STOP NOW! 7 ข้อที่ควรหยุดทำถ้ายังอยากเป็นนักเขียน []

วิว

STOP NOW! 7 ข้อที่ควรหยุดทำ 
ถ้ายังอยากเป็นนักเขียน


สวัสดีค่ะนักเขียนชาวเด็กดีทุกคน จากประสบการณ์การสัมภาษณ์นักเขียนของพี่แนนนี่เพน มีเรื่องหนึ่งที่พี่อยากนำมาเล่าต่อให้น้องๆ นักเขียนฟังนั่นก็คือเรื่องของ "การเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จ" ค่ะ หลายๆ คนเฝ้าหวังถึงวันที่นิยายได้ตีพิมพ์ หรือแม้แต่การมีคนอ่านจำนวนมากชื่นชอบผลงานของเรา ซึ่งเป้าหมายในการเขียนนิยายของแต่ละคนนั้นก็แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่นักเขียนทุกคนต้องเจอก็คือ "อุปสรรค" ก่อนไปถึงเป้าหมายที่เรียกว่าความสำเร็จค่ะ การจะเป็นนักเขียนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ไม่ใช่เรื่องของความโชคดีแน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลล้วนเป็นเรื่องของ "ความอดทน" ค่ะ หากน้องๆ ชาวเด็กดีคนไหนที่มีความมุ่งมั่นอยากเป็นนักเขียนจริงๆ พี่อยากให้น้องๆ ลองเช็คดูว่าเราเลิกทำ "สิ่งที่ไม่ควรทำ" เหล่านี้ได้ไหม.. ถ้าทำได้ คุณได้ไปต่อในเส้นทางนักเขียนแน่นอน! 
 
STOP NOW! 7 ข้อที่ควรหยุดทำถ้ายังอยากเป็นนักเขียน
 

STOP NOW เลิกทำ 7 ข้อนี้กันเถอะ! 

หากใครยังอยากเป็นนักเขียนอยู่ต้องเลิกทำ 7 ข้อนี้ให้ได้ก่อนจะสายเกินไป! 
 
1. เลิกคิดว่าการเขียนเป็นเรื่องยาก
"คุณจะไม่เป็นนักเขียนถ้าคุณไม่ได้เขียน" เคยมีบทความหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเขียนประโยคนี้เอาไว้เพื่อให้กำลังใจนักเขียนมือใหม่ที่กำลังท้อแท้ในเส้นทางนักเขียน และพี่อยากนำประโยคนี้มาบอกต่อน้องๆ ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักเขียนให้ลองกลับไปคิดกันดูว่ามันจริงไหม.. เพราะหนึ่งในสาเหตุที่นักเขียนส่วนใหญ่หยุดเขียนกลางคัน เกิดจากการพยายามแล้วเห็นผลลัพธ์ที่ช้า ทำให้นักเขียนเริ่มเหนื่อยและคิดว่าตัวเองไม่มีความสามารถมากพอ ทั้งที่จริงแล้วการเริ่มลงมือเขียนนั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ระหว่างทางของการเขียนต่างหากที่สำคัญกว่า เราได้ฝึกเขียน ฝึกใช้เคล็ดลับ ฝึกความพยายาม และความอดทน ฯลฯ ทั้งหมดนี้ เป็นเส้นทางนักเขียนที่ทุกคนต้องพบเจอ ขึ้นอยู่กับว่าเรารักการเขียนมากพอที่จะอดทนรอคอยความสำเร็จได้รึเปล่า? เพราะการเขียนให้ดีไม่มีทางลัดแน่นอน และทางลัดที่ดีที่สุดที่จะแนะนำได้ก็คือ "การฝึกฝน" นั่นเอง 
 
2. เลิกผัดวันประกันพรุ่ง 
นักเขียนจำนวนมากชอบ "ขโมยเวลา" ของตัวเองในทางที่ผิด! เมื่อเรามีเวลามากพอที่จะลงมือเขียนนิยาย เรามักมีข้ออ้างให้กับตัวเราเองเสมอ เช่น บ้านรกจังอยากทำความสะอาดบ้านก่อน อยากดูหนังสักเรื่องเพื่อสร้างอารมณ์ หรือทำกิจกรรมนู่นนั่นนี่ก่อน แล้วกลายเป็นว่าอยู่ๆ เราก็ไม่ว่าง ไม่มีเวลาซะงั้น รวมถึงบางครั้งเราตั้งใจลงมือเขียนนิยายอย่างมุ่งมั่น แต่ยิ่งเขียนพลังที่มีอยู่ก็เริ่มถดถอย สุดท้ายเราก็หยุดเขียน แล้วผัดวันที่จะเขียนออกไปเรื่อยๆ ซึ่งข้อเสียของการที่เราชอบผัดวันประกันพรุ่งก็คือเรากำลังผัดวันที่จะเขียนนิยายให้จบนั่นเอง ลองถามตัวเองดูว่าเราถ่วงเวลาไว้ทำไม? มีวิธีมากมายที่จะกระตุ้นให้เราขียนนิยายได้ ทำไมเราถึงไม่ทำ หากยังขโมยเวลาของวันพรุ่งนี้มาใช้เรื่อยๆ แบบนี้ นอกจากเราจะเขียนนิยายไม่จบแล้ว ตัวเราเองก็จะรักการเขียนนิยายน้อยลงด้วย  
 
คำแนะนำในที่ดีที่สุดก็คือ หนึ่ง ให้คิดถึงวันที่เขียนนิยายจบแล้ว! สอง ให้เราคิดว่าพรุ่งนี้เราจะว่าง เราจะไม่ทำอะไรเลย แล้วลงมือเขียนนิยายวันนี้ไปเลย เมื่อคิดและลงมือทำแบบนี้ซ้ำๆ ทุกวัน จะทำให้เราค่อยๆ เลิกผัดวันประกันพรุ่งได้ และสาม อย่าเขียนนิยายแบบสุกเอาเผากินเพราะไม่มีเวลาเหลือแล้ว ลองถามตัวเองดูว่าเราภูมิใจไหมกับงานที่ออกมาไม่เต็มที่.. ทั้งสามข้อนี้ถือเป็นการสร้างกระบวนความคิดด้วยการ "ขโมยเวลาของวันพรุ่งนี้" มาใช้อย่างถูกวิธีนั่นเอง 
 
STOP NOW! 7 ข้อที่ควรหยุดทำถ้ายังอยากเป็นนักเขียน 
 
3. เลิกเปรียบเทียบ(ผลงาน)เรากับคนอื่น
ข้อนี้สำคัญมากเลยค่ะ จะมีนักเขียนจำนวนหนึ่งที่ตัดทอนกำลังใจตัวเองด้วยการเทียบผลงานตัวเองกับนักเขียนที่ประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง.. เราจะมองคนที่ประสบความเร็จในวันที่เขาประสบความสำเร็จแล้วไม่ได้นะคะ ทุกคนมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน ฝีมือการเขียนหรือสไตล์งานต่างๆ ล้วนเป็นเรื่องที่ทุกคนผ่านการฝึกฝนมาแล้วทั้งสิ้น หากเรายังเป็นนักเขียนมือใหม่ หรือยังไม่เคยตีพิมพ์ผลงาน สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องทำก็คือ "อย่าหยุดเขียน" ถ้าใครเคยอ่านบทสัมภาษณ์ของนักเขียนมาบ้าง จะเห็นว่าเส้นทางการเป็นนักเขียนของแต่ละคนนั้นไม่ได้ง่ายเลย ทุกคนล้วนผ่านจุดที่ยากลำบากมาแล้วทั้งสิ้น เพียงแต่เราไม่เคยเห็นช่วงเวลาที่นักเขียนลำบากเท่านั้นเอง เพราะสิ่งที่เราเห็นชัดที่สุดก็คือ ผลงานในวันที่ประสบความสำเร็จแล้วนั่นแหละค่ะ ดังนั้น เลิกกังวลเรื่องคนอื่นและหันกลับมากังวลกับงานของเราดีกว่าว่าจะทำยังไงให้คนอ่านชื่นชอบ
 
4. เลิกกังวลเรื่องความสำเร็จ 
ถ้ามีคนมาถามว่าเราทำอะไร หรือเป็นอะไร ได้โปรดจงบอกเขาไปว่าเราเป็น "นักเขียน" คำถามนี้ถือเป็นความกังวลอย่างหนึ่งของคนที่ยังไม่มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองกำลังทำค่ะ อย่างที่เรารู้ว่าเป้าหมายในการเขียนนิยายของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่อย่างน้อยการเขียนนิยายก็ทำให้เรามีความสุขใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องกังวลเลยว่านิยายของเราจะประสบความสำเร็จแบบไหน ถ้าเราชนะใจตัวเราได้ด้วยการเขียนนิยายจนจบ ทำไมเราจะเรียกตัวเองว่านักเขียนไม่ได้ ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำในข้อนี้คือ "มั่นใจในตัวเอง" ค่ะ แม้ว่าความสามารถเราอาจจะยังไม่มากพอ แต่การลงมือเขียนเรื่องราวต่างๆ ออกมานั้น ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญอย่างแน่นอน จำไว้ว่า "ไม่มีใครประสบความสำเร็จโดยไม่ลงมือทำ" 
 
STOP NOW! 7 ข้อที่ควรหยุดทำถ้ายังอยากเป็นนักเขียน 
5. เลิกฟังเสียงของคนอื่น 
ในข้อนี้พี่จะขอพูดถึงสองหัวข้อใหญ่ๆ ก็คือ หนึ่ง เลิกฟังความต้องการของคนอื่น และสอง หัดฟังเสียงของตัวเองบ้าง.. นักเขียนส่วนใหญ่เมื่อเริ่มเขียนนิยายได้ไม่นาน ก็มักจะเริ่มหลงทางเพราะเสียงของคนอื่น เสียงที่ว่าก็คือ คำวิจารณ์ของคนอ่าน และความนิยมในช่วงนั้น สองสิ่งนี้มักจะทำให้นักเขียนที่อยากประสบความสำเร็จเร็วๆ เริ่มไขว้เขวกับแนวทางที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรก แน่นอนว่าเราอยากจะเป็นที่รู้จักโดยเร็ว แต่บางครั้งความกดดันจากเสียงของคนอื่นก็ทำให้เราไม่เป็นตัวของตัวเอง และหวาดกลัวการไม่เป็นที่ต้องการ ดังนั้น ลองค้นหาแนวทางในแบบที่เราชอบก่อน แล้วค่อยๆ ลองปรับให้เข้ากับกระแสนิยมก็ได้ เพราะสิ่งสำคัญที่จะเหนี่ยวรั้งคนอ่านและตัวเราได้ดีที่สุดก็คือ "เอกลักษณ์ของนักเขียน" นั่นเอง
 
6. เลิกเสียใจกับข้อผิดพลาดในอดีต
เมื่อคิดจะก้าวเข้าสู่การเป็นนักเขียน ขอบอกไว้เลยว่าเส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแน่นอน พี่ไม่ได้ต้องการทำให้หวาดกลัว แต่ต้องการให้ทุกคนได้เตรียมใจเอาไว้ก่อน เพราะจากทั้งห้าข้อที่ผ่านมา เราทุกคนน่าจะมองเห็นปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างการเขียนนิยายมาบ้างแล้ว ในส่วนของข้อนี้พี่ต้องการให้เรา "ปล่อยวาง" กับทุกคำวิจารณ์ที่ถาโถมเข้ามา ทั้งคำวิจารณ์ที่ดี และคำวิจารณ์ที่แย่ หากเราเลือกเปิดรับคำวิจารณ์แล้ว เมื่อเป็นความคิดเห็นในด้านลบให้เรารับฟังและพิจารณาตัวเองไปด้วย แต่หากเป็นความเห็นด้านบวกก็ไม่ควรยึดติดกับความเห็นนั้นมากจนเกินไป เพราะเมื่อใจเราเอนเอียงไปทางด้านใดมากกว่า ผลเสียที่จะเกิดขึ้นทั้งสองด้านก็คือ "เราจะรู้สึกผิดหวังในตัวเอง" "เราจะหลงตัวเอง" ซึ่งจะเกิดขึ้นแน่นอนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ในท้ายที่สุดไม่ว่าทางไหนก็จะทำให้เรารู้สึกเสียใจได้แน่นอน ดังนั้น หากระหว่างทางเกิดเรื่องราวแย่ๆ ขึ้นมา ขอให้เราเรียนรู้แล้วก้าวเดินต่อไป ปล่อยวางและมุ่งหน้าสู่เป้าหมายของเราก็พอ  
 
7. เลิกรอโอกาส
บางทีเราอาจจะคิดว่า "เราชอบเขียน" จะเขียนตอนไหนก็ได้ ให้ลองย้อนกลับไปอ่านที่ข้อหนึ่งดูค่ะ แล้วจะเห็นว่าจุดเริ่มต้นจริงๆ ของการเป็นนักเขียนอยู่ที่การลงมือเขียนเท่านั้น อย่าให้คำว่า "เราชอบ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้" มาทำลายโอกาสที่พัฒนาตัวเองเลยค่ะ หากยังอยากเป็นนักเขียนจริงๆ พี่อยากให้เรามีแพลนหรือความตั้งใจที่มุ่งมั่นเป็นรูปเป็นร่างมากกว่ารอคอยเวลาที่พร้อม บางครั้งการมีตารางเวลา หรือการสัญญากับตัวเอง(ที่ต้องทำจริงๆ) ก็ถือเป็นหนึ่งในวิธีสร้างโอกาสการเป็นนักเขียนให้ตัวเราเองได้เหมือนกัน หากเราคิดจะ "รอโอกาส" จริงๆ เราต้องมั่นใจว่าเราจะเขียนมันได้แน่นอน ไม่ใช่รอโอกาสที่จะผัดวันประกันพรุ่งเหมือนดังข้อสองนะคะ 
 
 STOP NOW! 7 ข้อที่ควรหยุดทำถ้ายังอยากเป็นนักเขียน
 
ลองเช็คดูกันแล้ว เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย สิ่งที่ควรเลิกทำเป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ๆ ตัวเรานี่แหละ แต่เป็นเรื่องที่ทำลายตัวเราที่อยากเป็นนักเขียนได้มากเลยนะ ถ้าใครมีข้อใดข้อหนึ่งอย่างน้อยสามข้อ พี่คิดว่าเราควรปรับปรุงตัวเองนะคะ เพราะนอกจากนักเขียนต้องมีความอดทนแล้ว สิ่งสำคัญที่นักเขียนควรรักษาไว้ก็ "ความชอบในการเขียน" นี่แหละ ที่ไม่ควรปล่อยผ่านไป เพราะสิ่งที่ไม่ควรทำและควรเลิกทำทั้งเจ็ดข้อนี้ ถือเป็นตัวบั่นทอนกำลังกายและทำลายจิตใจเราได้ง่ายๆ เลย มันอาจจะค่อยๆ เกิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่เป็นภัยเงียบที่ร้ายที่สุดเลยก็ได้ พี่หวังว่าทุกคนที่อยากเป็นนักเขียนจะเลิกทำสิ่งที่ไม่ควรทำเหล่านี้ไปได้นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
 
พี่แนนนี่เพน
 
ขอบคุณภาพจาก
www.kisspng.com

Deep Sound แสดงความรู้สึก
https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nannypen

พี่แนนนี่เพน - ผู้เขียน

สาวเหนือที่มีความสุขกับการเขียนนิยาย และเชื่อว่านิยายให้อะไรดีๆ กับสังคมเสมอ

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #นักเขียนมือใหม่ #เคล็ดลับ #อุปสรรคนักเขียน

บทความที่นิยมอ่านต่อ

ยอดถูกใจสูงสุด

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?