จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา! (สิ่งที่นักเขียนกังวล) []

วิว

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา!
(สิ่งที่นักเขียนกังวล)


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ พี่แนนนี่เพนบังเอิญได้ไปอ่านบทความหนึ่งที่พูดถึง “การขโมยความคิด” เกี่ยวกับไอเดียในงานเขียน พี่เลยนึกถึงน้องๆ นักเขียนชาวเด็กดีที่เคยตั้งกระทู้เมื่อนานมาแล้วว่ามีคนลอกไอเดีย ลอกผลงานแล้วอ้างว่า “เป็นแรงบันดาลใจ ไม่ใช่การขโมยความคิด” วันนี้พี่เลยจะมาชวนน้องๆ นักเขียนหลายคนที่กังวลกันมากๆ ให้ลองอ่านลองตัดสินใจกันดูก่อนว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง   
 
ก่อนอื่น เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่าการ “ขโมยไอเดีย” นั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในงานที่ใช้ความสร้างสรรค์ พี่ไม่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านในเรื่องของไอเดียที่มีแนวคิดเหมือนๆ กัน แต่น้องๆ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ไอเดียที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ของเราเนี่ย เราคิดได้ ทำไมคนอื่นถึงจะคิดเหมือนเราไม่ได้ พี่จะบอกว่าเรื่องแบบนี้มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ระหว่างคำว่า “คิดเหมือนกัน” กับ “ลอก” อยู่นะคะ แล้วอะไรคือความแตกต่างของทั้งสองคำนี้กันล่ะ?
 
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา! (สิ่งที่นักเขียนกังวล)
 

“คิดเหมือนกัน” หรือ“ลอก” ?

การลอกเลียนผลงาน คือ การที่ผลงานนั้นมีการใช้ภาษาหรือความคิดที่เหมือนกัน นำเสนอเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชนโดยไม่ให้เครดิตผู้เขียนต้นฉบับ เราสามารถตรวจสอบได้เลยว่างานนี้ลอกหรือไม่ได้ลอกจากผลงานต้นฉบับที่เราเคยอ่านหรือเราเป็นเจ้าของ
 
ส่วนเรื่องความคิดที่เหมือนกันนั้น เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ เลยค่ะ หลายคนคิดว่าพล็อตนิยาย โครงเรื่อง ตัวละคร ก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ ยืมนั่นมาผสมนี่แต่งเติมเรื่องเข้าไปก็สามารถกลายเป็นไอเดียใหม่ๆ ได้แล้ว จริงๆ มันก็ถูกครึ่งไม่ถูกครึ่ง เอาเป็นว่าจะลองยกตัวอย่างที่ได้อ่านจากบทความมาเล่าให้ฟังกันสักหน่อย 
 

คิดเหมือนกันได้ แต่ต้องเล่าเรื่องไม่เหมือนกัน!

ไอเดียเกี่ยวกับพล็อตเดี๋ยวนี้มีที่คล้ายๆ กันอยู่มาก แต่มันก็เป็นความคิดที่พื้นฐานมากๆ ที่เราจะคิดอะไรเหมือนๆ กัน ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เพอร์ซีย์ แจ็คสัน ทั้งสองเรื่องเป็นหนังสือที่โด่งดังมากและมีความคิดคล้ายๆ กัน คือ เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งรู้ว่าพ่อแม่ของพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาทั่วไป แล้วพวกเขาก็ได้รับพลังพิเศษติดตัวมาด้วย ทั้งสองเรื่องนี้มีไอเดียที่คล้ายๆ กัน แต่ก็ไม่มีใครคิดว่านี่เป็นการลอกกัน เพราะเมื่อมองโครงสร้างใหญ่ๆ เช่น การดำเนินเรื่อง ปมความขัดแย้ง ตัวละครอื่นๆ แล้ว ไม่ได้มีการเล่าเรื่องที่ "เหมือน" กันเลย นี่จึงเป็นตัวอย่างของไอเดียที่คล้ายกัน แต่นำเสนอผลงานที่แตกต่างกัน 
 
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา! (สิ่งที่นักเขียนกังวล)
 

ไอเดียดีๆ ที่เป็นต้นแบบ มักจะถูกขโมยไอเดียไปใช้อยู่แล้ว!?

เรื่องไอเดียดีๆ ต้องพูดถึงวรรณกรรมที่เป็นแบบอย่าง หรือได้รับความนิยมมากๆ จนมีคนอยากให้เกิดเรื่องดีๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ พี่หมายถึง เรื่องของตำนาน หรือไอเดียพื้นฐานที่นิยายส่วนใหญ่ใช้กัน เช่น การนำตำนานมาเป็นส่วนหนึ่งในงานเขียน หรือการใช้พล็อตที่ต้องมีปมความขัดแย้ง ซึ่งแน่นอนว่านิยายหลายเรื่องมีความคล้ายคลึงกันจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น โรมิโอกับจูเลียต เรื่องนี้มักเป็นแรงบันดาลใจของพล็อตที่สร้างความขัดแย้งได้ดี ตัวละครที่เป็นศัตรูกันจะสามารถรักกันได้ไหม? ครอบครัวที่เป็นศัตรูกันจะยอมรับความรักของพระเอกนางเอกได้หรือไม่? ศัตรูกับผู้ร้ายรักกันได้หรือเปล่า? ที่พี่ยกตัวอย่างมามันคือความขัดแย้งที่ก้ำกึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างลอกไหมนะ หรือไม่ได้ลอก ซึ่งในมุมมองของพี่คิดว่ามันเป็นความคิดหรือไอเดียพื้นฐานมากๆ ถ้าเราจะมีปมแบบนี้เหมือนๆ กัน แต่ถ้าใช้ชื่อตัวละครเลย หรือดำเนินเรื่อง เล่าเรื่องเหมือนเขาเป๊ะๆ อันนี้น่าจะไม่ใช่ไอเดียเหมือนแล้วล่ะ 
 
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา! (สิ่งที่นักเขียนกังวล)
 

เส้นบางๆ ของคำว่า “ไอเดียเหมือนกัน”

“ตั้งใจ” ขโมยไอเดียแน่ๆ
อย่างที่บอกว่าทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมี “พื้นฐาน” ดั้งเดิมอยู่ก่อนแล้ว ถ้าใครสักคนอ้างว่าไม่รู้จักพล็อตแบบนี้เรื่องราวแบบนี้มาก่อนเล้ย แต่การดำเนินเรื่อง ตัวละคร ฉาก เหตุการณ์ ดันไปเหมือนเรื่องที่เคยมีอยู่ก่อนแล้ว แบบนี้ไม่เรียกว่าแรงบันดาลใจนะ เรียกว่าลอก! ตัวอย่างเช่น นิยายเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวเด็กชายกำพร้าที่มีพลังเหนือธรรมชาติ เขาเป็นพ่อมดที่อาศัยอยู่ในโรงเรียนกินนอน เป็นตัวเอกที่สามารถกำจัดศัตรูตัวร้ายได้ พล็อตแบบนี้มีเยอะ แต่ถ้าใครเคยอ่านเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ มาก่อนก็ต้องรู้ใช่ไหมว่าถ้าโครงเรื่องไปเหมือนกันอีกเนี่ย เอ.. มันคือความตั้งใจหรือแรงบันดาลใจกันนะ 
 
“ไม่รู้จัก” ไอเดียนี้มาก่อนเล้ย
โอกาสที่คนสองหรือสามคนจะมีความคิดแบบเดียวกันเกิดขึ้นได้แน่นอนค่ะ แต่ๆๆ คำว่าไม่รู้จักเรื่องนี้มาก่อนเนี่ย ต้องพิจารณานะคะ ว่าโอกาสที่คนเราจะเล่าเรื่องออกมาเหมือนๆ กันเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน คำพูด การกระทำของตัวละคร ฉาก หรือปมของเรื่องเหมือนกันได้ไหมนะ พี่ตอบให้เลยก็ได้ว่าน้อยมาก ให้พี่น้องสองคนมาเล่าการ์ตูนเรื่องเดียวกันให้ฟัง เล่ายังไงก็ไม่เหมือนกันแน่นอน ดังนั้น ถ้าไม่รู้จักจริงๆ ต้องไม่มีโครงเรื่องที่เหมือนกันนะจ๊ะ 
 

"ไอเดียนั้นเกิดขึ้นได้ง่าย แต่การเขียนให้เสร็จนั้นยากกว่า!"

นักเขียนที่ชื่อ Bryn ได้เขียนถึงเรื่องการขโมยไอเดียที่สร้างความกังวลให้กับเหล่านักเขียนไว้ว่า เรื่องการขโมยไอเดียไม่ควรเป็นเรื่องที่นักเขียนต้องกังวลเลย เพราะเธอมองว่าการเกิดไอเดียนั้นง่ายมากๆ แต่การเขียนให้เสร็จนั้นยากกว่า ซึ่งเธอบอกว่าเราทุกคนมีความคิดสรางสรรค์ตลอดเวลาอยู่แล้ว (พี่เห็นด้วยว่าไอเดียเกิดขึ้นได้รอบตัวเราเลย) แต่การจะเขียนไอเดียออกมาให้ได้ห้าสิบถึงหนึ่งร้อยหน้านั้น ต้องอาศัยรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ อีกมากมาย เธอเรียกสิ่งที่เพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ ระหว่างการเขียนนี้ว่า "เจ้าปีศาจที่แฝงอยู่ในรายละเอียด" ซึ่งพี่เห็นด้วยมากๆ ว่าต่อให้ใครจะมีไอเดียเหมือนเรา แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับฝีมือการเขียนของเราอยู่ดี ว่าจะต่อสู้กับปีศาจแล้วเขียนให้จบได้ยังไง (คนละเรื่องกับการลอกผลงานเลยน้า)
 
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา! (สิ่งที่นักเขียนกังวล)
 

ความคิดไม่มีลิขสิทธิ์?

"นักเขียนควรให้ความสำคัญกับการเขียนมากกว่าการปกป้องไอเดีย" เพราะการเขียนถือเป็นลิขสิทธิ์ แต่ความคิดไม่สามารถเป็นได้! กับประเด็นนี้ที่ Bryn นักเขียนสาวได้เขียนไว้ พี่เห็นด้วยกับเธอนะ เพราะพี่มองว่าการเขียนไอเดียของเราเป็นผลงานออกมาสู่สาธารณะชนนี่แหละ เป็นการแสดงไอเดียของเรา และเป็นการปกป้องไอเดียของเราอีกวิธีหนึ่ง หากใครมีผลงานที่คล้ายกับเราในภายหลัง เราก็สามารถโต้แย้งและปกป้องความคิดของเราได้! 
 
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีคนขโมยไอเดียของเรา! (สิ่งที่นักเขียนกังวล)

 
พี่เองก็เคยมีไอเดียพล็อตนิยายเกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากหนังที่เคยดู หรือเพลงที่เคยฟัง พี่ไม่เคยกังวลเลยว่าจะมีใครมาขโมยไอเดีย แต่พี่กังวลว่าไอเดียของพี่จะไปเหมือนนักเขียนคนอื่นมากกว่า พอลองมาคิดๆ ดูแล้ว เราห้ามความคิดเราไม่ให้ไปซ้ำกับใครไม่ได้หรอกค่ะ เราคิดเหมือนกันได้ แต่เราจะเขียนเล่าเรื่องเหมือนกันไม่ได้นะคะ! 
 
พี่หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ คลายกังวลเกี่ยวกับเรื่องการขโมยไอเดียได้บ้างไม่มากก็น้อย จำไว้ว่าตราบใดที่ภาษาไทยยังมีคำว่า “เห็นด้วย” เพื่อแสดงความคิดว่า “ฉันเห็นด้วยกับคุณนะ” เพียงเท่านี้ก็ตอบคำถามได้มากมายแล้วว่า “ทำไมคนเราจะคิดเหมือนกันไม่ได้” แต่ถึงอย่างไรการขโมยความคิดก็ยังไม่รุนแรงเท่าการขโมยผลงานแน่นอน! 
 

ถ้าน้องๆ มีความคิดเห็นเหมือนพี่หรือเห็นต่างจากพี่ยังไง
ลองเสนอความคิดของน้องๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้เข้ามาได้เลยค่ะ
ยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น  
พี่แนนนี่เพน
 
ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก
 
 
​7 ความรู้สึกนี้ ต้องนักอ่านเด็กดีเท่านั้น ถึงเข้าใจ!!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #ลอก #แรงบันดาลใจ #กังวล

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

  • ถูกลบเนื่องจาก:
    #1
    ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

    ตอนเราเริ่มเขียนนิยายส่วนใหญ่จะมาจากว่า 'เราอ่านนิยายเรื่องนั้นแล้วเราชอบเนื้อเรื่องประมาณนี้' เราจึงอยากเขียนเรื่องราวแบบนี้ที่เราชอบ จึงมีบ้างบางครั้งที่เราเอาโครงเรื่องบางส่วนของเขามาดัดแปลงในนิยายของตัวเอง เหตุผลก็คือชอบไสตล์นั้นเลยอยากอ่านแบบนั้นหรืออยากลองแต่งบ้าง เหมือนที่เราอ่านนิยายจีน พวกที่นางเอกไปเกิดใหม่ต่างโลกในร่างของคุณหนูแสนอ่อนแอที่มักจะถูกรังแกอยู่เสมอ แล้วเธอก็ทำการแก้แค้นทุกคนที่เคยรักแกเธอหรือเจ้าของร่างเดิมที่เธอมาอยู่ ซึ่งนิยายแนวนี้เราเห็นเยอะมาก โครงเรื่องคล้ายกันเลย แต่การดำเนินเรื่องเล่าเรื่องราวของแต่ละคนก็แต่ต่างกันออกไป นิยายของเราเอกก็ลอกโครงเรื่องมาจากนิยายที่เราชอบ แต่พวกนิสัยตัวละครการดำเนินเรื่องก็จะแตกต่างออกไป เพราะเวลาอ่านนิยายมันก็มักจะมีตรงที่เรารู้สึกว่า อย่ากจะให้เป็นแบบนี้แบบนั้นจังเลยน้า.... จึงเอาความคิดตรงนั้นมาใส่ในนิยายของตัวเอง แม้นิยายของเราจะมีพื้นฐานมาจากของคนอื่น แต่เรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่เราคิดเอง บางครั้งเราก็อ่านนิยายเรื่องอื่นเพื่อดูวิธีการเล่าเรื่อง แล้วเอามาปรับใช้ให้มันเหมาะสมกับนิยายในแบบที่เราอยากแต่งด้วย

    ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      #1
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ตอนเราเริ่มเขียนนิยายส่วนใหญ่จะมาจากว่า 'เราอ่านนิยายเรื่องนั้นแล้วเราชอบเนื้อเรื่องประมาณนี้' เราจึงอยากเขียนเรื่องราวแบบนี้ที่เราชอบ จึงมีบ้างบางครั้งที่เราเอาโครงเรื่องบางส่วนของเขามาดัดแปลงในนิยายของตัวเอง เหตุผลก็คือชอบไสตล์นั้นเลยอยากอ่านแบบนั้นหรืออยากลองแต่งบ้าง เหมือนที่เราอ่านนิยายจีน พวกที่นางเอกไปเกิดใหม่ต่างโลกในร่างของคุณหนูแสนอ่อนแอที่มักจะถูกรังแกอยู่เสมอ แล้วเธอก็ทำการแก้แค้นทุกคนที่เคยรักแกเธอหรือเจ้าของร่างเดิมที่เธอมาอยู่ ซึ่งนิยายแนวนี้เราเห็นเยอะมาก โครงเรื่องคล้ายกันเลย แต่การดำเนินเรื่องเล่าเรื่องราวของแต่ละคนก็แต่ต่างกันออกไป นิยายของเราเอกก็ลอกโครงเรื่องมาจากนิยายที่เราชอบ แต่พวกนิสัยตัวละครการดำเนินเรื่องก็จะแตกต่างออกไป เพราะเวลาอ่านนิยายมันก็มักจะมีตรงที่เรารู้สึกว่า อย่ากจะให้เป็นแบบนี้แบบนั้นจังเลยน้า.... จึงเอาความคิดตรงนั้นมาใส่ในนิยายของตัวเอง แม้นิยายของเราจะมีพื้นฐานมาจากของคนอื่น แต่เรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นสิ่งที่เราคิดเอง บางครั้งเราก็อ่านนิยายเรื่องอื่นเพื่อดูวิธีการเล่าเรื่อง แล้วเอามาปรับใช้ให้มันเหมาะสมกับนิยายในแบบที่เราอยากแต่งด้วย

      ตอบกลับ
    • ถูกลบเนื่องจาก:
      IP
      #2
      ยอดถูกใจสูงสุด เลือกโดยทีมงาน เลือกโดย จขกท. ปักหมุดความเห็นนี้

      ไม่ดีเลยนะ การขโมยเนี่ย

      ตอบกลับ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?