2018 New Year's Resolutions
ตั้งเป้าอย่างไรให้เขียนนิยายสำเร็จ
สวัสดีค่ะน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคน ในทุกๆ ปีพวกเรามักตั้งเป้าหมายที่ต้องทำให้สำเร็จ แน่นอนว่านักเขียนอย่างเราก็คงตั้งเป้าว่าต้องเขียนนิยายให้จบใช่มั้ยล่ะคะ แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่เป็นไปตามเป้า เขียนนิยายไม่เคยจบสักที แล้วก็ต้องมาตั้งเป้าเดิมใหม่ในปีถัดไป เป็นแบบนี้วนไปก็เซ็งเหมือนกัน
แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าปีนี้มันต่างจากปีก่อนๆ ? นั่นหมายความว่ามันเป็นเรื่องเยี่ยมมากที่เราทำตามฝันสำเร็จ เราเขียนนิยายจบ เราได้ออกหนังสือเป็นเล่ม ดีต่อใจสุดๆ ไปเลย แต่จะทำยังไงล่ะก็ในเมื่อปีที่ผ่านๆ มามันเฟลตลอด
หากน้องๆ เคยเป็นแบบนี้แล้วล่ะก็ วันนี้พี่นำเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้เราทำเป้าหมายของเราให้สำเร็จมาแบ่งปันค่ะ บอกเลยว่าไม่ได้ใช้แค่เฉพาะเป้าหมายเรื่องเขียนนิยายเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเป้าหมายอื่นๆ ที่เราตั้งในแต่ละปีด้วยค่ะ! ซึ่งพี่ได้รวบรวมเคล็ดลับมาจากเคลลี่ แมคกอนิกัล นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่พูดบนเวที TED Global ปี 2013 เรื่อง How to make stress your friend ค่ะ ฟังดูเหมือนไม่เกี่ยวกับการเขียนนิยาย แต่บอกเลยว่ามันเป็นเทคนิค 4 ข้อง่ายๆ ที่สามารถช่วยให้เราสร้างและบรรลุเป้าหมายได้ค่ะ! อะเมซิ่งสุดๆ เลยจ้า
เลือกเป้าหมายที่สำคัญ
สมองของเราแปลกค่ะ มันรักอะไรก็ตามที่ทำให้มันได้รางวัล ดังนั้นเราจึงมักกำหนดเป้าหมายง่ายๆ เพื่อให้ได้มาแบบง่ายๆ เราจะได้เช็คลิสต์ไปว่า ‘เราได้ทำแล้ว’ เช่น วันนี้เขียนนิยายได้ 3 บรรทัด อ่ะ... เช็คไป วันนี้เขียนนิยายได้ 1 หน้า อ่ะ... เช็คไป แมคกอนิกัลบอกว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะ "เรารู้สึกดีมากที่ได้ตั้งเป้าหมาย คนเลยมักตั้งเป้าหมายแค่เพื่อทำให้เรารู้สึกดีเวลาทำมันได้สำเร็จ ผู้คนโดยปกติมักจะมองโลกในแง่ดีตอนที่พวกเขาสัญญาว่าจะเปลี่ยนแปลง" แต่น้องๆ คะ... ถ้านั่นคือเป้าหมายประจำปีของเราล่ะ ไม่ต้องแปลกใจที่เรามักจะโยนทิ้งไปอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน เป็นเพราะมันยากไงล่ะ!! คำถามเลยอยู่ที่ว่าแล้วจะทำยังไงให้เราทำมันได้สำเร็จ?
จริงๆ แล้วเป้าหมายประจำปีเป็นอะไรที่มีความหมายต่อเรามาก มันจึงลึกซึ้งกว่าการตั้งเป้าหมายในแต่ละวัน มันเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้เราเปลี่ยนไปอย่างถ่องแท้ แมคกอนิกัลกล่าวว่า “เราต้องอนุญาตให้ตัวเราได้ใช้เวลาคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราต้องการได้รับในชีวิต เราจะได้รับในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันมีความสำคัญกับเรามาก” นั่นหมายถึงการปล่อยให้เราได้คิดว่าเราอยากได้อะไรในปีนี้ แล้วก็ถามว่าทำไมต้องเป็นสิ่งนี้ด้วย ถามย้ำๆ กันสามครั้งเพื่อให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าต้องการเขียนนิยายให้จบภายใน 1 ปี ถามตัวเองว่าทำไมต้องเขียนให้จบ? ถ้าอยากเขียนให้จบเพราะอยากออกหนังสือเป็นเล่ม ก็ถามต่อว่าทำไมต้องอยากออกเป็นเล่มด้วย? จากนั้นถ้าคำตอบของเราเป็นเพราะว่าเราอยากได้ชื่อเสียงเงินทอง ก็ถามต่อไปว่าทำไมต้องมีชื่อเสียงเงินทองด้วย?
นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากค่ะ เพราะมันจะคอยกระตุ้นเรา ทำให้เราตระหนักว่าเป้าหมายของเราสำคัญมาก และเราต้องทำมันให้สำเร็จ! ไม่มีเหตุผลที่จะโยนเป้าหมายทิ้งเพราะแรงจูงใจดังกล่าวเป็นสิ่งที่สนับสนุนเราขณะที่เรากำลังมุ่งมั่นสู่เป้าหมายค่ะ
โฟกัสที่วิธีทำ ไม่ใช่ผลลัพธ์
เมื่อเราตั้งเป้าหมาย มันเป็นเรื่องแสนง่ายที่จะกำหนดตอนจบอันแสนวิเศษไว้ ทุกอย่างช่างดีเหลือเกินเมื่อเราบรรลุเป้าหมายและทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด แต่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถควบคุมผลลัพธ์ได้ บ่อยครั้งที่มันไม่เป็นไปตามที่เราคิด วิธีง่ายๆ เพื่อ (พยายาม) ควบคุมให้ผลลัพธ์เป็นไปตามที่เราต้องการก็คือการเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ก่อน
แมคกอนิกัลบอกว่า “ผู้คนมักสูญเสียความคิดเมื่อพวกเขาต้องเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างพร้อมๆ กัน แต่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ สามารถเป็นบันไดสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่กว่าได้” ซึ่งเธอกำลังพยายามบอกให้เราถามตัวเองเสมอว่า ‘อะไรเป็นสิ่งที่เล็กที่สุดที่เราสามารถทำได้ในวันนี้เพื่อนำเราไปสู่เป้าหมายได้?’ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยากเขียนนิยายให้จบภายใน 1 ปี เราอาจจะต้องลงมือเขียนนิยายทุกวัน อย่างน้อยวันละหน้า เป็นต้น เห็นมั้ยคะว่ามันเป็นแค่สิ่งเล็กน้อยจริงๆ แต่เมื่อมองให้ลึกซึ้ง หากเราเขียนนิยายวันละ 1 หน้า 365 วันก็ได้ 365 หน้าแล้ว ดีงามไปอีก
นอกจากนี้เธอยังได้เสริมต่ออีกว่า “คุณสามารถเปลี่ยนสิ่งเล็กๆ ให้เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้โดยไม่ต้องเข้าใจว่าคุณจะไปถึงจุดสิ้นสุดอย่างไร” พูดง่ายๆ ก็คือ หากเราตัดสินใจทำสิ่งที่สอดคล้องกับเป้าหมายของเราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำมันในทุกๆ วัน วันหนึ่งเราจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวในแบบที่เราไม่เคยคาดไว้ด้วยค่ะ
กำหนดเป้าหมายในเชิงบวก
เวลาที่เราตั้งเป้าหมาย เราต้องโฟกัสไปยังสิ่งที่เราต้องการให้มันอยู่ในชีวิตของเรา ไม่ใช่สิ่งที่เราไม่ต้องการมัน ซึ่งการทำแบบนี้จะช่วยทำให้เรามีแนวแนวโน้มที่จะพยายามทำให้เป้าหมายสำเร็จ แมคกอนิกัลกล่าวว่า “นั่นเป็นเพียงแค่สารเคมีในสมองเท่านั้น อะไรก็ตามที่เราหลีกเลี่ยงจะเป็นการยับยั้งระบบการทำงานในสมอง ขณะที่เป้าหมายเชิงบวกจะเป็นแรงจูงให้เรากระตือรือร้นที่จะทำมันให้สำเร็จ”
น้องๆ อาจลองคิดถึงสิ่งที่เราต้องการทำมันบ่อยๆ หรือสิ่งที่ทำแล้วมันส่งเสริมคุณค่าในตัวเอง เชื่อเถอะว่าพลังบวกนั้นจะช่วยกระตุ้นให้เราหาทางบรรลุเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น การบอกตัวเองว่า ‘ฉันไม่อยากไร้แรงบันดาลใจอีกต่อไป’ ไม่ใช่คำพูดเชิงบวก มันไม่ได้ช่วยกระตุ้นให้เราอยากเขียนนิยาย มันไม่ได้ช่วยให้เราหายตัน เพราะงั้นจงดีกับตัวเองไว้ มันได้ผลค่ะ
เตรียมพร้อมสำหรับความผิดหวัง (ในทางที่ดี)
ช่วงเวลาแห่งความล้มเหลวเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่วนมากเราละทิ้งเป้าหมายทั้งหมดเมื่อเราเจอกกับความล้มเหลวและพ่ายแพ้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม เราตัดสินใจเลิกเขียนนิยายเมื่อไม่มีคนอ่าน หรือเราลืมว่าเรากำลังลดน้ำหนักเมื่อเราซัดเบอเกอร์มื้อดึกเพราะทนความอยากไม่ไหว แมคกอนิกัลบอกว่า “ในช่วงเวลาที่เราล้มเหลว สัญชาตญาณแรกของเรามักเป็นการผลักดันเป้าหมายออกไป เรารู้สึกไม่สบายใจที่จะอยู่ในที่ๆ ทำให้เรารู้สึกสงสัยและไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง หรือที่ๆ ทำให้เราสูญเสียความเชื่อมั่นในตัวเอง รวมทั้งความรู้สึกผิด"
หน้าที่ของเราไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความล้มเหลว แต่เป็นการวางแผนรับมือกับมันต่างหาก ถามตัวเองก่อนว่าเหตุใดเราถึงล้มเหลว? อะไรทำให้เราพังไม่เป็นท่า? ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเป็นคนช่างเปรียบเทียบแล้วมีแนวโน้มชอบมานั่งวิตกกังวลและพาลเลิกเขียนนิยายเมื่อคนอื่นมีคอมเมนต์ ยอด fav. หรือยอดวิวที่มากกว่า เราก็ควรจะลดพฤติกรรมนั้นแล้วหันมาเขียนนิยายเยอะๆ หรือถ้าเราเป็นคนชอบกินจุกจิก เราก็ควรพกขนมเล็กๆ ติดตัวไว้ นักจิตวิทยาเรียกมันว่า “การวางแผนงานรับมือเหตุฉุกเฉิน” หรือพูดง่ายๆ ก็คือ “ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ฉันจะทำอย่างนั้น” มันเป็นแผนทางจิตวิทยาที่มีไว้เพื่อดูว่าเราจะตอบสนองต่อสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างไรค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเรื่องที่นำมาฝากวันนี้ กระซิบก่อนว่าเป็นเทคนิคที่ผ่านการวิจัยมาแล้ว แถมยังได้รับการรับรองจากวิทยาศาสตร์อีกด้วย! เรียกได้ว่าดีงามขนาดนี้ ไม่นำไปใช้ไม่ได้แล้ว เพราะงั้นเมื่อไหร่ก็ตามที่น้องๆ รู้สึกว่าเส้นทางที่เราเดิมมันขรุขระ ทุกอย่างเริ่มไม่เป็นไปตามเป้า ขอให้เราเตือนตัวเองไว้เสมอว่าเป้าหมายสำคัญต่อเรายังไง มันเป็นสิ่งง่ายๆ ที่จะทำให้เรามีพลังและเป็นแรงผลักดันให้เรามุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ถูกต้องเพื่อบรรลุเป้าหมาย ใครจะไปรู้ว่าน้องอาจจะมีหนังสืออกเป็นเล่มในปีนี้ก็ได้
พี่น้ำผึ้ง :)


5 ความคิดเห็น
ขอบคุณค้าบบ สำหรับบทความดีๆ
ขอบคุณค่ะ สำหรับแรงบันดาลใจดีๆ
"หน้าที่ของเราไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความล้มเหลว แต่เป็นการวางแผนรับมือกับมันต่างหาก ถามตัวเองก่อนว่าเหตุใดเราถึงล้มเหลว? อะไรทำให้เราพังไม่เป็นท่า?"
"โฟกัสไปที่วิธีทำ ไม่ใช่ผลลัพธ์"
อ่านแล้วชื่นชอบประโยคนี้มากเลยค่ะ ทำให้เกิดแรงฮึบสู้!
บทความนี้เป็นประโยชน์มากค่ะ
บทความดีค่ะ
ทำให้เราทบทวนตัวเอง
ตอนนี้เราทำตามเป้าได้แล้ว
คือแต่งนิยายครบ จบทุกเรื่อง 10 เรื่อง
มี E- book ทุกเรื่อง ...
ตอนนี้เราตั้งเป้าใหม่ 5 เรื่อง ....
เริ่ม 1/5 .... (^^)