ปราปต์ Versus พี่อติน ในพบปะพูดคุยตอนพิเศษ
นักเขียนถาม บก. Writer ตอบ มาดูซิใครจะยอมจำนนก่อนกัน
สวัสดีน้องๆ ชาวไรท์เตอร์ครัซ สำหรับพบปะพูดคุยครั้งนี้ เป็นตอนพิเศษ แตกต่างไปจากเดิมๆ ที่พี่ตินจะเป็นคำถามและนักเขียนเป็นคนตอบ ครั้งนี้ พี่ตินเปิดโอกาสให้นักเขียนได้เป็นฝ่ายถามพี่ตินบ้าง เพราะอยากรู้ว่า คำถามของนักเขียนน่ะ จะเด็ดสักแค่ไหน
และผู้โชคดีที่จะได้เปิดประเด็นถามพี่ตินก็คือ “ปราปต์” นักเขียนมือรางวัล คนเก่งจากเว็บเด็กดีของเรา ผู้ได้รางวัลนายอินทร์อะวอร์ดประจำปี 2557 โดยผลงานของเขาเรื่องนั้นชื่อว่า กาหลมหรทึก เป็นงานแนวสืบสวนฆาตกรรมแบบไทยประยุกต์ ที่น่าสนใจมาก ล่าสุด ปราปต์เพิ่งมีผลงานเรื่องใหม่ นิราศมหรรณพ ซึ่งก็ยังคงคอนเซ็ปท์งานสืบสวนฆาตกรรมได้อย่างน่าสนใจ มีการนำบทกลอนเข้ามาเล่นกับนิยาย และมีการใส่ลูกเล่นใหม่ๆ แปลกๆ แบบที่ไม่ค่อยเห็นนักเขียนไทยคนไหนทำ ซึ่งพี่ตินก็รีวิวผลงานเล่มนี้ไว้ด้วย ตามไปอ่านรีวิวกันได้เลย ข้างล่างนี้จ้า
เอาหละ เราเข้าสู่โซนสัมภาษณ์กันดีกว่า มาดูกันว่า การสัมภาษณ์ครั้งนี้ของเราจะเป็นอย่างไร บอกได้เลยไม่จืดแน่นอน
ปราปต์: สวัสดีครับพี่อติน (อยากให้พี่ตอบคำทักทายนี้ด้วยคำใดก็ได้ที่ไม่ใช่คำว่าสวัสดีในทุกๆ ภาษา)
อติน: ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม้เกิดในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา... ถามมาก็ยากและเงิบแล้ว
เอิบ................................................อะไรคะคู๊ณณณณณณณณณ 555
อติน: ถึงม้วยดินสิ้นฟ้ามหาสมุทร ไม่สิ้นสุดความรักสมัครสมาน แม้เกิดในใต้ฟ้าสุธาธาร ขอพบพานพิศวาสไม่คลาดคลา... ถามมาก็ยากและเงิบแล้ว
เอิบ................................................อะไรคะคู๊ณณณณณณณณณ 555
ปราปต์: ในฐานะที่พี่ตินรู้จักปราปต์มายาวนาน ผ่านผลงานมาหลายแนว ให้นิยามปราปต์และแนวทางของปราปต์ว่ายังไงครับ
อติน: ต้องเท้าความก่อนว่า พี่ตินรู้จักปราปต์มาน่าจะ... ราวๆ สิบปี (นานมากกก) ปราปต์ เป็นนักเขียนยุคแรกๆ ของเว็บเด็กดี ที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองสูงมาก คิดดูนักเขียนมีตั้งเยอะตั้งแยะ แต่พี่ตินก็จำปราปต์ได้แม่นยำ หลักๆ เป็นเพราะผลงานที่แม้จะธรรมดา พล็อตเป็นงานใสๆ รักกุ๊กกิ๊ก อย่างที่นิยมกันในยุคนั้น อย่าง รักต้องปล้ำ และ สาวป่วนก๊วนรด. แต่วิธีการนำเสนอ และกลิ่นอายต่างๆ กลับไม่ใช่ธรรมดา ถ้าจะให้ตอบ ก็ไม่สามารถจะระบุเฉพาะเจาะจงได้ว่า ไม่ธรรมดายังไง แต่อธิบายสั้นๆ ได้ว่า พออ่านสำนวนแล้ว รู้ได้เลยว่า สำนวนแบบนี้ การเขียนสไตล์นี้ คือ “ปราปต์”
ยิ่งมางานยุคหลัง อย่าง กาหลมหรทึก และ นิราศมหรรณพ (ขออภัยที่อ่านเฉพาะผลงานตีพิมพ์เป็นเล่ม พวกที่ลงในเว็บ ไม่ค่อยได้อ่าน) จะเห็นได้ว่า... ความเป็นตัวของตัวเองของปราปต์ยิ่งชัดเจนขึ้นอีก เหมือนคนที่ผ่านการเขียนมานานมากขึ้น อ่านหนังสือมามากขึ้น และรู้วิธีการถ่ายทอดความคิดของตัวเองลงในผลงาน
อ้อ ถามว่าอะไรนะ นิยามและแนวทางการเขียนของปราปต์ใช่มั้ย คำตอบก็คือ “ปราปต์” เอง (ตอบแบบกำปั้นทุบดินไปมั้ย...?)


สองผลงานใหม่ของปราปต์
ปราปต์: ข้อนี้สมมติว่าตัวเองเป็นปราปต์ครับ หลังจากห่างหายจากแผงหนังสือไปนานเกือบสิบปี เขียนลงเด็กดีก็เงียบ ส่งต้นฉบับไปที่ไหนก็เงียบ แล้วจู่ๆ วันดีคืนดีก็กลับมาด้วยผลงานซึ่งได้รับรางวัลและเป็นที่รู้จักอย่างค่อนข้างเกินความคาดหมาย ในฐานะของคนที่มีชีวิตพิลึกพิลั่นแบบนี้ คิดว่าจะรับมือกับมันอย่างไร และจะกำหนดทิศทางของตัวเองและงานของตัวเองอย่างไรต่อไปดีรับ
อติน: วางเฉย... จึงเป็นคำตอบที่สวยที่สุด 555 รู้มาว่าปราปต์ชอบ เจ.เค.โรลลิ่ง เพราะงั้นปราปต์คงรู้ดีว่า แฮรี่ พ็อตเตอร์ ก็โดนปฏิเสธนับครั้งไม่ถ้วน ก่อนจะมาโด่งดังเช่นทุกวันนี้ นอกจาก เจ.เค. ก็ยังมี ไมเคิล จอร์แดน นักบาสดังระดับโลก (ขวัญใจพี่เอง) ก็เคยถูกปฏิเสธจากชมรมบาสระดับมัธยม ถ้าหากทั้งสองคนท้อแท้หรือหมดใจไปเสียก่อน อ่ะ นิยายไม่ผ่าน ก็เลิกเขียน ทีมไม่รับ ก็เลิกเล่นบาส พวกเขาคงไม่มาถึงจุดนี้เป็นแน่
การที่ปราปต์มาถึงจุดนี้ได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ปราปต์ไม่ใช่คนท้อแท้หรือยอมแพ้ง่ายๆ พี่ตินเชื่ออยู่อย่างว่า... ไม่ว่าเราจะทำอะไร ขอให้มีความขยันหมั่นเพียรและใจสู้ สิ่งนั้นจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้าทำแล้วกลัวเจ็บ กลัวพลาด เจอปัญหาแล้วโวยวายไปสามบ้านแปดบ้าน จากนั้นก็อยู่เฉยๆ นอนเฉยๆ ดีกว่า คนแบบนั้น ไม่มีวันจะก้าวมาถึงจุดที่ปราปต์ยืนอยู่ได้อย่างแน่นอน
ดังนั้น ปราปต์ไม่ต้องมาถามพี่หรอกว่าจะรับมือกับมันอย่างไร ผ่านมาได้ขนาดนี้ มันตอบได้ชัดเจนแล้วว่า ปราปต์ “รู้” วิธีรับมือกับมัน และผ่านมันมาได้ดีมากๆ ต่อจากนี้ ก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและเข้มแข็งนะครัซ
.jpg)
.jpg)
ปราปต์: ครั้งแรกที่ได้ยิน/อ่านชื่อเรื่อง ‘นิราศมหรรณพ’ (ยังไม่เห็นปก ไม่ได้อ่านเรื่องย่อหรือแม้แต่คำโปรยใดๆ) รู้สึกยังไงกับชื่อนี้ คิดว่าเป็นนิยายชื่อนี้จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร และหลังจากอ่านจบแล้ว ความรู้สึกต่อคำๆ นี้เปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร ถ้าไม่ใช่ชื่อ ‘นิราศมหรรณพ’ คิดว่าจะตั้งชื่อนิยายเรื่องนี้ว่าอะไรครับ
อติน: รู้สึกว่า... ต้องเป็นหนังสือที่เกี่ยว “น้ำ” ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง (มหรรณพ แปลว่า น้ำ นิ) และเมื่อเห็นคำว่า “นิราศ” มันทำให้พี่ตินนึกไปว่า เรื่องนี้คงเกี่ยวกับโคลงฉันท์กาพย์กลอน อย่างที่ปราปต์ถนัดและนำลูกเล่นมาใช้ใน “กาหลมหรทึก” ได้อย่างน่าสนใจ ตอนแรกคิดแค่นี้จริงๆ ส่วนถามว่าหลังอ่านจบ ความรู้สึกเปลี่ยนไปหรือไม่ ตอบเลยว่า “ไม่” มันเป็นการตอกย้ำให้ชัดเจนมากขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่า “นิราศ” กับ “มหรรณพ” มันมารวมกันได้อย่างไร ส่วนตัวคิดว่าเป็นชื่อที่เหมาะกับเรื่องมากๆ แล้ว เลือกมาได้ดี แต่ถ้าให้ตั้งเองใหม่ ขอชื่อนี้เท่านั้น “นิราศพลิกโลก” (อย่างที่เคยตั้งสเตตัสในเฟซว่าอ่านนิยายของปราปต์กับดร. ป๊อปคู่กันน่ะ จำได้ไหม 55)
อติน: ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ มันคือ “นิราศ” กับ “มหรรณพ” “กลอนไทย” และ “น้ำ” แก่นเรื่อง ก็อยู่ที่ชื่อเรื่องนั่นแหละ ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกล
ปราปต์: อย่างที่บอกไว้ในรีวิวว่า ‘นิราศมหรรณพ’ เป็นงานที่เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ คิดว่าแก่นของเรื่องเชื่อมโยงกับวิธีการนำเสนอสัญลักษณ์ภายในเรื่องอย่างไร
อติน: ขอยกตัวอย่างสัญลักษณ์ที่ชัดเจนมากๆ ในเรื่อง คือ “ชื่อ” ของตัวละคร ใครที่อ่านแล้ว คงเข้าใจว่าพี่ตินกำลังพูดถึงอะไร แต่ถ้ายังไม่ได้อ่าน ก็ขอบอกว่า “ชื่อ” ของตัวละครในเรื่อง มีความหมายและสำคัญต่อ “แก่นเรื่อง” มาก ปราปต์มีวิธีเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน แม้ว่าอาจมีบางจุดที่อ่านแล้วเกิดความไม่แน่ใจหรือว่าลังเลบ้าง แต่ที่สุดแล้ว ถือว่าทำได้ดีมากๆ เลือกนำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ใครที่กำลังจะอ่าน ขอให้สังเกต “ชื่อตัวละคร” ให้ดีๆ
จริงๆ อยากยกตัวอย่างอื่นเพิ่มนะ แต่ว่าอ่านนานแล้ว จำไม่ได้ จะกลับไปอ่านใหม่ เวลาก็กระชั้นมากกก ต้องกราบขอโทษนักเขียน (น่าเกลียดจริงนะเรา)
ปราปต์: ชอบตัวละครไหนมากที่สุด เพราะอะไร และคิดว่าตัวละครดังกล่าวมีลักษณะเป็นสัญลักษณ์ของแก่นเรื่องอย่างไรบ้าง
อติน: ถ้าตอบแบบนี้จะโกรธเค้าไหม...??? (T___T) ความจริงจากใจคือ “ไม่ชอบใครเลย” เอาจริงๆ มันก็ไม่ใช่ “ไม่ชอบ” หรอก แต่พี่ตินคิดว่า... นิยายเรื่องนี้ ปราปต์ให้น้ำหนักของตัวละครทุกตัวได้เท่าเทียมมาก จากมุมมองของตัวเอง บอกได้ว่าหนังสือเล่มนี้ไม่มีทั้ง “พระเอก” และ “นางเอก” แม้แต่ “ตัวร้าย” ยังไม่มีเลย ทุกตัวละครโดดเด่นเท่ากันหมด และแต่ละตัว ก็มี “เนื้อหา” ในตัวเอง ที่สนับสนุนตอบโจทย์ สัญลักษณ์ของแก่นเรื่องได้เท่าๆ กัน เพราะงั้น ใครที่คิดจะหยิบนิราศมหรรณพมาอ่าน ขอเตือนไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ไม่ได้หวาน ไม่ได้เป็นนิยายรัก แต่เป็นนิยายที่ผู้เขียนสร้างตัวละครทุกตัวให้มีบทบาทสำคัญเท่าๆ กัน
ปราปต์: แม้ ‘นิราศมหรรณพ’ เพิ่งจะวางแผงได้ไม่นาน แต่ก็กลายเป็นเรื่องที่มีฟีดแบ็กอย่างรวดเร็ว น่าสนใจที่เสียงเหล่านั้นแบ่งเป็นเสียงตอบรับอย่างชื่นชมและเสียงคัดค้านอย่างน่าค้นหา ต่อกระแสเช่นนี้ ถ้าพี่อตินเป็นปราปต์ จะใช้กระแสนี้วางแผนในการผลิตผลงานชิ้นต่อไปอย่างไร
อติน: เป็นคำถามที่ดีมาก ปราปต์พูดมาแบบนี้ ทำให้พี่ตินอดไม่ได้ที่จะคิดถึงประเด็นเรื่อง “คอมเมนต์” จากนักอ่าน ในยุคสมัยที่โลกหมุนเร็วขึ้น อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จะเห็นได้ว่านักเขียนรุ่นใหม่ๆ เข้าถึงนักอ่านได้มากกว่านักเขียนรุ่นเก่าๆ ที่กว่าจะได้คอมเมนต์ ก็ต้องนั่งรอจดหมายกันนานแสนนาน สมัยนี้ มีเน็ต พิมพ์แค่แว่บเดียว เราก็ได้ฟี้ดแบ็คมาอย่างรวดเร็ว แต่... ถ้ามองให้ดีๆ แล้ว มันก็มีทั้งประโยชน์และโทษ ไม่ใช่ว่าได้แต่ประโยชน์อย่างเดียว
ปราปต์และเพื่อนๆ ทีมนักอ่าน
สำหรับพี่ติน คำชื่นชมเป็นดาบสองคม นักเขียนบางคนรับสารพวกนี้มากๆ แล้ว “เหลิง” มั่นใจในผลงาน หลงตนว่าเก่งแล้ว จึงไม่พยายามจะพัฒนาตัวเอง ในแง่นี้ คำชมเหมือนยาพิษ รับเข้าไปบ่อยๆ อาจทำให้ผลงานแย่ลง ข้อผิดพลาดมากขึ้น ซึ่งแทนที่จะได้ประโยชน์ ก็กลับกลายเป็นโทษ ทำร้ายตัวผู้เขียนเสียเอง ส่วนเรื่องเสียงคัดค้าน... อันนี้ก็เป็นดาบสองคมเหมือนกัน พี่ตินเชื่อว่าก่อนจะเขียนอะไรออกมา นักเขียนที่ดีย่อมมีความมั่นใจและตระเตรียมข้อมูลมาพร้อม การได้ฟังเสียงคัดค้าน ที่ปราปต์ใช้คำว่า “น่าค้นหา” อาจจะสั่นคลอนความเชื่อของเราเองได้ และถ้าหากเราเชื่อคำวิจารณ์ทั้งหมด เราจะยืนหยัดและหาตัวตนของเราได้ที่ไหนล่ะ
เมื่อปราปต์ถามว่า จะใช้กระแสนี้ผลิตผลงานใหม่ๆ ได้อย่างไร พี่ตินจึงขอตอบโดยลอก ดร. ป๊อป มาว่า ขอให้ทำใจวางเฉยกับทั้งคำชมและคำติ ให้คิดเสียว่า เราทุ่มเทกับผลงานของเราเต็มที่แล้ว เสียงวิจารณ์เป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ผู้วิจารณ์ก็ยอมสละเงินซื้อและสละเวลามาเขียนถึงผลงานของเรา หน้าที่ของนักเขียนคือ น้อมรับและขอบคุณทุกเสียงวิจารณ์ที่ผู้อ่านส่งมาถึง และยึดหลักที่ว่า “ผู้เขียนมีสิทธิ์ของตัวเอง แต่ผู้อ่านก็มีสิทธิ์ของเขาเช่นเดียวกัน” ขณะเดียวกัน อยากให้ปราปต์ยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองเป็น และมั่นคงกับผลงาน รับฟังทุกอย่าง แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกอย่าง เพราะสุดท้ายแล้ว ความภูมิใจจะเกิดขึ้น ได้ นักเขียนต้องเลือกเขียนในสิ่งที่ตนเชื่อและรัก
ปราปต์: ขอบคุณครับ
ปราปต์และพงศกร นักเขียนชื่อดัง
จบลงไปแล้วสำหรับบทสัมภาษณ์ ที่แม้จะสั้นๆ แต่พี่ตินขอบอกว่า ตอนตอบนี่หืดขึ้นคอนะ 555 คำถามยากมากกกกกกกกกกกกกก อ่านแล้วแอบเคืองหลายๆ จุด กร๊ากกกกกกกกก และก็เริ่มเข้าใจนักเขียนที่มาสัมภาษณ์กับเราแล้วหละว่ารู้สึกอย่างไร ความรู้สึกของคนต้องตอบคำถามนี่มันยากยังงี้นี่เอง กรีดร้องงงง ยังไงก็หวังว่า คำตอบของตัวเองจะไม่ขี้เหร่มาก และน้องๆ ที่อ่านก็น่าจะได้ประโยชน์และความรู้อะไรไปบ้างไม่มากก็น้อยนะ
และสำหรับน้องๆ ที่คลิกเข้ามาอ่านบทสัมภาษณ์ของเรา อยากบอกว่าโชคดีสุดๆ แล้ว เพราะไม่ใช่แค่สัมภาษณ์เอามันส์ เรายังขอปิดท้ายด้วยการแจกหนังสือ นิราศมหรรณพ ของปราปต์ จำนวน 3 รางวัล เพียงตอบคำถามง่ายๆ ว่า คิดยังไงกับบทสัมภาษณ์ของเราครั้งนี้ และคำตอบของพี่ตินช่วยให้น้องๆ เข้าใจ ‘นิราศมหรรณพ’ มากขึ้นบ้างไหม อย่างไร (555) สามคำตอบโดนใจ รับไปเลยจ้า หนังสือฟรีๆ
ผู้ได้รับรางวัลหนังสือจากเราคือ
The Secret
The Secret
Yoda0147
และ risa_vee
ส่งชื่อที่อยู่มาที่ atin@dek-d.com ภายในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคมค่ะ
และ risa_vee
ส่งชื่อที่อยู่มาที่ atin@dek-d.com ภายในวันศุกร์ที่ 26 พฤษภาคมค่ะ
*ใครที่สนใจอยากสั่งซื้อ นิราศมหรรณพ (ราคาเล่มละ 265 บาท) ซื้อได้ที่ร้านนายอินทร์และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ อย่าลืมไปแอดไลน์ไอดีของแพรวสำนักพิมพ์ก็ได้ที่ LINE ID : Naiinfanclub หรือไม่ก็คลิกเว็บไซต์ของ ร้านนายอินทร์ และแฟนเพจของแพรวสำนักพิมพ์ ด้านล่างนี้เลยจ้ะ ^ ^
อตินเอง
.jpg)







16 ความคิดเห็น
ทำไมผมคอมเมนท์ไม่ขึ้น
ผมคิดการสลับบทบาทแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ เพราะปกติผู้เขียนก็มักจะตอบคำถามด้วยมุมมองของตน(อันนี้ไม่ได้ว่านะครับ) แต่พอได้มาเป็นผู้สัมภาษย์ด้วยตัวเองแล้วก็จะได้ฟังอีกมุมมองจากผู้อ่านซึ่งอาจเหมือนหรือต่างจากผู้เขียนก็ได้
บอกตามตรงว่าหลังจากอ่านจบ ผมก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเรื่อง 'นิราศมหรรณพ' เนี่ย มันเกี่ยวกับเรื่องอะไรกันแน่ แต่ที่รู้แน่ๆก็คือพี่ปราปต์ต้องตั้งใจเขียนเรื่องนี้มาก ไม่สิ นักเขียนทุกคนก็ต้องตั้งใจเขียนงานของตัวเองทุกเรื่องอยู่แล้ว ขอเปลี่ยนเป็นคำว่าตั้งใจถ่ายทอดความเป็น 'นิราศมหรรณพ' ให้ผู้อ่านทุกคนก็แล้วกันครับ
มีคนรู้จักอ่านเรื่องนี้ แล้วชื่นชมผ่านเฟสบุ้ค ก็เลยนึกจำชื่อเรื่องนี้ไว้ตลอดจนกระทั่งมาเจอบทสัมภาษณ์นี้ค่ะ ฉะนั้นจึงไม่ลังเลเลยที่คลิกเข้ามาอ่าน เพื่อจะรอดูว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร เพราะตอนไปยืนร้านหนังสืออ่านปกหลังแล้วยังไม่เห็นภาพพอ (ฮา)
พอมาอ่านบทสัมภาษณ์แล้วรู้สึกว่าแปลกดี ที่กลายเป็นนักเขียนถามแล้วพี่อตินตอบ ให้อารมณ์แบบใหม่ๆ ที่เหมือนได้อ่านในมุมมองของนักอ่านที่มีต่อนักเขียนเลยค่ะ พออ่านแล้วก็รู้สึกสนใจขึ้น เพราะเป็นเนวสืบสวนเกี่ยวกับกลอน ที่ไม่ค่อยเห็นในงานสืบสวนชิ้นไหนเลย โดยเฉพาะกลอนไทย แต่ที่ดึงดูดความสนใจเราที่สุด คือคำตอบของพี่อตินที่บอกว่าเรื่องนี้ไม่มีทั้ง "พระเอก" "นางเอก" และ "ตัวร้าย" เราชอบตัวละครสีเทาค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องแนวสืบสวนที่จำเป็นต้องมีตัวร้ายแบบนี้ มันเป็นอะไรที่ท้าทายทั้งคนเขียนและคนอ่านทีเดียว
รู้สึกว่าการสัมภาษณ์แบบนี้แหวกแนวมากก รู้สึกว่าปกติจะเป็นพี่อตินนะที่สัมภาษณ์นักเขียน แต่ คราวนี้ นักเขียนสัมภาษณ์พี่อติน ก็ไม่มีไรมากหรอก ฮาดี 55
ชอบประโยคนี้อ่ะ ไม่ว่าเราจะทำอะไร ขอให้มีความขยันหมั่นเพียรและใจสู้ สิ่งนั้นจะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้ และก็รู้สึกว่าพี่ตินก็ทำให้เห็นภาพของนิยายเรื่องนี้มาขึ้นนะ เพราะว่าจากที่ไม่เคยคิดจะลองอ่านนิยายอะไรสไตล์นี้เลย พออ่านจบแล้วรู้สึกว่า ลองอ่านดูก็ไม่เสียหลายนะ และน่าสนุกที่ได้อ่านอะไรใหม่ๆ แนวไทยๆ ด้วย หาไม่ง่ายเลยในสมัยนี้ (หรือแกไม่เคยคิดจะอ่านนิยายสไตล์นี้)
เป็นบทสัมภาษณ์ที่แปลกดีค่ะ เห็นมุมมองการสัมภาษณ์ที่แปลกดี ชอบคำถามแรกค่ะ ที่คุณปราบต์สวัสดี แล้วให้พี่ตินกล่าวคำอื่นที่ไม่ใช่สวัสดี พอพี่ตินตอบกลับเป็นกลอนบทนี้มา เฮ้ย มันเยี่ยมมากเลย เยี่ยมทั้งคนตั้งคำถามและคนตอบ ถ้าเป็นตัวเองคงใบ้รับประทาน อ่านแค่ตรงนี้ก็รู้เลยว่าบทสัมภาษณ์บทนี้สนุกแน่นอน แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ ทั้งคนถามและคนตอบ ตอบได้แบบรู้เลยว่าเป็นทั้งสองท่าน ชอบมากตรงสิทธิผู้อ่านและผู่้เขียน สัญญาจะเป็นนักอ่านที่พูดถึงงานอย่างสร้างสรรค์ค่ะ ส่วนเรื่องความเข้าใจในนิราศมหรรณพ สารภาพ อ่านจบก็ยังไม่เข้าใจค่ะ แม้กระทั่งไปอ่านรีวิวของพี่ตินมาก็ยังไม่เข้าใจทั้งหมด ยอมรับเลยว่าตัวเองยังเป็นนักอ่านที่อ่านหนังสือในวงจำกัดอยู่พอสมควร แต่ตั้งใจไว้นะคะ เรื่องนี้กับกาหล ฯ จะหามาอ่านเปิดโลกหนังสือของตัวเองให้กว้างขึ้นแน่นอน ปล. บทสัมภาษณ์อ่านไปยิ้มไป อิอิ ทั้งสองท่าน คุยกันสนุกและมีสาระในเวลาเดียวกัน ประทับใจมากค่ะ
ความคิดแรกที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ คือ "แปลก และแหวกแนว" ในการสลับบทบาทของนักเขียนกับอติน เป็นการมองงานเขียนผ่านมุมมองนักอ่าน แค่คำถามแรกก็ไม่ธรรมดาทั้งคนถาม และคนตอบ ชอบค่ะ จากคำตอบของอตินทำให้รู้จัก นิราศมหรรณพ ขึ้นมานิดนึงค่ะ กับคีย์เวิร์ด "ชื่อเรื่อง", "ชื่อตัวละคร" ก็คงเป็นหน้าที่เราๆ นักอ่านที่จะไปค้นหาว่าทำไมถึงมาเป็น "นิราศมหรรณพ"
คนแปลก ปะทะ คนแปลก สัมภาษณ์ได้สนุก และ มันส์ มากก อ่านบทสัมภาษณ์นี้เหมือนเป็นจิ๊กซอที่ประกอบจากอันเล็กๆ ขึ้นมาเป็นอันใหญ่ให้เราเห็นภาพได้อย่างดี
ไม่เหมือนบทสัมภาษณ์นักเขียนโดยทั่วไป แต่เหมือนเป็นการขอคำชี้แนะจากผู้มีประสบการณ์มากกว่า บทสัมภาษณ์นี้ไม่ได้ช่วยให้เข้าใจ "นิราศมหรรณพ" มากขึ้น แต่ช่วยให้เห็นถึงความพยายาม การไม่ยอมแพ้ แม้จะโดนปฎิเสธมาหลายครั้ง แต่ก็ยังสามารถผลิตผลงานดีๆ ออกมาได้ สู้ๆๆ น่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอ
อ่านบทสัมภาษณ์จบแล้ว เชื่อว่าเป็นตอนพิเศษจริงๆค่ะ ที่ได้เห็นนักเขียนมีโอกาสถามพี่ติน ให้เหงื่อตกซิกๆบ้าง :P
ตอบจริงๆจังเลยว่า อ่านแล้วรู้สึกเหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องคุยกัน บางคำถามก็ให้ความรู้สึกเหมือนนักเขียนที่ต้องการฟีดแบ็คคุยกับนักอ่าน
พี่ตินตอบคำถามได้ดีน้า อย่างที่บอกว่าเหมือนรุ่นพี่รุ่นน้องคุยกัน เลยสัมผัสได้ว่าพี่ตินแอบสอนคุณปราปต์นิดๆ เตือนสติ แล้วก็ให้กำลังใจด้วย แถมคำตอบของพี่ตินยังมีประโยชน์สำหรับคนอื่นด้วยน้า
ชื่นชมคุณปราปต์สำหรับการตั้งคำถามเลยค่ะ ไม่เคยอ่านบทสัมภาษณ์บทไหนแล้ว เผลอตอบคำถามของคนถามตามไปด้วยเลยนะ
ถามว่าเข้าใจนิราศมหรรณพขึ้นบ้างไหม สำหรับคนยังไม่ได้อ่านนิราศมหรรณพ ขอตอบตรงๆว่า เข้าใจเรื่องนี้จากการรีวิวของพี่ติน เมื่อบทความก่อนมากกว่า อาจเพราะยังไม่ได้อ่านมั้งคะ เลยเห็นภาพ 'นิราศมหรรณพ' จากการรีวิวของพี่ตินมากกว่า