5 นักเขียนดัง ที่นำสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงมาเขียนลงในนิยาย


5 นักเขียนดัง
ที่นำสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงมาเขียนลงในนิยาย 

 

สวัสดีชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีค่ะ คิดว่าคนที่คลิกเข้ามาอ่านบทความกว่าครึ่ง น่าจะมีความฝันอยากเป็นนักเขียนกัน และแน่นอน พวกเรามั่นใจและชื่นชมคนที่ทำอาชีพนี้ คนที่อยู่ในวงการเดียวกับพวกเรา แต่มีใครเคยรู้หรือได้ยินมาบ้างไหมว่า นักเขียนดังๆ นี่มีความแปลกๆ เพี้ยนๆ ในแบบของตัวเองซ่อนอยู่มากมาย บางคนก็เผ็ดมากๆ เลยล่ะ ซึ่งแอดมินยอมรับว่า... ไม่แปลกใจเลย เพราะคิดว่าคนที่จะทำอาชีพนี้ได้ คนที่จะเขียนอะไรสนุกๆ หรือลึกซึ้งได้ น่าจะต้องเป็นคนที่แปลกและเพี้ยนมากพอสมควรทีเดียว แอดมินเชื่อว่าเรื่องเล่าที่มีเสน่ห์ จะต้องมาจากคนที่มีอะไรในตัวเองเยอะมากๆ

 

ความโดดเด่นของนักเขียนทั้งห้าที่แอดมินหยิบมาพูดคุยกันก็คือ... พวกเขาทั้งห้าคนนำประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิต มาเขียนลงในนิยายด้วย ทำให้กลายเป็นผลงานแพร่หลายสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน แอดมินเลยคิดว่ามันเป็นเทคนิคที่ดีมาก อยากให้นัก (อยาก) เขียนทั้งหลาย ลองทำบ้าง เอาเรื่องราวในชีวิตมาเขียนเป็นนิยาย น่าสนใจดีเหมือนกันนะคะ

 

เอ็ดการ์ อัลลัน โพ แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องวัย 13 ขวบ

เครดิตภาพ : biography.com/people/edgar-allan-poe-9443160

 

แค่อ่านก็รู้สึกถึงความผิดศีลและผิดบาปขึ้นมาแล้ว เผื่อใครไม่รู้จัก เอ็ดการ์ อัลลัน โพ นี่เป็นนักเขียนแนวฆาตกรรมสายโกธิคที่โด่งดังมากที่สุดคนหนึ่ง ตัวละครของเขาล้วนแต่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และมีบุคลิกที่เพี้ยนสุดๆ ซึ่งจากบันทึกทางประวัติศาสตร์ ก็ระบุไว้ว่า ตัวโพเองก็เป็นคนที่มีนิสัยแปลกๆ ไม่เหมือนคนอื่น พ่อทิ้งครอบครัวไปตั้งแต่เขาอายุได้ขวบเดียว ส่วนแม่ก็เสียตั้งแต่เขาเพิ่งสองขวบ ดังนั้น เขาจึงถูกเลี้ยงมาโดนพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง เมื่อเติบโตมา โพกลายเป็นคนติดเหล้า และยังชอบมีปากเสียงกับใครต่อใครไปทั่ว ทำให้มีปัญหาการตีพิมพ์นิยายอยู่บ่อยๆ และต่อมา โพก็ทำเรื่องเพี้ยนๆ อีก นั่นคือ แต่งงานกับ เวอร์จิเนีย เอลิซ่า เคล็ม ลูกพี่ลูกน้องสาวของเขาเอง เมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1835 ณ ตอนนั้น เขาอายุได้ 26 ส่วนเธอเพิ่ง 13 ขวบเท่านั้น!

 

ชีวิตแต่งงานของทั้งคู่หวานชื่นและสมบูรณ์แบบ น่าเสียดาย แต่งงานมาได้ 11 ปี ภรรยาสาวในวัย 24 ก็เสียชีวิตลงหลังจากป่วยเรื้อรังด้วยวัณโรคมานานถึงห้าปีเต็ม ตอนนั้นเธอไอเป็นเลือดตลอดเวลา

 

โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับภรรยาสาว ส่งผลต่องานเขียนของโพอย่างหนัก นิยายรุ่นหลังๆ ของเขาวนเวียนอยู่กับความตาย ยกตัวอย่างเรื่อง Annabel Lee (ค.ศ. 1849) เขียนถึงชายผู้หดหู่และต้องเสียภรรยา ส่วนเรื่อง The Masque of the Red Death (ค.ศ. 1842) เขียนถึงตัวละครหญิงที่มีร่างอาบเลือด ซึ่งใครต่อใครเชื่อว่า เขาน่าจะหมายถึงภรรยา งานรุ่นหลังๆ ของเขา ก็สะท้อนความรู้สึกและอารมณ์ทำนองนี้ออกมาเช่นเดียวกัน

 

เออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ เป็นนักสู้วัวกระทิง

เครดิตภาพ : biography.com/people/ernest-hemingway-9334498

 

เอ่ยชื่อเออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์ เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก นักเขียนคนนี้มีงานอดิเรกหลายอย่างมาก ไม่ว่าจะตกปลา ชกมวย (เขาเคยชกมวยได้รางวัลใหญ่มาแล้ว) หรือแม้แต่เป็นนักสู้วัวกระทิง นอกจากนี้เขายังเป็นนักดื่มตัวยง และยังเคยไปทำอาชีพเป็นคนขับรถพยาบาลที่อิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 การทำกิจกรรมหลากหลายช่วยให้นิยายของเฮมมิ่งเวย์มีเสน่ห์และน่าสนใจ

 

สำหรับอาชีพนักสู้วัวกระทิง เป็นความสนใจส่วนตัวของเขาเอง ในช่วงปลายค.ศ. 1920 เฮมมิ่งเวย์กับภรรยาไปเที่ยวที่สเปน และเมื่อได้เห็นนักสู้วัวกระทิง เฮมมิ่งเวย์ก็เลยเกิดแรงบันดาลใจและเข้าลงแข่งในนามของมือสมัครเล่น แต่ว่าต่อมาเขาก็ชอบกิจกรรมนี้และสนใจลองอยู่เสมอๆ ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องราวการสู้วัวกระทิงได้ปรากฏในนิยายหลายต่อหลายเล่มของเขา เช่น as The Sun Also Rises (ค.ศ. 1926) และ Death in the Afternoon (ค.ศ. 1932)

 


 

ลูอิส แครอลล์ ใกล้ชิดและอยากแต่งงานกับอลิซตัวจริง

เครดิตภาพ : pinterest.com/explore/lewis-carroll

 

พูดถึงลูอิส แครอลล์ คำต่อมาที่เรานึกถึงเลยก็คือ อลิซในแดนมหัศจรรย์ ใช่แล้ว เขาคนนี้คือคนที่แต่งวรรณกรรมเรื่องนั้นขึ้น ลูอิส แครอลล์หรือชื่อจริงว่า ชาร์ลส์ ลุดวิด ดอดจ์สัน เป็นอาจารย์และนักเขียนที่มีชื่อเสียง ผลงานเด่นๆ ของเขา ก็คืออลิซผจญภัยในแดนมหัศจรรย์ Alice’s Adventures in Wonderland (ค.ศ. 1865) และอลิซผจญภัยในโลกกระจก Through the Looking-Glass, and What Alice Found There (ค.ศ. 1871) ทั้งสองเล่มเป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหญิงอลิซ ผู้ซึ่งมีความสัมพันธ์กับแครอลล์ในชีวิตจริง

 

แครอลล์เป็นนักเขียนที่ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว เขาไม่ค่อยเปิดเผยตัวเองกับใครเท่าไหร่นัก แต่เพื่อนๆ หลายคนก็สังเกตว่า เขาชอบสะสมรูปภาพเปลือยของเด็กหญิงตัวเล็กๆ หนึ่งในนั้น เชื่อว่าเป็นภาพของเด็กหญิงอลิซ ผู้เป็นต้นแบบตัวละครของเขา แครอลล์ไม่ชอบเข้าสังคม แต่ชอบอยู่ร่วมกับเด็กๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง เขาเป็นโสด และไม่เคยมีแม้แต่คนรัก แครอลล์สนิทสนมกับครอบครัวลิดเดลล์ ซึ่งมีลูกสาวตัวน้อยชื่ออลิซ และเธอนี่เองคือแรงบันดาลใจให้เขาเขียนนิยาย และเชื่อว่า เธอคือรักแท้รักเดียวของเขา

 

บันทึกทางประวัติศาสตร์ระบุไว้ว่า แครอลล์เคยขออลิซแต่งงานในปี ค.ศ. 1863 เมื่อเธออายุได้ 11 ขวบ และพ่อแม่ของอลิซปฏิเสธ จากนั้น มิตรภาพระหว่างทั้งสองครอบครัวก็จบลง ที่สำคัญ แครอลล์ถูก ห้ามไม่ให้พบกับเด็กหญิงอลิซตามลำพังโดยเด็ดขาด และไม่ได้รับอนุญาตให้มอบต้นฉบับอลิซในแดนมหัศจรรย์ให้เธอด้วย แต่เขาก็มามอบให้เธอในภายหลัง เป็นของขวัญคริสต์มาสในปี ค.ศ. 1864 ตอนนั้นเธอแต่งงานกับคนอื่นไปแล้ว

 

สตีเฟ่น คิง กลัวเลข 13 มาก

เครดิตภาพ : http://cdn2us.denofgeek.com/sites/denofgeekus/files/styles/article_width/public/livro-rose-madder-stephen-king-vol-1-e-2-capa-dura-14510-mlb3768431900_022013-f.jpg?itok=18ydlYv8

 

นักเขียนแนวสืบสวนฆาตกรรมคนดังระดับโลก มีนิยายมามากกว่า 260 เล่ม ขายได้มากกว่า 350 ล้านเล่มทั่วโลก และทุกวันนี้ เขายังคงผลิตนิยายดีๆ ออกสู่ตลาดสม่ำเสมอ ด้วยอัตราเฉลี่ย 1 เล่มต่อปี ผลงานของเขาส่วนใหญ่จะเป็นแนวระทึกขวัญ จิตวิทยา และเหนือธรรมชาติ คนส่วนใหญ่มองเขาว่า เขียนนิยายดำมืดขนาดนี้ น่าจะเป็นคนจิตแข็งและไม่กลัวอะไรเลย ทว่าในชีวิตจริง คิงกลับเป็นคนที่กลัวเลข 13 ชนิดหัวปักหัวปำ และความกลัวของเขาไม่ใช่ความกลัวธรรมดา แต่เป็นความกลัวที่หนักหนาจนเป็นโรคได้เลย ชื่อเต็มของโรคกลัวเลข 13 คือ triskaidekaphobia แพทย์ระบุว่าอาการมีได้ตั้งแต่เครียด ประสาทหลอน คิดมากจนเกินเหตุ และอย่างน่าแปลกใจ ผู้ป่วยในอเมริกันมีอาการของโรคนี้เป็นจำนวนมาก อย่างตัวคิงเอง มีวิธีแก้ไขตัวเอง เช่น กระโดดข้ามบันไดขั้นที่ 13 เสมอ และยังไม่ยอมเขียนนิยายให้จบลงที่หน้าที่ 94, 193 หรือ 382 เพราะตัวเลขเหล่านี้บวกกันแล้วรวมได้ที่ 13  

 

คิงจะมีอาการหวาดผวาหนักในปีที่วันศุกร์ตรงกับเลข 13 โดยเฉพาะปีที่มีศุกร์ 13 สามรอบ ยิ่ง 13 วันก่อนจะถึงวันศุกร์ที่ 13 เขาจะยิ่งหลอนหนักมาก ในปี ค.ศ. 1984 เป็นปีที่คิงแทบเป็นบ้า เพราะเป็นปีที่เขาแต่งงานครบรอบ 13 ปี และลูกสาวอายุ 13 แถมยังตีพิมพ์นิยายมา 13 เรื่องอีกด้วย เจ้าตัวบอกว่ากว่าจะผ่านปีนั้นมาได้ เขาสะบักสะบอมหนักมากจริงๆ

 

อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ เชื่อในแฟรี่

เครดิตภาพ : sherlockholmes.ch/en/Angebot/Sir_Arthur_Conan_Doyle

 

เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ เป็นนักเขียนที่สร้างนักสืบอันเลื่องชื่ออย่างเชอร์ล็อก โฮล์มส์ ขึ้นมา ตัวเขาเองชอบศึกษาประวัติศาสตร์และสนใจเรื่องจิตวิญญาณมากเป็นพิเศษ ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นหลังจากคิงสเลย์ ลูกชาย และอินเนส น้องชายเสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ หลังกลับจากสงครามโลกครั้งที่ 1 เหตุการณ์นี้ทำให้ดอยล์เริ่มมองหาหนทางติดต่อกับคนทั้งคู่ และนั่นคือช่วงเวลาที่เขาได้พบกับแฮร์รี่ ฮูดินี่ ผู้ซึ่งดอยล์เชื่อว่าเป็นนักสะกดจิตที่ยิ่งใหญ่  

 

ในปี ค.ศ. 1917 เอลซี่ ไรท์ และฟรานส์ กริฟฟิธส์ อายุ 16 และ 9 ขวบ ถ่ายภาพเด็กหญิงสองคนเต้นรำกับแฟรี่ในป่า ภาพนี้ดึงดูดความสนใจของดอยล์ทันที ณ ตอนนั้น เขากำลังเขียนหนังสือเรื่องการปรากฏตัวของแฟรี่ ชื่อเรื่อง The Coming of the Fairies ซึ่งต่อมาตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1922 ดอยล์มั่นใจมากว่า... แฟรี่มีจริง แต่หลายคนไม่เห็นด้วยและมองว่า ความเชื่อนี้เป็นหลักฐานว่าเขาเป็นบ้า โดยเฉพาะเมื่อปี ค.ศ. 1983 เอลซี่สารภาพว่า ภาพดังกล่าวเป็นภาพหลอก

 

ไม่ว่าความเชื่อที่เกิดขึ้นจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก แต่เราก็ต้องยอมรับว่า นักเขียนทั้ง 5 ต่างก็มีความเชื่อและจินตนาการที่ไม่ธรรมดา และพวกเขาได้ใช้ความเชื่อเหล่านี้มาสร้างสรรค์ผลงานในแบบของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ เราควรจะนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปประยุกต์ดูบ้าง เพื่อให้ผลงานของเรามีความเป็นตัวของตัวเองและน่าอ่านค่ะ ^ ^

 

ทีมงานนักเขียนเด็กดี

ขอบคุณข้อมูลจาก  

http://www.poemuseum.org/who-was-edgar-allan-poe

http://www.biography.com/people/ernest-hemingway-9334498

http://www.nobelprize.org/nobel_prizes/literature/laureates/1954/hemingway-bio.html

http://www.biography.com/people/lewis-carroll-9239598

https://www.stephenking.com/

https://en.wikipedia.org/wiki/Arthur_Conan_Doyle

http://listverse.com/2017/05/06/top-10-shocking-facts-about-famous-writers/

http://listverse.com/2014/07/07/10-shocking-sides-of-famous-authors/

 

ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

chinchang22 Member 6 มิ.ย. 60 17:46 น. 6

ใช้อาชีพที่เรารู้จัก สถานที่ๆ คุ้นเคย รวมถึงเรื่องที่เคยพบเจอมาเป็นต้นแบบ

character+เรื่องราวที่เขียนลงในนิยายตัวเองเหมือนกันค่ะ ^^

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yin & Yang Member 6 มิ.ย. 60 00:23 น. 5

เจ.เค. โรวลิ่ง กับการสูญเสียมารดาไป ทำให้เกิดตัวละครผู้คุมวิญญาณ มันน่าจะมีด้วยนี่นาคะ หรือมันไม่เกี่ยว

0
กำลังโหลด
aynaint_RTM Member 24 มิ.ย. 60 20:29 น. 8

เผื่อใครยังไม่รู้ เรื่องThe Masque of red death ของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ นั้นเคยถูกอ้างอิงในเรื่องthe phantom of the opera ของกัสตง เลอรูกซ์ ตอนที่งานเลี้ยงหน้ากาก แฟนธ่อมได้แต่งตัวเสื้อสีแดงทั้งชุดและสวมหน้ากากหัวกะโหลก ในหนังสือเขาว่า'i am red death!' ซึ่งมาจากเรื่องนี้เองล่ะค่ะ ถ้าดู ค.ศ.ที่กัสตงแต่งphantomดีๆ จะเห็นว่าเขาเขียนหลังจากสมัยของเอ็ดการ์ค่ะ

0
กำลังโหลด

10 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
กำลังโหลด
Yin & Yang Member 6 มิ.ย. 60 00:23 น. 5

เจ.เค. โรวลิ่ง กับการสูญเสียมารดาไป ทำให้เกิดตัวละครผู้คุมวิญญาณ มันน่าจะมีด้วยนี่นาคะ หรือมันไม่เกี่ยว

0
กำลังโหลด
chinchang22 Member 6 มิ.ย. 60 17:46 น. 6

ใช้อาชีพที่เรารู้จัก สถานที่ๆ คุ้นเคย รวมถึงเรื่องที่เคยพบเจอมาเป็นต้นแบบ

character+เรื่องราวที่เขียนลงในนิยายตัวเองเหมือนกันค่ะ ^^

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด
aynaint_RTM Member 24 มิ.ย. 60 20:29 น. 8

เผื่อใครยังไม่รู้ เรื่องThe Masque of red death ของเอ็ดการ์ อัลลัน โพ นั้นเคยถูกอ้างอิงในเรื่องthe phantom of the opera ของกัสตง เลอรูกซ์ ตอนที่งานเลี้ยงหน้ากาก แฟนธ่อมได้แต่งตัวเสื้อสีแดงทั้งชุดและสวมหน้ากากหัวกะโหลก ในหนังสือเขาว่า'i am red death!' ซึ่งมาจากเรื่องนี้เองล่ะค่ะ ถ้าดู ค.ศ.ที่กัสตงแต่งphantomดีๆ จะเห็นว่าเขาเขียนหลังจากสมัยของเอ็ดการ์ค่ะ

0
กำลังโหลด
chen Member 31 ต.ค. 61 13:41 น. 9

ปัญหาสิ่งแวดล้อม

ปรสิตควบคุมสมอง

สมุนไพรที่ใช้ได้จริง

นิเวศวิทยาของสัตว์ พฤกษศาสตร์

เอามาทำเป็นไซไฟ-แฟนตาซี

#CrisisOfTheBeasts

#ปกรณัมราชันย์กัลปพฤกษ์

#ฮาร์ดเซลล์ ๕๕๕

0
กำลังโหลด
เมษ มาร์ส Member 31 ต.ค. 61 17:28 น. 10

โอ้...มิสเตอร์ เฮมมิ่งเวย์...ผู้ชายที่น่าสนใจทั้งในชีวิตการงานและชีวิตส่วนตัว เขานำเอาประสบการณ์ในชีวิตจริงของตัวเองมาเขียนลงในนิยาย แต่ก็มีคนนำเอาเรื่องราวชีวิตรักของเขามาเขียนเป็นนิยายเช่นกัน


The Paris Wife ของ Paula McLain อ่านแล้วประทับใจในความรักของเออร์เนสต์ เฮมมิ่งเวย์กับภรรยาคนแรกมากเลยค่ะ (แม้สุดท้ายจะจบลงด้วยการหักหลัง นอกใจ) แต่พอมาอ่าน Love and Ruin (ของ นข คนเดียวกันกับ The Paris Wife) กลับยิ่งรู้สึกไม่ชอบเฮมมิ่งเวย์มากขึ้น เขาดูเป็นผู้ชายประเภท "ฉันคือศูนย์กลางของจักรวาล" ยังไงไม่รู้ ...กระนั้นก็ต้องขอบคุณภรรยาคนที่ 3 (ที่ทั้งเก่งและหัวดื้อ) ของเขา ถ้าไม่มีเธอ ก็ไม่รู้ว่า For Whom the Bell Tolls จะได้คลอดไหม




0
กำลังโหลด
กำลังโหลด