เงือกน้อย : อย่ารักคนอื่นจนลืมนึกถึงตัวเอง!

 

 เงือกน้อย : เมื่อความรักเอาชนะความกลัว
เมื่อความเชื่อเอาชนะความตาย 
 

 
เชื่อว่า เงือกน้อย น่าจะเป็นเทพนิยายในดวงใจของชาวนักเขียนนักอ่านเด็กดีหลายๆ คน แอดมินเองก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบเทพนิยายเรื่องนี้มากๆ “ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์สัน” เขียนเรื่องนี้ได้ดีจริงๆ ค่ะ มีทั้งความเศร้า ซึ้ง และตัวละครยังมีเสน่ห์มากๆ ด้วย แอดมินชอบประโยคที่บอกว่า “นางเงือกร้องไห้ไม่ได้ ดังนั้น พวกนางจึงเจ็บปวดกว่ามนุษย์มากมายนัก” นั่นน่ะสิคะ ถ้าคนเราร้องไห้ไม่ได้ ความรู้สึกจะอัดอั้นมากมายแค่ไหนกันนะ และจะเจ็บปวดแค่ไหนกัน... 
 
เงือกน้อยพบเจ้าชายครั้งแรกและตกหลุมรัก
 
เงือกน้อย : ตัวแทนของเด็กสาวผู้ไม่พอใจในชีวิต 
สำหรับเนื้อเรื่องย่อนั้น คงไม่ต้องเล่ากันมาก เรื่องของนางเงือกสาวที่ได้พบกับเจ้าชายหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุเรือแตก นางเงือกน้อยหลงรักเจ้าชายแต่แรกเห็น และหาทางให้ได้พบกับพระองค์อีกครั้ง โดยตั้งความหวังว่า... จะทำให้พระองค์รักตัวเองให้ได้ อ่านผ่านๆ เราอาจจะคิดว่าเนื้อหาเรื่องนี้เกี่ยวพันกับความรักเพียงอย่างเดียว ทว่ามีนักวิเคราะห์หลายคนชี้ประเด็นว่า... แท้จริง เรื่องนี้อาจไม่ได้เป็นแค่ความรัก แต่มันยังเป็นเรื่องของวัฒนธรรม, สิ่งแวดล้อมที่แตกต่าง และความไม่พึงพอใจในชีวิต นางเงือกน้อยอาจจะเบื่อวิถีชีวิตแบบเดิมๆ และสนใจในวิถีชีวิตของผู้อื่น (ในที่นี้ ก็คือ “มนุษย์”) นางน่าจะเป็นคนที่อยากทำอะไรใหม่ๆ อยากพบปะผู้คนใหม่ๆ อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง บางคนถึงกับเปรียบเทียบว่า... ผลงานเรื่องนี้ เสียดสีสังคมอเมริกันในช่วงที่ผู้หญิงมีความใฝ่ฝันที่จะหารักแท้และแต่งงานกับผู้ชายรวยๆ สักคน เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะทางสังคมของตน 
 
สำหรับมุมมองหลังนี้... ไม่ใช่แนวคิดใหม่อะไร ในเมื่อสภาพสังคมแบบเดิมๆ กดดัน ทำให้ผู้หญิงต้องลำบาก และไม่อาจใช้ชีวิตได้เป็นอิสระดังใจปรารถนา ก็เลยทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการพ้นสภาพแบบเดิมๆ และนั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้หญิงเลือกที่จะมองหาผู้ชายสักคน เพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าในเทพนิยาย เวอร์ชั่นของแอนเดอร์สัน เงือกน้อยตกหลุมรักเจ้าชายจริงๆ และอยากพัฒนาความสัมพันธ์ อยากพบอยากเจอ อยากพูดคุยกับเขาอีกครั้ง นางอยากเปลี่ยนสภาวะจากเงือกเป็นมนุษย์ อยากรู้ว่าโลกเหนือท้องทะเลเป็นอย่างไร นางเงือกน้อยอาจไม่ได้ยากจนหรือลำบากอะไร แต่นางก็ไม่อยากใช้ชีวิตแบบเดิมๆ อีกต่อไปแล้ว เราจะเห็นว่า นางพยายามซักถามเรื่องของมนุษย์จากบรรดาพี่สาว เมื่อไม่มีใครตอบได้ นางก็ไปถามผู้เป็นย่า และยิ่งนางได้รู้เรื่องราวเหล่านี้ โลกแห่งท้องทะเลก็กลายเป็นเรื่องเก่าๆ แบบเดิมๆ มองเห็นแต่ผืนน้ำ โลกมนุษย์เต็มไปด้วยสิ่งแปลกใหม่ ภูเขา ท้องฟ้า ป่าไม้ ทุ่ง ข้าวของแปลกๆ ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็น มันยิ่งทำให้นางอยากรู้มากขึ้นและมากขึ้น และสุดท้าย นางก็ตัดสินใจว่า จะต้องไปอยู่กับมนุษย์ 
 
เงือกน้อยได้ไปปรึกษาปัญหาหัวใจกับนางแม่มดแห่งท้องทะเล
 
เงือกน้อย : ตัวแทนของเด็กสาวผู้ยึดมั่นในความเชื่อ ความจริงจริงที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังบทสนทนาของเงือกน้อยกับแม่มดแห่งท้องทะเล  
จากบทสรุปในหัวข้อที่ผ่านมา เราจะเห็นได้ว่า... นางเงือกน้อย ไม่ได้คิดแค่เรื่องความรัก นางยังคิดถึงอะไรที่มากกว่านั้น แม้หลักๆ แล้ว สิ่งที่นางต้องการคือครอบครองหัวใจของเจ้าชาย แต่นอกเหนือจากนั้นคือ นางไม่พอใจในสิ่งที่นางมีอยู่ และเมื่อนางตัดสินใจนำความไปปรึกษาแม่มดแห่งท้องทะเล คำตอบที่นางได้ก็คือ 
 
“เจ้ามาที่นี่ก็เพราะหลงรักมนุษย์รูปงาม เจ้าชายองค์นี้ ข้าไม่โทษเจ้าเพราะเจ้าชายเองก็รูปงามน่าหลงใหล และทางออกของปัญหานี้ก็ง่ายนิดเดียว ทางเดียวที่จะพิสูจน์เรื่องนี้ เจ้าต้องเป็นมนุษย์” 
 
และนางเงือกน้อยได้ถามนางแม่มดว่า “แล้วมนุษย์ต้องตายเหมือนเราชาวท้องทะเลหรือไม่” 
 
และนางแม่มดก็ตอบอย่างชัดเจนว่า “มนุษย์เองก็ต้องตาย วงจรชีวิตของพวกเขาสั้นกว่าพวกเราด้วยซ้ำ ในขณะที่พวกเราอยู่ได้นานถึง 300 ปี พวกเขาอาจอยู่ไม่ถึงเวลานั้น ทว่าเมื่อพวกเขาตายลง พวกเขาไม่ได้กลายเป็นฟองน้ำแบบเรา แต่ศพของมนุษย์จะถูกฝังไว้ที่สุสาน เพื่อให้คนที่รักได้มาระลึกถึง ความแตกต่างคือสิ่งนี้ เราชาวท้องทะเลไม่ได้มีวิญญาณอมตะ เมื่อตายไป เราก็หายไปด้วย เราเหมือนสาหร่ายทะเล เมื่อถูกตัดทิ้ง ก็จะไม่อาจเติบโตได้อีก ส่วนมนุษย์นั้น วิญญาณของพวกเขาคงอยู่ตลอดไป เมื่อตายแล้ว พวกเขาจะได้ไปดินแดนอันงดงามที่ไม่มีใครรู้จัก ดินแดนที่แม้แต่เราก็ไม่เคยเห็น”  
 
“ข้าขอยอมแลกอายุขัย 300 ปี ขอแค่ข้าได้เป็นมนุษย์เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ข้าอยากสัมผัสความงามของดอกไม้ อยากรับไออุ่นของแสงตะวัน อยากมีวิญญาณอมตะแบบนั้นบ้าง” และนั่นคือคำตอบของนางเงือกน้อย ผู้ใฝ่หาชีวิตที่แตกต่างจากเดิม ด้วยคำอธิบายของแม่มดแห่งท้องทะเล นางยอมแลกเสียงอันไพเราะ และยังยอมรับข้อตกลงที่ว่า “ทุกๆ ย่างก้าวของเจ้า จะเจ็บปวดราวเดินบนคมมีด” มันไม่ใช่แค่ความรักของเด็กสาว แต่เป็นเรื่องของความเชื่อ นางอยากเป็นมนุษย์ก็เพราะนางเชื่อในความเป็นมนุษย์ว่ามันยิ่งใหญ่และมีคุณค่ายิ่งกว่าสิ่งที่นางเป็นอยู่... เมื่อคนเรามีความเชื่อ เมื่อนั้นคนเราอดทนได้ทุกอย่าง 
 
ไม่ว่าเรามนุษย์จะเชื่อเรื่องจิตวิญญาณอมตะหรือไม่ นางเงือกน้อยเชื่อ และนั่นเป็นแรงกระตุ้นให้กับนาง และเมื่อนางเชื่อ นางเข้าใจ นางก็ต้องการที่จะใช้ชีวิตในแบบของมนุษย์บ้าง เมื่อได้ตัดสินใจ นางได้วิญญาณมา ได้โอกาสที่จะได้ขึ้นสวรรค์ ดินแดนอันงดงามที่แม่มดแห่งท้องทะเลพูดถึง โดยนางเองก็ไม่รู้หรอกว่า ไอ้สิ่งที่นางเชื่อถือน่ะ มันจริงหรือไม่และมันมีคุณค่าพอไหม นางเชื่อของนางไปเองโดยยังไม่ได้พิสูจน์อะไร และนางก็หลงอยู่ในความเชื่อนั้น ความเชื่อที่นางสร้างขึ้นมาเอง แม้ใครต่อใครจะย้ำเตือนว่า... นางอาจต้องตาย นางอาจต้องผิดหวัง นางก็ยังมุ่งมั่นบากบั่นไปตามทางของนาง และท้ายที่สุด เมื่อนางตัดสินใจ แม่มดแห่งท้องทะเลตอบนางว่า
 
“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร มันอาจจะดูโง่ แต่ขณะเดียวกันเจ้าก็มีทางเลือกของเจ้า สิ่งที่เจ้าเลือกอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวดแสนหาหัส เจ้าอยากตัดหาง อยากมีสองขา อยากก้าวเดินได้เช่นมนุษย์ อยากให้เจ้าชายหลงรักเจ้า อยากได้วิญญาณเหมือนกับเขา เจ้าก็ต้องลองเสี่ยงดู”
 
และนางเงือกน้อยก็ตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู 
 
ตอนจบของเรื่อง นางเงือกน้อยกลายเป็นฟองน้ำ
 
เงือกน้อย : ตัวแทนของเด็กสาวผู้มีความรักและมีศรัทธา 
และเมื่อนางเงือกน้อยได้เป็นมนุษย์ ได้สัมผัสโลกอันงดงาม ได้เห็นแสงอาทิตย์ส่องประกายบนผืนน้ำ ได้เห็นฟองคลื่นซัดสาด ได้เห็นเรือลอยละล่อง ได้เห็นเมฆบนท้องฟ้า ได้ยินเสียงดนตรี นางก็รู้แล้วว่าแม่มดแห่งท้องทะเลหมายถึงอะไร จิตวิญญาณของมนุษย์คืออะไร และเมื่อช่วงเวลาสำคัญมาถึง นางไม่อาจหักใจฆ่าเจ้าชายเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด นางยอมเสียสละชีวิตของตัวเอง ยอมตายเพื่อความเชื่อที่นางศรัทธา 
ในฉากนั้น “นางเงือกน้อยเปิดม่านออก นางเดินเข้าไปที่เตียง เจ้าสาวของเจ้าชายซบอยู่แนบอกของพระองค์ นางจุมพิตขมับของพระองค์แผ่วเบา จากนั้นก็หยิบมีดออกมา นางจับตาเจ้าชาย ผู้กระซิบเรียกชื่อเจ้าสาวของพระองค์ มีดในมือของนางสั่นระริก ท้ายที่สุด นางก้าวออกจากห้อง ยืนมองท้องฟ้าใกล้รุ่งสาง สีชมพูระเรื่อฉายอยู่ที่ขอบฟ้า นางขว้างมีดลงในทะเล ยืนสงบนิ่ง เฝ้านึกถึงหน้าของเจ้าชาย และสุดท้าย นางกระโดดลงจากเรือ ร่างของนางกลายเป็นฟองน้ำกระจายไปทั่ว...” 
เทพนิยายเรื่องนี้ สอนให้เรารู้ถึงความรัก การตัดสินใจ การเติบโต และการเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเสี่ยง เราไม่อาจตอบได้หรอกว่าอะไรถูกอะไรผิด และไม่รู้ด้วยว่าสิ่งที่เงือกน้อยทำนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำไหม การที่เราศรัทธาในความรัก ในตัวผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เห็นค่าของเราจนยอมรับความตาย... แต่อย่างหนึ่งเรารู้คือ นางคือคนที่มีจิตใจมุ่งมั่นและมีความเชื่อในความรัก... เรื่องนี้ เรานับถือน้ำใจนางจริงๆ  
 
และคงเพราะอย่างนี้ เราถึงได้รักและศรัทธาในความรักของนางจับใจ... 
 
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/The_Little_Mermaid_(1989_film)
http://childhoodreading.com/the-little-mermaid/ 
https://www.bustle.com/articles/65813-9-ways-the-original-little-mermaid-by-hans-christian-andersen-is-actually-seriously-disturbing 
https://www.tor.com/2016/07/08/kiss-the-girls-two-little-mermaids-an-ocean-apart/ 
http://www.fairytalescollection.com/HansChristianAndersen/TheLittleMermaid.aspx 
https://www.huffingtonpost.com/2014/11/17/the-little-mermaid-fairy-tale_n_6096200.html 
  
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

1 ความคิดเห็น

กำลังโหลด
กำลังโหลด