โฉมงามกับเจ้าชายอสูร : ความรักของผู้หญิงเปลี่ยนผู้ชายได้ (จริงหรือ?)

 
โฉมงามกับเจ้าชายอสูร : ความรักของผู้หญิงเปลี่ยนผู้ชายได้ (จริงหรือ?) 
 
หลังจากทำบทความเกี่ยวกับเทพนิยายมาหลายต่อหลายเรื่อง แอดมินก็พาทุกคนมาถึงเรื่อง โฉมงามกับเจ้าชายอสูร ตำนานแห่งความรักระหว่างอสูรกับเบลล์ หญิงสาวผู้กล้าหาญ เทพนิยายเรื่องนี้ได้ฉายาว่า A tale as old as time หรือตำนานที่เก่าแก่อยู่มาเนิ่นนาน ซึ่งจริงๆ แล้ว หลังจากตรวจสอบดูโฉมงามกับเจ้าชายอสูรจะอยู่ในช่วงเวลาเดียวกับเฮอร์คิวลิส และในความเป็นจริงแล้ว อสูรก็คือคนธรรมดานี่แหละ ไม่ใช่ปีศาจอะไรเลย 
 
ไซคีแอบจุดตะเกียงดูกามเทพ สามีในความมืดของนาง
 
เชื่อกันว่าโฉมงามกับเจ้าชายอสูรเวอร์ชั่นแรกน่าจะถือกำเนิดในช่วงศตวรรษที่สอง นักเขียนก็คือ Apuleius (บ้างก็ว่าเป็น Lucius Apuleius Madaurensis) ได้เขียนเรื่องนี้ลงในหนังสือชื่อ Metamorphoses (หรือรู้จักในนาม The Golden Ass) ซึ่งเกิดในช่วงยุคโรมันเรืองอำนาจ และตำนานเรื่องนี้ น่าจะเป็นตำนานไม่กี่เรื่องที่หลงรอดมาได้ จากการวิเคราะห์ก็พบว่า มันไม่น่าจะใช่ผลงานที่เขียนขึ้นมาใหม่ แต่เกิดจากการรวบรวมเรื่องที่เล่ากันปากต่อปากต่อๆ กันมา แล้วมาร้อยเรียงเป็นเรื่องมากกว่า โฉมงามกับเจ้าชายอสูรฉบับแรกนั้น ไม่ใช่เรื่องของใครที่ไหน แต่เป็นเรื่องของ กามเทพกับไซคี นั่นเอง เนื้อหาก็มีอยู่ว่า พ่อค้าคนหนึ่งมีลูกสาวสามคน ไซคีเป็นน้องคนเล็กที่สวยและฉลาดที่สุด เทพีวีนัสแม่ของกามเทพได้ยินชื่อเสียงเรื่องความงามของไซคีก็กลัวว่าจะถูกโค่นตำแหน่ง จึงให้กามเทพนำศรรักมายิงเพื่อกลั่นแกล้งให้ไซคีไปหลงรักชายอัปลักษณ์ ที่ไหนได้ กามเทพเห็นความงามของไซคีเข้า กลับตะลึงจนทำลูกศรโดนตัวเองและหลงรักนาง เวลาผ่านไป จนกระทั่งพี่สาวของไซคีแต่งงานออกเรือนกันไปแล้ว แต่ไซคีกลับไม่มีใครมาสู่ขอ เมื่อไปบวงสรวงต่อทวยเทพเพื่อหาสามี ทวยเทพได้ให้คำตอบผ่านแม่หมอพยากรณ์ว่า เนื้อคู่ของไซคีเป็นไม่ใช่คนและไม่ใช่ปีศาจ เป็นอมนุษย์ และแนะนำให้นางไปที่ยอดเขาแห่งหนึ่ง ทันใดนั้น สายลมตะวันตกก็พัดพาให้ไซคีไปที่อยู่ที่หน้าวิมานอันงดงาม ภายในตกแต่งหรูหรา แต่ไม่มีคนอยู่ มีเพียงเสียงจากสายลมมาบอก แต่ทุกๆ ค่ำคืน สามีของนางก็จะแวะมาหานาง แต่ทุกครั้ง ทั้งคู่จะต้องอยู่ในความมืด แน่นอนว่าสามีของไซคีไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นกามเทพผู้รูปงาม ที่ไม่กล้าปรากฏตัวก็เพราะกลัวเทพีวีนัสจะทรงกริ้วและเล่นงานไซคีอีก จนกระทั่งวันหนึ่ง ไซคีทนความเหงาไม่ไหว จึงขอกามเทพให้พี่สาวทั้งสองมาเยี่ยม พี่สาวเห็นน้องสาวอยู่ในวังหรูหรา ท่าทางสามีดี ก็ยุแยงว่า สามีน่าจะเป็นปีศาจอัปลักษณ์เพราะไม่ยอมปรากฏตัว ไซคีทนความอยากรู้ไม่ไหว เลยเผลอจุดเทียนเพื่อดูหน้าสามี น่าเสียดายที่น้ำตาเทียนหยดลงต้องแขนกามเทพ เขาโกรธมากที่ไซคีไม่ซื่อสัตย์และหนีหายไป ไซคีต้องทำภารกิจถึงสามอย่างเพื่อให้เทพีวีนัสพึงพอใจและได้ใจกามเทพกลับคืนมา โชคดีที่นางทำสำเร็จ เอาชนะใจเทพีวีนัสได้ และได้กลับมาครอบรักกับกามเทพอีกครั้ง รวมถึงได้เข้าวงศ์วานเทพด้วย 
 
กามเทพจะเอาลูกดอกไปยิงใส่ไซคีแต่หลงรักนางเสียเอง 
 
ไม่มีใครพอใจในชีวิตแต่งงานของตัวเอง 
ดูเหมือนว่าปมใหญ่ของเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร หรือไซคีกับกามเทพเดิม จะเริ่มต้นขึ้นจากจุดนี้ พี่สาวทั้งสองต่างก็ไม่พอใจกับชีวิตแต่งงานของตน และบ่นระบายกับไซคีถึงเรื่องสามี และเมื่อรู้ว่าสามีของไซคีเลี้ยงดูภรรยาอย่างดี ก็เกิดความอิจฉา จนหาทางให้ไซคีระแวงสงสัยสามีของตัวเอง ไซคีแทนที่จะหนักแน่น ก็กลับเชื่อคำของพี่สาว และหวาดระแวงขึ้นมา ทั้งๆ ก่อนหน้านางก็มีชีวิตสมรสที่เต็มไปด้วยความสุข เมื่ออ่านถึงตรงนี้ทำให้เกิดคำถามว่า... ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น จากเรื่องนี้จะเห็นได้ว่า... แม้แต่คนในครอบครัวกันเอง ก็ยังมีความอิจฉาริษยาและมองโลกในแง่ร้าย ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ส่วนใหญ่เป็น คือไม่อยากได้ยินว่าคนอื่นมีความสุข / มีชีวิตที่ดีกว่า ต้องหาทางหาจุดด้อยหรือปมด้อยมาพูดถึงจนได้ จะได้ให้ตัวเองสบายใจขึ้นบ้าง... ใช่หรือไม่ 
 
สามีของไซคีล่ะ รักไซคีจริงหรือไม่ 
เมื่อได้อ่านอย่างละเอียด เราพบว่าเรื่องนี้มีจุดแปร่งๆ อีกจุด นั่นคือไซคีก็แค่อยากเห็นหน้าของสามี นางทำผิดตรงไหนกัน เราพอจะเข้าใจว่ากามเทพไม่อยากให้แม่ตัวเองรู้ความจริง แต่เขาไม่นึกถึงใจไซคีบ้างหรือที่ต้องทนอยู่กับผู้ชายในความมืด และทำไมการที่ไซคีอยากเห็นหน้าเขาถึงกลายเป็นความผิดมหันต์จนเขาต้องทอดทิ้งนางไป และให้นางออกตามหา ต้องทำภารกิจยากๆ หลายต่อหลายประการเพื่อพิสูจน์รัก ไซคีเป็นตัวแทนของผู้หญิงแบบไหนกันที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สามีของตัวเองคืน ที่โหดร้ายกว่าคือ ระหว่างทำภารกิจตามหาสามี นางกำลังตั้งท้องของเขาด้วย กามเทพเองก็แทบไม่ได้ไยดีกับภรรยาที่เขาเคยหลงรักเลย ถ้าหากนางไม่ตามมาง้อ เขาจะคืนดีกับนางหรือไม่หรือทั้งคู่จะต้องแยกทางกัน ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้อยู่ดี...
 
สวนกุหลาบที่พ่อของบิวตี้ขโมยเด็ดไปให้ลูกสาว

อสูรรักบิวตี้จริงหรือ
 
อสูรมีบ้านหรูหราและชีวิตสมบูรณ์ให้บิวตี้ 
 
ต้นกำเนิดโฉมงามกับเจ้าชายอสูรมาจากฝรั่งเศส : เรื่องของชนชั้นสูงที่ตกต่ำจนทำพลาดต้องขายลูกสาว   
หลังจากเล่าต้นฉบับของเรื่องไปแล้ว เราก็มาถึงจุดเริ่มต้นของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรกันบ้าง ผู้รวบรวมและเขียนนิทานเรื่องนี้คือ Gabrielle-Suzanne Barbot de Villeneuve ผู้มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 17 เดอวิลล์เนิฟเป็นชาวฝรั่งเศสที่เกิดในชนชั้นสูง ใช้ชีวิตหรูหรามาตลอด และเขียนงานการเมืองมาก่อน ก่อนจะเข้าสู่การเขียนเทพนิยายเต็มตัว ผลงานยุคแรกๆ ของเธอมักเขียนเรื่องของผู้หญิงชนชั้นสูงเป็นหลัก พ่อของโฉมงามหรือบิวตี้ก็เป็นชนชั้นสูงมาก่อน แต่เขาล้มละลายและมีชีวิตตกต่ำ แต่ลูกสาวคนโตทั้งสองก็ยังอยู่ในสถานะจมไม่ลง และเรียกร้องขอข้าวของจากพ่อของตัวเอง มีแต่บิวตี้ที่ดูจะเข้าใจผู้เป็นพ่อ เมื่อต้องเดินทางไปค้าขาย ลูกสาวคนโตของเพชรพลอยของมีค่า แต่บิวตี้ขอแค่ “กุหลาบสักดอก” จากจุดนี้ เราก็จะเห็นได้ถึงครอบครัวผู้ดีที่จมไม่ลง (ลูกสาวคนโตที่ขอข้าวของไม่เกรงใจพ่อที่ฐานะตกต่ำ) และพ่อที่เอาใจลูกสาวแบบผิดๆ เพราะเมื่อหากุหลาบให้ลูกสาวคนเล็กไม่ได้ ก็เลือกที่จะขโมยจากบ้านพักของคนแปลกหน้าที่ให้เกียรติตัวเอง เรื่องต่อจากนี้ก็ดำเนินไปอย่างที่เรารู้ เมื่อพ่อค้าหลงป่า ก็ได้รับความช่วยเหลือจากอสูร ให้พักผ่อนรับประทานอาหารได้เต็มอิ่ม แต่ด้วยความอยากเอาใจลูกสาวคนเล็ก ทำให้เขาเลือกที่จะขโมยดอกกุหลาบจากสวนของอสูรให้เธอ และสุดท้าย เขาก็ต้องส่งตัวบิวตี้ไปแลกกับอสูร เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน 
  
ความรักของบิวตี้ทำให้อสูรกลับมารูปงามอีกครั้ง
 
บิวตี้และอสูรรักกันจริงไหมนะ
 
ความรักของผู้หญิงเปลี่ยนผู้ชายได้... (จริงหรือ)
หลังพ่อได้ส่งตัวลูกสาวคนสวยอย่างบิวตี้ไปขัดดอก (พล็อตเหมือนนิยายไทย) บิวตี้ก็ได้ใช้ชีวิตกับอสูรอย่างมีความสุข เธอพบว่าแม้อสูรจะหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ก็ใจดีกับเธอมาก และที่สำคัญเขาร่ำรวย จากที่เคยตกระกำลำบากกับพ่อที่ฐานะตกต่ำ เธอกลับมาหรูหราฟู่ฟ่า ได้กินอาหารดีๆ ได้อ่านหนังสือในห้องสมุด ได้ใช้ชีวิตเหมือนเจ้าหญิง ทว่าจุดเดียวที่มีปัญหาคือ เธอไม่มีสังคมเลย การต้องอยู่คนเดียวทำให้เธอเหงาและเบื่อ เธอคิดถึงพ่อ คิดถึงพี่สาวทั้งสอง และรู้สึกเหมือนถูกกักขัง ลักษณะของบิวตี้ ไม่แตกต่างจากนกน้อยในกรงทอง ผู้หญิงมีสามีเลี้ยงดีแค่ไหน แต่ปราศจากอิสระ ก็หมดความหมาย รักของอสูรคือการบังคับใจให้หญิงสาวอยู่ด้วย...? 
 
ประเด็นอีกข้อที่ปรากฏในเรื่องคือ ความรักของบิวตี้ได้เปลี่ยนแปลงอสูร และทำให้เขากลับกลายเป็นผู้ชายรูปงามได้อีกครั้ง อ่านมาถึงจุดนี้ เราก็จะเกิดคำถามว่า... จริงหรือ การที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะหลงรักผู้ชายที่จับเธอมากักขัง ให้ใช้ชีวิตอยู่กับเขา ไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่ให้ออกไปข้างนอกพบปะผู้คน มีชีวิตอยู่แต่ในปราสาทที่หรูหราโอ่อ่า แต่รกร้างว่างเปล่า ฟังแล้วมันเหมือนจะดี เหมือนจะมีความสุข แต่คนเราจะรักคนที่บังคับใจเราขนาดนี้ได้จริงๆ ใช่ไหม เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ก็เข้าถึงประเด็นสุดท้ายที่ใครๆ พูดกัน ปมความรักระหว่างบิวตี้และอสูร คือ การที่บิวตี้เป็นโรค สต็อกโฮล์มส์ซินโดรม หรือโรคที่หลงรักคนลักพาตัวตัวเอง ทำให้เราสงสัยว่าใจจริงแล้วบิวตี้คิดอะไรอยู่... หากเราลองปรับเรื่องนี้ดู ให้บิวตี้ต่อรองกับอสูร ขอไปทำงานหาเงินมาเพื่อมอบให้กับอสูรเป็นค่าดอกกุหลาบ ให้เธอต่อสู้ดิ้นรนมากกว่านี้อีกสักนิด แทนที่จะอดทนจำยอมอยู่กับเขา เนื้อเรื่องจะเปลี่ยนไปหรือไม่... อสูรต้องการผู้หญิงอย่างบิวตี้จริงหรือ หรือความจริงแล้ว เขาต้องการใครก็ได้ที่จะทำตามและอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตในวังของเขา 
 
และคำถามสุดท้าย ความรักของบิวตี้และอสูรเป็นเรื่องจริงหรือไม่...? หรือจริงๆ มันก็แค่เรื่องของผู้หญิงฐานะตกต่ำที่อยากกลับมาร่ำรวยกับผู้ชายขี้เหงาที่อยากให้ผู้หญิงสวยๆ มาอยู่ด้วย...?  
   
ทีมงานนักเขียนเด็กดี
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก 
https://www.huffingtonpost.com/entry/beauty-and-the-beast-original-fairy-tales_us_58c1d5e4e4b054a0ea694eb5
https://moviepilot.com/posts/3386298
http://princess.en.disneyme.com/belles-story
https://www.tor.com/2016/01/07/marriage-can-be-monstrous-or-wondrous-the-origins-of-beauty-and-the-beast/   
http://www.betches.com/an-in-depth-analysis-of-beauty-and-the-beast 
https://en.wikipedia.org/wiki/Beauty_and_the_Beast 
 
ทีมงาน writer

แสดงความคิดเห็น

ถูกเลือกโดยทีมงาน

ยอดถูกใจสูงสุด

ลุงแก่ๆที่ผ่านมา 16 ม.ค. 61 13:19 น. 1

ถามว่า ความรักเปลี่ยนใจคนได้ไหม ส่วนตัวผมขอตอบว่า "ได้" และ "ไม่ได้" สิ่งที่เรามักเข้าใจกันผิด ๆ ก็คือ "การที่ใครสักคนจะเปลี่ยนตัวเอง เป็นเพราะคนอื่นพยายามทำให้เปลี่ยน" แต่มันจริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เรารู้ ว่ากายเรา ใจเรา ย่อมเป็นของตัวเราเอง ไม่มีใครใช้คาถาควบคุมจิต หรือปล่อยปรสิตควบคุมสมอง หรือใช้หมวกล้างสมองมาครอบหัวให้เราทำตาม ตัวเราย่อมเป็นเรา คิดและทำตามที่เราต้องการ มิใช่เพราะคนอื่นมาควบคุมจิตใจและร่างกาย หมายความว่า ถ้าใครสักคน เกิดอยากเปลี่ยนวิธีคิดและการกระทำ เช่นจากที่มีนิสัยกระโชกโฮกฮาก แต่อยากเรียบร้อยและอ่อนน้อมกับผู้อื่นมากขึ้น ก็มีแต่ "ตัวเรา" ที่จะตัดสินใจและอยากทำเช่นนั้น โอเค คนอื่น คนรัก คนรอบข้าง อาจมีส่วนที่เป็นเหตุผลให้เราอยากจะทำ แต่ถ้าเกิดเรายืนกรานจะไม่ทำและขอเป็นแบบเดิมต่อไป ย่อมไม่มีใครมาควบคุมสมองให้เราเปลี่ยนได้

ดังนั้น ถึงคุณผู้หญิง คุณอาจจะอยากเปลี่ยนผู้ชายสักคนให้ดีกับคุณมากขึ้น จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ จะพยายามก็ได้ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่อยากให้ตระหนักไว้ว่า "หากเขาไม่ต้องการจะเปลี่ยน ยังจะเป็นเหมือนเดิม คุณหรือใครก็หยุดเขาไม่ได้" คนเราสามารถเป็นแรงบันดาลใจหรือแรงผลักดันให้แก่กัน แต่ไม่สามารถบังคับได้ครับ

2
กำลังโหลด

3 ความคิดเห็น

ลุงแก่ๆที่ผ่านมา 16 ม.ค. 61 13:19 น. 1

ถามว่า ความรักเปลี่ยนใจคนได้ไหม ส่วนตัวผมขอตอบว่า "ได้" และ "ไม่ได้" สิ่งที่เรามักเข้าใจกันผิด ๆ ก็คือ "การที่ใครสักคนจะเปลี่ยนตัวเอง เป็นเพราะคนอื่นพยายามทำให้เปลี่ยน" แต่มันจริงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น เรารู้ ว่ากายเรา ใจเรา ย่อมเป็นของตัวเราเอง ไม่มีใครใช้คาถาควบคุมจิต หรือปล่อยปรสิตควบคุมสมอง หรือใช้หมวกล้างสมองมาครอบหัวให้เราทำตาม ตัวเราย่อมเป็นเรา คิดและทำตามที่เราต้องการ มิใช่เพราะคนอื่นมาควบคุมจิตใจและร่างกาย หมายความว่า ถ้าใครสักคน เกิดอยากเปลี่ยนวิธีคิดและการกระทำ เช่นจากที่มีนิสัยกระโชกโฮกฮาก แต่อยากเรียบร้อยและอ่อนน้อมกับผู้อื่นมากขึ้น ก็มีแต่ "ตัวเรา" ที่จะตัดสินใจและอยากทำเช่นนั้น โอเค คนอื่น คนรัก คนรอบข้าง อาจมีส่วนที่เป็นเหตุผลให้เราอยากจะทำ แต่ถ้าเกิดเรายืนกรานจะไม่ทำและขอเป็นแบบเดิมต่อไป ย่อมไม่มีใครมาควบคุมสมองให้เราเปลี่ยนได้

ดังนั้น ถึงคุณผู้หญิง คุณอาจจะอยากเปลี่ยนผู้ชายสักคนให้ดีกับคุณมากขึ้น จะด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ จะพยายามก็ได้ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ แต่อยากให้ตระหนักไว้ว่า "หากเขาไม่ต้องการจะเปลี่ยน ยังจะเป็นเหมือนเดิม คุณหรือใครก็หยุดเขาไม่ได้" คนเราสามารถเป็นแรงบันดาลใจหรือแรงผลักดันให้แก่กัน แต่ไม่สามารถบังคับได้ครับ

2
กำลังโหลด
Felinonajang Member 25 ม.ค. 61 00:35 น. 2

เคยสงสัยเรื่องโรค สต็อกโฮล์มส์ซินโดรม ว่ามันจะเป็นไปได้หรอ แต่สุดท้ายก็เชื่อว่าเป็นไปได้นะคะ เพราะว่าความใกล้ชิดเป็นเหตุจนเกิดความผูกพันธ์ ถึงแม้บิวตี้จะต้องอยุ่แต่ในปราสาท รู้สึกเหงาและอึดอัดใจ ซึ่งความรู้สึกพวกนี้มันเกิดหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ไปสักระยะแล้ว หมายความว่าก็อาจเกิดความรักก่อนจะมารู้สึกแบบนี้ อีกอย่างบิ้วตีไม่ได้โดนทรมานด้วย ก็คงเป็นไปได้ที่เกิดความรักขึ้นมา


ส่วนเรื่อง ความรักสามารถเปลี่ยนคนๆนึงได้จริงหรือไม่ คิดว่าจริงนะคะ บางคนอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อให้คู่ควรเหมาะสมกับคนที่เรารัก หรือบางคนอยากเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อคนที่เรารัก ความรักมีอานุภาพร้ายแรงเสมอ

0
กำลังโหลด
กุหลาบขาว 6 พ.ย. 63 11:04 น. 3

ความรักไม่ได้เปลี่ยนแปลงคนคนหนึ่ง แต่ความรักทำให้คนคนหนึ่งสามารถปรับตัวและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้นั่นก็เพื่อคนที่รัก เหมือนกับการยอมรับข้อเสียที่แท้จริงแล้วคนสองคนไม่ได้ยอมรับกันได้ แต่เขาอยู่ด้วยความเข้าใจ

0
กำลังโหลด
กำลังโหลด