/>
Dek-D.com ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์ของ
ผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่
ยอมรับ

คลินิกนักเขียน : Exclusive 14 ตัวร้ายเพิ่มพลังให้นิยาย []

วิว
คลินิกนักเขียน : Exclusive 14 ตัวร้ายเพิ่มพลังในนิยาย        
เขียนตัวร้ายให้ถูกทาง นิยายก็จะสมเหตุสมผลน่าอ่าน 
 
สวัสดีอีกครั้งกับคอลัมน์ที่เราเฝ้ารอ กลเม็ดเคล็ดลับฉบับ Exclusive ของเรา คอลัมน์ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ นักอยากเขียน ได้ฟังเคล็ดลับจากนักเขียนรุ่นพี่ทั้งหลาย สำหรับวันนี้ ก็เช่นเคย เรารวบรวมรุ่นพี่คนเก่งมาพูดคุยกัน โดยวันนี้ หัวข้อของเราตรงกันข้ามกับเมื่อครั้งก่อน ซึ่งเป็นเรื่องของการเขียนพระเอก
 
อ่านกลเม็ดเคล็ดลับฉบับเขียนพระเอกให้น่าประทับใจที่นี่  
 
ใช่แล้ว วันนี้ เราทำเรื่องการเขียนตัวร้ายกัน ฟังแล้วเชื่อว่าหลายคนหูผึ่ง เพราะการเขียนตัวร้ายจะว่าไปแล้ว เป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าสังเกต ละครดังๆ หลายเรื่อง คนดู ดูแล้วเกลียดตัวร้ายหนักมาก อยากปาทุเรียน อยากปารองเท้า อยากด่ารัวๆ เพราะงั้น การที่เราปั้นและเขียนตัวร้ายให้น่าสนใจ ก็ช่วยให้ผลงานของเรามีเสน่ห์น่าติดตามเช่นกัน
 
ไปดูกันดีกว่าว่านักเขียนรุ่นพี่จากเว็บเด็กดีของเรา เขามีเคล็ดลับดีๆ อะไรในการเขียนตัวร้ายบ้าง
 
คนแรก เรายังไม่ไปไหนไกล กับนักเขียนผู้ที่เพิ่งได้รับข่าวดี ผลงานได้เข้ารอบชิงรางวัลซีไรต์ถึงสองเรื่อง กาหลมหรทึก และ นิราศมหรรณพ ปราปต์ นั่นเอง ถ้าใครเคยอ่านนิยายทั้งสองเรื่องของปราปต์ จะรู้เลยว่าตัวละครในเรื่องของเขามีมิติที่น่าสนใจมาก ไม่มีใครดีที่สุดหรือว่าเลวที่สุด แต่ทุกตัวมีความเป็นคนชัดเจนน่าอ่าน ลองมาดูเคล็ดลับการเขียนตัวร้ายของปราปต์ดีกว่าว่าเขาทำยังไงบ้าง ตัวละครถึงได้น่าติดตามขนาดนี้
 
“โดยส่วนตัวไม่ได้มีเคล็ดลับเป็นพิเศษสำหรับการเขียนตัวร้ายครับ เพราะปกติตัวเอกของผมมักจะร้ายกว่าตัวร้าย 555 ล้อเล่นครับ ที่ไม่ได้มีเคล็ดลับสำหรับตัวร้ายเพราะไม่ได้มองเขาว่าเป็นตัวร้าย แต่เป็นตัวละครหนึ่งเท่านั้น ซึ่งจะต้องมีทั้งด้านสว่างและมืดเช่นเดียวกับทุกตัวละคร เพียงแต่ในมุมที่เรื่องของเรากำลังนำเสนอนั้น อาจจะไปพาดโยงหรือให้น้ำหนักกับด้านมืดของเขามากกว่า


 
ผมค่อนข้างเชื่อว่ามนุษย์เราทุกคนมีพื้นฐานของความเป็นคนดีอยู่ในตัวเองนะครับ เพราะฉะนั้นการที่คนๆ หนึ่งจะทำเรื่องเลวร้ายได้จำเป็นต้องมีสาเหตุ ส่วนมากเลยหมกมุ่นไปที่สาเหตุของเขามากกว่าการกระทำเลวร้ายที่เขาแสดงออกมา สาเหตุนั้นอาจจะเป็นปูมหลัง จากสภาพแวดล้อมบังคับ หรืออาจจะเป็นเพียงมุมมองของเรื่องที่เรากำลังนำเสนอ (อย่าลืมว่าการทำเรื่องบางเรื่อง อาจจะเป็นสิ่งดีสำหรับคนๆ หนึ่ง แต่อาจจะเป็นสิ่งร้ายสำหรับอีกหลายๆ คนก็ได้ เช่นหัวหน้างานให้พนักงานคนหนึ่งออกจากงานเพราะกระทำความผิดจริง มองจากมุมองค์กรและเพื่อนร่วมงาน หัวหน้าคือคนดี แต่มองจากมุมคนถูกไล่ออกและครอบครัวของคนถูกไล่ออก หัวหน้าย่อมเป็นคนร้าย อยู่ที่เรื่องของเราจะนำเสนอจากมุมมองฝั่งไหน) บางคนเผลอทำเรื่องผิดพลาดไปโดยไม่ได้ตั้งใจ ปูมหลังก็ยิ่งมีความสำคัญว่าคนลักษณะนั้นจะตอบสนองกับความผิดของตัวเองยังไง คนร้ายบางคนอาจต้องการยอมรับผิดก็ได้ เพียงแต่ด้วยความจำเป็นของชีวิต ของคนรอบข้าง ทำให้เขาไม่สามารถก้าวออกมาสารภาพว่าเขาเป็นคนทำ ยิ่งปกปิดก็ยิ่งต้องทำเรื่องเลวร้ายต่อไปมากขึ้นเรื่อยๆ หรือบางคนทำผิดแล้วอาจจะไม่รู้ตัวเลยก็ได้ว่าตัวเองกำลังทำผิด เป็นต้นครับ
 
การเข้าไปถึงจิตใจของตัวละคร ยิ่งลงลึกจะยิ่งทำให้เขามีตัวตนชัดเจนขึ้น ตัวร้ายที่มีประสิทธิภาพจะทำให้คนอ่านเชื่อและยอมรับในการกระทำของเขา ยิ่งไปกว่านั้นจะทำให้คนอ่านคิดย้อนกลับได้ว่า ถ้าเป็นเรา เราจะทำแบบเดียวกับที่คนร้ายคนนี้ทำรึเปล่า”
 
ปราปต์ตอบมาได้ถูกใจพี่ตินมาก การเขียนถึงตัวละครทุกตัว เราต้องเข้าใจความรู้สึกของตัวละครก่อน การเอาตัวเข้าแทนตัวละคร ถือว่า... เป็นคำแนะนำที่น่าสนใจมากๆ ทีเดียว อย่าลืมลองเอาไปใช้กันนะน้องๆ และนักเขียนคนต่อไป ก็คือ ดังปัณณ์ นักเขียนที่มีผลงานน่ารักใสๆ ออกกับสำนักพิมพ์อรุณมาหลายเล่ม เรื่องล่าสุดของเธอคือ เล่ห์ลวงอาคิราเริ่มติดท็อปกับเว็บเด็กดีของเราแล้วจ้า ไปลองอ่านกันได้เลยนะ 

“สำหรับการเขียนนิยายขึ้นมาสักเล่มหนึ่ง นอกจากพระเอก นางเอก สิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยคือ ‘ตัวร้าย’ และแน่นอนตัวนี้เป็นตัวชูโรงของเรื่องเลย สำหรับโอ๋ตัวร้ายถือว่าเขียนยากมากค่ะ ยากสุดๆ ชีวิตนี้ไม่เคยเจอคนร้ายกาจเล้ย (เสียงสูงมาก) แต่ความจริงคือเพียบ ก็เลยเก็บประสบการณ์จากตรงนั้นละค่ะมาเขียน 555 แล้วในความรู้สึกของโอ๋เลยก็คือเขียนพระเอกนางเอกจะง่ายกว่านะ (ฮา) แต่ไปๆมาๆ ด้วยความที่ผ่านเวทีชีวิตมาพอสมควร ได้พบได้เจอคนหลายๆ แบบ ก็เลยเขียนให้พระเอกนางเอกเป็นตัวร้ายไปเลยก็มี (= =”)
 
การสร้างตัวละครของโอ๋จึงมาจากทัศนคติส่วนตัวล้วนๆ ค่ะ ว่าคนเราทุกคนต้องมีส่วนดีและส่วนเสีย เพียงแต่ว่าคนคนนั้นจะแสดงด้านไหนออกมาให้เราได้เห็นมากกว่ากัน แล้วการที่จะทำให้ตัวร้ายน่าสนใจ เราต้องตีความหมายให้ตัวละครนั้นๆ ก่อนว่า เราต้องการให้เขาเป็นตัวร้ายในแบบไหน จะร้ายแบบร้ายลึก ออกมาฉากแรกๆ น่ารักน่าเอ็นดู แต่พอหลังๆ เริ่มแสดงออกจนอยากปาเปลือกทุเรียนใส่ก็ว่ากันไป หรือจะร้ายแบบใสๆ ร้ายแบบให้คนดูน่าสงสารหรือขำในความร้ายกาจของตัวละครนั้นๆ หรือว่าจะร้ายแบบโต้งๆ ให้เห็นกันจะๆ ไปเลยตั้งแต่ต้นเรื่องว่าเฮ้ย ฉันร้ายก็ตาม

ผลงานของดังปัณณ์
 
พอกำหนดได้ ทีนี้เราก็ต้องมาเพิ่มน้ำหนักให้กับตัวร้ายสุดแซ่บของเรา ว่าทำไมเขาหรือเธอต้องทำแบบนั้น ด้วยการเพิ่มเหตุผล ใส่รายละเอียดที่จะผลักดัน บีบคั้น หรือชี้นำทำให้เขากลายเป็นตัวร้ายขึ้นมา ตัวอย่างก็ สมมุติเราเขียนนิยายดราม่าสักเรื่องหนึ่ง วางพล็อตเรื่อง วางคาแรคเตอร์พระนางแล้วดูเครียดมากๆ เราก็จัดการให้นางร้ายหรือตัวร้ายของเราเป็นคนเบรกความดราม่านั่นซะ ด้วยความร้ายแบบเปิ่นๆ ชวนขำ เรียกเสียงฮาของพวกเขา หรือว่าเราเขียนคอเมดี้พระนางมุ้งมิ้งน่ารัก เพื่อไม่ให้เลี่ยนเกินไป ก็จัดการให้ตัวร้ายของเราร้ายลึกแบบน่าสงสาร อาจจะด้วยเพราะความรักพระเอกนางเอกมาก หรือร้ายเพราะปูมหลังที่รันทดสุดๆ ตอนนั้นเราก็อาจจะได้ตัวร้ายที่คนอ่านรักก็ได้นะคะ เผลอๆ ตัวร้ายของเราจะเด่นเกินหน้าเกินตาพระนางด้วยซ้ำ ซึ่งอันนี้ต้องระวัง ว่าในเรื่องที่เราจะเขียนนั้นต้องการให้ตัวร้ายเป็นตัวนำเรื่อง หรือพระนางเป็นตัวนำเรื่องกันแน่
 
แต่ไม่ว่าเราจะสร้างตัวละครแบบไหน สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ขอให้เชื่อในตัวละครตัวนั้นที่เราสร้างเขาขึ้นมาค่ะ ให้เชื่อว่าเขาคือคนคนหนึ่งที่เราพบเจอในชีวิตจริง แล้วไม่ว่าจะตัวละครแบบไหน บทอะไร ก็จะต้องโดนใจคนอ่านแน่ๆ ค่ะ ^^”
 
คนที่สาม เป็นนักเขียนที่โด่งดังมาจากนิยายแนวจีน ก็เขียนๆ ลงอยู่ในเด็กดีแถวๆ นี้แหละค่ะ แล้วก็ได้ดิบได้ดี ตอนนี้โด่งดังแล้ว นิยายชุดล่าสุดของกะรัต เขียนแนวขนมหวาน ก็เพิ่งจะขายละครได้ (ขอแสดงความยินดีด้วยมากๆๆๆ) แต่แม้จะเขียนงานหวานๆ ก็ใช่ว่าจะไม่มีตัวร้ายในนิยายของ กะรัต นะ มาฟังเคล็ดลับดีกว่าว่าคนเขียนงานหวาน เขาเขียนตัวร้ายกันอย่างไร 
 
เริ่มเลยนะคะ เราต้องดูก่อนว่าสาเหตุที่ร้าย ร้ายแล้วได้อะไร
 
ร้ายเพราะความหึงหวง กะรัตมักเขียนเน้นไปที่ตัวร้ายหญิง นางอิจฉา...ใช่คำนี้เลย เธอร้ายกับนางเอกเพราะไม่สมหวังกับพระเอก อาจเพราะรัก(ข้างเดียว) เลิกรักแล้วย้อนกลับมารักใหม่ หรือเพราะหวังผลประโยชน์ด้านเงินทอง ชื่อเสียง อำนาจ เธอจึงเกลียดและมุ่งให้ร้ายทางวาจา ทำร้ายด้วยการกระทำที่มีผลกระทบต่อความรู้สึก ความเป็นอยู่ของนางเอกให้มากที่สุด
ร้ายเพราะอยากแก้แค้นในอดีตที่เจ็บปวดของคนในครอบครัว ร้ายแบบนี้อาจจะไม่มีความรักมาเกี่ยวข้อง แต่เธอหรือเขารู้จุดว่าพระเอกหรือนางเอก(หรือตัวละครสำคัญในเรื่อง)จะต้องเจ็บปวดหากรู้สึกว่าคู่รักของตนจิตใจไม่มั่นคง จนอาจทำให้ต้องสูญเสียความรักไป การแสดงความรักแบบจอมปลอมจึงเป็นเพียงเครื่องมือที่เธอหรือเขาใช้แก้แค้น
ร้ายเพราะแย่งชิงอำนาจ ความเป็นใหญ่ ความอยู่รอดของแคว้นหรือฝ่ายที่ตนสังกัด (กะรัตใช้ในกรณีงานเขียนแนวย้อนยุค) การช่วงชิงผลประโยชน์จากงานสายเดียวกัน นิยายจะสนุกน่าติดตาม คนอ่านรู้สึกลุ้น เอาใจช่วยพระเอกนางเอก คนร้ายลักษณะนี้ต้องฉลาดเท่าทันหรือมากกว่าพระเอกนางเอก มีการเชือดเฉือนกันด้วยเล่ห์ กลศึก กลยุทธ์ทางธุรกิจ กว่าคนดีๆ จะเล่นงานตัวร้ายกลับได้ก็แทบน่วม แต่ผลตอบแทนและชัยชนะที่พระเอกนางเอกได้รับคนอ่านจะรู้สึกสะใจ สมกับเวลาที่ใช้ต่อสู้กันทางสมองและแรงกำลัง
ร้ายเพราะอยากเอาชนะ รู้สึกหมั่นไส้ ไม่ถูกชะตา ไม่ชอบหน้าพระเอกนางเอก เธอและเขาจึงต้องร้าย(โรคจิตหน่อยๆ นะ) ตัวร้ายประเภทนี้อาจจะมาในรูปแบบบ่างช่างยุ ร้ายแบบไม่ออกหน้า ยืมมือคนอื่นหรือไม่ก็ร่วมมือกับคนอื่นที่ร้ายกว่าตัวเอง

ผลงานซีรี่ส์ของกะรัต 
เขียนร่วมกับทักษิณาและอุมาริการ์ 
ได้รับการจับจองเตรียมทำละครแล้ว 

 
การแสดงออกถึงความร้าย
ร้ายแบบเปิดเผย ความคิด สีหน้าท่าทาง ร้ายซึ่งหน้า คนอ่านไม่ต้องเสียเวลาคาดเดา ออกแนวร้ายแบบโง่ๆ ด้วยในบางคน ร้ายอย่างนี้รับมือง่ายหน่อย แต่ถ้าพระนางจัดการกับตัวร้ายจนสถานการณ์คลี่คลายง่ายเกินไป ความเป็นคนพิเศษ(เก่ง ฉลาด)ของพระนางจะไม่ฉายชัดเท่าไรนัก บางครั้งอาจปล่อยให้ตัวร้ายลักษณะนี้พ่ายแพ้ก่อน ค่อยย้อนกลับมาในแผนการที่เหนือเมฆกว่าเดิม(แพ้แล้วมีพัฒนาการทางสมองเพิ่ม...พัฒนาแต่เรื่องร้ายอะนะ-*-)หรืออาจจะยืมมือคนอื่นมาช่วยอีกแรง เราสามารถใช้ประโยชน์จากตัวละครลักษณะนี้ได้ต่อ
ร้ายแบบแอบซ่อน ร้ายลึก ร้ายอินโนเซ้นท์ ความร้ายซ่อนอยู่หลังใบหน้าหรือท่าทางอ่อนหวาน คำพูดคำจาซื่อๆ ร้ายแบบนี้กว่านางเอกพระเอกจะรู้ตัวว่าถูกปั่นหัวก็โน่น...สะบักสะบอม น้ำตานองงอนตุ๊บป่อง(แล้วเราก็จะบ่นว่าพระเอกทำไมกินหญ้า นางเอกทำไมโง่จัง 55)
 
จุดจบและผลตอบแทนของความร้าย
จุดจบของตัวร้ายมักไม่ดี (แฝงคติทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว) ขายหน้า สิ้นศักดิ์ศรี หมดทรัพย์สมบัติ เสียสติ ถูกลงโทษ ตาย...ตายด้วยฝีมือพระเอกนางเอก(กะรัตมักใช้ในแนวนิยายย้อนยุค คนในยุทธภพฆ่ากันมีใครติดคุกบ้าง ถึงมีก็น้อยอะนะ)หรือฆ่าตัวตายเพื่อรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเอง (ก่อนทำไม่คิดเนาะ)
 
ส่วนคนที่ร้ายแล้วกลับใจ สังคมให้อภัยใช่ว่าจะไม่มี ร้ายเพราะไร้เดียงสา ร้ายเพราะหวงลูกชาย พบเห็นได้ในนิยายแม่ผัวลูกสะใภ้ ยังมีอีกจุดจบของตัวร้ายที่คนอ่านไม่ปลื้มเท่าไร นั่นก็คือตัวร้ายยังคงใช้ชีวิตสุขสบาย ลอยนวลจากความผิดที่ทำไว้ เพียงแต่ไม่ย้อนกลับมาเป็นอุปสรรคให้ชีวิตของพระเอกนางเอกอีก
 
จะเห็นว่านิยายที่น่าติดตาม แทบจะขาดตัวร้ายไม่ได้เลย ความตื่นเต้น สถานการณ์กดดัน และวิธีที่พระเอกนางเอกใช้เผชิญกับปัญหาและอุปสรรคจะช่วยดึงคนอ่านให้ตามติดและเอาใจช่วยไปจนถึงบทสรุปสุดท้ายของเรื่อง ตัวร้ายในนิยายอาจจะไม่ได้มีแค่หนึ่งหรือสองคน ยิ่งมีตัวร้ายมาก หรือตัวร้ายหนึ่งตัวสามารถสร้างสถานการณ์ยุ่งยากหรือซับซ้อนได้มากเท่าไร ตัวร้ายตัวนั้นจะเป็นที่น่าจดจำพอๆ กับวีรกรรมของพระเอกนางเอก
 
อีกจุดที่กะรัตไม่ลืมก็คือตัวร้ายบางตัวไม่จำเป็นต้องร้ายกับทุกคน ตัวร้ายก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาทั่วไป อาจจะร้ายกับพระเอกนางเอกเพราะมีสิ่งเร้า แต่กับอีกคนเธอคือนางฟ้า เขาคือเทพบุตร นั่นอาจเป็นเพราะความไม่รู้จักปล่อยวาง ความร้ายกาจจึงอยู่บนพื้นฐานของความน่าสงสารและน่าเห็นใจ เขาหรือเธออาจร้ายในนิยายเรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องอาจจะเป็นพระเอกหรือนางเอกก็ได้เช่นกัน (ซึ่งกะรัตยังไม่สามารถเขียนได้ ณ เวลานี้ แต่มีนักเขียนหลายท่านเคยเขียนค่ะ ^__^)
 
มาถึงนักเขียนคนสุดท้าย... น้อง อัยย์เนญ่า คนเก่ง นักเขียนฝีมือดี เคยออกผลงานทั้งกับสนพ. อรุณและคำต่อคำ ผลงานของน้องเนขึ้นชื่อเรื่องความแปลกและแตกต่าง นักวิจารณ์หลายๆ คนต่างก็ออกปากเป็นเสียงเดียวกันว่า ขึ้นชื่อนามปากกา อัยย์เนญ่า อ่านแล้วได้ความแปลกใหม่แน่นอน เราไปดูดีกว่าว่าอัยย์เนญ่าจะปิดท้ายการเขียนตัวร้ายว่าอย่างไร ^ ^ แปลกกว่าคนอื่นๆ แค่ไหน
  
“ทำไมหัวข้อร้ายๆ ถึงต้องมาลงที่เรา เค้าออกจะบ้องแบ๊ว 5555 แต่พอพูดถึงตัวร้ายก็ทำให้นึกถึงผงชูรส ที่แม้อาหารจานหลักจะรสชาติดียังไง แต่ถ้าใส่พวกนี้เข้าไปมันก็จะได้สีสันเพิ่ม
 
เสน่ห์ของตัวร้ายมีหลายแบบค่ะ ทั้งร้ายเงียบ ร้ายเปิดเผย ร้ายแบบมีปม อยู่ที่เราตั้งภาพลักษณ์ของตัวละครไว้แบบไหน ถ้าร้ายเงียบ เสน่ห์ของตัวละครคงต้องอยู่ที่การวางตัวให้ดี ไม่มีพิรุธจนเป็นจุดสงสัย คนอ่านจะได้คาดไม่ถึงเวลาเฉลย ส่วนพวกที่ร้ายเปิดเผยก็ต้องจัดเต็มให้คนเกลียด แบบย่าแย้มในสุดแค้นแสนรักอะไรประมาณนี้ เกลียดกันทั้งบ้านทั้งเมืองเลยทีเดียว 555 แต่ถ้าร้ายแบบมีปม ส่วนตัวของอัยย์เนญ่าเองจะพยายามสร้างเรื่องให้ดราม่าเข้าไว้
 
แต่ถ้าตัวร้ายเป็นผู้ชาย วิธีสร้างเสน่ห์ให้ ไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แค่สามารถทำให้นางเอกและผู้อ่านหวั่นไหวได้เป็นพอ จะหล่อร้ายหรือต่อให้แสนดี ทำตัวเซ็กซี่ให้ตายยังไง ก็แล้วแต่จะขนมาทำคะแนน เพราะว่าไปแล้ว พระเอกสมัยนี้ก็ตัวร้ายดีๆ นี่แหละ จริงไหมคะ 555 แต่ถ้าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไม่เน้นเรื่องนั้น ก็ต้องทำให้มีปมจนน่าค้นหา พาให้คนอ่านอยากรู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อ หรือแผนการพวกนี้มีจุดประสงค์แท้จริงแบบไหน อันนี้น่าจะต้องใช้ทักษะการนำเสนอของผู้เขียนล้วนๆ
 
แต่ในชีวิตจริง ผงชูรสก็ยังเป็นสิ่งที่ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรทำค่ะ มันไม่ค่อยมีประโยชน์ต่อชีวิตสักเท่าไหร่ หันมายิ้มและทำดีใส่กันดีกว่า อย่าทำตัวเป็นผงชูรสไปเพิ่มรสชาติชีวิตให้ใครน่าจะดีกว่าโน๊ะ เพราะสุดท้ายเวลาที่จดจำ ใครๆ ก็มักจะพูดแค่ส่วนผสมหลักของอาหาร ไม่มีใครสนใจผงชูรสอยู่แล้ว”
 
แหม ปิดท้ายได้อย่างเท่อีกแล้ว อยากบอกว่านักเขียนทุกคนที่ได้ปิดท้ายกับเรานี่ไม่ธรรมดาทั้งนั้นเลย เจ๋งๆ ทั้งนั้น ก็... พี่อตินขอสรุปเลยแล้วกันว่า... การเขียนตัวร้ายนั้น มีเทคนิคที่ง่ายมากๆ นั่นคือ... ต้องทำความเข้าใจเสียก่อนว่าตัวร้ายของเรามีเบื้องหลังอย่างไร จากนั้น ก็เอาตัวเราในฐานะคนเขียนเข้าไปแทน เข้าไปนั่งในจิตใจ แล้วดูว่าถ้าเราทำแบบนั้นแบบนี้ จะเกิดผลอย่างไร ก็... ขอสรุปอีกรอบ (อะไรของแกอติน) การเขียนตัวร้ายที่ดีคือ การเอาตัวเข้าแทนที่ตัวร้ายนั่นเอง อ่า... สั้นแล้วๆ ง่ายด้วย อิอิ เข้าใจกันแล้วเนอะ   
 
ครั้งหน้า รอลุ้นกันนะว่าจะมีใครมานั่งเก้าอี้สัมภาษณ์กับเรา บอกได้เลยว่าน่ากรี๊ดมากๆ อิอิ อีกสองอาทิตย์เจอกันคับ
 
อตินเอง

 
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=atin

พี่อติน - ผู้เขียน

ผู้ดูแลหมวดนักเขียนที่หลงใหลการอ่านแบบสุดๆ และไม่เคยพลาดทุกข่าวสารในวงการวรรณกรรม!

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#ปราปต์ #กะรัต #อัยย์เนญ่า #ดังปัณณ์ #ตัวร้าย #เคล็ดลับ #นิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป