เจ.เค.โรว์ลิ่งเผยความลับ 8 เทคนิคที่ช่วยให้เราเขียนนิยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด []

วิว

เจ.เค.โรว์ลิ่งเผยความลับ
8 เทคนิคที่ช่วยให้เราเขียนนิยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน เจ.เค.โรว์ลิ่งเป็นนักเขียนที่สร้างโลกมหัศจรรย์อันยิ่งใหญ่ ในฐานะนักเขียน เหมือนกัน เราอาจเคยสงสัยว่าเธอทำได้ยังไง? ทำไมเธอถึงเขียนหนังสือได้หลายเล่ม? เธอมีวิธีอะไรที่ทำให้ไอเดียของเธอไหลลื่นอยู่ตลอดเวลา? คำถามเหล่านี้คงเต็มหัวกันสินะ โชคดีมากจริงๆ ที่เข้ามาอ่านบทความนี้ เพราะพี่น้ำผึ้งมีความลับที่อยากจะบอกทุกคนค่ะ

ฟังนะ นี่แหละคือความลับที่ทำให้เจ.เค.โรว์ลิ่งประสบความสำเร็จในวงการวรรณกรรม เธอไม่ได้มีกายสิทธิ์ที่จะเสกให้นิยายของเธอจบสมบูรณ์ แต่เธอแค่เขียนมัน เขียนไปเรื่อยๆ พอรู้ตัวอีกทีแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็มีถึง 1,084,170 คำแล้ว!

ความลับง่ายๆ ที่ทุกคนรู้แต่ทำไม่ได้ เพราะงั้นกลเม็ดเคล็ดลับฉบับนี้เลยชวนน้องๆ มาดู 8 สเต็ปสุดวิเศษที่จะพาเราดำดิ่งลงไปสู่การเขียนนิยายที่เป็นกิจวัตรและไม่ยอมแพ้ต่อตัวขี้เกียจค่ะ

 

เจ.เค.โรว์ลิ่งเผยความลับ 8 เทคนิคที่ช่วยให้เราเขียนนิยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
 

เชื่อในเวทมนตร์

น้องๆ รู้มั้ยคะว่าเวทมนตร์อยู่รอบตัวเรา… หลายคนอาจไม่เชื่อ แต่พี่อยากให้น้องๆ เชื่อก่อน เพราะเทคนิคข้อนี้เกี่ยวกับความเชื่อล้วนๆ เลย เราต้องเริ่มจากการเชื่อมั่นในตัวเองว่าเราคือนักเขียน เชื่อในเนื้อเรื่องที่เราสร้างขึ้น และเชื่อว่าเราสามารถทำให้นิยายเรื่องนี้ดำเนินต่อไปได้

ดูอย่างเจ.เค.โรว์ลิ่งสิ เธออยากเป็นนักเขียนตลอดเวลาและเธอก็คิดเรื่องราวต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีคนอ่านงานเขียนของเธอ (และเด็กผู้ชายก็อ่านมันด้วยนะ) ดังนั้นเพื่อที่เราจะเป็นนักเขียนได้ เราต้องเริ่มจากความเชื่อของเราก่อน เราต้องเชื่อว่าเรามีเวทมนตร์ที่จะเสกให้ตัวละครของเราโลดแล่นบนหน้ากระดาษ เชื่อสิ ทุกอย่างเริ่มต้นจากความฝันทั้งนั้น เจ.เค.โรว์ลิ่งเองก็เช่นกัน ลองฟังนักเขียนที่มีชื่อเสียงระดับโลกพูดถึงแนวคิดในการเป็นนักเขียนช่างฝันของเธอในคลิปด้านล่างได้เลย แล้วจะรู้ว่าเราต้องเชื่อมั่นในความฝันของเราและลงมือทำมัน

Clip

J.K. Rowling - Dreams of Becoming a Writer


 

คิดว่าการเขียนคืองานของคุณ

ความจริงก็คือ ไม่ว่าการเขียนจะเป็นงานหลักของเราหรือเป็นสิ่งที่เราอยากให้เป็น เราควรทำเหมือนกับว่ามันเป็นงานประจำของเรา นั่นหมายความว่าเราควรตั้งเวลาที่จะทำมันให้เสร็จชัดเจน นักเขียนบางคนถึงขั้นตั้งลิมิตไว้เลยว่าวันนี้จะต้องเขียนกี่คำ กี่หน้า (มาร์ค ทเวนตั้งเป้าว่าจะต้องเขียนให้ได้ประมาณ 1,800 คำต่อวัน)

เจ.เค.โรว์ลิ่งไม่เคยพูดว่าเธอจะต้องเขียนให้ได้กี่คำต่อวัน เธอเพียงแค่กำหนดเวลาว่าจะเขียนกี่ชั่วโมงในแต่ละวัน แล้วเธอก็จะทำมันให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หลังจากที่แฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ดังเปรี้ยงปร้าง เธอพยายามทำให้การเขียนนิยายเป็นงานเต็มเวลาของเธอ เธอกำหนดไว้เลยว่าจะต้องเขียนให้ได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน แม้ว่าในบางครั้งนั่นอาจหมายถึงการทำงานตลอดทั้งคืน เนื่องจากเธอเป็นซิงเกิ้ลมัมและต้องดูแลลูกของเธอ การฉวยเอาเวลาว่างเล็กๆ น้อยๆ มาเขียนก็เป็นทางเลือกที่ดีหากเราไม่สามารถเขียนได้ 8 ชั่วโมงต่อวันเหมือนกับเจ.เค.โรว์ลิ่ง

 

คิดว่าการเขียนไม่ใช่งานของคุณ

อ่านแล้วอย่าเพิ่งขมวดคิ้วไปว่าทำไมข้อนี้ถึงตรงข้ามกับข้อที่ 2 เอ๊ะ อ่านผิดหรือเปล่า? เปล่าค่ะ ไม่ได้อ่านผิดหรอก จริงอยู่ที่เราควรเขียนมันทุกวัน ควรทำมันให้กลายเป็นชีวิตประจำวันของเรา จริงอยู่ที่เราควรหมกมุ่นอยู่กับมันและจริงจังกับมัน แต่ในบางครั้งถ้ามากเกินไป มันจะกลายเป็นว่าเรากำลังกดดันตัวเองจนทำให้เราสูญเสียความสามารถในการสร้างเวทมนตร์ของเรา (ยังจำข้อ 1 ได้ใช่มั้ย?)

ที่พูดอย่างนี้ พี่น้ำผึ้งกำลังจะบอกน้องๆ ทุกคนว่าอย่าเครียดมากเกินไปค่ะ อย่ากดดันว่าต้องเขียนให้ได้ xxx คำต่อวัน อย่ากดดันว่าต้องเขียนให้ได้ xxx ชั่วโมงต่อวันถ้านั่นไม่ใช่สไตล์ของเรา ตัวเลขพวกนั้นอาจเป็นแรงผลักดันที่ดีสำหรับนักเขียนบางคน แต่กับนักเขียนบางคนก็ไม่ใช่ เราอาจไม่ใช่หนึ่งในนั้น อย่าลืมว่าการเขียนนิยายให้จบไม่ใช่เรื่องของการกำหนดว่าเราต้องเขียนให้ได้กี่คำ มันเป็นเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่างหาก ถ้าเรากดดันตัวเองมาก มันจะทำให้เราตัน คิดไม่ออก ไปต่อไม่ถูก เผลอๆ อาจทำให้เราหยุดเขียนกลางคันได้ เพราะงั้นการกดดันตัวเองมากเกินไปน่าจะให้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

ทางที่ดีเราควรรู้จักการผ่อนหนักเป็นเบา ถ้าหากวันนี้เราเขียนไม่ได้ตามเป้า เราก็ควรมาพิจารณาดูดีๆ ว่าอะไรทำให้เราเขียนไม่ได้ตามเป้า ถ้าเป็นเพราะเราไม่รู้ว่าฉากนี้ควรจะเขียนยังไง นั่นหมายถึงว่าเรายังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการเขียน ดังนั้นเราควรกลับไปหาข้อมูลและทำการบ้านเยอะๆ ค่ะ

 

เจ.เค.โรว์ลิ่งเผยความลับ 8 เทคนิคที่ช่วยให้เราเขียนนิยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

แรงบันดาลใจมาได้ตลอดเวลา จงเตรียมพร้อมให้ดี

หากเราเอาแต่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานแล้วจ้องมองแผ่นกระดาษอย่างหวังว่าจะมีคำพูดปรากฎขึ้น บอกเลยว่ายาก แถมยังเป็นการกดดันตัวเราไปอีก เชื่อเถอะ บางครั้งอยู่ดีไม่ว่าดีฟ้าก็ผ่าได้นะ แล้วเราก็อาจจะนึกถึงเด็กคนหนึ่งที่มีแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผากของเขา

สำหรับเจ.เค.โรว์ลิ่ง ภาพของเด็กคนหนึ่งลอยเข้ามาในหัวขณะที่เธอกำลังจ้องมองพื้นที่ว่างเปล่าตอนที่รอรถไฟจากแมนเชสเตอร์ไปลอนดอน ไม่ เธอไม่ได้บังเอิญอยู่ในชานชาลา 9 ¾ เธอเเค่บังเอิญได้ไอเดีย แต่โชคไม่ดีเท่าไหร่ที่ ณ ตอนนั้นเธอไม่ได้พกปากกามาด้วย

ใช่ค่ะ และนี่คือคำเตือนสำหรับน้องๆ นักเขียนทุกคน จงเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่กันที่ไอเดียจะโผล่เเว็บเข้ามาในหัว ซึ่งการเตรียมพร้อมที่ว่านี้ไม่ใช่เรื่องของการเตรียมปากกา ดินสอ สมุด โพสต์อิท หรือไอแพด! แต่เป็นการเตรียมพร้อมที่จะปลดปล่อยไอเดียของเราให้ไหลลื่นต่างหาก โดยโรว์ลิ่งเคยพูดถึงประสบการณ์นี้ว่า

“ฉันเพียงแค่นั่งและคิดเป็นเวลาสี่ชั่วโมง (รถไฟมาล่าช้า) ในขณะที่รายละเอียดทั้งหมดเกิดขึ้นในสมองของฉัน ร่างกายผอมกะหร่อง ผมสีดำ เด็กชายสวมแว่นที่ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นพ่อมด สำหรับฉัน ทั้งหมดเหมือนจริงมาก [...] บางที ถ้าฉันลงมือถ่ายทอดความคิดลงบนกระดาษ มันอาจทำให้ฉันพลาดรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับพวกเขาก็ได้”

เห็นไหมคะน้องๆ รถไฟล่าช้าและการขาดอุปกรณ์ในการเขียนทำให้เจ.เค.โรว์ลิ่งสร้างสรรค์เรื่องราวอันยิ่งใหญ่ในศตวรรษได้ แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ.เค.โรว์ลิ่งขาดปากกาและกระดาษนะ ยังมีอีกหนึ่งเรื่องเล็กๆ ที่น่าสนใจ โรว์ลิ่งถึงขั้นเขียนชื่อตัวละครลงบนถุงใส่อาเจียนบนเครื่องบินเลยทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเจ.เค.โรว์ลิ่งกล่าวว่า “ฉันสามารถเขียนนิยายได้ทุกที่”

แต่พี่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเราต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เราควรจงใจลืมนำสิ่งต่างๆ ที่ไว้ใช้สำหรับเขียนติดตัวมาด้วย บทเรียนจากข้อนี้ก็คือ ทำใจให้กว้างเพื่อเตรียมรับไอเดียใหม่ๆ ที่อาจวิ่งเข้ามาต่างหากค่ะ

 

วางแผนล่วงหน้า

ความคิดมาแค่แป็บเดียว อาจแค่ชั่ววินาทีเดียวด้วยซ้ำ แต่การเขียนจริงนี่สิใช้เวลานานกว่า เจ.เค.โรว์ลิ่งใช้เวลากว่า 5 ปีในการวางโครงเรื่องทั้งหมด เล่มต่อเล่ม เธอพัฒนาพล็อต ตัวละคร ชื่อ และกฎต่างๆ กฎที่ปกครองโลกพ่อมดแม่ เธอคิดมันออกก่อนที่เธอจะคิดว่าคำว่า “บทที่หนึ่ง” ได้ซะอีก

การวางแผนสำคัญมาก มันทำให้เรารู้ว่านิยายของเราจะไปในทิศทางไหน มันจะช่วยให้เราไม่หลงประเด็นหรือออกทะเลไปไกล บอกเลยว่าเทคนิคนี้ดี ไม่ว่าเราจะเป็นนักเขียนนิยายหรือบล็อกเกอร์ ใครๆ ก็สามารถนำเทคนี้ไปใช้ได้ สร้างเอ้าท์ไลน์ กำหนดรายละเอียดต่างๆ และอย่าเพิ่งเริ่มต้นเขียนจนกว่าจะเราจะรู้ตอนจบที่ชัดเจน

 

เจ.เค.โรว์ลิ่งเผยความลับ 8 เทคนิคที่ช่วยให้เราเขียนนิยายได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
 

ฆ่าที่รักของคุณ

โอเค นี่อาจไม่ใช่คำพูดของเจ.เค.โรว์ลิ่ง เพราะอันที่จริงมันเป็นคำพูดของ วิลเลียม ฟอล์คเนอร์ นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันต่างหาก แต่ใจความสำคัญของข้อนี้คือการ “เต็มใจที่จะโยนสิ่งต่างๆ ทิ้งไป แม้เราจะคิดว่ามันดี” กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือการแก้ไข แก้ไข และแก้ไขนั่นเอง!

เราอาจวางแผนอย่างละเอียดแล้วว่ามันเป็นยังไงในรูปแบบของ bullet-point แต่เมื่อเราต้องเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบการบรรยาย เราอาจพบว่ารายละเอียดบางอย่างไม่ได้ผลเหมือนอย่างที่เราคิด ฉากบางฉากที่เราเขียนอาจนำไปสู่สิ่งที่ไม่คาดฝัน หรืออาจไม่นำไปสู่อะไรเลยก็ได้ มันฟังดูเป็นเรื่องที่ทุกข์ทรมานเมื่อเราจำเป็นต้องตัดอะไรบางอย่างออกไป แต่การเต็มใจที่จะปรับแผนและแก้ไขงานเขียนของเราเป็นกุญเเจสู่ความสำเร็จนะ

น้องๆ รู้มั้ย อีกหนึ่งสิ่งที่น่าทึ่งที่เจ.เค.โรว์ลิ่ง ทำคืออะไร? มันคือการที่เธอรีไรท์บทนำของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์ ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองครั้ง แต่เธอรีไรท์ถึง 15 ครั้งเลยทีเดียว! นั่นไม่ความว่าเธอลงมือ “ฆ่า” ที่รัก (ส่วนที่เธอรัก) ถึง 14 ครั้งจนได้สิ่งที่ดีที่สุดออกมา

ดังนั้นจงเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงและรู้ว่าเราอาจต้องตัดคำบางคำ ประโยคบางประโยค หรือตัดมันออกทั้งหมด เหตุผลก็คือ เราอาจรักลูกน้อยเหล่านี้ แต่สำหรับผู้อ่าน พวกเขาอาจเป็นเพียงรายละเอียดที่ไม่จำเป็นนัก ซึ่งนี่แหละนำเราไปสู่ ​​...

 

เขียนเหมือนผู้อ่าน

เจ.เค.โรว์ลิ่งบอกว่า เธอไม่ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายนักอ่านที่ชัดเจนขณะที่เขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ เธอแค่เขียนอะไรก็ได้ในสิ่งที่เธออยากอ่าน ดังนั้นลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้สิ เราใส่รายละเอียดมากเกินไปหรือเปล่า? รวมไปถึงไอเดียที่เราสุดแสนจะภูมิใจแต่มันไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับพล็อตเราเลย แทนที่จะจบบท (หรือจบ) อย่างน่าตื่นเต้น เราดันบอกหมดเลยหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนถัดไป

เจ.เค.โรว์ลิ่งกล่าวว่า เทคนิคง่ายๆ ในการทำให้เรื่องของเราลึกลับและน่าตื่นเต้นตลอดคือการไม่เปิดเผยความลับเร็วเกินไป เธอบอกว่าเธอเขียนร่างแรกของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับศิลาอาถรรพ์เธอจบก่อนที่เธอจะใส่องค์ประกอบสำคัญๆ ลงไป ดังนั้นมันจึงทำให้เล่มแรกของเธอไม่น่าเบื่อและยังคงน่าตื่นเต้น

ถ้าเปรียบนิยายเป็นอาหาร พล็อตและเนื้อเรื่องเปรียบเหมือนอาหารจานหลักของนักอ่าน ขณะที่องค์ประกอบต่างๆ เปรียบเหมือนของหวาน โรว์ลิ่งยังเพิ่มสิ่งน่าสนใจต่างๆ ลงไปในเรื่องเช่น ชื่อตลกๆ (เบอร์ตี้ บ็อตต์ ลูกอมเม็ดทุกรส) แนวคิดเหนือโลก (ลูกอมรสขี้หู) และตัวละครที่เหมือนคนจริงๆ (ไม่ เราไม่ได้หมายถึงเบอร์ตี้ บ็อตต์ แต่เราหมายถึงแฮร์รี่และผองเพื่อนของเขาต่างหาก) จะเห็นได้ว่าเจ.เค.โรว์ลิ่งมีความสามารถในการจับใจและจินตนาการของผู้อ่านด้วยการใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เกี่ยวกับโลกพ่อมดแม่มดมากที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

หากใครยังไม่เก็ทเท่าไหร่ ลองฟังโรว์ลิ่งพูดถึงที่มาของไอเดียสุดเจ๋งตามคลิปด้านล่างสิ แล้วเราจะรู้เลยว่าหัวใจสำคัญของการเขียนคือ “เขียนในสิ่งที่อยากอ่าน” 

Clip

J K Rowling on how she created Harry Potter


 

อ่านโคว้ทสร้างแรงบันดาลใจ

เคล็ดลับข้อนี้อาจไม่ยากเท่าข้ออื่นๆ แต่บอกเลยว่าทำแล้วได้พลังฮึดมาเพียบ ในบางครั้งเมื่อเราสร้างกำลังใจเองไม่ได้ เราอาจต้องใช้แรงผลักดันอื่นๆ เพื่อช่วยให้เราเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง ใช้มันเพื่อกระตุ้นให้เรารู้สึกอยากเขียนตลอดเวลา ใช้มันสร้างพลังบวกเมื่อรู้สึกไม่อยากเขียนนิยาย มีโคว้ทต่างๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น 

  • ฉันแค่เขียนในสิ่งที่ฉันต้องการจะเขียน ฉันเขียนในสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกขบขัน ฉันแค่เขียนเพื่อตัวเอง
  • สิ่งที่คุณเขียนคือสิ่งที่บ่งบอกว่าคุณเป็นใคร ... ดังนั้นขอให้แน่ใจว่าคุณรักสิ่งที่คุณเขียนอยู่
  • เขียน รอ และภาวนา แฮร์รี่ พอตเตอร์ก็เป็นเหมือนเรามาก่อน

ลองหาโคว้ทที่ใช่ อ่านแล้วรู้สึกมีแรงฮึดมาแปะไว้ตามผนัง โต๊ะ หรือแม้แต่ตั้งเป็นหน้าจอมือถือสิ รับรองมีแรงผลักดันให้เขียนนิยายแน่นอน

 

ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราเขียนนิยายไปจนจบเลยก็คือ “จงรักในสิ่งที่เราเขียนและไม่ยอมแพ้” เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารักพวกเขา เราจะอยากเห็นการเติบโตของเขาไปจนถึงบั้นปลายชีวิต (ในที่นี้คือตอนจบของเรื่อง) และนั่นจะทำให้เราไม่มีวันทิ้งพวกเขาไว้กลางทางเเน่นอน พยายามเข้านะเหล่านักเขียนเด็กดีทุกคน 
 

 พี่น้ำผึ้ง :) 

ขอบคุณข้อมูลจาก

Grammarly.com
Wordcounter.net
explore.brainpickings.org
Jkrowling.com
nownovel.com

Deep Sound แสดงความรู้สึก

 

 

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #เทคนิคการเขียนนิยาย #เขียนนิยาย #แต่งนิยาย #เขียน #หนังสือ #เจ.เค.โรว์ลิ่ง #J.K. #Harry potter #แฮร์รี่ พอตเตอร์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?