'วิปลาส' เป็นเหตุ: เปิดประวัติ ตำนานความเชื่อ
และการบูชาพระอินทร์ เเท้จริงเป็นยังไง?
สวัสดีค่ะน้องๆ เด็กดี^^ ไม่นานมานี้มีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับการ 'บูชาพระอินทร์' ซึ่งเป็นพิธีกรรมหนึ่งของครอบครัว ที่จะฆ่าเด็กสาวเพื่อบูชาพระอินทร์จนกลายมาเป็นคดีสะเทือนขวัญ สารภาพเลยว่าพี่หวานไม่ได้รู้จักต้นตอของข่าวมาก่อนเเต่เพิ่งได้ยินเรื่อง 'วิปลาส'จากทวิตเตอร์โปรโมทละครเวทีว่าได้เเรงบันดาลใจจากเค้าโครงเรื่องจริง พี่หวานก็เลยไปตามอ่านมาเรียบร้อย โดยส่วนตัวที่ชอบเรื่องวรรณคดีอยู่แล้วเคยศึกษามาหลายเรื่อง ได้เห็นความสำคัญของพระอินทร์ปรากฏอยู่ในวรรณคดีเสมอ จึงอยากนำข้อมูลที่เคยศึกษามาเขียนเล่าให้น้องๆ ฟังถึงด้านอื่นเกี่ยวกับพระอินทร์ รวมถึงความเชื่อในเรื่องการบูชาเทพเจ้าด้วยค่ะ
พระอินทร์ เทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์
พระอินทร์ ถือเป็นเทพที่มีชื่อคุ้นหูเรามานานตั้งเเต่สมัยโบราณ ผ่านการปรากฏตัวในวรรณคดีเรื่องต่างๆ ว่าเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ เป็นคนปกครองสวรรค์ เเละเป็นหัวหน้าของเหล่าเทวดาทั้งหลาย อิทธิพลความเชื่อเเละบูชาพระอินทร์นั้นคนไทยได้รับมาจากอินเดีย ซึ่งได้ส่งผลต่อวรรณดคีหลายเรื่องที่มีการเอ่ยนามพระอินทร์จนคุ้นหูคุ้นตาว่าพระอินทร์เป็นเทพที่มักปรากฏตัวมาเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยตนเองในทางตรงหรือส่งลูกมาช่วยในทางอ้อม เเละยังสามารถรับรู้ความทุกข์ยากของผู้อื่นได้ เมื่อเเท่นรองอาสน์ร้อนขึ้นเหมือนมีไฟเผาจะสามารถใช้อำนาจมองลงมายังโลกมนุษย์เพื่อดูว่าที่ใดเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติบ้าง ความเชื่อที่มีต่อพระอินทร์นั้นเเบ่งได้หลายทางมากค่ะเพราะเเต่ละช่วงเวลาก็มีการนับถือที่ต่างกัน สำหรับความเชื่อเกี่ยวกับพระอินทร์ในสังคมไทยคาดว่าได้รับความเชื่อนี้มาพร้อมศาสนาพราหมณ์ จากหนังสือพระอินทร์ที่ใช้ศึกษาประกอบการเขียนบทความมีบอกว่า นอกจากหลักฐานเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องพระอินทร์ยังมีปรากฏในศิลปะสมัยทวารวดี ยังมีการนำชื่อพระอินทร์มาตั้งเป็นนามของกษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเพื่อเเสดงให้เห็นว่าพระมหากษัตริย์ไทยนับถือพระอินทร์มาพร้อมๆ กับที่นับถือพระนารายณ์
เเนวคิดเรื่องกำเนิดของพระอินทร์ก็มีหลากหลายเเต่ตามคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่าพระอินทร์นั้นกำเนิดด้วยตัวเอง คือเป็น อุปปาติกะ ที่เมื่อผู้ใดประพฤติตนทำความดีถึงขั้นก็สามารถไปจุติเป็นพระอินทร์ได้ ตามที่เคยหาข้อมูลได้ มีตำราหลายแห่งเกี่ยวกับวรรณกรรมบาลีบอกว่าพระอินทร์เป็นเพียงชื่อตำแหน่งหนึ่ง ไม่ว่าใครก็ตามหากปฏิบัติกุศลกรรมถึงขั้นก็สามารถเป็นพระอินทร์ได้เช่นกันโดยจะเวียนไปตามอายุขัยบนสวรรค์สิ้นสุดลง
ส่วนความเชื่อในสมัยยุคพระเวทเริ่มนับโดยอาศัยช่วงเวลาที่ชาวอารยันเข้ามาอยู่ในอินเดียเดิมทียังกระจัดกระจายกันเป็นเผ่าต่างๆ ใช้ชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายและใกล้ชิดกับธรรมชาติ ในตอนต้นจึงอาจกล่าวได้ว่าชาวอารยันเหล่านี้นับถือธรรมชาติเป็นเทพเจ้า โดยเชื่อว่าปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ คือการมาถึงของเทพเจ้า ซึ่งพระอินทร์นั้นได้รับการนับถือในฐานะเทพเจ้าแห่งพายุที่บันดาลให้ฝนตกเเละกำหนดการเกิดฤดูกาลได้ มีสายฟ้าเป็นอาวุธ ผู้คนในยุคนั้นจึงนับถือพระอินทร์มากที่สุดเพราะมีความใกล้เคียงกับวิถีชีวิตที่ดำเนินด้วยการเพาะปลูกเเละเลี้ยงสัตว์ ต่อมาภายหลังเหล่านักบวชที่เคยทำหน้าที่ในการบูชาเทพเจ้าได้เปลี่ยนเเปลงคำสอน ปรับปรุงโครงสร้างทางศาสนาให้มีความซับซ้อนมากขึ้น เกิดการเสื่อมถอยของเทพเจ้าองค์ก่อนๆ เกิดเทพเจ้าองค์ใหม่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ยุคมหากาพย์ เหล่าพราหมณ์ได้สร้างความสำคัญให้แก่เทพเจ้าสามองค์คือ พระตรีมูรติ อันได้แก่ พระวิษณุ พระศิวะ เเละพระพรหม ในยุคนั้นเองพระอินทร์จึงไม่ได้รับการบูชาเคารพในฐานะเทพเจ้าสูงสุดอย่างในยุคพระเวทอีกเเล้ว ปรากฏความเชื่อเกี่ยวกับพระอินทร์ที่ถูกลดบทบาทลง เเละยังมีเรื่องราวด้านลบออกมาอยู่เรื่อยๆ เช่น ทั้งการรบเเพ้อสูร การถูกสาปจากพระฤาษี หรือการถูกเเย่งชิงสวรรค์ เป็นต้น
การปรากฏตัวของพระอินทร์ในวรรณคดี
อย่างที่พี่หวานได้บอกไปข้างต้นว่าความเชื่อเกี่ยวกับพระอินทร์นั้นมีปรากฏมานานหลายยุคสมัย มีทั้งความเชื่อตามศาสนาพราหมณ์ ฮินดู หรือพุทธศาสนาก็มีความเชื่อเกี่ยวกับพระอินทร์ที่เเตกต่างกัน เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าไกลตัว ก็เลยจะขอยกบทบาทของพระอินทร์ที่เคยปรากฏในวรรณคดีไทยเรื่องต่างๆ ที่หลายคนน่าจะรู้จักอยู่บ้างเเล้วเพื่อให้เห็นความสำคัญเเละภาพลักษณ์ของพระอินทร์
รามเกียรติ์
เรื่องเเรกที่ต้องพูดถึงก็คือเรื่องนี้เลยค่ะ รามเกียรติ์เป็นหนึ่งในวรรณคดีที่มีความสำคัญ อีกทั้งยังได้รับอิทธิพลมาจากอินเดียเเละเป็นรรณคดีประเภทมหากาพย์ที่มีความยาว จึงทำให้เราสามารถเห็นบทบาทของพระอินทร์ได้หลากหลาย อย่างที่มาของนาม อินทรชิต ลูกของทศกัณฐ์กับนางมณโฑก็ได้มาจากการรบชนะพระอินทร์ เเต่เดิมชื่อรณพักตร์ เมื่อเติบโตขึ้นได้ไปเรียนวิชากับพระฤาษีโคบุตร ได้บำเพ็ญตบะจนแก่กล้าเเละสามารถขออาวุธวิเศษจากมหาเทพทั้งสามองค์ โดยได้รับศรนาคบาศเเละพรที่สามารถแปลงกายเป็นพระอินทร์จากพระอิศวร ได้รับศรพรหมมาสตร์เเละพรไม่ให้ตายบนพื้นดินหรือหากศรีษะหล่นสู่พื้นโลกก็จะเกิดไฟไหม้ไปทั่วต้องใช้พานจากพระพรหมมารองรับ เเละยังได้รับศรวิษณุปานัมจากพระนารายณ์ด้วย เมื่อได้รับอาวุธวิเศษเเละพรมากมายรณพักตร์ก็เหิมเกริมปั่นป่วนสววรรค์เเละท้าพระอินทร์รบ จนสามารถรบชนะพระอินทร์ ทศกัณฐ์ได้มอบชื่อใหม่ให้เป็นอินทรชิต หมายถึง ผู้ชนะพระอินทร์นั่นเอง
นอกจากนั้นเเล้วพระอินทร์ยังปรากฏบทบาทในตอนต้นเรื่องที่ต้องการเเบ่งพละกำลังของตนไปช่วยเหลือพระรามในการสร้างกองทัพ จึงลงมาลอบเป็นชู้กับนางกาลอัจนา ภรรยาของพระฤาษีโคดม ให้กำเนิดบุตรชื่อ พาลี ครั้นต่อมาเมื่อฤาษีโคดมจับได้ว่าเป็นลูกที่เกิดกับชายอื่นจึงอธิษฐานเเละสาปให้กลายเป็นลิง พระอินทร์เห็นลูกตนเองต้องลำบากจึงลงมาเนรมิตรสร้างเมืองขีดขินให้ปกครองพร้อมทั้งสอนวิชาต่างๆ ให้อีกด้วย
สำหรับบทบาทของพระอินทร์ที่ปรากฏยังมีอีกหลายช่วงตอนเเต่โดยรวมเเล้วพระอินทร์ก็มีบทบาทเพื่อช่วยเหลือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาเป็นพระรามให้สามารถปราบอสูรได้นั่นเอง เเต่ก็ยังทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างจากความเชื่อของชาวอารยันโบราณที่นับถือพระอินทร์เป็นเทพยิ่งใหญ่ รวมทั้งเป็นเทพนักรบที่เคยเก่งกาจ เเต่เมื่อถูกลดบทบาทลงอำนาจที่เคยมีก็ถูกลดทอนลงไปด้วย ทำให้เมื่อต้องสู้รบกับอินทรชิตจึงพ่ายแพ้ไปในที่สุด
นอกจากนั้นเเล้วพระอินทร์ยังปรากฏบทบาทในตอนต้นเรื่องที่ต้องการเเบ่งพละกำลังของตนไปช่วยเหลือพระรามในการสร้างกองทัพ จึงลงมาลอบเป็นชู้กับนางกาลอัจนา ภรรยาของพระฤาษีโคดม ให้กำเนิดบุตรชื่อ พาลี ครั้นต่อมาเมื่อฤาษีโคดมจับได้ว่าเป็นลูกที่เกิดกับชายอื่นจึงอธิษฐานเเละสาปให้กลายเป็นลิง พระอินทร์เห็นลูกตนเองต้องลำบากจึงลงมาเนรมิตรสร้างเมืองขีดขินให้ปกครองพร้อมทั้งสอนวิชาต่างๆ ให้อีกด้วย
สำหรับบทบาทของพระอินทร์ที่ปรากฏยังมีอีกหลายช่วงตอนเเต่โดยรวมเเล้วพระอินทร์ก็มีบทบาทเพื่อช่วยเหลือพระนารายณ์ที่อวตารลงมาเป็นพระรามให้สามารถปราบอสูรได้นั่นเอง เเต่ก็ยังทำให้เราเห็นถึงความแตกต่างจากความเชื่อของชาวอารยันโบราณที่นับถือพระอินทร์เป็นเทพยิ่งใหญ่ รวมทั้งเป็นเทพนักรบที่เคยเก่งกาจ เเต่เมื่อถูกลดบทบาทลงอำนาจที่เคยมีก็ถูกลดทอนลงไปด้วย ทำให้เมื่อต้องสู้รบกับอินทรชิตจึงพ่ายแพ้ไปในที่สุด
มหาภารตะ
เรื่องต่อมาที่ข้ามไม่ได้ก็คือมหากาพย์มหาภารตะ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่อีกเรื่องที่โด่งดังของอินเดีย ในเรื่องนี้พระอินทร์มีบทบาทอย่างมากเลยค่ะเพราะตัวละคร อรชุน ที่สำคัญเเละโดดเด่นจากเรื่องนี้เป็นลูกที่นางกุนตีใช้มนตร์อัญเชิญพระอินทร์มาประทานโอรสให้ เริ่มต้นเรื่องคือท้าวปาณฑพเป็นกษัตริย์ต้องคำสาปไม่สามารถหลับนอนกับชายาเพื่อให้กำเนิดบุตรได้ นางกุนตีผู้เคยรับใช้ฤาษีทุรวาสจนเป็นที่พอใจได้รับพรในการขอบุตรจากเทพเจ้าจึงใช้มนตร์นี้อัญเชิญเทพเจ้ามาประทานบุตรให้ โดย อัญเชิญพระยมมาให้กำเนิดยุธิษฐิระ พระพายให้กำเนิดภีมะ เเละอัญเชิญพระอินทร์มาให้กำเนิดอรชุน
เเน่นอนว่าเมื่อเป็นลูกที่เกิดจากพระอินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ อรชุนจึงเป็นตัวละครอีกหนึ่งตัวที่เต็มไปด้วยความโดดเด่นเเละเก่งกาจ อีกทั้งยังเป็นคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งห้าที่ได้รับพรเเละอาวุธวิเศษจากเทพเจ้ามากที่สุด ตามความเชื่อจากคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ว่าด้วยเรื่องภาพลักษณ์ของกษัตริย์อินเดียกล่าวถึงคุณสมบัติที่ว่า กษัตริย์ถูกสร้างขึ้นจากองค์ประกอบหนึ่งของเทพเเละจะเป็นส่วนหนึ่งของเทพองค์นั้น นั่นคือเมื่ออรชุนถูกสร้างจากพระอินทร์จึงสามารถยอมรับได้ว่าอรชุนเป็นส่วนหนึ่งของพระอินทร์ ส่งผลให้มีคุณลักษณะบางประการเหมือนพระอินทร์ ในที่นี้ก็คือความกล้าหาญ เก่งกาจ เป็นชายชาตินักรบ เเละเป็นผู้ยิงธนูได้ดีเลิศกว่าใครทั้งหมด
เเน่นอนว่าเมื่อเป็นลูกที่เกิดจากพระอินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ อรชุนจึงเป็นตัวละครอีกหนึ่งตัวที่เต็มไปด้วยความโดดเด่นเเละเก่งกาจ อีกทั้งยังเป็นคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งห้าที่ได้รับพรเเละอาวุธวิเศษจากเทพเจ้ามากที่สุด ตามความเชื่อจากคัมภีร์มนูธรรมศาสตร์ว่าด้วยเรื่องภาพลักษณ์ของกษัตริย์อินเดียกล่าวถึงคุณสมบัติที่ว่า กษัตริย์ถูกสร้างขึ้นจากองค์ประกอบหนึ่งของเทพเเละจะเป็นส่วนหนึ่งของเทพองค์นั้น นั่นคือเมื่ออรชุนถูกสร้างจากพระอินทร์จึงสามารถยอมรับได้ว่าอรชุนเป็นส่วนหนึ่งของพระอินทร์ ส่งผลให้มีคุณลักษณะบางประการเหมือนพระอินทร์ ในที่นี้ก็คือความกล้าหาญ เก่งกาจ เป็นชายชาตินักรบ เเละเป็นผู้ยิงธนูได้ดีเลิศกว่าใครทั้งหมด
ความสำคัญของอรชุนในเรื่องมหาภารตะค่อนข้างชัดเจนพอๆ กับยุธิษฐิระอย่างเหตุการณ์ตอนนางเทราปตีทำพิธีสยุมพรก็เป็นอรชุนที่สามารถใช้การยิงธนูชนะผู้เข้าร่วมคนอื่นๆ ได้ ที่สำคัญคือตลอดเรื่องก็ยังมีเหตุการณ์ให้เขาเป็นหนึ่งในผู้นำทัพสำคัญของฝ่ายปาณฑพด้วย เเสดงให้เห็นบทบาทของพระอินทร์ที่เป็นผู้ให้กำเนิดตัวละครตัวนี้ขึ้นมานั่นเอง
นอกจากความสำคัญในบทบาทของผู้ให้กำเนิดอรชุนเเล้วยังมีเรื่องเล่าอุปาขยานเกี่ยวกับพระอินทร์แทรกอยู่ในมหาภารตะถึงสาเหตุที่มาของชื่อ สหัสนัยน์ หรือ ผู้มีดวงตาพันตา เพราะว่าพระอินทร์ได้ลอบเป็นชู้กับนางอหลยา ชายาของพระฤาษีโคดม เเละลอบมีความสัมพันธ์กันจนพระฤาษีจับได้สาปให้พระอินทร์มีโยนี(อวัยวะเพศหญิง)ขึ้นทั่วร่างกาย ยิ่งถ้ามนุษย์คนใดประพฤติผิดในกามคบชู้กับผู้อื่นพระอินทร์ต้องรับบาปนั้นด้วย ต่อมาพระอินทร์จึงไปอ้อนวอนเเละสารภาพผิด ฤาษีโคดมจึงยอมถอนคำสาปให้เเละเปลี่ยนรูปโยนีให้กลายมาเป็นดวงตา เป็นที่มาของชื่อสหัสนัยน์นั่นเองค่ะ
พระเวสสันดรชาดก
สำหรับเรื่องพระเวสสันดรชาดก กล่าวถึงนางผุสดีมารดาของพระเวสสันดรว่าเคยเป็นมเหสีของท้าวสักกเทวราชหรือก็คือพระอินทร์ โดยพระอินทร์ได้มอบพรวิเศษ 10 ประการให้นางก่อนที่จะลงมาจุติเป็นมารดาของพระเวสสันดร ต่อมาเมื่อพระเวสสันดรเจริญวัยขึ้นได้มอบช้างเผือกคู่บุญให้แก่เเคว้นกลิงคราษฎร์เพื่อช่วยในเรื่องความแห้งแล้ง ประชาชนเมืองสีพีจึงไม่พอใจเป็นเหตุให้พระเวสสันดรต้องเสด็จออกจากพระนครเพื่อบำเพ็ญศีลภาวนา
จนกระทั่ง หลังจากที่ชูชกได้มาขอชาลีและกัณหาไปแล้ว พระอินทร์เกรงว่าจะมีคนมาขอนางมัทรีไปจากพระเวสสันดรเเละคราวนั้นพระเวสสันดรก็คงมอบให้อีกเป็นเเน่ เมื่อคิดดังนั้นพระอินทร์ก็แปลงกายมาขอนางมัทรี เเละถวายคืนฝากพระเวสสันดรไว้เพื่อให้นางได้อยู่ปรนนิบัติเเละคอยดูเเล ในเรื่องนี้บทบาทของพระอินทร์จึงเป็นเทวดาผู้ยิ่งใหญ่เเละมีอำนาจ เพื่อช่วยเหลือพระเวสสันดรให้สามารถบำเพ็ญบารมีได้สำเร็จ
จนกระทั่ง หลังจากที่ชูชกได้มาขอชาลีและกัณหาไปแล้ว พระอินทร์เกรงว่าจะมีคนมาขอนางมัทรีไปจากพระเวสสันดรเเละคราวนั้นพระเวสสันดรก็คงมอบให้อีกเป็นเเน่ เมื่อคิดดังนั้นพระอินทร์ก็แปลงกายมาขอนางมัทรี เเละถวายคืนฝากพระเวสสันดรไว้เพื่อให้นางได้อยู่ปรนนิบัติเเละคอยดูเเล ในเรื่องนี้บทบาทของพระอินทร์จึงเป็นเทวดาผู้ยิ่งใหญ่เเละมีอำนาจ เพื่อช่วยเหลือพระเวสสันดรให้สามารถบำเพ็ญบารมีได้สำเร็จ
สังข์ทอง
วรรณคดีเรื่องต่อมาน่าจะเป็นที่คุ้นเคยกันดี ว่าด้วยเรื่องของพระสังข์ซ่อนรูปทองเป็นเจ้าเงาะได้เเต่งงานกับนางรจนา เเต่ไม่ว่าจะเเต่งงานไปนานเเค่ไหนก็ไม่ยอมถอดรูปเงาะสักครั้งจนร้อนถึงพระอินทร์ที่ต้องลงมาช่วยดังปรากฏในบทประพันธ์ที่อธิบายสถานการณ์ตอนพระอินทร์รับรู้ถึงความไม่สบายใจของนางรจนา บังเกิดให้เเท่นที่นั่งร้อนขึ้นเเละเเข็งกระด้าง เมื่อทราบเรื่องก็ลงมาแปลงกายเป็นผู้มาท้าท้าวสามนต์ตีคลีเเย่งชิงเมือง ลูกเขยคนอื่นๆ พยายามจะสู้ด้วยเเล้วเเต่ไม่สามารถเอาชนะได้ จนในที่สุดพระสังข์ก็ต้องถอดรูปเงาะออกมาเพื่อเเข่งตีคลีกับพระอินทร์ ด้วยความที่ตั้งใจลงมาเพื่อช่วยให้พระสังข์เป็นที่ยอมรับอยู่เเล้วพระอินทร์จึงแกล้งแพ้ในการตีคลีทำให้ท้าวสามนต์เเละประชาชนต่างประทับใจในตัวพระสังข์หลังถอดรูปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนางรจนาที่ไม่ต้องมีพระสวามีเป็นเจ้าเงาะอีกแล้ว
ไตรภูมิพระร่วง
สำหรับเรื่องไตรภูมิพระร่วง บทบาทของพระอินทร์ที่ถูกกล่าวถึงในที่นี้เป็นแบบคติพุทธซึ่งจะมีภาพลักษณ์ที่ดูดีกว่าตามคติพราหมณ์ที่จะเจ้าชู้เเละถูกลดความสำคัญเป็นเทพชั้นรอง ในทางคติพุทธพระอินทร์ถือเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่คือเป็นผู้ปกครองดินแดนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นสวรรค์ชั้นที่ 2 จากสวรรค์ฉกามาพจรทั้ง 6 ชั้น ตั้งอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ มีตำหนักสี่ทิศที่งดงาม เทวดาที่สามารถอยู่ดินเเดนนี้ได้เป็นผู้ที่มีผลกรรมดี ได้รับผลจากบุญที่เคยทำไว้ ที่ดินเเดนนี้จะมีเเต่ความสวยงาม เทวดาจะมีบริวารได้มากน้อยเเล้วเเต่บุญบารมีที่ทำไว้ มีต้นปาริชาติที่เมื่อได้กลิ่นหอมก็จะสามารถระลึกชาติได้
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นชั้นที่รวมความรุ่งเรืองเเทบทุกอย่างซึ่งสามารถจับต้องได้ พระอินทร์จะทำหน้าที่ปกครองดูแลสวรรค์ชั้นนี้ซึ่งตำแหน่งพระอินทร์นี้ก็อย่างที่พี่หวานเกริ่นไปว่าเป็นตำแหน่งที่ใครก็สามารถเป็นได้หากปฏิบัติตนด้วยกรรมดีมากพอซึ่งพระอินทร์เเต่ละองค์ก็จะมีอายุขัยของสวรรค์ที่หมดไปเพื่อเวียนเปลี่ยนองค์อื่นมาแทน ตามตำนานที่พบเห็นได้บ่อยคือมีความเชื่อว่าชาติก่อนของพระอินทร์เป็นชาวบ้านชื่อ มฆมานพ เป็นชายหนุ่มที่ประพฤติเเต่กรรมดี ทำเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ว่าไปที่ไหนก็จะถกถางหญ้าที่รกชัฏจนเกิดพื้นที่โล่งเตียน เพิ่มพื้นที่พักผ่อนให้ผู้คนสัญจรไปมา จัดการถนนที่ขรุขระจนเรียบร้อย ไม่ว่าใครจะว่าอะไรก็ไม่ถือโทษโกรธเเละปล่อยวางทุกอย่าง เป็นเหตุให้เมื่อตายไปจึงได้มาเกิดเป็นพระอินทร์เพราะมีผลกรรมดีหนุนอยู่นั่นเองค่ะ
สวรรค์ชั้นดาวดึงส์เป็นชั้นที่รวมความรุ่งเรืองเเทบทุกอย่างซึ่งสามารถจับต้องได้ พระอินทร์จะทำหน้าที่ปกครองดูแลสวรรค์ชั้นนี้ซึ่งตำแหน่งพระอินทร์นี้ก็อย่างที่พี่หวานเกริ่นไปว่าเป็นตำแหน่งที่ใครก็สามารถเป็นได้หากปฏิบัติตนด้วยกรรมดีมากพอซึ่งพระอินทร์เเต่ละองค์ก็จะมีอายุขัยของสวรรค์ที่หมดไปเพื่อเวียนเปลี่ยนองค์อื่นมาแทน ตามตำนานที่พบเห็นได้บ่อยคือมีความเชื่อว่าชาติก่อนของพระอินทร์เป็นชาวบ้านชื่อ มฆมานพ เป็นชายหนุ่มที่ประพฤติเเต่กรรมดี ทำเพื่อส่วนรวมเป็นหลัก ไม่ว่าไปที่ไหนก็จะถกถางหญ้าที่รกชัฏจนเกิดพื้นที่โล่งเตียน เพิ่มพื้นที่พักผ่อนให้ผู้คนสัญจรไปมา จัดการถนนที่ขรุขระจนเรียบร้อย ไม่ว่าใครจะว่าอะไรก็ไม่ถือโทษโกรธเเละปล่อยวางทุกอย่าง เป็นเหตุให้เมื่อตายไปจึงได้มาเกิดเป็นพระอินทร์เพราะมีผลกรรมดีหนุนอยู่นั่นเองค่ะ
นี่เป็นบทบาทและการปรากฏตัวของพระอินทร์ในวรรณคดีที่สำคัญบางเรื่องเท่านั้น ในเรื่องอื่นๆ เท่าที่จำได้พี่หวานคิดว่ายังมีอีกหลายเรื่องเลยค่ะ โดยจะปรากฏเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังตกอยู่ในความทุกข์หรือว่ามีเรื่องร้อนใจเป็นส่วนใหญ่ เเต่ถึงพระอินทร์จะถูกลดบทบาทลงไปมากเเล้วภาพของพระอินทร์ที่ปรากฏในวรรณคดีส่วนใหญ่ก็ยังเป็นภาพของเทพที่มีอำนาจเเละได้รับความเคารพมากอยู่ดี
ความเชื่อของคนอินเดียต่อการบูชาเทพเจ้า
อินเดียเป็นบ่อเกิดของความเชื่อ วัฒนธรรมและศาสนาหลายอย่างรวมถึงการเริ่มประกอบพิธีกรรมต่างๆ มากมายก็เกิดขึ้นอย่างเคร่งครัดที่นี่ ซึ่งไทยก็ได้รับอิทธิพลหลายอย่างดังกล่าวนั้นมามากเช่นกัน จากที่พี่หวานได้ลองหาข้อมูลดูนั้นพบว่าพิธีกรรมทางศาสนาเริ่มเป็นรูปเป็นร่างเเละมีความสำคัญมากในสมัยพระเวท เป็นช่วงเวลาที่เหล่าชาวอารยันได้เข้ามาอยู่ในอินเดียเเละเริ่มตั้งรกราก มีการนับถือธรรมชาติเป็นเทพเจ้าต่างๆ จึงถือได้ว่าเพราะความเชื่อถือที่มีต่อเทพเจ้าอย่างมากนี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดพิธีบวงสรวงเทพเจ้า ซึ่งในพิธีก็จะมีการสวดอ้อนวอน บูชาด้วยเครื่องบูชาต่างๆ เช่น น้ำนม เนย ข้าวเปลือก โดยเฉพาะการบูชาพระอินทร์ที่จะมีการบูชาด้วยสุรา หรืออีกชื่อคือน้ำโสม ที่เป็นเครื่องดื่มโปรดของพระอินทร์
นอกจากพิธีถวายเครื่องถวายเหล่านั้นยังมีการบูชายัญโดยการฆ่าสัตว์จำพวกแพะ ม้า วัว เป็นต้น เพื่อเป็นเครื่องบูชาต่อเทพเจ้า จากข้อมูลที่ศึกษาในอดีตนั้นไม่ปรากฏว่ามีการบูชายัญด้วยการฆ่าคนเลยค่ะ เเม้ในเรื่องกามนิตจะปรากฏว่ากลุ่มโจรองคุลิมาลมีการเชือดโคดำ แพะดำ ฆ่าคนบูชายัญ แหวกอกกรีดเส้นเลือดใหญ่ให้เลือดพุ่งไปยังหน้าเทวรูปเจ้าเเม่กาลี เเต่นั่นก็เป็นเรื่องราวในวรรณคดีเท่านั้น ยังไม่พบว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับการฆ่าคนเพื่อถวายดวงวิญญาณต่อพระอินทร์อย่างที่เกิดขึ้นกับครอบครัวที่เป็นข่าวนั้นเลยค่ะ พอได้อ่านเนื้อข่าวเรื่องการฆ่าลูกสาวเพื่อบูชาพระอินทร์เพราะมีความเชื่อว่าลูกเป็นคนเเบกความโชคร้ายเเละนำมาสู่ครอบครัวนั้นจึงต้องฆ่าทิ้งเพื่อปลดปล่อยวิญญาณ เป็นที่มาของเรื่องราวน่าเศร้าที่ได้นำมาเเสดงเป็นละครเวทีอย่างที่เป็นกระเเสพูดถึงในตอนนี้ก็เกิดความสะเทือนใจมากที่เด็กคนหนึ่งต้องจบชีวิตลงเพราะความเชื่อของผู้ใหญ่ที่เป็นแม่แท้ๆ ของตนเอง
อย่างไรก็ตามใช่ว่าความคิดความเชื่อของคนจะคงเดิมเสมอไป พี่หวานเคยอ่านเจอข่าว ฆ่าเด็กหญิง 10 ขวบเพื่อเซ่นบูชายัญในอินเดีย เเต่เป็นการทำเพื่อรักษาคนพิการตามคำพูดของหมอผี ไม่ใช่การบูชาเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าอย่างที่ครอบครัวนั้นทำกับลูกตัวเองเเละไม่เหมือนพิธีกรรมที่ต้องดำเนินการโดยพราหมณ์ เเสดงให้เห็นว่าความคิดและการปฏิบัติในพิธีบูชาเทพเจ้าก็อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาเเละความเชื่อได้เช่นกัน ในกรณีนี้ถ้าใครพอจะมีเบาะเเสหรือที่มาในการใช้ชีวิตคนเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าองค์อื่นๆ บ้างก็คอมเมนต์เเลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะคะ
สำหรับพิธีบวงสรวงบูชาเทพเจ้าตามแบบอย่างชาวอารยันนั้นจะดำเนินการโดยนักบวช มีขั้นตอนมากมายเเละจำกัดว่าต้องเป็นนักบวชเท่านั้นจะสามารถประกอบพิธีกรรมได้ รรณคดีในยุคพระเวทจึงเต็มไปด้วยคัมภีร์ที่เป็นบทสวดของพราหมณ์ในการประกอบพิธี ต่อมาภายหลังเมื่ออินเดียมีการแบ่งชั้นวรรณะ จึงส่งผลให้บรรดานักบวชเหล่านี้จัดอยูในวรรณะพราหมณ์เป็นวรรณะสูงสุด เนื่องจากได้รับความไว้วางใจเเละเคารพอย่างมากจากผู้คน เพราะเป็นวรรณะที่ต้องดำเนินการพิธีบวงสรวจเทพเจ้าให้สำเร็จ หากไม่มีนักบวชพวกเขาก็ไม่สามารถบูชาเทพเจ้าที่เคารพได้นั่นเอง
อย่างที่พี่หวานได้กล่าวไปทั้งหมด หลายคนก็คงได้เห็นทั้งต้นกำเนินความเชื่อต่างๆ เกี่ยวกับพระอินทร์ รวมทั้งการทำพิธีบูชาเทพเจ้าอย่างชาวอินเดียโบราณไปแล้ว ก็ทำให้เห็นว่าทุกอย่างนั้นขึ้นอยู่ที่ความเชื่อของคนนี่แหละค่ะ เราสามารถเชื่อเเละปฏิบัติอย่างไรก็ได้ขอเพียงเป็นสิ่งที่ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น พี่หวานหวังว่าน้องๆ จะได้รับความรู้เเละได้เห็นมุมใหม่ๆ เกี่ยวกับเทพองค์นี้มากขึ้นนะคะ เเล้วพบกันใหม่ค่ะ ^___^
พี่หวาน
ขอบคุณข้อมูลจาก
กำเนิดเทวดา, มาลัย
พระอินทร์, ผศ.ดร.ศานติ ภักดีคำ
ประวัติศาสตร์อินเดีย, ผศ.เฉลิม พงศ์อาจารย์
zongpei, yammyyam
zongpei, yammyyam






0 ความคิดเห็น