเรื่องแล้ว พี่ว่าต้องเคยใช้แน่ เพียงแต่เราไม่รู้ตัว หรือไม่ตั้งใจ ทีนี้ Flashback มันเอามาเล่นได้เยอะ ไม่ใช่แค่เฉลยปมเท่านั้น อย่างที่พี่ยกตัวอย่าง เรา "บิดเบือน" มันได้ ลวงคนอ่านให้เชื่อไปอีกทางได้ มันเลยเป็นเครื่องมือหากินของนิยายลึกลับสืบสวนมาก
0
กำลังโหลด
Chanyanuch Member 17 ม.ค. 58 11:52 น. 5

YU YU Hakusho สนุกมากค่ะ  อยากให้เด็กรุ่นหลังไปหาการ์ตูนเก่าๆเรื่องนี้มาอ่านบ้าง

ส่วนราโชมอน  จริงๆแล้วสามีตายเพราะอะไรก็ไปหาอ่านเอาเอง  ไม่อยากสปอยล์

อุโมงค์ผาเมือง  พล็อตเรื่อง  หม่อมน้อยก็เอามาจากราโชมอนนั่นแหละ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Silver (โลกสีเงิน) Member 17 ม.ค. 58 23:09 น. 7

เป็นเทคนิคที่ยากอยู่นะ หากนักเขียนวางพล็อตไม่แม่น ได้มีหลงทางในความทรงจำของตัวเองกันบ้างหระ

0
กำลังโหลด
บริวารเงา Member 18 ม.ค. 58 03:45 น. 8

เป็นเคล็ดลับที่ดีมากเลย ส่วนตัวชอบแบบของ FFVII มากๆ น่าจะเพราะเราชอบเรื่องทางจิตวิทยาด้วยกระมังเลยอินกับมัน ยิ้ม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
ธีระนัส Member 1 ก.พ. 58 09:57 น. 10

อยากเป็นนักเขียนแต่ไม่เขียน
ก็เหมือนอยากมีชีวิต แต่ไม่ยอมหายใจนั่นแหละค่ะ

ขอบคุณนะค่ะพี่น้อง ที่เตือนสติในบทความนี้ ขอบคุณค่ะเสียใจ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด