หมดไฟได้แต่อย่าเพิ่ง #หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก []

วิว

หมดไฟได้แต่อย่าเพิ่ง #หมดpassion
นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ
ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก 


สวัสดีน้องๆ ชาวเด็กดีทุกคนค่ะ พี่แนนนี่เพนได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเขียนคนหนึ่งที่เคยหมดไฟมาก่อน เธอบอกว่าเธอยังรู้สึกอยากเขียน และยังชอบที่จะเขียน แต่บางครั้งการเขียนนิยายก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกสนุกเหมือนเดิมอีกแล้ว กลับกัน.. ยิ่งพยายามเขียนก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าและหมดกำลังใจที่จะเขียนต่อจนถึงขั้นต้อง 'หยุดเขียน' ไปช่วงหนึ่ง ซึ่งพี่คิดว่านักเขียนเด็กดีหลายคนน่าจะมีอาการและความรู้สึกแบบนี้กันอยู่บ้าง พี่อยากจะบอกทุกคนไว้เลยว่า ถ้าเราเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเขียนนิยายก็อย่าเพิ่งผลักตัวเองไปอยู่ในโซนภาวะซึมเศร้า หรือรีบเปิดโหมดหมด passion ทันทีที่รู้สึกว่าไปต่อไม่ได้ เพราะบางทีเราอาจจะยังชอบเขียนอยู่แต่เราแค่อยู่ในภาวะหมดไฟ หรือ ภาวะไร้กำลังใจจนทำให้เขียนนิยายไม่ออกอยู่ก็ได้ ดังนั้น อย่าเพิ่งยอมแพ้เลยค่ะ เพราะวันนี้พี่มีวิธีมาช่วยนักเขียนจุดไฟให้ลุกโชนได้อีกครั้งหนึ่งค่ะ 
 
หมดไฟได้แต่อย่าเพิ่ง <a href="https://www.dek-d.com/tag/หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก/" class="hashtag" target="_blank">#หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก</a>
 

เริ่มจากปิดโซนภาวะซึมเศร้า และปิดโหมด #หมดpassion 

ถ้าเรารู้สึกเครียด หดหู่ หมดกำลังใจการเขียน รู้สึกเหนื่อยที่จะเขียนต่อไป จนอยากหยุดเขียน อย่าเพิ่งตีตนไปก่อนไข้ว่าเราหมด passion หรือกำลังมีภาวะซึมเศร้าค่ะ พี่อยากให้ตัดความคิดแบบนี้ออกไปก่อน และลองนึกถึงการใช้ชีวิตของเราดูสักนิด เพราะบางครั้งเราอาจจะทำงานหนักหรือเรียนหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน การใช้ชีวิตของเราวนเวียนอยู่แต่ที่เดิมๆ เรื่องเดิม ๆ จนรู้สึกเบื่อหน่าย พอเริ่มอยากจะเขียนก็คิดไม่ออกเพราะตันบ้าง ลืมความรู้สึกที่จะเขียนไปบ้าง อาการเหล่านี้มันมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่าอาการหมดไฟ (Burnout) หรือ ภาวะไร้กำลังใจในการทำงานที่มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของเราโดยตรงค่ะ

อาการหมดไฟ จะทำให้เรารู้สึกเบื่อ รู้สึกสิ้นหวัง รู้สึกล้มเหลว และไม่มีความสุขในสิ่งที่กำลังทำอยู่ รวมถึงการใส่ใจความคิดของคนรอบข้าง และคนไม่รู้จักมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ เป็นเส้นบางๆ ทางอารมณ์ที่ทำให้เราอ่อนไหวและอ่อนแอจนไม่อยากเขียนนิยายต่อไปนั่นเอง เมื่อเราลองเทียบอาการหมดไฟกับอาการหมด passion ดู เราจะเห็นว่าอาการหมดไฟนั้นเป็นเพียงขั้นเริ่มต้นของการหมด passion ซึ่งเจ้า passion เนี่ยก็คือการที่เราได้ทำในสิ่งที่รักที่ชอบจนมองข้ามความยากลำบากที่ได้พบเจอมา เมื่อหมด passion สิ่งที่เราเคยรักก็ไม่มีความหมายมากพอที่จะรั้งเราให้อยู่ในจุดที่ยากลำบากได้อีก ซึ่งต่างจากอาการหมดไฟ ที่ยังรู้สึกรักอยู่แต่สิ่งรอบตัวทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าจนหมดสนุกและอยากหยุดเขียนเอาไว้ก่อน ดังนั้น นี่เป็น 5 วิธีที่จะช่วยให้เราเอาชนะอาการหมดไฟไปได้อย่างง่ายๆ โดยไม่ต้องไปคิดเรื่องซึมเศร้าหรือเรื่องหมด passion ให้เหนื่อยใจ ลองมาทำตามวิธีเหล่านี้ดูค่ะ 

หมดไฟได้แต่อย่าเพิ่ง <a href="https://www.dek-d.com/tag/หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก/" class="hashtag" target="_blank">#หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก</a>
 

5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟที่ทำให้เราเขียนนิยายไม่ออก 

มีนักเขียนหลายคนที่ลองใช้วิธีเหล่านี้แล้วสามารถกลับมาเขียนใหม่ได้อีกครั้งด้วยไฟอันลุกโชน เรามาลองดูกันว่าเขาทำยังกันบ้าง! 

วิธีที่ 1 รู้จักปัญหา 

ขั้นตอนแรกอาจจะฟังดูน่าเบื่อกว่าเดิม เพราะเราอาจจะได้ยินวิธีนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่พี่อยากจะบอกว่ามันเป็นวิธีที่เป็นความจริง เป็นเรื่องจริงที่นักเขียนต้องยอมรับให้ได้ก่อนว่าตัวเราเองมีปัญหาอะไร ถ้าเรายอมรับฟังตัวเองว่าตอนนี้เรากำลังรู้สึกแบบไหน เราจะมองเห็นปัญหาของเราชัดเจนและตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น นักเขียนเคยรู้สึกบ้างไหมว่า 

"บางครั้งเราก็ไม่มีเรื่องที่จะเล่า ไม่มีคำพูดที่อยากจะเขียน เรารู้สึกไม่สนใจอยากเขียนอีกต่อไป รู้สึกไม่มีความคิดสร้างสรรค์หรือแรงบันดาลใจใหม่ๆ และไม่รู้สึกอยากเขียนอะไรอีก" 

ถ้านักเขียนมีความรู้สึกคล้ายกับตัวอย่างข้างบน ให้พยายามคิดในแง่บวกไว้ก่อนค่ะว่ามันคืออาการของคนที่กำลังเหนื่อยล้าเพราะหมดไฟ เราแค่ต้องมองปัญหาที่เรากำลังเจอและจดมันลงบนกระดาษเท่านั้น เพราะนี่จะเป็นวิธีที่ทำให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุดค่ะ

วิธีที่ 2 อย่าหยุดเขียน

เมื่อเรารู้สึกว่ากำลังหมดไฟ และรู้สึกท้อใจกับการเขียน หลายคนเลือกที่จะหยุดเขียนเพื่อพักความคิดและและความเหนื่อยล้าเอาไว้ก่อน แต่นักเขียนอีกหลายคนที่กลับมามีไฟอันลุกโชนอีกครั้ง ได้แนะนำไว้ว่า 'การหยุดเขียนคือสิ่งที่เลวร้ายที่สุดสำหรับการเป็นนักเขียน' เพราะพวกเขาเชื่อว่าการเขียนเป็นเรื่องที่ยาก หากหยุดเขียนไปเลยแบบฉับพลันอาจจะทำให้ลืมความรู้สึกอยากเขียนไปได้โดยง่าย ดังนั้น พวกเขาแนะนำให้เราลองทำสองขั้นตอนนี้ดูก่อน แล้วหากอยากหยุดเขียนก็สามารถทำได้ แต่.. ต้องทำสองข้อนี้ก่อนนะ

ขั้นที่ 1 ลองเขียนในช่วงที่ยากลำบากดูก่อน ความกดดันอาจผลักดันให้คนๆ หนึ่งไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะบางครั้งความเครียดและความรู้สึกผิดหวังในตัวเองก็เป็นแรงกดดันที่สร้างความคาดหวังให้กับตัวเราเองได้เหมือนกัน ถ้าใครคิดความรู้สึกในข้อนี้ไม่ออก ก็ให้ลองคิดถึงช่วงเวลาที่เราต้องทำงานและส่งให้ทันในช่วงเดดดไลน์ดูค่ะ เราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้เพราะเรามีเป้าหมายและแรงกดดันจากหลายๆ ด้าน การที่เราไม่ยอมแพ้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบที่มีต่อตัวเราเอง และต่อแฟนๆ นักอ่านที่รออยู่ค่ะ

ขั้นที่ 2 ค่อยๆ หยุดเขียน อย่าหยุดทันที ในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนของการค่อยๆ ถอยห่างออกมาค่ะ เมื่อเราไม่สามารถต่อสู้กับช่วงเวลาอันยากลำบากได้ หนทางต่อมาคือค่อยๆ หยุดเขียนค่ะ การเริ่มเขียนน้อยลงในแต่ละครั้ง จะทำให้เรารู้สึกค่อยๆ ผ่อนคลาย และเห็นแนวทางของเราชัดเจนขึ้นค่ะ เมื่อเราเขียนน้อย เราจะเห็นสิ่งที่เราพยายามทำกว้างขึ้น จนเมื่อถึงจุดที่ต้องหยุดเขียน เราจะรู้สึกว่าเรายังรักการเขียนอยู่ แต่เราต้องการเวลาพักผ่อน ซึ่งวิธีนี้แตกต่างจากการหยุดเขียนทันทีค่ะ เพราะการหยุดแบบกะทันหันจะทำให้เราไม่รู้สึกอยากเขียนอีก และกลับมาเขียนได้ยากขึ้นค่ะ เนื่องจากเราเลิกเขียนเพราะรู้สึกไม่ดี และติดค้างกับความรู้สึกในขณะนั้น ว่าตัวเราเขียนไม่ดี หรือไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ขณะที่การค่อยๆ หยุดเขียนนั้นจะทำให้เราเห็นว่าการเขียนทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าเท่านั้น

หมดไฟได้แต่อย่าเพิ่ง <a href="https://www.dek-d.com/tag/หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก/" class="hashtag" target="_blank">#หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก</a>  
 
วิธีที่ 3 ค้นหาตัวเอง (อีกครั้ง)

วิธีนี้เกี่ยวเนื่องกับวิธีที่ 2 ค่ะ หากรู้สึกอยากหยุดเขียน ลองไปหาที่สงบๆ หรือสถานที่ที่เราชอบแล้วคิดตรึกตรองดูว่า เรามาเขียนนิยายเพราะอะไร กว่าจะเริ่มเขียนได้มันยากลำบากแค่ไหน อย่าปล่อยให้ความรู้สึกหมดไฟทำให้เราลืมสิ่งที่เราตั้งใจจะทำตั้งแต่แรก ซึ่งการลองค้นหาตัวเองอีกครั้ง เป็นการกระตุ้น passion หรือ ความรู้สึกชอบในช่วงแรกๆ ขึ้นมานั่นเอง บางคนอาจจะใช้เวลานานหน่อย อาจจะเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรืออาจจะเป็นปี กว่าจะจำความรู้สึกแรกๆ ที่อยากเขียนได้ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ค้นพบสิ่งที่เราเคยลืมและสามารถกลับมาเขียนนิยายอีกครั้งได้ ดังนั้น เมื่อรู้สึกหมดไฟลองสละเวลานึกถึงความรู้สึกแรกที่อยากเขียนดูนะคะ เพราะสิ่งสำคัญที่จะทำให้นักเขียนที่หมดไฟกลับมามีไฟอันลุกโชนได้อีกครั้งนั้น แท้จริงแล้วก็คือเสียงเรียกร้องในใจของนักเขียนนั่นเอง

วิธีที่ 4 อย่าพยายามหาคำอธิบายให้ตัวเอง

สิ่งที่ซับซ้อนที่สุดในใจของมนุษย์ก็คือการหาเหตุผลให้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นค่ะ เป็นเรื่องดีที่เราพยายามเป็นคนมีเหตุมีผล ลองย้อนกลับไปที่วิธีแรกดูค่ะ เมื่อเรารู้ปัญหาของตัวเราเองแล้ว เราพยายามแก้ปัญหาหรือเราพยายามหาเหตุผลว่าทำไม สิ่งไหนเราทำมากกว่ากัน นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีที่อยากให้นักเขียนได้มองหาตัวเองค่ะ แทนที่เราจะมานั่งหาเหตุผลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรามีสาเหตุมาจากอะไร ทำไมเราไม่ลองคิดว่าเราจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรดี มันอาจจะดูเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ แต่บางสถานการณ์เช่นความเหนื่อยล้าและความเบื่อหน่ายในการเขียน เหตุผลของมันอาจจะมีเป็นร้อยๆ ข้อก็ได้ เพราะเราไม่รู้ว่าตัวเราสะสมความรู้สึกนี้มาตั้งแต่ตอนไหน ดังนั้น เมื่อปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ให้หาวิธีแก้ค่ะ อย่าจมปลักกับอดีต แล้วเราจะก้าวไปข้างหน้าได้อย่างคนมีความคิดไม่ใช่คนที่ยึดติดกับความหลัง 

วิธีที่ 5 เขียนอย่างต่อเนื่อง

สิ่งสุดท้ายที่เราต้องรู้เกี่ยวกับการเอาชนะอาการหมดไฟ ก็คือ การพาตัวเราเองไปอยู่ในการเขียนอีกครั้งค่ะ ไม่ว่าเรากำลังจะหยุดเขียน หรือหยุดเขียนไปแล้ว ลองพยายามทำให้การเขียนยังเป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่เสมอดูนะคะ เพราะความเหนื่อยจากการเขียน ทำให้เราถูกล่อลวงไม่ให้เขียนมันนิยายออกมาได้ง่ายๆ จนกระทั่งเราเขียนมันไม่ได้อีก ดังนั้น วิธีแก้ไขง่ายๆ ก็คือกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้งค่ะ กลับไปเขียนเหมือนเดิมทุกวันแม้ว่าจะเขียนได้น้อยลงก็ตาม เขียนอะไรก็ได้ ให้กลายเป็นนิสัยอีกครั้ง มันอาจจะไม่ได้ทำให้เรากลับมาเขียนนิยายได้ในทันที แต่มันสำคัญต่ออนาคตมากถ้าเราอยากจะกลับมาเขียนอีกครั้ง เพราะนี่เป็นวิธีที่ช่วยหลีกเลี่ยงอาการเหนื่อยล้าจากการเขียนได้ด้วยการทำให้มันกลายเป็นนิสัยค่ะ 

หมดไฟได้แต่อย่าเพิ่ง <a href="https://www.dek-d.com/tag/หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก/" class="hashtag" target="_blank">#หมดpassion นี่คือ 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟ ภาวะไร้กำลังใจที่ทำให้เขียนนิยายไม่ออก</a>
 

พี่เป็นคนหนึ่งที่เคยหยุดเขียนมาก่อน และรู้ว่าการเอาชนะความเหนื่อยล้าในการเขียนของนักเขียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ดังนั้น ทั้ง 5 วิธีเอาชนะอาการหมดไฟนี้ จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นแรกๆ เท่านั้น หากเราไม่สามารถเอาชนะตัวเราเองได้เช่นการลองทำตามวิธีเหล่านี้ดู หนทางที่จะจุดไฟให้ลุกโชนอีกครั้งก็อาจจะยากลำบากกว่าเดิมได้ พี่แนนนี่เพนแนะนำให้ลองทำตามข้อสามดูก่อนเป็นวิธีแรก เพราะการกลับไปยังจุดเริ่มต้นจะทำให้เรามองเห็นตัวเราเองได้ดีที่สุดค่ะ 
 

พี่แนนนี่เพน 
 
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก

Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #หมดpassion #หมดไฟ #Burnout

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?