8 วิธีสร้าง PLOT TWIST หลอกคนอ่านให้เชื่อใจผ่านการเล่าเรื่อง []

วิว

8 วิธีสร้าง PLOT TWIST
หลอกคนอ่านให้เชื่อใจผ่านการเล่าเรื่อง


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่า หนึ่งในประเภทนิยายที่พี่แนนนี่เพนคิดว่ามีเสน่ห์มากๆ คือนิยายประเภทที่เล่าเรื่องได้น่าตื่นเต้น และทำให้รู้สึกประหลาดใจเพราะเดาเนื้อเรื่องต่อไปไม่ออกนี่แหละ เรื่องแนวนี้ส่วนใหญ่เราจะเห็นในนิยายแนวลึกลับสืบสวนสอบสวน ระทึกขวัญ ไขปมปริศนา หรือคดีฆาตกรรมกันใช่ไหมคะ เรื่องนี้แหละค่ะที่ทำให้พี่แนนนี่เพนสนใจมากเป็นพิเศษ พี่สงสัยว่าเราสามารถสร้างพล็อตให้คนอ่านของเราประหลาดใจแบบนี้ในนิยายประเภทอื่นๆ ได้อีกไหม ถ้าใช้เทคนิคเดียวกับนิยายประเภทนี้จะทำให้นิยายรักของเรากลายเป็นนิยายสืบสวนสอบสวนรึเปล่านะ วันนี้พี่ไปหาคำตอบและค้นคว้าเทคนิควิธีการมาแล้วค่ะ วางใจได้เลยว่าพล็อตหักมุม (PLOT TWIST) ที่พี่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ ถ้านำไปปรับใช้ให้ดีรับรองได้เลยว่านิยายของเราจะมีเสน่ห์มากขึ้นแน่นอน!
 
8 วิธีสร้าง PLOT TWIST หลอกคนอ่านให้เชื่อใจผ่านการเล่าเรื่อง
 

ว่าด้วยเรื่องพล็อตหักมุม (PLOT TWIST)

ได้ยินคำว่า "หักมุม" ทีไร รู้สึกได้เลยว่าเรื่องราวเหล่านั้นต้องพีคมากแน่ๆ เผลอๆ คนอ่านอาจจะช็อกไปเลยก็ได้ที่อุตส่าห์เดาทางมาทั้งเรื่องดันเดาผิดซะงั้น แต่เพราะยังไม่ถึงจุดจบเชื่อได้เลยว่าคนอ่านก็ยังจะตามอ่านต่อแน่ๆ เพราะไม่อยากค้างคาใจและอยากคาดเดาต่อไป พี่คิดว่าการทำให้คนอ่านคาดหวังและผิดหวัง(ที่คิดผิด)ได้ สิ่งนี้แหละถือเป็นเสน่ห์ของการใช้พล็อตหักมุมได้ดี

ต้องทำความเข้าใจกับน้องๆ ก่อนว่า พล็อตหักมุม หรือ  PLOT TWIST เป็น "เนื้อเรื่องหักมุม" ไม่ใช่ "ตอนจบที่หักมุม" นะคะ นิยายที่มีตอนจบหักมุมเราจะเรียกว่า TWIST ENDING ค่ะ เป็นการหักมุมในตอนจบแต่ไม่ส่งผลกับเนื้อเรื่องที่เล่ามา ขณะที่  PLOT TWIST จะเป็นการหลอกคนอ่านค่ะ เป็นการเล่าเรื่องให้คนอ่านเชื่อในเรื่องที่เล่า แล้วก็หักมุมให้คนอ่านคาดไม่ถึง ทำให้คนอ่านตกใจช็อกเพราะเป็นการเปลี่ยนเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดโดยทันที เป็นการเฉลยที่เปลี่ยนมุมมองของนักอ่านที่มีต่อตัวละครหรือนิยายไปเลย  
 
ตัวอย่างของพล็อตหักมุมเช่น 
  • การเดินทางของพาย พาเทล (Life of Pi) เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งต้องผจญภัยอยู่ในทะเลอันเคว้งคว้างกับสัตว์หลายชนิด และพบเจอกับเรื่องราวต่างๆ มากมายระหว่างล่องเรืออยู่ เนื้อเรื่องทำให้คนอ่านคาดไม่ถึงว่าจะเจอเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ แต่นักอ่านส่วนใหญ่รู้สึกไม่ไว้ใจคนเล่าเรื่อง เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาเล่าเป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่จินตนาการของเขา เป็นการหักมุมผ่านตัวละคร ทำให้คนอ่านไม่แน่ใจว่าจะเชื่อดีไหม
  • หญิงสาวที่หายไป (Gone Girl) เป็นเรื่องของเอมี่ หญิงสาวที่หายไปในวันครบรอบแต่งงานห้าปี และเกิดเป็นปริศนาคดีฆาตกรรมที่ชี้ชัดว่าสามีของเธอเป็นฆาตกร ในเรื่องมีเนื้อเรื่องที่หักมุมอยู่หลายช่วง และสิ่งที่สำคัญสำหรับการสร้างเรื่องให้หักมุมได้คือการที่เอมี่กลายเป็นผู้วางแผนทั้งหมดนั่นเอง เป็นการหักมุมผ่านตัวละครที่มีความลับซ่อนอยู่ค่ะ 
  • นอกจากนี้ยังมี  Me Before You และ The Maze Runner ที่มีเนื้อเรื่องหักมุมและคาดไม่ถึงอยู่เหมือนกัน  

จากตัวอย่างเป็นพล็อตหักมุมที่ไม่ได้เล่าถึงตอนจบของเรื่อง แต่เป็นระหว่างทางของเรื่องที่ชวนให้คนอ่านรู้สึกประหลาดใจจนอยากติดตามว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้นอีก  ดังนั้น เราต้องหาวิธีแปลกใหม่ในการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ ปูเรื่องให้คนอ่านเดาทางผิดและติดตามนิยายของเราต่อไป ผ่าน 8 วิธีสร้างพล็อตหักมุมดังต่อไปนี้! 
 
8 วิธีสร้าง PLOT TWIST หลอกคนอ่านให้เชื่อใจผ่านการเล่าเรื่อง
 

8 วิธีสร้างพล็อตหักมุมฉบับเข้าใจง่าย

1. ใช้ PLOT TWIST เมื่อไหร่ก็ได้ที่ต้องการ
เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงแน่นอน การหักมุมในนิยายไม่จำเป็นต้องเกิดเฉพาะจุดสุดยอดหรือจุดคลี่คลายปมเท่านั้น ถ้าเราต้องการหักมุมเราสามารถสร้างเรื่องราวขึ้นมาได้ทันที แต่.. นิยายของเราจำเป็นต้องมีพล็อตที่ถูกวางไว้แล้วนะคะ หมายถึง พล็อตของเราต้องมีโครงเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ ถึงจะสามารถใช้วิธีนี้ได้ค่ะ เพราะเมื่อนักเขียนอยากทำให้เนื้อเรื่องหรือตัวละครหักมุมระหว่างทาง นักเขียนจะได้วางแผนปิดบังเรื่องราวซับซ้อนเอาไว้ก่อน ไม่เผยให้คนอ่านเดาทางได้ง่ายๆ นั่นเอง
 
2. ปิดบัง PLOT TWIST ไม่ทำให้คนอ่านรู้ว่าเรื่องจะหักมุม
ระหว่างที่เขียนต้องปกปิดเรื่องราวจนกว่าจะไม่สามารถทำได้แล้วนะคะ วิธีนี้จะทำให้คนอ่านสงสัยและรู้สึกท้าทายมากยิ่งขึ้น แต่.. ก็ต้องทำให้คนอ่านคาดเดาได้บ้างนะคะ (แม้ว่าจะหักมุมก็ตาม) เราไม่ได้หลอกคนอ่านเพื่อให้พวกเขารู้สึกโง่ แต่เราทำเพื่อสร้างความน่าตื่นเต้นให้นักอ่านได้ค้นหาเรื่องราวไปพร้อมๆ กัน ถ้าเราสามารถทำให้การหักมุมของเราน่าแปลกใจ มีผลกระทบต่อตัวละครและเรื่องราวได้ โดยที่คนอ่านไม่สามารถคาดเดาได้ จะทำให้คนอ่านค้นหาความจริงและใส่ใจเรื่องราวของเรามากขึ้นและคิดว่า "ฉันอ่านพลาดไปตอนไหนนะ" 
 
3. ใช้ PLOT TWIST เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แนะนำให้ใช้การหักมุมในเนื้อเรื่องและตัวละคร แต่ไม่แนะนำให้นำไปใช้เยอะนะคะ ประมาณ 1-3 ครั้งถือว่าดี ถ้าเราต้องการสร้างจุดหักมุมในเรื่องของเรา ให้จดเอาไว้เลยว่าใช้เราใช้วิธีไหนในการหักมุม และใช้เพื่ออะไร หากเรื่องของเราจะมีจุดพีคอีกสักรอบ จำเป็นต้องหักมุมจริงๆ ไหม เพราะถ้าเราหลอกคนอ่านบ่อยๆ คนอ่านก็จะรู้ทันและไม่ไว้ใจเรา จากที่แรกๆ ตื่นเต้นกับเนื้อเรื่องจะกลายเป็นการจับผิด และเบื่อที่จะติดตาม
 
4. ใช้ PLOT TWIST เพื่อให้ตัวละครเกิดการกระทำ
ในช่วงกลางเรื่อง ตัวละครของเราน่าจะเริ่มเติบโตขึ้นมากแล้ว การทำให้ตัวละครได้พบเจอกับสิ่งใหม่ๆ ถือเป็นการมอบประสบการณ์ให้ตัวละครได้ดี ช่วงนี้จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการสร้างจุดหักมุม ให้ตัวละครของเราได้เผชิญกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ในส่วนนี้จะทำให้เห็นว่าตัวละครคิดอะไรอยู่ จะก้าวผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินเรื่องแน่นอน เป็นการชักนำตัวละครให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีเหตุมีผล ทำให้คนอ่านรู้ว่าตัวละครเปลี่ยนไปเพราะอะไร 
 
5. ใช้ PLOT TWIST เพื่อเปิดเผยตัวละคร
บางครั้งเราใช้การหักมุมเพื่อเปิดเผยบางอย่างเกี่ยวกับตัวละครที่เราซ่อนลักษณะนิสัย หรือซ่อนบุคลิกเอาไว้ บางทีตัวละครที่เราสร้างมาอาจเคยฆ่าคนมาก่อน หรืออาจเป็นลูกสาวที่สูญหายไปนานแล้ว การทำให้เนื้อเรื่องหักมุมผ่านตัวละครทำให้นิยายของเรามีปมที่ดี และคนอ่านอยากรอคอยวันที่ทุกอย่างคลายปม นอกจากนี้ วิธีเผยตัวละครด้วยการหักมุมยังทำให้ตัวละครของเราได้ค้นพบความจริงบางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง หรือจากตัวละครอื่น เป็นการค้นพบเพื่อพัฒนาเรื่องต่อไป
 
6. ใช้ PLOT TWIST เพื่อเปลี่ยนโชคชะตาตัวละคร
ตัวละครของเราอาจเจอจุดหักมุมจากโชคชะตา หรือดวง ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้คนอ่านไม่ตะขิดตะขวงใจที่สุด หากเราจะทำให้ตัวละครเกิดความเปลี่ยนแปลง เราสามารถนำวิธีนี้มาใช้เพื่อสร้างโชคชะตาให้ตัวละครจากแย่ไปดี และจากดีไปแย่ได้  แต่ถึงยังไงก็ต้องระวังไว้เรื่องหนึ่งนะคะ จุดหักมุมส่วนใหญ่มักเป็นการนำพาเรื่องราวหรือตัวละครจากเรื่องที่กำลังดีไปยังเรื่องที่ไม่ดี หากเราจะเปลี่ยนโชคชะตาจากที่กำลังไม่ดีอยู่ให้กลายเป็นดี ควรหาเหตุผลสนับสนุนให้มากๆ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ของการให้ท้ายตัวละครค่ะ (ประมาณว่ารักตัวละครนี้ ไม่อยากให้ตายเลยหักมุมให้มีชีวิตอยู่ต่ออย่างไม่มีเหตุผล)
 
7. สร้าง PLOT TWIST ให้มีความยุติธรรม  
จากข้อ 6 ที่กล่าวทิ้งท้ายถึงการให้ท้ายตัวละคร การใช้วิธีหักมุมเป็นการสร้างโอกาส สร้างเรื่องราวใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น หากจะเขียนให้เรื่องราวเปลี่ยนไป ควรดูความสมเหตุสมผลของพล็อตที่ได้วางไว้ หากไม่แน่ใจให้ย้อนกลับไปอ่านที่ได้เขียนไว้ หรือทำตัวเป็นนักสืบสักหน่อย ค้นหาดูว่าถ้าเปลี่ยนการเล่าเรื่องจะมีเนื้อเรื่องสนับสนุนตัวละครหรือเรื่องราวไหม เพราะอย่าลืมว่าคนอ่านสามารถย้อนกลับไปอ่านได้นะคะ
 
8. เปิดตัว PLOT TWIST เพื่อเปลี่ยนเรื่องราว
วิธีนี้เป็นการเฉลยการหักมุมให้คนอ่านได้รู้ แต่ไม่ควรเปิดเผยผ่านการเล่าเรื่อง หรือพูดออกมาตรงๆ ควรเปิดเผยผ่านการกระทำของตัวละคร หรือสัญลักษณ์บางอย่าง เพื่อให้คนอ่านได้ตระหนักว่าที่ผ่านมา ตัวละครหรือเรื่องที่เราเล่าไม่ได้ปิดบังไปเสียหมด เพียงแต่ในความปกตินั้นอาจทำให้คนอ่านมองข้ามไป สิ่งนี้เป็นการเผยให้เห็นว่านักเขียนได้วางพล็อตไว้เป็นอย่างดี อาจส่งผลทางอ้อมให้คนอ่านรู้สึกประทับใจและชื่นชมนิยายของเราค่ะ
 
8 วิธีสร้าง PLOT TWIST หลอกคนอ่านให้เชื่อใจผ่านการเล่าเรื่อง
 
เป็นยังไงบ้างคะ กับวิธีหักมุมที่นำมาเล่าต่อให้น้องๆ ได้รู้จักและลองนำไปใช้ เป็นวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถสร้างมันขึ้นมาในพล็อตได้เสมอเลยนะคะ แต่น้องๆ ต้องจำไว้นะคะว่าพล็อตที่ดีคือพล็อตที่น้องๆ คิดขึ้นมาตั้งแต่แรก หากต้องการสร้างความน่าสนใจให้กับนิยายของเรามากขึ้นจากการใช้พล็อตหักมุม น้องๆ ต้องไม่ใช้พล็อตนี้เพื่อเปลี่ยนพล็อตเดิมจนทำให้พล็อตที่วางไว้เปลี่ยนไป หรือเกิดความขัดแย้งกันขึ้นมานะคะ พี่แนนนี่เพนหวังว่าเคล็ดลับที่นำมาบอกต่อในวันนี้จะช่วยให้น้องๆ เขียนนิยายได้ดีขึ้นนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่า 
 
พี่แนนนี่เพน
 
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก

 
How to พลิกพล็อตแฟนตาซียอดนิยมให้แปลกใหม่และแหวกแนว!
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #หักมุม #พล็อต #นักเขียนมือใหม่ #เคล็ดลับ

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?