​8 ข้อคิดเตือนใจคนทำงาน จากอลิซผจญภัยเมืองกระจก


8 ข้อคิดเตือนใจคนทำงาน จากอลิซผจญภัยเมืองกระจก
 
สวัสดีชาวนักอ่านนักเขียนเด็กดีของเราค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนที่คลิกเข้ามาน่าจะเป็นแฟนคลับของอลิซในแดนมหัศจรรย์และอลิซผจญภัยเมืองกระจกกัน หรือไม่ก็ต้องเคยผ่านหูผ่านตาตัวละครนี้มาบ้าง ตัวแอดมินชอบเรื่องอลิซมากค่ะ เป็นหนังสือที่อ่านตั้งแต่เด็ก พอเติบโตขึ้นมา ได้อ่านอีกครั้ง ก็ได้เข้าใจเนื้อหาในแง่มุมใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น และเมื่อได้ทำงานก็คิดว่าเราสามารถนำข้อคิดจากเรื่องอลิซมาใช้ในที่ทำงานได้ด้วย 
 
วันนี้แอดมินขอมาแบ่งปัน 8 ข้อคิดโดนใจที่ได้จากอลิซผจญภัยเมืองกระจกให้ผู้อ่านทุกคนค่ะ เผื่อใครอยากนำไปปรับใช้กับการทำงานบ้าง แอดมินว่าได้ผลดีอยู่นะ 
 
ราชินีขาว อลิซ และราชินีแดง
จากอลิซผจญภัยเมืองกระจก

 
หน้าปกเป็นอลิซกับฮัมพ์ตี้ดัมพ์ตี้
 
การผจญภัยของอลิซในเมืองกระจก
 
“หนทางเดียวที่จะเอาชนะเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ก็คือ เชื่อว่ามันเป็นไปได้”  
เวลาทำงาน มันต้องมีหลายเรื่องที่ทำให้เรากดดันและคิดว่ามันไม่น่าทำได้ ไม่น่าเสร็จทันเวลา ไม่น่าได้ผลตรงตามที่หัวหน้าหรือลูกค้าของเราต้องการ และเมื่อเราคิดหรือเชื่อแบบนี้ ก็เหมือนเป็นการบั่นทอนตัวเอง ทำให้เราไม่อยากทำงาน ยังไงอยากให้ลองเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง และจงเชื่อว่าอะไรๆ ก็เป็นไปได้ แล้วทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง 
 
“ทุกคนมีส่วนร่วมในทุกสิ่งนะที่รัก” 
ประโยคนี้เป็นประโยคที่เหมาะกับคนทำงาน เพราะมันสอนให้เรารู้จักคำว่าเสียสละ การที่เราต้องการให้งานของตัวเองเติบโตก้าวหน้า ให้ทีมของเราพัฒนาไปได้ไกล เราควรให้โอกาสทุกคนได้มีส่วนร่วม และรู้จักเสียสละในสิ่งที่จำเป็นต้องเสียด้วย การทำงาน ความเสียสละ สำคัญที่สุด 
 
“หลายวินาทีรวมกันเข้าก็กลายเป็นนาทีได้”
เวลาในภาพยนตร์เรื่องอลิซผจญภัยแดนกระจก มีผู้ช่วยที่งุ่มง่ามและวกวนอย่าง “วินาที” ส่วนใหญ่แล้ว คนจะมองข้ามวินาทีไป และมุ่งไปที่เวลาเป็นหลัก เพราะวินาทีเป็นแค่ส่วนเล็กๆ ที่ต้องรวมกันมากมายถึงกลายเป็นนาทีได้ ข้อคิดจากคำคมนี้คือ ในการทำงาน การจัดการเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เราไม่ควรปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ และควรระลึกไว้เสมอว่า... ทุกๆ วินาทีมีความสำคัญมาก หากว่าเราปล่อยปละละเลย เราก็จะเสียเวลาและทำให้งานของเราเสียหายได้ 
 
“ฉันสงสัยเสมอว่า ที่บอกว่า อีกไม่นานน่ะเมื่อไหร่” 
“ถ้าปล่อยเวลาไปเรื่อยๆ มันอาจกลายเป็นนิรันดร์ก็ได้”  
ประโยคสนทนาระหว่างแฮทเทอร์และเจ้าเวลา ที่อาจทำให้ทุกคนสับสนว่าหมายถึงอะไร แต่ถ้าใครเคยอ่านเรื่องอลิซ ก็น่าจะจดจำคำที่ว่า “เวลาเป็นเจ้าแห่งเวลา” และคำว่า “ตลอดกาลอาจสั้นแค่เสี้ยววินาทีหรือตลอดไปก็ได้” ทั้งหมดนี้ เกี่ยวพันกับวิธีการใช้ชีวิตของเรา ถ้าหากว่าเราปล่อยปละละเลย ไม่สนใจอะไรเลย ไอ้คำว่า “อีกไม่นาน” ก็อาจกลายเป็นตลอดไป หรือไม่มีวันมาถึง ทุกสิ่งทุกอย่างนั้น อยู่ในมือเรา
 
“การทำหมวกเป็นงานที่สำคัญ ฉันไม่อาจรับฟังไอเดียอันเหลาะแหละ เพราะมันเป็นการจำกัดศักยภาพที่แท้จริงของผู้ทำ” 
อันนี้เป็นประโยคที่พ่อของแฮทเทอร์พูดกับลูก เขาเชื่อว่าการทำหมวกเป็นงานละเอียดและจริงจังมากๆ ซึ่งในฐานะคนทำงาน คิดว่าน่าจะเข้าใจความหมายนี้ การที่เรานำเสนองานที่ไม่ดีพอ อาจจะทำให้เราทำงานง่าย แต่ก็จะทำให้เรากลายเป็นคนขี้เกียจ ทำงานแบบสุกเอาเผากิน แทนที่จะได้งานที่มีคุณภาพ สมกับศักยภาพของเรา 
 
“แยกกันเราอยู่”
คำนี้เป็นคำที่คู่หูทวิดเดิ้ลพูดกัน เมื่อถึงจังหวะที่ต้องแยกทาง อย่างไรก็ตาม ทั้งคู่ก็ยังคงรักกันกลมเกลียว ประโยคนี้ให้ข้อคิดแก่คนทำงานได้อย่างน่าสนใจ จริงอยู่เราอยู่ทีมเดียวกัน แต่แม้จะต้องทำงานแยกกัน เราก็ต้องทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด เพื่อให้ทีมของเราแข็งแกร่งและคงอยู่ได้ อย่างที่เขาเรียกว่าแยกกันเพื่อชัยชนะนั่นเอง
 
“เธอทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ได้แล้ว” 
จงวางเป้าหมายให้ชัดเจน และก้าวไปทีละขั้น ตั้งใจทำงานเพื่อให้ไปสู่จุดนั้น และเมื่อทำได้ ก็จงให้คุณค่ากับตัวเอง มีความสุขได้เต็มที่ ภูมิใจในตัวเองให้ได้เต็มที่ 
 
“เวลาไม่เคยรอใคร ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิง เด็กหรือคนแก่”
ใช่แล้ว เวลาและวารีไม่เคยรอคอยใคร เพราะฉะนั้น อยากทำอะไรก็ลงมือทำตั้งแต่วันนี้แหละ เวลาของคุณนับถอยหลังอยู่นะ
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
    
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

0 ความคิดเห็น