ต้องอ่าน! รวม 12 สถานที่ในตำนานที่เกี่ยวกับน้ำ

        สาระอาทิตย์นี้พี่น้องขอเสนอตำนานที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ตามทะเลหรือหมู่เกาะต่างๆ เผื่อใครเอาไปใช้เป็นไอเดียในการสร้างฉากหลังให้นิยายของเรา
 

1. ทะเลเอเจียน (Aegean Sea)


geology.com / en.wikipedia.org
 
        ทะเลเอเจียนอยู่ระหว่างประเทศกรีกกับตุรกีในปัจจุบัน ในอดีตก็คือทะเลที่กองทัพกรีกล่องเรือมาบุกทรอยที่ฝั่งตุรกีนั่นเอง ตามตำนานของชาวกรีกนั้นเชื่อว่าชื่อทะเลมาจากชื่อของกษัตริย์เอเจียส พ่อของธีเซียส วีรบุรุษชื่อดังของกรีกอีกคนหนึ่ง
        อย่างที่เรารู้กันว่าตำนานกรีกหลายเรื่องมักเริ่มจากพ่อซึ่งเป็นกษัตริย์ได้รับคำทำนายว่าลูกตัวเองจะกลับมาฆ่าพ่อ ธีเซียสนั้นเติบโตเป็นวีรบุรุษ และออกไปปฏิบัติภารกิจสังหารมิโนทอร์ที่เกาะครีต เขาตกลงกับพ่อว่าตอนกลับมาถ้าเขาชนะจะใช้ธงขาวแทนธงดำเพื่อเป็นสัญญาณ แต่ถ้าใช้ธงดำแปลว่าเขาแพ้และเสียชีวิต เมื่อธีเซียสชนะ เขากลับลืมเปลี่ยนสีธง พอเอเจียสเห็นจึงเข้าใจว่าลูกเสียชีวิต เลยกระโดดลงไปในทะเลด้วยความเสียใจ กลายเป็นทะเลเอเจียนจนถึงทุกวันนี้
        ทะเลเอเจียนมีบทบาทในตำนานกรีกดังนี้
  • เป็นทะเลที่ตั้งของเกาะครีต เกาะที่มีเขาวงกตของดีดาลัส และเป็นที่อยู่อาศัยของมิโนทอร์ (ก่อนจะโดนธีเซียสสังหาร)
  • เป็นทะเลที่อิคารัสตกลงมาหลังจากบินสูงขึ้นไปใกล้ดวงอาทิตย์จนปีกละลาย
  • เป็นเส้นทางหนึ่งที่เรือของพวกเจสันเดินทางผ่าน
  • ในทะเลนี้มีเกาะซานโตรินี่ ที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติคล้ายกับเกาะแอตแลนติสที่เพลโตพูดถึงในงานเขียนของเขา
     

2. เกาะแอตแลนติส (Atlantis)


geology.com / Walt Disney Pictures
 
        ตำนานเมืองแอตแลนติสมีบทบาทเพียงน้อยนิดในงานเขียนของเพลโต ในนั้นแค่เล่าว่าชาวแอตแลนติสผู้มีวิทยาการก้าวไกล เข้าโจมตีเมืองต่างๆ ตามแถบชายฝั่งตั้งแต่กรีกไล่ไปจนถึงแอฟริกา และพยายามมาตีเมืองเอเธนส์ ซึ่งเพลโตเขียนให้เป็นรัฐในอุดมคติ พอพ่ายแพ้จากเอเธนส์ และถูกเทพเจ้าโกรธ ทั้งเกาะก็เลยจมลงสู่ใต้สมุทร แต่เมืองนี้กลับเป็นแรงบันดาลใจให้นักประวัติศาสตร์และนักเขียนอีกหลายๆ คนในยุคต่อๆ มา
        นักประวัติศาสตร์ต่างพยายามค้นหาเกาะที่สาบสูญนี้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ บ้างก็ว่าอยู่ในบริเวณทะเลเอเจียนนั่นแหละ แต่บ้างก็ว่าอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ส่วนนักเขียนก็สร้างเรื่องราวโดยได้แรงบันดาลใจมาจากเกาะแอตแลนติส ซึ่งมักจะมีลักษณะรุ่งเรือง วิทยาการก้าวไกลกว่าเมืองรอบๆ ในยุคโบราณ ที่โด่งดังสุดคงหนีไม่พ้นอนิเมชั่นของดิสนีย์เรื่อง Atlantis: The Lost Empire
 

3. อวาลอน (Avalon)


geology.com / irelandmap.facts.co
 
        อวาลอนเป็นเกาะแห่งตำนานพื้นเมืองของชาวเซลติกหรือชาวไอร์แลนด์ ที่ให้กำเนิดตำนานกษัตริย์อาเธอร์และพ่อมดเมอร์ลินนั่นเอง เกาะนี้มีอีกชื่อว่า "เกาะแห่งแอปเปิ้ล" เพราะเป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์มากจนไม่จำเป็นต้องทำอะไรก็มีอาหารกินไปตลอดชีวิต ชาวเซลติกในสมัยก่อนเชื่อว่าเกาะอวาลอนมีความลึกลับและอาจเป็นประตูเชื่อมระหว่างโลกนี้กับโลกหน้าก็ได้
        ตามตำนานกษัตริย์อาเธอร์ เกาะนี้คือที่อยู่อาศัยของเลดี้ออฟเดอะเลค ที่ว่ากันว่าเป็นศิษย์รักของพ่อมดเมอร์ลิน อีกทั้งยังเชื่อว่าเป็นที่ฝังศพของกษัตริย์อาเธอร์อีกด้วย
 

4. สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า (Burmuda)


geology.com / beforeitsnews.com
 
        พื้นที่สามเหลี่ยมอันตรายระหว่างเกาะเบอร์มิวด้า เปอร์โตริโก้ และฟอร์ท ลอเดอร์เดล ซึ่งร่ำลือกันว่าเรือลำใด เครื่องบินลำไหนเคลื่อนผ่านเป็นต้องหายสูญบ่อยครั้ง แต่ที่ว่ากันว่าเรือหายเรือหายนั้นเป็นสถิติจากอดีตที่ยังไม่มี GPS ติดตามเรือ หรือเครื่องมือค้นหาทันสมัยแบบยุคนี้ พอมายุคนี้เรือหายน้อยลง ตำนานสามเหลี่ยมก็ดูจะซาลงไป (สถิติล่าสุดคือดูดเรือกับเครื่องบินไปประมาณ 170 ลำ)
        พื้นที่นี้แม้จะยังสรุปไม่ได้ว่าทำไมเรือไปแล้วต้องจม เครื่องบินผ่านแล้วต้องตก แต่ก็มีทฤษฎีที่อธิบายได้อยู่ เช่น บริเวณนั้นเป็นจุดเดียวของโลกที่สนามแม่เหล็กผันผวน เป็นจุดที่มีคลื่นรุนแรง หรือเป็นจุดที่ความเข้มข้นในน้ำสูงกว่าจุดอื่นจากฟองอากาศ
        เหตุการณ์น่าสนใจที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้คือ เครื่องบิน South Tiger และ South Aerial ของสายการบินอังกฤษได้หายสาบสูญไป สัญญาณล่าสุดที่ได้รับการติดต่อกลับจากนักบินมาจากพื้นที่ใกล้กับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า จนบัดนี้ยังค้นหาไม่พบ
 

5. สามเหลี่ยมฟอร์โมซา (Formosa)


geology.com / crystalinks.com
 
        นี่ก็เป็นน้องๆ เบอร์มิวด้า แต่อยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างเกาะไต้หวัน เกาะเวคใต้ญี่ปุ่น และหมู่เกาะกิลเบิร์ต มีอีกหลายชื่อมาก เช่น ทะเลปิศาจ (The Devil Sea) หรือสามเหลี่ยมมังกร (The Dragon's Triangle) เพราะสมัยก่อนคนเชื่อว่าภูเขาไฟระเบิดบนเกาะบริเวณนั้นเป็นไฟจากมังกร
        แน่นอนว่าถ้าเบอร์มิวด้ามีตำนาน ฟอร์โมซาก็ต้องมีตำนานของมันเอง โดยคนที่กระพือตำนานอาถรรพ์ก็คือชาร์ลส์ เบอร์ลิทซ์ นักเขียนคนหนึ่งที่เขียนหนังสือโม้เรื่องอาถรรพ์ของทั้งสองที่ อย่างฟอร์โมซา เขาก็บอกว่าในปี 1952-1954 หลังจากเรือรบหายไป 5 ลำพร้อมนายทหารกว่า 700 คน ทางการญี่ปุ่นก็ส่งเรือพร้อมนักวิทยาศาสตร์อีกร้อยคนเข้าไปสำรวจพื้นที่นี้แต่หายสาบสูญไปอีกเช่นกัน ญี่ปุ่นจึงประกาศให้สามเหลี่ยมฟอร์โมซาเป็นพื้นที่อันตราย
        แต่แลร์รี่ เคิชก็ออกมาแฉว่า เรือญี่ปุ่นหายจริง แต่เป็นเรือประมงทั่วๆ ไป ซึ่งเรือหาปลาญี่ปุ่นพวกนี้หายเป็นเรื่องปกติปีละร้อยกว่าลำอยู่แล้ว เรือรบอะไรไม่มีทั้งนั้น และเรือที่ส่งนักวิทยาศาสตร์เข้าไปก็เป็นเรือประมงธรรมดาเช่นกัน ซึ่งก็จมเพราะภูเขาไฟใต้น้ำระเบิด รัฐบาลญี่ปุ่นยังเก็บซากเรือได้อยู่เลย ส่วนปรากฏการณ์แปลกๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่นี้ก็มาจากภูเขาไฟใต้น้ำซึ่งมีอยู่เยอะมากในบริเวณนี้
        ความโม้หนักของเบอร์ลิทซ์ทำให้นักเขียนหลายคนได้ไอเดียเอาสามเหลี่ยมอาถรรพ์นี้ไปต่อยอดเป็นฉากในเกมหรือการ์ตูนได้เยอะทีเดียว เช่น เกม Tomb Raider หรือการ์ตูนผีญี่ปุ่นเรื่อง Mononoke ของค่ายโทเอย์
 

6. ลิเมอเรีย (Lemuria)


geology.com
 
        นี่ก็เป็นทวีปที่สาปสูญคล้ายๆ กับแอตแลนติส แต่ต่างกันตรงที่นักวิทยาศาสตร์ฟันธงแล้วว่าไม่มีจริงชัวร์ๆ เรื่องมันเกิดจากการที่สมัยก่อนโน้น ความรู้ยังไม่ก้าวหน้าเท่าไร นักวิทยาศาสตร์ก็พยายามศึกษาการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก พอดีมีนักสัตววิทยาเขาสงสัยว่าเจ้าตัวลีเมอร์ทำไมถึงอาศัยอยู่บนเกาะมาดากัสการ์และอินเดียเท่านั้น เลยตั้งทฤษฎีว่าสองส่วนนี้อาจจะเคยติดกันมาก่อน หรือเคยมีส่วนหนึ่งเชื่อมระหว่างสองฝั่ง แล้วหายไป ทำให้เกิดทฤษฎีทวีปลิเมอเรียที่มีตัวลีเมอร์นี้ขึ้นมา
        แม่นางเฮเลน่า บลาวาทสกี้ ถึงกับเล่าเป็นตุเป็นตะว่าทวีปนี้มีตัวลีเมอร์อาศัยอยู่จริง แต่เป็นลีเมอร์ที่วิวัฒนาการแล้วคล้ายมนุษย์ และไม่จำเป็นต้องสืบพันธุ์ก็แตกหน่อได้ แต่พวกมันดันค้นพบการสืบพันธุ์ การกระทำของพวกมันทำให้เกิดราคะ พระเจ้าจึงโกรธและสั่งลงโทษด้วยการจมเกาะนี้เสีย
        แต่พอความรู้เกี่ยวกับการแปรสัณฐานของเปลือกโลกมันก้าวหน้าขึ้น พวกเขาก็อธิบายได้แล้วว่าเปลือกโลกมันเคลื่อนกันแบบไหน และความจริงก็คือไม่มีเกาะหรือทวีปใดๆ ที่เรียกว่าลิเมอเรียอยู่จริง
 

7. ทวีปมู (Mu)


bibliotecapleyades.net
 
        ทวีปมูก็เป็นอีกทวีปที่คนเชื่อกันว่าหายสาปสูญ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นทวีปที่เชื่อว่าเชื่อมระหว่างทวีปอเมริกากับทวีปเอเชีย ศาสตราจารย์ฝรั่งเศสเขาเชื่อว่าทวีปนี้มีอยู่จริงจากการศึกษางานเขียนของชาวมายัน แต่นักวิทยาศาสตร์ก็มายันเองเลยว่าไม่พบหลักฐานว่ามีทวีปนี้เคยอยู่จริงๆ นะเออ ในมหาสมุทรแปซิฟิกมีทวีปหรือเกาะที่จมจริงๆ แค่สี่เกาะคือ ซันดาแลนด์, มอริเทีย, ซีแลนเดีย และ ที่ราบเคิร์กเลน
        สรุปว่าตอนนี้เรามี 3 ทวีปที่พิสูจน์ไม่ได้ว่ามีอยู่จริงคือ มู (อยู่ตรงมหาสมุทรแปซิฟิก คั่นกลางระหว่างอเมริกากับเอเชีย) แอตแลนติส (อยู่ตรงมหาสมุทรแอตแลนติก คั่นกลางระหว่างอเมริกากับยุโรป) และลิเมอเรีย (อยู่ตรงมหาสมุทรอินเดีย คั่นกลางระหว่างแอฟริกาและอินเดีย)
 

8. เมืองอีส (Ys)


esterior.net
 
        อีสเป็นชื่อเมืองลึกลับในบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส เมืองนี้สร้างโดยกษัตริย์ Gradlon มหาราช (ออกเสียงยากจริง) ล้อมรอบด้วยน้ำ ทำให้ต้องสร้างเขื่อนกั้นน้ำไว้ คนเดียวที่มีกุญแจเปิดประตูเขื่อนคือกษัตริย์ แต่เจ้าหญิงดาอู ลูกสาวของกษัตริย์นั้นเป็นคนไม่ดี และทำเมืองเละเทะจนพระเจ้าโกรธ แม้มีคนเตือนแต่ดาอูก็ไม่ฟัง วันหนึ่งมีอัศวินในชุดแดงเข้ามาเกี้ยวเธอ เขากล่อมให้เธอไปขโมยกุญแจเปิดเขื่อนจากพ่อตัวเอง พอเปิดปุ๊บน้ำก็ทะลักเข้ามา กอปรกับเป็นช่วงพายุเข้าพอดี ทั้งเมืองเลยจมอยู่ใต้น้ำ
        จริงๆ กษัตริย์กับลูกสาวหนีออกมาได้ด้วยม้าวิเศษ แต่นักบุญแห่งวินวาโลว์ (คนที่เตือนนางดาอูแต่แรกนั่นแหละ) บอกให้พ่อผลักลูกลงไปอยู่ในน้ำซะ หลังจากลังเลอยู่นานสุดท้ายกษัตริย์ก็ตัดสินใจผลักเจ้าหญิงดาอูลงน้ำไป
 

9. โลกใต้พิภพ (The Underworld)


en.wikipedia.org
 
        อันนี้ไม่เกี่ยวกับน้ำ แต่อยู่ใต้น้ำ ส่วนใหญ่แล้วคนจะเชื่อว่าสวรรค์อยู่บนฟ้า นรกอยู่ใต้ดินใช่ไหมคะ ตามความเชื่อของชาวกรีก เขาเชื่อว่าดินแดนหลังความตายนั้นอยู่ใต้พื้นพิภพลงไปเช่นกัน (ไม่เชิงนรกที่เอาไว้ลงโทษคนเลว แต่ใครตายก็มาที่นี่หมด) ปกครองโดยเทพเจ้าแห่งความตาย ฮาเดส (Hades) อาณาจักรของฮาเดสนั้นล้อมรอบด้วยแม่น้ำทั้ง 5 อันได้แก่
  • อาคีรอน (Acheron) แม่น้ำแห่งความโศกเศร้า
  • โคคีทัส (Cocytus) แม่น้ำแห่งการร่ำไห้
  • เฟลเจธอน (Phlegethon) แม่น้ำแห่งไฟ
  • สติกซ์ (Styx) แม่น้ำแห่งคำสาบาน
  • เลธี (Lethe) แม่น้ำแห่งการหลงลืม
        เมื่อมีใครตายบนแผ่นดินกรีก เฮอร์มีสก็จะนำทางวิญญาณมาที่นี่เพื่อส่งต่อให้กับแครอน ผู้บังคับเรือข้ามแม่น้ำ แถมไม่พายให้ฟรี เก็บค่าพายนะคะ จึงเป็นธรรมเนียมของชาวกรีกที่พอใครตายต้องวางเหรียญไว้บนริมฝีปาก ตายมาจะได้มีเงินจ่ายค่านั่งเรือให้แครอน พอข้ามแม่น้ำมาแล้วก็จะเจอกับประตูทางเข้าวังของฮาเดส ที่มีหมาสามหัวเซอร์เบรัสเฝ้าอยู่ เจ้าหมาตัวนี้รับคนเข้าอย่างเดียว ใครจะออกมันกัดหัวหลุด
        ในแม่น้ำห้าสายของโลกใต้พิภพ สายที่ดังมากๆ คือ สติกซ์ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ปกครองโดยเทพีสติกซ์ ช่วงสงครามระหว่างซูสกับไททัน สติกซ์ยืนหยัดอยู่ข้างซูส พอจบสงคราม ซูสจึงยกแม่น้ำนี้ให้และประกาศให้เทพเจ้าใต้การปกครองของซูสทุกองค์ต้อง สาบานต่อแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ มีอีกตำนานคือแม่น้ำนี้ยังเป็นที่ๆ แม่ของอะคิลลิสเอาเขามาชุบตัวเพื่อให้เขาเป็นอมตะ แต่เจ้ากรรมตอนชุบตัวแม่ดันจับข้อเท้าไว้แล้วเอาหัวจุ่ม ข้อเท้าจึงเป็นส่วนเดียวของอะคิลลิสที่ไม่เป็นอมตะ และเป็นผลให้เขาโดนเจ้าชายปารีสยิงข้อเท้าตาย จบตำนานวีรบุรุษ
 

10. หมู่เกาะแห่งความโชคดี (Fortunate Isles)

        หมู่เกาะนี้มีอีกชื่อว่า หมู่เกาะแห่งผู้ได้รับพร (the Blessed) เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์ตามความเชื่อของชาวกรีกนั่นเอง ว่ากันว่าเกาะนี้ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับหมู่เกาะแคแนรี ตรงจุดที่เรียกว่ามากาโรนีเซีย (มักกะโรนี!)
        ตามความเชื่อของชาวกรีกเมื่อคนตายจะได้ไปอีลิเชียน แต่มันมีสองที่ ที่แรกคืออีลิเชียนของฮาเดส ที่พูดไปในข้อก่อนหน้า เป็นพื้นที่ที่สงวนไว้ให้คนธรรมดาบ้านๆ ตายแล้วไม่ต้องเสี่ยงหัวก้อยว่าจะไปไหน ไปหาฮาเดสนี่แหละ ส่วนคนที่จะไปเกาะแห่งความโชคดีซึ่งปกครองโดยโครนอสได้นั้น ต้องเป็นวีรบุรุษ หรือคนที่กลับมาเกิดใหม่แล้ว 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 ถึงจะได้มาที่นี่เพื่อเข้าสู่สวรรค์
        แต่ความเชื่อนี้ก็ไม่ได้แพร่หลายนัก อย่างโฮเมอร์เขาจะเชื่อว่ามีแต่อาณาจักรของฮาเดสให้คนตายไปอยู่ ส่วนเฮไซออดกับคนอื่นๆ เชื่อว่ามีแต่วีรบุรุษเท่านั้นที่จะได้ไปสวรรค์ ส่วนเวอร์จิล นักเขียนของโรมันจะรวมสองสถานที่นี้เข้าด้วยกันไปเลย
 

11. แม่น้ำฮิอิ กับยามาตาโนะ โอโรจิ


taringa.net
 
        ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเขตอิสึโมะ ประเทศญี่ปุ่น ใกล้กับแม่น้ำฮิอิจะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเจ้างูแปดหัวแปดหาง ยามาตะโนะ โอโรจิ ซึ่งจะมากินลูกสาวเจ้าเมืองไปปีละคน โชคดีที่ในปีที่ 8 เทพเจ้าแห่งพายุ ซูซาโนะโอะถูกพี่สาวไล่จากสวรรค์ เลยมาป้วนเปี้ยนที่เมืองนี้แล้วรู้เรื่องพอดี เขาเลยขอแต่งงานกับเจ้าหญิงคุชินาดะที่กำลังจะถูกกิน แลกกับการไปฆ่าเจ้างูแปดหัวนี่ให้
        ตำนานยามาตาโนะ โอโรจิมีนัยแฝงถึงภาวะน้ำท่วมเฉียบพลันที่เกิดขึ้นในพื้นที่นาแถบนี้ ชื่อเจ้าหญิงคุชินาดะแปลว่าที่นา ส่วนเจ้ายามาตาโนะก็คือแม่น้ำฮิอิที่ไหล่บ่าทำลายที่นาของชาวบ้าน การปราบเจ้ายามาตะโนะเป็นสัญลักษณ์ว่าแม่น้ำได้สงบลงแล้ว
        นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่าตอนปราบยามาตะโนะโอโรจิ ซูซาโนะโอะเจอดาบที่ชื่อ "คุซานาหงิ" ซ่อนอยู่ในหางของยามาตะโนะ และมันก็กลายเป็นหนึ่งในสามสมบัติของจักรพรรดิญี่ปุ่น
 

12. แม่น้ำแยงซี และแม่น้ำฮวงโห

        มาที่ฝั่งจีนกันบ้าง ที่จีนก็มีตำนานที่เกี่ยวกับแม่น้ำสายสำคัญสองสายนี้เช่นกัน เรื่องมันเริ่มจากมีมังกรสองตัวที่คอยช่วยกำจัดพวกปิศาจร้าย ทีนี้มีปิศาจร้ายนามว่าหวังเหลี่ยงลงมาบนโลกเพื่อก่อกวนและทำให้คนกลายเป็นคนบาป มังกรสองตัวจึงถูกเรียกให้มากำจัดเจ้าหวังเหลี่ยงและฟื้นคนจีนให้กลับมาเหมือนเดิม โดยปลอมตัวเป็นพระสองรูป มาช่วยชำระใจมนุษย์
        พอเจ้าหวังเหลี่ยงรู้ก็พยายามสู้กับมังกรทั้งสองตัวจนเฮือกสุดท้ายด้วยการเปลี่ยนตัวเองเป็นไฟสองสาย มังกรสองตัวก็เปลี่ยนตัวเองเป็นน้ำเข้าขับไล่ไฟไป ทำให้เกิดเป็นแม่น้ำแยงซีและแม่น้ำฮวงโหมาจนถึงปัจจุบันนี้เอง
 

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เด็กดี
มีไอเดียในการเขียนนิยายเรื่องต่อไปกันนะจ๊ะ

ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก
lenntech.com/water-mythology
paranormal-encyclopedia.com
ancientaliensdebunked.com
greekmythology.com
bagadoo.tm.fr
arcana.wikidot.com
japanesemythology.jp

meiyatravel.com
Dek-D Team ทีมคอลัมนิสต์ Dek-D

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

7 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด

ความคิดเห็นนี้ถูกลบเนื่องจาก

ถูกลบโดยทีมงาน เนื่องจากงดตั้งกระทู้วิจัย โครงงาน หรือใช้พื้นที่เว็บบอร์ดเพื่อการส่งการบ้าน เนื่องจากเป็นการรบกวนผู้ใช้บอร์ดท่านอื่นๆ ขออภัยในความไม่สะดวก

กำลังโหลด
Windiiz7 Member 26 ก.ค. 58 14:44 น. 6

โอโรจิ นึกถึงโอโรจิมารุเลย งูเหมือนกันด้วย

ซูซาโนะโอะ ก็นึกถึงซาสึเกะ แถมลมพายุก็เกี่ยวข้องกับเหยี่ยวอยู่นะ เยี่ยมเยี่ยม

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด