ชวนผ่าสมองนักเขียน นี่แหละคือ ‘สมอง’ ของคุณตอนเขียนนิยาย! []

เมื่อนักวิทยาศาตร์จับนักเขียนไปสแกนสมอง อะไรจะเกิดขึ้น!?
2,102 11


ชวนผ่าสมองนักเขียน นี่แหละคือ 'สมอง' ของคุณตอนเขียนนิยาย!

 

สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน การเขียนนิยายเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยความเงียบเพื่อให้มีสมาธิในการเขียนอย่างจริงจัง ตรงข้ามกับการเล่นฟุตบอลที่ต้องเล่นกันเป็นทีม แม้รอบสนามจะเต็มไปด้วยเสียงเชียร์แต่ก็ยังเล่นกันต่อไปได้ เห็นได้ชัดว่าสองกิจกรรมนี้แตกต่างกันอย่างสิิ้นเชิง ดูยังไงก็ไม่น่าเหมือนกันเลยสักนิด แต่ชาวเด็กดีรู้มั้ยคะว่าถ้าเราสามารถมองเข้าไปในหัวของพวกเขาได้ เราอาจเห็นความคล้ายคลึงกันบางอย่างในสมองที่กำลังปั่นป่วนอยู่ ฟังดูน่ามหัศจรรย์ใช่มั้ยล่ะ

นั่นเป็นหนึ่งในความหมายของงายวิจัยชิ้นใหม่ด้านประสาทวิทยาของการเขียนเชิงสร้างสรรค์ (Neuroscience of Creative Writing) ที่นักประสาทวิทยาชาวเยอรมัน นำทีมโดย “ศาสตราจารย์ ดร. มาร์ติน ล็อตเซอ (Martin Lotze)” จาก University of Greifswald ได้จับนักเขียนมือฉมังและนักเขียนมือใหม่จำนวนกว่า 40 คนมาเข้าเครื่องสแกนสมอง fMRI เพื่อติดตามการทำงานของสมองเมื่อพวกเขานั่งลง หรือในกรณีนี้... นอนและเขียนนิยาย จนเกิดเป็นงานวิจัย Neural correlates of verbal creativity: differences in resting-state functional connectivity associated with expertise in creative writing” ที่ตีพิมพ์ลงในเว็บไซต์งานวิจัย Frontiers in Human Neuroscience ในปี 2014

 

ชวนผ่าสมองนักเขียน นี่แหละคือ ‘สมอง’ ของคุณตอนเขียนนิยาย!
(via: freepik.com)

 

เพราะสมองนักเขียนเป็นเรื่องลึกลับ 

ดร.ล็อตเซอได้เปิดเผยกับสำนักงานข่าว The New York Times ถึงผลลัพธ์สุดทึ่งของงานวิจัยชิ้นนี้ว่า การทำงานด้านในสมองของนักเขียนที่ได้รับการฝึกฝนจนเป็นมืออาชีพมีความคล้ายคลึงกันบางอย่างกับผู้ที่มีทักษะที่ซับซ้อนด้านอื่นๆ เช่น เล่นดนตรี, ร้องเพลงหรือกีฬา

แรกเริ่มก่อนทำวิจัย มีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์บางส่วนไม่เห็นด้วยกับการทำวิจัยเรื่องนี้ เพราะคิดว่าเป็นการจาบจ้วงมากเกินไปที่จะเปิดเผยถึงความลึกลับของความคิดสร้างสรรค์หรือแรงบันดาลใจ ขณะที่บางส่วนยกย่องว่านี่คือความก้าวหน้าที่สำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่จะช่วยให้คนเข้าใจถึงการเขียนและความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดร.ล็อตเซอมีความสนใจในด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ ในงานวิจัยชิ้นก่อน เขาได้จับนักเปียโนและนักร้องโอเปร่ามาเข้าเครื่องสแกน fMRI เพื่อระบุบริเวณที่มีการใช้งานผิดปกติในสมองขณะที่พวกเขาต้องร้องเพลงหรือเล่นเปียโน ซึ่งเครื่องสแกนเนอร์ที่ใช้นั้นก็คล้ายกับกล้องในยุคศตวรรษที่ 19 นั่นแหละค่ะ คือสามารถถ่ายภาพที่คมชัดได้หากวัตถุยังคงอยู่ ดังนั้นเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ดร.ล็อตเซอจึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่สามารถพิจารณาความผันผวนที่เกิดจากการหายใจและการเคลื่อนไหวของศีรษะ ด้วยความสนใจในศาสตร์ลึกลับของความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจนี่แหละ ดร.ล็อตเซอและทีมงานจึงตัดสินใจทำวิจัยเกี่ยวกับ “สมองของนักเขียน”

 

เริ่มต้นเจาะสมองนักเขียน 

สำหรับนักเขียนเองก็เช่นกัน เขาพบว่ามีปัญหาบางอย่างที่คล้ายคลึงกับงานวิจัยชิ้นที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่านักเขียนมักเริ่มจากการทำสิ่งเล็กๆ ก่อน เช่นการคิดวางแผนในหัวของพวกเขา (คิดพล็อตนั่นเอง)

อันที่จริงแล้วดร.ล็อตเซอต้องการสแกนสมองของนักเขียนขณะที่กำลังเขียนนิยาย แต่โชคร้ายที่ไม่สามารถนำคอมพิวเตอร์และคีย์บอร์ดเข้าไปได้ เนื่องจากสนามแม่เหล็กที่สร้างขึ้นโดยเครื่องสแกนเนอร์จะเหวี่ยงมันไปข้ามห้อง มันอันตรายมาก

ดังนั้นดร.ล็อตเซอร์จึงจบลงด้วยการสร้างโต๊ะเขียนหนังสือ วางกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกตัดเป็นรูปลิ่มไว้บนนั้น ขณะที่อาสาสมัครของเขาเอนตัวลง พวกเขาจะสามารถวางแขนที่ใช้เขียนไว้บนโต๊ะและลงมือเขียนลวกๆ บนหน้ากระดาษนั้น ระบบกระจกช่วยให้พวกเขาเห็นสิ่งที่ตัวเองกำลังเขียนขึ้นแม้ว่าหัวของพวกเขาจะยังคงติดอยู่ภายในเครื่องสแกนเนอร์ก็ตาม

 

ชวนผ่าสมองนักเขียน นี่แหละคือ ‘สมอง’ ของคุณตอนเขียนนิยาย!
เมื่อนักเขียนต้องเข้าเครื่องสแกนสมอง ภาพจากการทดลองจริง 
(via: nytimes.com)


 

เกิดอะไรขึ้นกับสมองนักเขียนมือใหม่!? 

ดร.ล็อตเซอขอร้องให้อาสาสมัครจำนวน 28 คนคัดลอกบางข้อความ รวมทั้งให้อ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองที่เกิดขึ้นระหว่างการเขียน จากนั้นเขาได้ให้อาสาสมัครแต่งเรื่องสั้นต่อจากเนื้อเรื่องเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งบรรดาอาสาสมัครนักเขียนทั้งหลายต่างพากันระดมความคิดสักพักก่อนลงมือเขียนอย่างสร้างสรรค์เป็นเวลาสองนาที

นักวิจัยพบว่าพื้นที่บางส่วนของสมองเริ่มมีบทบาทเฉพาะตอนที่พวกเขากำลังใช้ความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น ขณะที่สมองจะหยุดนิ่งเมื่อตอนที่พวกเขากำลังคัดลอกข้อความ นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพบว่า พื้นที่ของสมองบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลเองก็ได้ถูกใช้งานในตอนระดมความคิดด้วยเช่นกัน มีความเป็นไปได้ว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะพวกเขาได้เห็นฉากที่ต้องการเขียน

ยิ่งไปกว่านั้นในตอนที่นักเขียนลงมือจดเรื่องราวของพวกเขาอย่างรวดเร็วลงในกระดาษ พื้นที่ส่วนอื่นๆ ในสมองเริ่มมีบทบาทและถูกใช้ ดร.ล็อตเซอสงสัยว่าสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) กำลังดึงข้อมูลที่แท้จริง (Factual Information) ที่อาสาสมัครสามารถนำมาใช้ได้อยู่

ขณะที่บริเวณที่ใกล้กับสมองส่วนหน้า หรือส่วนที่เรารู้จักกันดีว่าเป็นพื้นที่สำคัญต่อการเก็บข้อมูลหลายอย่างพร้อมๆ กันเองก็เริ่มมีบทบาทด้วย การคิดคาแร็กเตอร์และพล็อตได้น่าจะมาจากคำสั่งของสมองส่วนนี้

 

ชวนผ่าสมองนักเขียน นี่แหละคือ ‘สมอง’ ของคุณตอนเขียนนิยาย!
การเชื่อมต่อของพื้นที่แต่ละส่วนในสมองของอาสาสมัครแต่ละคน
(via: frontiersin.org)

 

อย่างไรก็ตามงานวิจัยของดร.ล็อตเซอยังไม่สมบูรณ์เนื่องจากขาดสมองของนักเขียนที่มากประสบการณ์ ดังนั้นเพื่อดูความแตกต่างของการตอบสนองของสมองนักเขียนทั้งสองแบบ ดร.ล็อตเซอและทีมวิจัยจึงได้บุกไปยังมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องหลักสูตรการเขียนเชิงสร้างสรรค์อย่าง “University of Hildesheim” โดยนักวิจัยได้เลือกนักเขียนจำนวน 20 คน (อายุเฉลี่ย 25 ปี) และนำพวกเขาไปทดสอบเพื่อเปรียบเทียบผลกับเหล่ามือใหม่

 

เกิดอะไรขึ้นกับสมองนักเขียนมือฉมัง!?

ตามที่ระบุในงานวิจัยชื่อProfessional training in creative writing is associated with enhanced fronto-striatal activity in a literary text continuation taskที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร  NeuroImage พบว่า สมองของนักเขียนที่เชี่ยวชาญจะมีการทำงานที่แตกต่างกันออกไป แม้แต่ตอนที่พวกเขาคิดว่าจะลงมือจับปากกาและเขียนบนกระดาษแล้ว

ในการทดลองของดร.ล็อตเซอพบว่า สมองของนักเขียนมากประสบการณ์กับสมองของนักเขียนมือใหม่ต่างกัน โดยในตอนที่ระดมความคิด นักเขียนมือใหม่จะใช้คอร์เทกซ์สายตา (visual cortex) ในสมองส่วนกลีบท้ายทอยที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น ขณะที่นักเขียนผู้เชี่ยวชาญจะใช้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการพูด

ซึ่งดร.ล็อตเซอตั้งข้อสันนิษฐานว่าทั้งสองกลุ่มกำลังใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกัน มีความเป็นไปได้ว่าเหล่ามือใหม่มองเรื่องราวของพวกเขาเหมือนกับเป็นภาพยนตร์ที่โลดแล่นอยู่ในหัว ขณะที่นักเขียนมือฉมังกำลังเล่าเรื่องด้วยเสียงที่อยู่ภายใน

 

ชวนผ่าสมองนักเขียน นี่แหละคือ ‘สมอง’ ของคุณตอนเขียนนิยาย!
ความแตกต่างของสมองนักเขียนมือโปรกับนักเขียนมือใหม่
(via: frontiersin.org)

 

เมื่อทั้งสองกลุ่มเริ่มถ่ายทอดเรื่องราวออกมาเป็นตัวหนังสือ ความแตกต่างก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ลึกลงไปในสมองของนักเขียนมือฉมัง พื้นที่ของสมองส่วนที่เรียกว่า “นิวเคลียสมีหาง (Caudate Nucleus)” ที่อยู่ในปมประสาทฐานกำลังมีบทบาท ขณะที่นิวเคลียสมีหางของเหล่านักเขียนมือใหม่กับเงียบเชียบ

ดร.ล็อตเซออธิบายว่า นิวเคลียสมีหางมีบทบาทสำคัญสำหรับทักษะที่ต้องใช้การปฏิบัติ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เช่น เกมกระดาน เมื่อเราเริ่มเรียนรู้ทักษะครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเล่นเปียโนหรือเล่นฟุตบอล เราต้องใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ด้วยการฝึกฝน มันจึงทำให้การทำกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้กลายเป็นเรื่องง่ายและสามารถทำได้โดยอัตโนมัติ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นทักษะที่เราสามารถฝึกฝนได้ตลอดเวลาเช่นเดียวกับการเล่นกีฬา

 

เราได้อะไรจากการทดลองนี้?

ในฐานะนักเขียน ถ้าหากต้องการสร้างสรรค์นิยาย ให้ลองคิดว่าเราจะเล่าเรื่องออกมายังไงมากกว่าจินตนาการถึงตัวละครและการกระทำของพวกเขาอยู่ในหัว รวมทั้ง “การเขียนบ่อยๆ” อาจเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าการเขียนเชิงสร้างสรรค์ (หรือการเขียนนิยาย) เป็นทักษะที่สมองของเราสามารถเรียนรู้ได้เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ ดังนั้นเราก็ควรเขียนมันบ่อยๆ ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น
 

แล้วน้องๆ คิดว่ายังไงบ้างคะ? มีแนวโน้มจะเป็นคนประเภทไหนกันเอ่ย จินตนาการฉากต่างๆ ในหัว หรือพูดถึงเรื่องราวของเราอยู่ในหัว อย่าลืมแชร์ให้พี่น้ำผึ้งและเพื่อนๆ ฟังด้วยนะคะ ส่วนใครที่อ่านงานวิจัยที่พี่น้ำผึ้งเรียบเรียงมาแล้วและอยากหยิบสิ่งที่ได้รับจากงานวิจัยไปใช้ ก็สามารถนำไปใช้ได้เลยไม่ว่ากัน ดีไม่ดีเราอาจกลายเป็นนักเขียนมือฉมังก็ได้นะจ๊ะ ^o^

 

 

พี่น้ำผึ้ง :)

ขอบคุณข้อมูลจาก

Lotze, M., Erhard, K., Neumann, N., Eickhoff, S. and Langner, R. (2014). Neural correlates of verbal creativity: differences in resting-state functional connectivity associated with expertise in creative writing. Frontiers in Human Neuroscience, 8.

https://www.nytimes.com/2014/06/19/science/researching-the-brain-of-writers.html
th.wikipedia.org/wiki/นิวเคลียสมีหาง

Deep Sound แสดงความรู้สึก

#นิยาย #นักเขียน #สมอง #สมองนักเขียน #เขียนนิยาย

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

8 ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?