กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง []

วิว

งานเขียนก็เหมือนจักรวาลที่ไร้ขอบเขต ไม่มีสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก ขอเพียงแค่เราซื่อสัตย์กับตัวเองและซื่อสัตย์กับนักอ่าน เราก็จะค้นพบทางเดินที่เหมาะสมกับเราได้อย่างแน่นอน

กัญฉัตร

สวัสดีชาวเด็กดีทุกคนค่ะ เมื่อพูดถึงนิยายรักที่อ่านแล้วให้อารมณ์เหมือนกำลังดูซีรีส์ญี่ปุ่นอยู่ ในเว็บเด็กดีของเรามีนิยายเรื่องหนึ่งที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงมากๆ ทั้งบรรยากาศในเรื่อง ตัวละคร และความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างช้าๆ แต่กลับไม่น่าเบื่อ ที่สำคัญยังเป็นนิยายรักในต่างแดน ที่นางเอกย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตในช่วงอดีตได้อีกด้วย แหม.. พี่แนนนี่เพนเล่าพล็อตมาขนาดนี้แล้วนักอ่านหลายๆ คนก็น่าจะพอเดากันได้แล้วแน่ๆ ว่านิยายเรื่องที่พี่กำลังพูดถึงก็คือนิยายเรื่อง “สายใยอธิฐาน” ผลงานของนักเขียนมากฝีมือ เจ้าของนามปากกา "กัญฉัตร" นั่นเอง 
 
หากใครติดตามผลงานของกัญฉัตรจะทราบกันดีว่าเธอเขียนนิยายมาหลายแนวมาก ทั้งแนวแฟนตาซี แนวรักคอเมดี้ และแนวจีนโบราณ โดยนิยายส่วนใหญ่ของกัญฉัตรจะเน้นเรื่องราวที่ทำให้คนอ่านอมยิ้มไปกับความสัมพันธ์ของตัวละคร และทำให้คนอ่านรู้สึกอินไปกับบรรยากาศภายในเรื่อง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์และเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งในงานเขียนของเธอเลย พี่แนนนี่เพนจึงถือโอกาสพานักเขียนสาวมาพูดคุยกับน้องๆ นักอ่านชาวเด็กดีทุกคน ให้ได้รู้จักตัวตนของเธอ และนิยายรักที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น ถ้าพร้อมแล้ว มารู้จักเธอกันเล้ย!  
 
กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง
สวัสดีค่ะชาวเด็กดีทุกคน ปิ๊ง นะคะ นามปากกา กัญฉัตร ส่วนใหญ่เวลาคุยในทอร์กจะเรียกแทนตัวเองว่าไรท์เตอร์ แต่นักอ่านบางท่านก็เรียกว่า กัญ เหมือนกัน เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเด็กดี ถือเป็นเกียรติมากๆ เลยค่ะ
 
นามปากกา “กัญฉัตร” มีที่มาจาก.. ตอนที่เพิ่งแต่งนิยายจีนเรื่องแรกยังใช้นามปากกาแนวแฟนตาซีอยู่ค่ะ แต่พอมีโอกาสได้ตีพิมพ์เราก็คิดว่าถ้าใช้ชื่อที่คนสามารถเรียกได้ง่ายๆ น่าจะดีกว่า ดังนั้นก็เลยเลือกชื่อ กัญฉัตร ซึ่งเป็นชื่อจริงที่ตรงกับตัวเราที่สุดแล้วค่ะ
 
เส้นทางการเป็นนักเขียนเริ่มมาจาก.. แรงบันดาลใจที่ทำให้เรารักในเส้นทางนี้เริ่มตอนเรียนอยู่ชั้นป.5 ค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นคุณครูไม่อนุญาตให้เด็กคุยกันในห้อง เราก็เลยคิดว่า ถ้าไม่ให้คุยก็ไม่เป็นไร เขียนเอาก็ได้ ช่วงนั้นเราฮิตเขียนจนหมายคุยกับเพื่อนมาก ก่อนที่มันจะเริ่มพัฒนาเป็นแต่งเป็นบทละครสั้นๆ เพื่อให้ความบรรเทิงกับเพื่อนๆ ในห้องเรียน ในความคิดของเรา การเขียนคือการบอกเล่าเรื่องราวจากจินตนาการ ซึ่งมันทำให้เรามีความสุขและภูมิใจทุกครั้งเวลาที่มีเพื่อนในห้องเดินมาถามว่าตอนใหม่แต่งเสร็จแล้วหรือยัง จนกระทั่งได้มีโอกาสอ่านนิยายเป็นครั้งแรกตอนขึ้นม.1 ก็กลายเป็นหนอนหนังสือและเริ่มเขียนนิยายมาตั้งแต่ตอนนั้นมาจนถึงปัจจุบันค่ะ
 
กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง
 
ความเป็นมาของ “สายใยอธิฐาน”.. นิยายเรื่องนี้เกิดจากความคิดขำๆ ที่คุยกับเพื่อนนักเขียนด้วยกัน บวกกับการที่เราเพิ่งเดินทางกลับมาจากเมืองฟุกุโอกะในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นทริปที่แสนประทับใจจึงได้เปิดเรื่องเอาไว้เด็กดีมาตั้งแต่ปีที่แล้ว และเพิ่งจะมีโอกาสกลับมาแต่งจริงๆ จังๆ เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เองค่ะ
 
ทำไมคาแรกเตอร์นางเอกเรื่องนี้ถึงผมสั้น.. ตอนเด็กๆ ชอบราพันเซลมากค่ะ มีความรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงต้องผมยาวถึงจะมีเสน่ห์ พอลงมือแต่งนิยายแนวจีนโบราณซึ่งค่านิยมในสมัยนั้นจะไม่ให้ผู้หญิงตัดผม เราจึงติดภาพว่าการเป็นผู้หญิงควรจะไว้ผมยาวมาโดยตลอด จนกระทั่งเริ่มวางคาแรกเตอร์ของ ‘เอมมาลิน’ นางเอกในเรื่องนี้ ด้วยบุคลิกของเธอที่เป็นคนตัวเล็กและไม่ใส่ใจเรื่องการแต่งตัว แถมยังชอบสะพายกระเป๋าเป้และกระเป๋ากล้องใบใหญ่ๆ ตระเวนรับถ่ายภาพเป็นงานฟรีแลนซ์ เราจึงคิดว่าถ้าผู้หญิงคนนี้มีตัวตนจริงๆ คงจะไม่ไว้ผมยาวให้เสียเวลาสระผมและเป่าผมซึ่งกินระยะเวลานานเกินไป ช่วงแรกก็ลังเลอยู่ว่ามันจะทำให้การแต่งของเราฝืดลงหรือเปล่า แต่พอลองไปเสิร์ชในอินเตอร์เน็ตก็พบว่าพวกผู้หญิงตัวเล็กผมสั้นเป็นอะไรที่น่ารักน่าเอ็นดูมากๆ หลังจากภาพของนางเอกในหัวเริ่มชัดเจนแล้วก็ทำให้เราอินและมีความสุขกับนิยายเรื่องนี้สุดๆ ไปเลยค่ะ
 
นิยายเรื่อง “สายใยอธิฐาน” ต่างจากธีมที่เคยเขียน?.. จริงค่ะ เพราะว่าธีมนิยายตีพิมพ์ที่ผ่านมาจะเป็นแนวจีนยุคสมัยโบราณไปเลย แต่ธีมเรื่องนี้จะเป็นการย้อนเวลาไปประเทศญี่ปุ่นในปีค.ศ. 2007 เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องระวังคือบรรยากาศ วัฒนธรรมและเทคโนโลยีอยู่พอสมควร แต่มันก็สนุกดีเพราะถือเป็นแนวใหม่ที่เราไม่เคยลองมาก่อน
 
เทียบกับผลงานก่อนหน้าแล้ว เรื่องนี้เขียนยาก/ง่าย กว่ากัน.. ตอนแรกที่เริ่มเขียน รู้สึกว่ามันง่ายกว่านิยายจีนโบราณที่เขียนอยู่ก่อนหน้านี้นะคะ แต่พอเริ่มเข้าซีนอารมณ์กับซีนความสัมพันธ์ของพระนาง เรากลับรู้สึกว่ามันยากกว่าขึ้นมาเฉยๆ ฮ่ะๆ อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้แต่งนิยายที่เน้นความโรแมนติกหนักๆ มาก่อนด้วยละมั้งคะ พอได้มาแต่งเรื่องนี้ซึ่งตั้งใจว่าจะเล่นโทนเรื่องแนวญี่ปุ่นก็ต้องปรับนิสัยการเขียน จากการวางพลอตใหญ่มาจับดีเทลเล็กๆ ฟังเพลงรัก อ่านนิยายรัก และดูซีรี่ส์แนวโรแมนติกประกอบ แต่งไปแต่งมา กลายเป็นว่าตอนนี้รู้สึกอิจฉานางเอกไปเลยค่ะ
 
กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง
 
ฉากไหนที่คิดว่าเขียนยากที่สุด.. น่าจะเป็นฉากกุ๊กกิ๊กของพระนางค่ะ ตลกดีใช่ไหมคะ ทั้งๆ ที่เราเลือกแต่งนิยายรัก แต่ดันรู้สึกว่าฉากรักเป็นสิ่งที่ยากที่สุดในนิยายเรื่องนี้ แต่พอลองมาคิดดูแล้ว สาเหตุที่เรามองว่ามันยากเป็นเพราะว่า เราเริ่มเกิดความกังวลว่าจะทำมันออกมาได้ดีหรือเปล่า ซึ่งมันได้กลายเป็นการเริ่มผูกตัวเองไว้กับความคาดหวังจนกลายเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้จินตนาการเริ่มติดขัด แต่พอเราผ่านมันมาได้และดื่มด่ำกับเนื้อเรื่องโดยปลดบ่วงความคาดหวังเหล่านั้นออกไปแล้ว เรากลับรู้สึกสนุกและอินไปกับความรู้สึกของพระนางมากเลยค่ะ
 
เรื่องนี้ต้องเขียนร่วมกับ "อินเอวา" ด้วย.. ความจริงแล้วค่อนข้างสนิทกับพี่เนิส (อินเอวา) มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ก่อนจะมีเซทร่วมกันค่ะ ช่วงก่อนหน้านี้ก็มาคุยกันบ่อยๆ เกือบจะทุกวันอยู่แล้ว และมีโอกาสได้แต่งนิยายร่วมกันเพื่อร่วมโครงการ ส่งต่อความรัก ซึ่งรวมผลงานเรื่องสั้นของหลายนักเขียนเพื่อโรงพยาบาลและผู้ป่วยยากไร้ สิ่งที่ทำให้มั่นใจว่าเราสามารถร่วมงานกับพี่เนิสได้ก็เพราะว่าตอนนั้นเราอยู่แคนาดา และพี่เนิสอยู่ประเทศไทย เราทำงานโปรเจกต์นี้ร่วมกันโดยใช้อินเตอร์เน็ต ใช้เวลาสี่วันก็สามารถแต่งเรื่องสั้นจนจบได้ ดังนั้นพอเราเริ่มแต่งเซ็ต นทีเล่ห์รัก ด้วยกันก็มีนัดออกมาเจอกันบ้าง คอลคุยกันบ้าง ปรึกษาและแนะนำ คอยให้กำลังใจกันในหลายๆ เรื่อง (แม้จะมีบ้างที่จูงมือกันไปอู้) แต่ที่น่าตลกที่สุดก็คงจะเป็นการคุยกันทุกวันจนแซวกันเองว่าจะเป็นผัวเมียกันได้อยู่แล้วนี่แหละ
 
กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง
คติประจำใจของ “กัญฉัตร” คือ.. จงเขียนนิยายด้วยความรักและความใส่ใจที่เต็มร้อย เพราะเมื่อผลงานของเราจบบริบูรณ์แล้ว เราจะไม่มีความรู้สึกติดค้างหรือเสียใจภายหลัง
 
ฝากถึงนักอ่านของกัญฉัตรหน่อย.. ขอขอบคุณนักอ่านทั้งคนที่ติดตามกันมาตั้งแต่เริ่มตั้งไข่ ขอบคุณนักอ่านที่พบเจอกันในระหว่างที่เพิ่งหัดเดิน ตลอดจนนักอ่านที่เพิ่งได้พบหน้ากันเมื่อมีหนังสือรูปเล่ม ขอบคุณทุกท่านที่เป็นทั้งกำลังใจและแรงผลักดัน ให้นักเขียนคนนี้ได้สานต่อความฝันและแบ่งปันความสุขในการเขียน การได้อ่านคอมเมนต์ ได้พูดคุยทักทายในแฟนเพจก็ให้ความรู้สึกอบอุ่นและทำให้เรายิ้มได้ตลอด หลังจากนี้ขอฝากเนื้อฝากตัวอีกเช่นเคยนะคะ
 
ฝากถึงน้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียนกันสักนิด.. ที่ผ่านมานักเขียนท่านอื่นๆ น่าจะแนะนำกันมาเยอะแล้ว ทางนี้ขอมาแปลกหน่อย อยากฝากคำว่า ‘อย่า’ เอาไว้ 5 ข้อนะคะ
 
  • อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การลงมือเขียนนิยายเรื่องใหม่ก็เหมือนการเริ่มต้นใหม่ซึ่งเราจะมีความกังวลมากมายตามมา เช่น เรื่องนี้จะมีคนอ่านเยอะหรือเปล่านะ เรื่องนี้จะสามารถตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ได้หรือเปล่านะ แต่คำถามเหล่านั้นจะไม่มีวันได้คำตอบเลยถ้าหากว่าเรายังไม่ได้เริ่ม
  • อย่าอ้างว่าไม่มีเวลา มนุษย์ทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากัน ถ้าเรารักงานเขียนก็ควรจะแบ่งเวลาให้เขา วันละนิดวันละหน่อยแต่เน้นความสม่ำเสมอ รับรองว่า
  • อย่าคิดไปเองว่าผลงานของตัวเองไม่ดี ทุกครั้งที่ลงมือเขียนนิยายเรื่องหนึ่ง ไม่ว่าผลงานที่ออกมาจะเป็นแบบไหน มันก็ถือเป็นการสะท้อนทักษะของเราในขณะนั้น ถ้าเรามองว่าทุกผลงานที่ออกมามักจะให้อะไรกับเราเสมอ อย่างน้อยก็ถือว่าเราได้พัฒนาทักษะในด้านงานเขียนได้อย่างแน่นอน
  • อย่าปล่อยให้คำวิจารณ์มาปั่นทอนกำลังใจ อันนี้ตรงตัวเลยค่ะ พอผลงานอยู่กับเราก็คือลูกรัก แต่พอผลงานของเราไปเป็นหนึ่งในนิยายอีกหลายๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นเป็นธรรมดาที่จะมีคำวิจารณ์และการเปรียบเทียบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกเก็บเอาแนวทางที่ควรปรับปรุงพัฒนา ละทิ้งคำวิจารณ์แง่ลบที่บั่นทอนกำลังใจและนำมาเป็นแรงผลักดันแทนดีกว่า
  • อย่าละทิ้งความฝันเป็นอันขาด  ข้อสุดท้ายถือว่าสำคัญที่สุดเลย ในขณะที่ในวงการนักเขียนมีคนที่โชคดีซึ่งเขียนนิยายเล่มแรกก็ได้ตีพิมพ์ ก็ยังมีอีกส่วนมากที่ไม่ได้มีโอกาสนั้นในผลงานเล่มแรก ดังนั้นถ้าเรามีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักเขียนก็อย่าลืมแรงบันดาลใจและความฝันอันแรงกล้าอันนั้นเป็นอันขาด เพราะถ้าเราวางเป้าหมายเอาไว้แล้วเราจะไม่มีวันหลงทาง และไปถึงฝันนั้นได้อย่างแน่นอนค่ะ
     
 กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง
 
ก่อนจากกัน ฝากผลงานกันหน่อย.. ขอฝากผลงานนิยายเรื่อง หนึ่งเข็มเห็นโลหิต ที่ตอนนี้มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไปไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ รวมถึงผลงานที่เพิ่งตีพิมพ์ไปเรื่อง สายใยอธิษฐาน ในชุดนทีเล่ห์รัก กับสำนักพิมพ์ พิมพ์คำ ในเครือสถาพรบุ๊คส์ ด้วยค่ะ

สุดท้ายนี้อยากทิ้งทวนเอาไว้ว่า งานเขียนก็เหมือนจักรวาลที่ไร้ขอบเขต ไม่มีสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก ขอเพียงแค่เราซื่อสัตย์กับตัวเองและซื่อสัตย์กับนักอ่าน เราก็จะค้นพบทางเดินที่เหมาะสมกับเราได้อย่างแน่นอนค่ะ 
 
กัญฉัตร นักเขียน "5 อย่า" ; อย่ากลัว อย่าอ้าง อย่าคิด อย่าปล่อย และอย่าละทิ้ง
 
จากบทสัมภาษณ์ของกัญฉัตร พี่แนนนี่เพนอยากบอกน้องๆ ว่า "อย่าหยุดฝันและอย่าหยุดพัฒนาตัวเอง" ค่ะ พี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกัญฉัตรถึงเขียนนิยายออกมาให้นักอ่านติดตามกันได้มากมายขนาดนี้ ถ้าเราสังเกตดีๆ เราจะเห็นว่าเธอมีความสุขกับการเขียนนิยายมาก (เขียนตั้งแต่เด็กเล้ย) พี่อยากให้น้องๆ ที่อยากเป็นนักเขียนมีความสุขในการเขียนนิยายแบบนี้ แล้วลองนำเคล็ดลับจากกัญฉัตรไปลองปรับใช้ดูนะคะ พี่เชื่อว่าน้องๆ จะกลายเป็นนักเขียนที่ดีในอนาคตได้แน่นอน และก่อนจากกัน พี่แนนนี่เพนต้องขอขอบคุณกัญฉัตรเป็นอย่างมาก ที่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวกับน้องๆ ชาวเด็กดีในวันนี้ พี่เชื่อว่าแฟนๆ นิยายของกัญฉัตรตอนนี้ต้องกำลังตั้งตารอคอยผลงานนิยายแฟนตาซีเรื่องเก่าที่เพิ่งหยิบมาปัดฝุ่นกันใหม่อยู่แน่นอน หวังว่าจะมีโอกาสได้ชวนกัญฉัตรมาร่วมพูดคุยกันอีกนะคะ ^^ 
 
พี่แนนนี่เพน
 
หน่วยกล้าวาย นักเขียนที่กล้าเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้ง! เพราะอยากให้คนรู้จัก 'เกม'
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #กัญฉัตร #สายใยอธิษฐาน #หนึ่งเข็มเห็นโลหิต

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?