I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ []

มาทำความรู้จักกับ I’m Mynt นักเขียนเจ้าของผลงาน ‘Behindthemask คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที!’
1,947 14
I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ
สวัสดีค่ะ ชาวเด็กดีทุกคน สำหรับน้องๆ คนไหนที่ชอบอ่านเรื่องราวหมอๆ พี่หญิงบอกเลยว่าต้องรีบมาทำความรู้จักกับนักเขียนที่พี่หญิงพามาแนะนำวันนี้กันให้ไว เพราะผลงานแต่ละเรื่องของเธอที่ถูกเขียนออกมานั้น ล้วนแล้วแต่มี “หมอ” เป็นตัวละครเอกของเรื่องทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นนิยายเรื่อง #Gown and Gear เมียวิศวะมัน(ส์)ดี หรือ หมอจะลอง? และ #Extern! พี่หมอครับ รับเกียร์แล้วเป็นเมียกูที ที่นักเขียนลงให้อ่านในเด็กดี หรือจะเป็นนิยายเรื่องล่าสุดที่เพิ่งจะตีพิมพ์ไปสดๆ ร้อนๆ กับทางสำนักพิมพ์ deep อย่าง #Behind the mask คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที! ก็เป็นนิยายที่เล่าถึงความรักของศัลยแพทย์หนุ่มประจำโรงพยาบาลอีกเช่นกัน แถมที่สำคัญข้อมูลเกี่ยวกับหมอๆ ในแต่ละเรื่องยังแน่นเปรี๊ยะ สมจริงสุดๆ อีกต่างหาก


I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ


ทักทายกับชาวเด็กดีกันหน่อย


สวัสดีค่ะ มิ้น I’m Mynt ค่ะ 


ยอมรับมาซะดีๆ ที่ตั้งนามปากกาว่า “I’m Mynt” นี่เป็นเพราะตอนนั้นคิดอะไรไม่ออกใช่ไหม เลยหยิบเอาชื่อเล่นตัวเองมาใช้^^


I’m Mynt : ฮ่าาาา ใช่แล้วค่ะ นามปากกานี้ได้มาจากความไม่รู้ว่าชื่อ account ของเว็บกับนามปากกาคืออันเดียวกัน ไม่อย่างนั้นมิ้นอาจจะตั้งชื่อนามปากกาให้มัน abstract หน่อยๆ เช่น ‘หมอนใบใหญ่บนที่นอนสามฟุตครึ่ง’ ‘อุ๋งอุ๋งซ่าห้าห้าบวก’ หรือ ‘วันที่ตื่นมาฟ้ามืดไปแล้ว’ เป็นต้นค่ะ


เริ่มต้นเขียนนิยายได้อย่างไร


I’m Mynt : นิยายเรื่องแรกที่มิ้นแต่งเนี่ย เกิดจากการที่วันนึงมิ้นมีความรู้สึกเบื่อมากๆ เบื่อกับการเรียน เบื่อเรื่อยเปื่อย เลยอยากลองระบายลงเป็นไดอารี่ แต่จะให้มานั่งเขียนไดอารี่เพื่อเก็บไว้อ่านคนเดียวก็คงจะไม่ถนัด เพราะมิ้นถนัดพิมพ์ซะมากกว่า เลยอยากระบายออกมาเป็นตัวหนังสือให้เป็นเรื่องเป็นราวจึงได้ลองเขียนเป็นนิยายแล้วสอดแทรกความรู้สึกบางอย่างของเราที่อยากจะบอกกับคนทั่วไปลงในนิยายค่ะ กระทั่งเกิดเป็นเรื่อง ‘Behindthemask คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที!’


I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ


แอบได้ข่าวว่า “เรียนหมอ” ด้วย
เรียนหนักอย่างงี้เรามีวิธีแบ่งเวลามาเขียนนิยายยังไง?


I’m Mynt : ใช่ค่ะ มิ้นเป็นนักศึกษาแพทย์ชั้นปีที่ 5 ค่ะ หลายๆ คนมักจะถามว่า ‘เห้ย! เรียนหมอแถมยังอยู่ปีสูงด้วย มาแต่งนิยายแบบนี้ไหวเหรอ?’ ขอตอบเลยว่า ไหวจ้าา (ฮ่าาาา)  ต้องยอมรับว่าเวลามากกว่า 80% ของชีวิตต้องใช้ไปกับการเรียน ยิ่งอยู่ปีสูงๆ ทั้งภาระหน้าที่ต่างๆ ก็มากขึ้น ไหนจะตรวจติดตามการรักษาคนไข้ในความดูแล ไหนจะทำกิจกรรมบนวอร์ด ไหนจะอ่านหนังสือ ทำรายงานเคสผู้ป่วย แถมยังมีสอบถี่อีกด้วย แต่คนเรายังไงก็ต้องมีชีวิตในมิติอื่นใช่มั้ยคะ?

เรายังมีครอบครัว มีตัวเรา มีความเป็นวัยรุ่นอยู่ เรายังอยากทำอะไรที่เราอยากทำ ยังอยากถ่ายรูป อยากฝึกทำอาหาร ทำขนม ยังมีอะไรมากมายที่อยากทำ เพราะมิ้นคิดว่าถ้าเราเรียนอย่างเดียวจนไม่สนใจใคร ไม่สนใจแม้แต่ความรู้สึกของตัวเอง เราอาจจะพลาดอะไรบางอย่างที่วัยอย่างเราไม่ควรพลาด เหตุผลที่สำคัญและเป็นได้ง่ายมากๆ ในหมู่นักศึกษาแพทย์คือ ความกดดันจะทำให้เรากลายเป็นโรคซึมเศร้า ด้วยเหตุนี้มิ้นจึงได้หาเวลาว่างๆ ไปเที่ยวกับครอบครัว หาแรงบันดาลใจเพื่อเพิ่ม passion ในการเรียน รวมถึงการแต่งนิยายเพื่อบอกเล่าเรื่องราวสนุกๆ ในโรงพยาบาลด้วยมุมมองของนศพ.ค่ะ

ซึ่งการเขียนนิยายเนี่ยขอบอกเลยว่ามันทำให้เราเรียนสนุกขึ้นมากๆ มันทำให้เราอยากตั้งใจเรียนเพื่อจะได้ความรู้มาใส่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ในนิยายค่ะ



แสดงว่า...
ต้องเคยเอาประสบการณ์การเรียนของตัวเองใส่ลงไปในนิยายใช่ไหมคะ


I’m Mynt : ใช่เลยค่ะ อย่างในเรื่อง ‘Behindthemask คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที!’ มิ้นก็บรรยายในแง่ที่ตัวละครหลักเป็นศัลยแพทย์แถมยังเป็นอาจารย์แพทย์ในโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากๆ เลยค่ะ ทั้งการบรรยายการใช้ชีวิตประจำวันของตัวละครที่ถ้าใครได้อ่านแล้วนอกจากจะเข้าใจและเห็นใจตัวละครแล้วยังจะได้เห็นมุมมองใหม่ๆที่อาจจะไม่เคยได้อ่านมาเลยล่ะค่ะ


I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ


“Behind the mask : คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที!”
เรื่องนี้ได้ไอเดียมาจากไหนคะ


I’m Mynt : อย่างที่ได้บอกไปแล้วว่าตอนที่มิ้นเบื่อจนอยากจะระบายความเบื่อเป็นนิยาย วันนั้นมิ้นอยู่เวรตอนกลางคืนบนวอร์ด (หอพักผู้ป่วย) ซึ่งเปิดโทรทัศน์อยู่แล้วเพลงเฉลิมฉลองลอยกระทงก็ดังขึ้นมาเนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลลอยกระทง แน่นอนว่าคนไข้จากอุบัติเหตุเต็มวอร์ดเลยล่ะค่ะ เยอะจนสต๊าฟประจำวอร์ด (อาจารย์แพทย์) งานเข้าไม่ได้พักผ่อน ตอนนั้นพล็อตเรื่องมันก็ลอยขึ้นมาในหัวทันทีเลยเช่นกัน



“หน้ากาก” ที่ถูกพูดถึงในเรื่องนี้กินความหมายถึงอะไร... ไม่ได้หมายถึง
“แมสก์ปิดปาก” ที่คุณหมอสวมอยู่ทุกวันใช่ไหมเอ่ย


I’m Mynt : ฮ่าาาา เอาจริงๆ ตอนแรกมิ้นก็หมายถึง “แมสก์ปิดปาก” นั่นแหละค่ะ ก็แหม! พี่ๆ อาจารย์ออกจะสวยหล่อกันทั้งนั้น แต่ก็ต้องปิดแมสก์เพื่อความสะอาดและป้องกันเชื้อโรค

และอีกเหตุผลที่เป็นความลับคือเพื่อซ่อนความรู้สึกสีหน้าต่างๆ ค่ะ ต้องเข้าใจว่าเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ป่วยและญาติผู้ป่วยในโรงเรียนแพทย์เนี่ย บางทีพวกเราก็มักจะใช้คำศัพท์แพทย์พูดกันเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยและญาติที่ได้ยินคิดมากและเข้าใจผิด แต่บางทีมันก็เผลอแสดงสีหน้าวิตกกังวลจนทำให้ญาติผู้ป่วยเข้าใจผิดไปต่างๆ นาๆ ได้อยู่ดี ด้วยเหตุนี้หน้ากากจึงมีประโยชน์มากๆ ในหมู่นศพ. และแพทย์ที่ยังซ่อนความรู้สึกไม่เก่งค่ะ

I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ


เสน่ห์ของ “หมอภีม” และ “เซธ” พระเอกนายเอกเรื่องนี้อยู่ที่ตรงไหน?


I’m Mynt : เสน่ห์ของหมอภีม มิ้นคิดว่าน่าจะเป็นตรงความจริงจังสไตล์หมอผ่าตัด ความกวน ความเท่ และหลายๆอย่างที่ถ้าหากคุณได้อ่านแล้วจะเผลอรักตัวละครตัวนี้อย่างไม่รู้ตัวเลยค่ะ 

ส่วนเสน่ห์ของเซธ มิ้นคิดว่าเป็นเพราะความรักเดียวใจเดียวและจริงใจต่อหมอภีม ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่สาวๆ หลายคนที่อ่านแล้วต้องรู้สึกอิจฉาหมอภีมเลยล่ะค่ะ



แชร์เคล็ดลับหน่อยสิ เรามีวิธีการออกมาแบบตัวละคร
และวางพล็อตเรื่องยังไง


I’m Mynt : ตัวละครในเรื่องเกือบทุกตัวมิ้นเอามาจากคาแรคเตอร์ของบุคคลที่มีอยู่จริงใกล้ๆ ตัวมิ้นเนี่ยแหละค่ะ (อิอิ ขอไม่บอกว่าเป็นใคร) ส่วนพล็อตเรื่อง มิ้นขอสารภาพตามตรงว่าไม่เคยวางพล็อตไว้จริงจังเลย เรียกได้ว่าแต่งไปตอนต่อตอนเลยค่ะ เสมือนว่าเป็นร่างทรงให้ตัวละครจับมือเราแต่งเลย มันไหลลื่นมากค่ะ


I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ
 


คิดว่า…
อะไรเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้นิยายของเราเป็นที่จดจำในใจของนักอ่าน


I’m Mynt : มิ้นคิดว่า... คงเป็นเพราะความแปลกของนิยาย ความreal ความสมจริงที่สอดแทรกความฟินและ feel good ค่ะ



นักเขียน” คืออะไร สำหรับเรา

I’m Mynt : คือบุคคลที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านตัวอักษรที่ทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจ เข้าถึง และตีความได้อย่างลึกซึ้ง



ขอเหตุผล 3 ข้อ
อะไรที่จะทำให้นักอ่านตกหลุมรักนิยายเรื่องนี้ อย่างถอนตัวไม่ขึ้น!


I’m Mynt :  1 เรื่องนี้เป็นนิยายหมอๆ ที่สมจริงมาก 
                  2 เรื่องนี้ฟินมาก และ feel good มาก 
                  3  เรื่องนี้พระเอกนายเอกหล่อมากกกกกกกกกกกกกกกกก

I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ


คติประจำใจการเขียนนิยายของ “มิ้น” คือ...


I’m Mynt : จงทำให้ตัวละครมี ‘ชีวิต’



อยากบอกเลยอะไรกับนักอ่านที่คอยติดตามผลงานของเรา


I’m Mynt : ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่สนใจนิยายบ่นๆ ของนักศึกษาแพทย์คนนี้ค่ะ มันเหมือนมิ้นได้เมาท์ๆ เล่าเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครรู้ให้เพื่อนได้ฟัง



ฝากอะไรถึงชาวเด็กดีที่อยากเป็นนักเขียนกันสักนิด


I’m Mynt : แค่เขียนในสิ่งที่เราอยากเขียน จินตนาการในสิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้นจริง ความเป็นตัวเราที่ถ่ายทอดออกมามันเจ๋งที่สุดแล้วค่ะ



ก่อนจากลากันไป มาบอกลาชาวเด็กดีและฝากผลงานกันหน่อย

I’m Mynt : ตอนนี้มิ้นมีนิยายอีก 3 เรื่องที่ลงในเว็บ Dek-D คือเรื่อง ‘Gown and Gear เมียวิศวะมัน(ส์)ดี หรือหมอจะลอง?’ ‘Extern! พี่หมอครับ รับเกียร์แล้วเป็นเมียกูที’ และล่าสุดเรื่อง ‘King and Queen เรื่องของผมกับผู้ชายชื่อคิง’ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ
 
I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ

I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ

I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ






*****************************************


จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับการพูดคุยกับเจ้าของนามปากกา “I’m Mynt” นักเขียนที่พี่หญิงต้องขอชื่นชมเลยว่า สามารถบริหารเวลาในการเขียนนิยายได้ดีมากๆ ไม่อย่างงั้นลองคิดดูสิว่า... ถ้าเธอจัดการเวลาได้ไม่ดีพอจะสามารถเขียนนิยายตั้งหลายเรื่อง พร้อมๆ กับการเรียนอะไรยากๆ อย่างแพทย์ได้ยังไง.... สุดท้ายนี้พี่หญิงจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า... บทสัมภาษณ์ในวันนี้จะสร้างแรงบันดาลใจดีๆ ให้น้องๆ กันไม่มากก็น้อยนะคะ^^

แต่เดี๋ยวก่อน!!! เรายังไม่จากลากันไป แต่เพียงเท่านี้นะจ้ะ สำหรับใครที่เป็นแฟนของ #เซธหมอภีม เรา มีหนังสือมาแจกกันถึง 3 รางวัล!!!!


กิจกรรมแจกหนังสือ
“Behind the mask คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที! ”


กติกาการร่วมสนุก
 
เพียงแค่น้องๆ เล่าถึงประสบการณ์อกหัก รักคุด อันแสนพีค
(ไม่ต่างจากหมอภีมที่โดนหักอกจนมาเจอเซธ)
ไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างนี้
ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับของรางวัลไปเลยจ้า


โดยสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม 2561
ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัลวันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม 2561 จ้า




ประกาศรายชื่อผู้โชคดี


mausoleum
ฟูจินางะ
praepenkawin
 

ผู้ที่ได้รับรางวัล ส่งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ มายืนยันตัวตนได้ที่ Thippawan@dek-d.com
ภายในวันพฤหัสที่ 26 กรกฎาคม 2561 ค่ะ

ถ้าไม่มายืนยันตัวตนภายในเวลาที่กำหนด ทางทีมงานจะถือว่าสละสิทธิ์นะคะ

พี่หญิง

 
I’m Mynt นักเขียนที่แสดงความเป็นตัวเองออกมาผ่านตัวหนังสือ

 
#นิยาย #นักเขียน #I'm Mynt ##เซธภีม #เปอร์กัญจน์ #คิงควีน #เซธภีม #เซธภีม

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    Nammm_wiv
    Guest IP
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ประสบการณ์รักคุดสุดหักมุม.. เป็นเรื่องราวความรักที่ไม่ได้ยาวนานอะไรมากนัก ไม่ถึงปีเเต่ก็หลายเดือนที่คบกัน ก็เหมือนคู่อื่นๆทั่วไปนี่เเหละค่ะ อยู่ด้วยกัน อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันปกติ จนมาวันนึงรู้สึกว่าเเฟนตัวเองเเปลกๆไป เค้ามีเพื่อนสนิท ปกติก็เห็นคบกันมานานเเล้วนะคะก่อนจะเป็นเเฟนกับน้ำอีก เเต่ที่มันเเปลกไปคือเเฟนเราดูสนิ๊ททททสนิทกับเพื่อนคนนั้นมาก มากกว่าเราอะ รู้ลึกรู้จริงรู้ทุกเรื่องของกันเเหละกัน จนเราเริ่มห่างกัน เเล้วมาวันนึงเค้าก็มาหาเราที่บ้านกับเพื่อนเค้าเเหละค่ะ จับมือกันมา ย้ำ!! จับมือกันมากะหนุงกะหนิงเชียว มาบอกขอโทษเเล้วบอกเลิก เราถามว่าทำไมถึงอยากเลิกเราไม่เคยทะเราะกันพูดไปเรื่อยเเบบไม่เข้าใจ เเล้วเค้าก็สวนขึ้นมาว่าคบกับเพื่อนสนิทอยู่ มีอะไรกันเเล้ว รักกันมานานเเล้วเเต่พึ่งมาเข้าใจกัน ผ่ามมมม! ตลึงมาก อึ้งสุด ไม่มีน้ำตาที่ไหล มีเเต่ยิ้มดีใจที่มันได้กันเอง กระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่ง มันก็งงว่าเราเป็นอะไร เออกูก็งง! ก็ชอบอะ555 เเต่สุดท้ายก็จบกันด้วยดีค่ะ เค้าก็รักกันเราก็ครองโสดปีนขึ้นคาน เพราะเค้ากินกันเองหมดเเล้ว จบค่ะ ขอบคุณสำหรับคนอ่านประสบการณ์สุดพีค เอิ่มม..เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเรื่องราวในนิยายมันเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงได้นะเออออ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #3
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    แอบหลงรักเพื่อนสนิทตัวเองค่ะ แต่เขาชอบเพื่อนเราอีกที เศร้ามาก เป็นรักเดียวที่มีเลย

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #4
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    อ่า​ เรามีเรื่องอกหักเยอะแยะเลยเหมือนเกิดมาคู่กัน​ แต่จะเอาอันที่พีคๆ​ และไม่เศร้ามากมาเล่าละกันเนอะ


    นี่คือการอกหักครั้งสองของเรา

    เราแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง​ เขาเป็นประธานนักเรียน​ อบอุ่นใจดี​ มีความเป็นผู้​น​ำ​ หน้าตาดีระดับหนึ่ง เราคอยติดตามเขาประสานงานพยายามเข้าใกล้เขาให้ได้มากที่สุด ตอนเขาเรียนจบเราเอาดอกไม้ไปให้เขาและร้องไห้ จนพี่เขาต้องเข้ามาปลอบเราบอกว่าเราเป็นน้องรักเขาเสมอ เขาปลอบเรานานมาก จนเราดีขึ้น ตอนนั้นเองไก็มีเด็กผู้ชายหัวเกรียนๆ ถือช่อดอกไม้กกับตุ๊กตาหมีมาให้พี่ และหอมแก้มเขาต่อหน้าเราพร้อมกับคำที่ทำให้เราช๊อค "จบแล้วนะครับแฟน ต่อจกนี้ก็สู้ๆ นะครับ" จากนั้ยเราก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีคือตอนที่ได้ยินเสียงคนนินทาพี่ว่าผิดหวัง ประธานนักเรียนภาษาอะไรเป็นเกย์แถมแดกเด็กม.1 แล้วคือพี่เขาได้ยินไง พอเห็นพี่เขาทำหน้าเศร้าเราเลยปรี้ดแตก "เป็นเกย์แล้วบ้านล่มจมหรือไง? พี่เขาเป็นเกย์แต่ก็ยังทำดีทำประโยชน์ให้สังคมมากกว่าผู้ชายแท้ๆอย่างนายอีก"

    "แล้วมรึ่ง-ไรด้วยวะ"

    "แล้วนายเสิอกเรื่องพี่เขาทำไม?" จากนั้นเราก็หันไปพูดกับพี่ว่า "พี่ค่ะ ไม่ต้องคิดมากนะ ต่อให้พี่เป็นอะไรหนูก็ไม่สน หนูชอบพี่ในแบบที่เป็นพี่นี่แหละ พี่ใจดีที่สุด นิสัยดีที่สุด เป็นคนดีที่สุดหนูชอบพี่ จำไว้ด้วยนะคะว่าครั้งหนึ่งพี่เคยทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งชอบได้ ถ้าใครหน้าไหนมาดูถูกพี่ว่าพี่เป็นเกย์อีกให้บอกเขาไปค่ะว่า เกย์อย่างผมก็เคยมีผู้หญิงมาชอบอย่างไม่มีเงื่อนไข ชอบในสิ่งที่พี่เป็นไม่ใช่หน้าตาหรือฐานะทางสังคมที่พี่มี ต่อให้พี่มีแฟนเป็นผู้นชายหนูก็ยังชอบพี่ หนูชอบพี่นะคะ!!!"


    หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จบการอกหักครั้งที่สองไปอย่าง งงใจ เฮ้อ ทำตัวเองแท้ๆ ถ้าไม่บ้าดีเดือดสารภาพออกไปน่าจะดีกว่า แต่อย่าคิดว่าเราจะเข็ดนะ คือจริงๆ อยากจะเข็ดนั่นแหละ แต่ว่าร่างกายไม่ยอมทำตาม ต้องไปเผลอชอบใครสักคนแล้วก็อกหักแบบนี้ทุกที


    อีกอันที่จะเล่าให้ฟังก็คือครั้งที่4

    เราชอบรุ่นพี่(อีกแล้ว)​ พี่เขาสปอร์ตใจดี ตัวเตี้ยแต่เล่นบาสเก่งมากกกก เขามาเป็นพี่เลี้ยงให้ทีมบาสหญิงเรา มีอะไรเขาก็คอยช่วยคอยสอนตลอด เราก็ตีสนิทจนได้ไลน์เขามา แล้วก็คุยเรื่องกีฬาไปเรื่อย แต่แบบนานๆ ทีนะ เพราะเราไม่ค่อยชอบเล่นไลน์5555 แล้วก็วันหนึ่งเราจะชวนพี่เขาไปเที่ยวงานที่ ม. ด้วยกัน แต่พี่เขากลับบอกว่า

    พี่จะไปกับแฟน....

    เรานี่แบบ เชี่ยยย พี่มีแฟนตอนไหนวะ???? ทำไมตรูไม่รู้เรื่องงงง ช้ำใจได้แต่ถอยหลังมา แต่แฟนพี่สวยน่ารักดีน้องดีใจด้วย ส่วนน้องไม่ตายก็หาใหม่ได้..... ขอลาไปทำบุญให้ตัวเองเพื่อจะลงจากคานทองนี้ได้เสียทีอยู่มานานเกิน...... ฮือ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #2
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    คือหนูก็เป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบผู้ชายปกติค่ะแต่มีอยู่วันหนึ่งหนูได้ไปรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าเขาเป็นคนที่นิสัยดีคนหนึ่งเลยค่ะแต่เขาเอาแค่ใจไปหน่อยเรารู้จักกันผ่านทางนิยายเราคุยกันมาตลอดพอคุยกันประมาณ3อาทิตย์เขาก็ขอหนูคบกันหนูก็ตกลงนะคะเพราะหนูรู้สึกดีที่ได้คุยกับเขาแต่พอเราคบกันมันก็ไม่ได้ราบรื่นเท่าไรด้วยอะไรหลายๆอย่า

    1 คือเราอยู่ไกลกันเขาเป็นคนเชียงใหม่หนูเป็นคนชัยนาท

    2 คือหนูเรียนหนักจนแทบไม่มีเวลา

    3 เวลาว่างเรา2คนไม่ตรงกัน

    4เขาเป็นคนน่ารักเลยมีคนเข้าหาเยอะ

    5 หนูขี้งอลด้วย

    จนเราทะเลาะกันแต่หนูก็ง้อนะเหมือนหนูเป็นฝ่ายผิดทั้งๆที่หนูพยายามปรับตัวแต่สุดท้ายเขาก็ขอหนูเลิกกันแล้วบอกให้มาเป็นเพื่อนกันดีกว่าหนูก็ตกลงนะคะแต่หนูขอเวลาหน่อยตอนนั้นหนูไม่อ่านไม่ตอบแชทเขาเลยเหมือนต้องการอยู่คนเดียวแต่หนูรู้สึกโชคดีนะคะที่มีเพื่อนที่ดีเข้าใจหนูตลอดคอยปลอบคอยเป็นกำลังใจ

    จนหนูดีขึ้นพร้อมคุยกับเขาแต่ว่าเวลาคุยกันเหมือนหนูต้องใส่หน้ากากที่มีรอยยิ้มตลอดเพื่อให้เขาเห็นว่าหนูโอเคหนูไม่เป็นไรทั้งๆที่ข้างในใจหนูอยากร้องไห้แต่เพื่อไม่ให้เขากังวลหนูจึงต้องใส่หน้ากากที่มีแต่รอยยิ้มพูดคุยกับเขาแล้วค่อยๆถอยออกมาทีละนิดจนตอนนี้หนูทำใจได้ในระดับหนึ่งแล้วจนสามารถพูดคุยคอยเป็นกำลังใจได้อย่างปกติที่เพื่อนเขาทำกันค่ะ

    ตอบกลับ
  • ถูกลบเนื่องจาก:
    IP
    #5
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ประสบการณ์อกหักของเราคือ...จริงๆก็ไม่ได้พีคอะไรมากมายนะ มันก็เข้าตำราที่ว่า หมดรักก็ต้องเลิกกันไป ต้องย้อนความก่อนว่า เรากับเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถม ซึ่งตอนนั้นเราสองคนสนิทกันมาก จนเพื่อนๆชอบล้อว่าเป็นแฟนกัน แต่เรากับเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกันนะ จนพอโตขึ้น...จู่ๆวันนึง เขาก็มาขอเราเป็นแฟน เราก็ตกลงเพราะส่วนตัวเราก็รู้สึกดีกับเขา ช่วงที่คบกัน เขาก็ดูแลเราดีมาก เราก็คบกันแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาอะไร จนกระทั่งหลังๆเรารู้สึกเหมือนว่า เขาทำเพราะสถานะของเราคือ แฟน แต่แบบเขาก็ไม่ได้นอกใจเราไปคุยกับคนอื่นหรืออะไร แต่เขามักจะมองเพื่อนสนิทของเราบ่อยๆ ชอบชวนเพื่อนสนิทเราคุยนั้นคุยนี่ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องเรียน เราก็เลยไม่ได้คิดอะไร จนแบบวันนึง เพื่อนสนิทเราสารภาพกับเราว่าชอบแฟนเรา เราก็เอาเรื่องนี่ไปเล่าให้แฟนฟัง เราเห็นแฟนเรายิ้ม...ความรู้สึกตอนนั้นคือ จุก เวลาอยู่กับเราเขาไม่เคยยิ้มขนาดนั้นมาก่อน เราเลยถามเขาไปตรงๆ เขายังรักเราเหมือนวันแรกที่เขามาขอเราคบรึเปล่า เขาเงียบไป เราเลยถามเขาอีกว่า เลิกกันไหม? ตอนแรกเขาก็จะไม่ยอมเลิก แต่เราก็บอกเขาว่า ถึงจะคบกันต่อไปก็มีแต่แย่ลง เหมือนคบกันไปวันๆ ในเมื่อไม่ได้รักกันแล้ว ก็ควรจบๆกัน เขาก็เลยยอมเลิกกับเรา แต่ก็ถือว่าจบกันด้วยดี ตอนนี้เรากับเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันอยู่เหมือนเดิม

    ป.ล.ถึงจะทำให้เราเข็ดกับการมีความรักไปพักใหญ่ๆก็เถอะ แต่เขาก็ทำให้เราได้พบรักครั้งใหม่ที่สดใส

    ตอบกลับ

5 ความคิดเห็น

    • ถูกลบเนื่องจาก:
      Nammm_wiv
      Guest IP
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ประสบการณ์รักคุดสุดหักมุม.. เป็นเรื่องราวความรักที่ไม่ได้ยาวนานอะไรมากนัก ไม่ถึงปีเเต่ก็หลายเดือนที่คบกัน ก็เหมือนคู่อื่นๆทั่วไปนี่เเหละค่ะ อยู่ด้วยกัน อ่านหนังสือ ทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันปกติ จนมาวันนึงรู้สึกว่าเเฟนตัวเองเเปลกๆไป เค้ามีเพื่อนสนิท ปกติก็เห็นคบกันมานานเเล้วนะคะก่อนจะเป็นเเฟนกับน้ำอีก เเต่ที่มันเเปลกไปคือเเฟนเราดูสนิ๊ททททสนิทกับเพื่อนคนนั้นมาก มากกว่าเราอะ รู้ลึกรู้จริงรู้ทุกเรื่องของกันเเหละกัน จนเราเริ่มห่างกัน เเล้วมาวันนึงเค้าก็มาหาเราที่บ้านกับเพื่อนเค้าเเหละค่ะ จับมือกันมา ย้ำ!! จับมือกันมากะหนุงกะหนิงเชียว มาบอกขอโทษเเล้วบอกเลิก เราถามว่าทำไมถึงอยากเลิกเราไม่เคยทะเราะกันพูดไปเรื่อยเเบบไม่เข้าใจ เเล้วเค้าก็สวนขึ้นมาว่าคบกับเพื่อนสนิทอยู่ มีอะไรกันเเล้ว รักกันมานานเเล้วเเต่พึ่งมาเข้าใจกัน ผ่ามมมม! ตลึงมาก อึ้งสุด ไม่มีน้ำตาที่ไหล มีเเต่ยิ้มดีใจที่มันได้กันเอง กระโดดโลดเต้นอย่างบ้าคลั่ง มันก็งงว่าเราเป็นอะไร เออกูก็งง! ก็ชอบอะ555 เเต่สุดท้ายก็จบกันด้วยดีค่ะ เค้าก็รักกันเราก็ครองโสดปีนขึ้นคาน เพราะเค้ากินกันเองหมดเเล้ว จบค่ะ ขอบคุณสำหรับคนอ่านประสบการณ์สุดพีค เอิ่มม..เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าเรื่องราวในนิยายมันเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงได้นะเออออ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      คือหนูก็เป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบผู้ชายปกติค่ะแต่มีอยู่วันหนึ่งหนูได้ไปรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าเขาเป็นคนที่นิสัยดีคนหนึ่งเลยค่ะแต่เขาเอาแค่ใจไปหน่อยเรารู้จักกันผ่านทางนิยายเราคุยกันมาตลอดพอคุยกันประมาณ3อาทิตย์เขาก็ขอหนูคบกันหนูก็ตกลงนะคะเพราะหนูรู้สึกดีที่ได้คุยกับเขาแต่พอเราคบกันมันก็ไม่ได้ราบรื่นเท่าไรด้วยอะไรหลายๆอย่า

      1 คือเราอยู่ไกลกันเขาเป็นคนเชียงใหม่หนูเป็นคนชัยนาท

      2 คือหนูเรียนหนักจนแทบไม่มีเวลา

      3 เวลาว่างเรา2คนไม่ตรงกัน

      4เขาเป็นคนน่ารักเลยมีคนเข้าหาเยอะ

      5 หนูขี้งอลด้วย

      จนเราทะเลาะกันแต่หนูก็ง้อนะเหมือนหนูเป็นฝ่ายผิดทั้งๆที่หนูพยายามปรับตัวแต่สุดท้ายเขาก็ขอหนูเลิกกันแล้วบอกให้มาเป็นเพื่อนกันดีกว่าหนูก็ตกลงนะคะแต่หนูขอเวลาหน่อยตอนนั้นหนูไม่อ่านไม่ตอบแชทเขาเลยเหมือนต้องการอยู่คนเดียวแต่หนูรู้สึกโชคดีนะคะที่มีเพื่อนที่ดีเข้าใจหนูตลอดคอยปลอบคอยเป็นกำลังใจ

      จนหนูดีขึ้นพร้อมคุยกับเขาแต่ว่าเวลาคุยกันเหมือนหนูต้องใส่หน้ากากที่มีรอยยิ้มตลอดเพื่อให้เขาเห็นว่าหนูโอเคหนูไม่เป็นไรทั้งๆที่ข้างในใจหนูอยากร้องไห้แต่เพื่อไม่ให้เขากังวลหนูจึงต้องใส่หน้ากากที่มีแต่รอยยิ้มพูดคุยกับเขาแล้วค่อยๆถอยออกมาทีละนิดจนตอนนี้หนูทำใจได้ในระดับหนึ่งแล้วจนสามารถพูดคุยคอยเป็นกำลังใจได้อย่างปกติที่เพื่อนเขาทำกันค่ะ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #3
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      แอบหลงรักเพื่อนสนิทตัวเองค่ะ แต่เขาชอบเพื่อนเราอีกที เศร้ามาก เป็นรักเดียวที่มีเลย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #4
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      อ่า​ เรามีเรื่องอกหักเยอะแยะเลยเหมือนเกิดมาคู่กัน​ แต่จะเอาอันที่พีคๆ​ และไม่เศร้ามากมาเล่าละกันเนอะ


      นี่คือการอกหักครั้งสองของเรา

      เราแอบชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง​ เขาเป็นประธานนักเรียน​ อบอุ่นใจดี​ มีความเป็นผู้​น​ำ​ หน้าตาดีระดับหนึ่ง เราคอยติดตามเขาประสานงานพยายามเข้าใกล้เขาให้ได้มากที่สุด ตอนเขาเรียนจบเราเอาดอกไม้ไปให้เขาและร้องไห้ จนพี่เขาต้องเข้ามาปลอบเราบอกว่าเราเป็นน้องรักเขาเสมอ เขาปลอบเรานานมาก จนเราดีขึ้น ตอนนั้นเองไก็มีเด็กผู้ชายหัวเกรียนๆ ถือช่อดอกไม้กกับตุ๊กตาหมีมาให้พี่ และหอมแก้มเขาต่อหน้าเราพร้อมกับคำที่ทำให้เราช๊อค "จบแล้วนะครับแฟน ต่อจกนี้ก็สู้ๆ นะครับ" จากนั้ยเราก็จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีคือตอนที่ได้ยินเสียงคนนินทาพี่ว่าผิดหวัง ประธานนักเรียนภาษาอะไรเป็นเกย์แถมแดกเด็กม.1 แล้วคือพี่เขาได้ยินไง พอเห็นพี่เขาทำหน้าเศร้าเราเลยปรี้ดแตก "เป็นเกย์แล้วบ้านล่มจมหรือไง? พี่เขาเป็นเกย์แต่ก็ยังทำดีทำประโยชน์ให้สังคมมากกว่าผู้ชายแท้ๆอย่างนายอีก"

      "แล้วมรึ่ง-ไรด้วยวะ"

      "แล้วนายเสิอกเรื่องพี่เขาทำไม?" จากนั้นเราก็หันไปพูดกับพี่ว่า "พี่ค่ะ ไม่ต้องคิดมากนะ ต่อให้พี่เป็นอะไรหนูก็ไม่สน หนูชอบพี่ในแบบที่เป็นพี่นี่แหละ พี่ใจดีที่สุด นิสัยดีที่สุด เป็นคนดีที่สุดหนูชอบพี่ จำไว้ด้วยนะคะว่าครั้งหนึ่งพี่เคยทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งชอบได้ ถ้าใครหน้าไหนมาดูถูกพี่ว่าพี่เป็นเกย์อีกให้บอกเขาไปค่ะว่า เกย์อย่างผมก็เคยมีผู้หญิงมาชอบอย่างไม่มีเงื่อนไข ชอบในสิ่งที่พี่เป็นไม่ใช่หน้าตาหรือฐานะทางสังคมที่พี่มี ต่อให้พี่มีแฟนเป็นผู้นชายหนูก็ยังชอบพี่ หนูชอบพี่นะคะ!!!"


      หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย จบการอกหักครั้งที่สองไปอย่าง งงใจ เฮ้อ ทำตัวเองแท้ๆ ถ้าไม่บ้าดีเดือดสารภาพออกไปน่าจะดีกว่า แต่อย่าคิดว่าเราจะเข็ดนะ คือจริงๆ อยากจะเข็ดนั่นแหละ แต่ว่าร่างกายไม่ยอมทำตาม ต้องไปเผลอชอบใครสักคนแล้วก็อกหักแบบนี้ทุกที


      อีกอันที่จะเล่าให้ฟังก็คือครั้งที่4

      เราชอบรุ่นพี่(อีกแล้ว)​ พี่เขาสปอร์ตใจดี ตัวเตี้ยแต่เล่นบาสเก่งมากกกก เขามาเป็นพี่เลี้ยงให้ทีมบาสหญิงเรา มีอะไรเขาก็คอยช่วยคอยสอนตลอด เราก็ตีสนิทจนได้ไลน์เขามา แล้วก็คุยเรื่องกีฬาไปเรื่อย แต่แบบนานๆ ทีนะ เพราะเราไม่ค่อยชอบเล่นไลน์5555 แล้วก็วันหนึ่งเราจะชวนพี่เขาไปเที่ยวงานที่ ม. ด้วยกัน แต่พี่เขากลับบอกว่า

      พี่จะไปกับแฟน....

      เรานี่แบบ เชี่ยยย พี่มีแฟนตอนไหนวะ???? ทำไมตรูไม่รู้เรื่องงงง ช้ำใจได้แต่ถอยหลังมา แต่แฟนพี่สวยน่ารักดีน้องดีใจด้วย ส่วนน้องไม่ตายก็หาใหม่ได้..... ขอลาไปทำบุญให้ตัวเองเพื่อจะลงจากคานทองนี้ได้เสียทีอยู่มานานเกิน...... ฮือ

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #5
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ประสบการณ์อกหักของเราคือ...จริงๆก็ไม่ได้พีคอะไรมากมายนะ มันก็เข้าตำราที่ว่า หมดรักก็ต้องเลิกกันไป ต้องย้อนความก่อนว่า เรากับเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถม ซึ่งตอนนั้นเราสองคนสนิทกันมาก จนเพื่อนๆชอบล้อว่าเป็นแฟนกัน แต่เรากับเขาก็ไม่ได้คิดอะไรกันนะ จนพอโตขึ้น...จู่ๆวันนึง เขาก็มาขอเราเป็นแฟน เราก็ตกลงเพราะส่วนตัวเราก็รู้สึกดีกับเขา ช่วงที่คบกัน เขาก็ดูแลเราดีมาก เราก็คบกันแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาอะไร จนกระทั่งหลังๆเรารู้สึกเหมือนว่า เขาทำเพราะสถานะของเราคือ แฟน แต่แบบเขาก็ไม่ได้นอกใจเราไปคุยกับคนอื่นหรืออะไร แต่เขามักจะมองเพื่อนสนิทของเราบ่อยๆ ชอบชวนเพื่อนสนิทเราคุยนั้นคุยนี่ โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นเรื่องเรียน เราก็เลยไม่ได้คิดอะไร จนแบบวันนึง เพื่อนสนิทเราสารภาพกับเราว่าชอบแฟนเรา เราก็เอาเรื่องนี่ไปเล่าให้แฟนฟัง เราเห็นแฟนเรายิ้ม...ความรู้สึกตอนนั้นคือ จุก เวลาอยู่กับเราเขาไม่เคยยิ้มขนาดนั้นมาก่อน เราเลยถามเขาไปตรงๆ เขายังรักเราเหมือนวันแรกที่เขามาขอเราคบรึเปล่า เขาเงียบไป เราเลยถามเขาอีกว่า เลิกกันไหม? ตอนแรกเขาก็จะไม่ยอมเลิก แต่เราก็บอกเขาว่า ถึงจะคบกันต่อไปก็มีแต่แย่ลง เหมือนคบกันไปวันๆ ในเมื่อไม่ได้รักกันแล้ว ก็ควรจบๆกัน เขาก็เลยยอมเลิกกับเรา แต่ก็ถือว่าจบกันด้วยดี ตอนนี้เรากับเขาก็ยังเป็นเพื่อนที่สนิทกันอยู่เหมือนเดิม

      ป.ล.ถึงจะทำให้เราเข็ดกับการมีความรักไปพักใหญ่ๆก็เถอะ แต่เขาก็ทำให้เราได้พบรักครั้งใหม่ที่สดใส

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?