เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา []

วิว

 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วย
ความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกใคร

สวัสดีค่ะชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน เมื่อพูดถึงหนูบ้าน หลายคนอาจร้องยี้ รู้สึกว่ามันไม่น่ารัก มองว่ามันน่าขนลุก น่าขยะแขยงและทำให้เกิดความเสียหายในบ้าน แต่ถ้าพูดถึงมิกกี้ เมาส์ (Mickey Mouse) ปฏิกิริยาหลายคนอาจเปลี่ยนไป เพราะมันคือหนูที่น่ารักน่าเอ็นดูและเป็นหนึ่งในตัวละครที่คนทั่วโลกรักตลอดกาล ว่าแต่วอล์ท ดิสนีย์ทำให้คนตกหลุมรักตัวละครของเขาได้ยังไง? เขามีวิธีการเล่าเรื่องแบบไหน? คำตอบในวันนี้อาจเซอร์ไพรส์พวกเราชาวนักเขียนเด็กดีทุกคน 

สำหรับนักเขียน การเล่าเรื่องถือว่าสำคัญ มันเป็นเครื่อมืออันทรงพลังที่จะช่วยให้เราถ่ายทอดความคิดออกมาในรูปแบบข้อความได้อย่างแข็งแกร่งที่สุด แน่นอนว่าถ้าเราอยากเล่าเรื่องให้เก่ง เราก็ต้องเรียนรู้จากคนเก่ง แล้วในกลเม็ดเคล็ดลับฉบับนี้ คนเก่งที่ว่าจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจากผู้ยิ่งใหญ่อย่าง “วอลต์ ดิสนีย์” ผู้สร้างการ์ตูนและภาพยนตร์อันเป็นที่รักของคนทั่วโลก

ถ้าอย่างนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา พี่น้ำผึ้งขอพาน้องๆ ไปรู้จักกับการเล่าเรื่องของ “วอลต์ ดิสนีย์” และเทคนิคที่เขาใช้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่กันดีกว่าจ้า

 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา
ดิสนีย์และมิกกี้เมาส์
(via: history)

 

#1: เรื่องราวคือเครื่องมือการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ

วอลต์ ดิสนีย์ไม่ได้เล่าเรื่องที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของเขาเท่านั้น แต่เขายังใช้การเล่าเรื่องเป็นเครื่องมือในการชักจูงและสร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานของเขาด้วย ตัวอย่างเช่น วอลต์ยกนิทานคลาสสิกเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดให้แก่ทีมอนิเมชั่น ถ้าหากน้องๆ ไม่รู้ สโนว์ไวท์คือการ์ตูนเรื่องแรกที่ทางค่ายดิสนีย์สร้าง แล้วผู้คนก็ค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ดิสนีย์ไม่เคยทำอนิเมชั่นมาก่อนแต่ทำไมถึงทำออกมาได้ดี แปลว่าเขาต้องทำงานหนักหน่วง ใช้เวลาหลายปีแน่ๆ

ความจริงของเรื่องนี้ก็คือ วอลต์ ดิสนีย์ไม่ได้สร้างสโนวไวท์ให้เป็นอนิเมชั่นด้วยตัวเอง แต่เขามีทีมต่างหาก วอลต์ไม่เพียงแค่โน้มน้าวผู้คนให้ลงทุนแก่ภาพยนตร์ของเขาเท่านั้น แต่เขายังโน้มน้าวให้ผู้สร้างอนิเมชั่น (เรียกว่า อนิเมเตอร์) สร้างมันขึ้นมาด้วย คำถามก็คือเขาทำได้ยังไงล่ะ?
 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา
สโนว์ไวท์
(via: Den of Geek)

 

ในช่วงบ่ายของปี 1934 วอลต์เรียกกลุ่มผู้สร้างอนิเมชั่นที่ดีที่สุดมาแล้วลุกยืนขึ้นพูดบนเวทีต่อหน้าทุกคน วอลต์เล่าเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ดให้ฟัง พร้อมแอบขายเรื่องราวของราชินีปีศาจกับเจ้าหญิงแห่งเทพนิยายด้วย ตลอดเวลาสี่ชั่วโมงเต็มๆ ที่เหล่าผู้สร้างอนิเมชั่นนั่งอยู่ในห้อง ก้นของพวกเขาระบมไปหมด ทว่าหัวใจกลับฟูฟ่อง พวกเขาเต็มใจที่จะอุทิศเวลามากกว่าสี่ปีให้กับโปรเจคนี้!

อนิเมเตอร์ที่สร้างสโนว์ไวท์ตัดสินใจลงทุนลงแรงไปกับโปรเจคนี้ หลักๆ เลยเป็นเพราะความสามารถในการเล่าเรื่องของวอลต์ ดิสนีย์ กล่าวอีกนัยนึงก็คือ วอลต์เล่าเรื่องที่ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นในคุณค่าของภาพยนตร์ ถึงแม้ว่าตอนฟังแพลนมันจะดูเหมือนเป็นเรื่องบ้าคลั่งและดิบเถื่อนมากก็ตาม (เมื่อต้องทุ่มเทเวลาถึง 4 ปีเต็มในการสร้างภาพยนตร์) 

เช่นเดียวกับนักเขียน เราสามารถโน้มน้าวนักอ่านให้อยากอ่านนิยายของเราได้ด้วยการทำให้พวกเขาคิดว่า “โอ้พระเจ้า ฉันชอบมันมากๆ” ลองทำให้พวกเขาเห็นคุณค่าในนิยายของเราสิ บอกให้พวกเขารู้ว่านิยายของเราสามารถอิมแพ็คต่อบุคคล สังคมและโลกใบนี้ได้อย่างไรและมากเท่าไหน!

 

#2: โฟกัสไปยังความปรารถนา

วอลต์ ดิสนีย์ไม่ได้ยอดเยี่ยมแค่เรื่องของการสร้างแรงบันดาลใจให้ทีมของเขาเท่านั้น แต่เรื่องราวของเขายังเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนหลานพันล้านคนทั่วโลก ในช่วยหลายปีที่ผ่านมา ค่ายดิสนีย์ได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์เรื่องราวที่ดึงความสนใจของคนไว้ได้ พวกเขาสามารถยึดก้นคนดูให้ติดอยู่กับที่นั่งนานที่สุดเท่าที่จะนานได้ คำถามก็คือ ทำไมเรื่องราวของดิสนีย์ถึงน่าจดจำล่ะ? คำตอบง่ายๆ ก็คือ...เพราะพวกเขาโฟกัสไปที่เรื่องของ “ความปรารถนา” ไงล่ะ

วอลต์ ดิสนีย์รู้จักผู้คนมากมาย เขารู้ว่ามนุษย์ทุกคนมีความปรารถนา มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินทองหรืองานที่ดีกว่านี้ แต่มันคือ “สิ่งอื่น” วอลต์รู้ว่ามันเป็นความต้องการที่ลึกซึ้งและซ่อนเร้นอยู่ในตัวมนุษย์ ซึ่งมันสะท้อนถึงผู้คนมากที่สุด และสิ่งอื่นที่ว่านั่นจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจากความปรารถนาในการเป็นเจ้าของ การพบรักแท้ หรือแม้กระทั่งการค้นพบว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเอง นี่แหละคือความปรารถนาที่จะทำให้ผู้คนสนใจในเรื่องราวของเราอย่างแท้จริง
 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา
ราพันเซลพบรักแท้ของเธอ
(via: DisneyFanatic.com)

 

ดังนั้นวอลต์ ดิสนีย์จึงหยิบเอาความปรารถนาของมนุษย์ใส่ลงไปในเรื่อง ปลุกปั่นอารมณ์ผู้ชมให้อินด้วยการทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวละครมีความปรารถนาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น
 

  • คนปรารถนาที่จะบินได้ ออกไปท่องโลกกว้าง หรือสามารถสื่อสารกับสัตว์ได้ 
  • คนปรารถนาที่จะเป็นคนพิเศษและถูกชื่นชม (เจ้าหญิง, ตัวละครชาย)
  • คนปรารถนาที่จะมั่นคงในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
  • คนปรารถนาที่จะทำในสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ หรือไม่สามารถทำได้
     

เหล่านี้คือสิ่งที่วอลต์ ดิสนีย์และทางค่ายดิสนีย์แทรกลงไป สังเกตได้ว่าพวกเขาเน้นไปยังประสบการณ์และความปรารถนาของมนุษย์เป็นพิเศษ ลองนึกถึงเรมี (Remy) จากเรื่อง Ratatouille สิ เจ้าหนูน้อยมีความฝันที่ดูเหมือนไกลเกินเอื้อม หรือเฮอร์คิวลิสที่พูดว่า “I would go most anywhere to find where I belong. (ฉันจะไปในทุกที่ที่เหมาะกับฉัน)” ตัวละครเหล่านี้เป็นกระบอกเสียงของความคิดและความรู้สึกที่เรามี

จะว่าไปแล้วการชมภาพยนตร์ดิสนีย์ไม่ใช่แค่ความบันเทิง แต่เป็นยาระบายด้วยต่างหาก เพราะงั้นหากน้องๆ อยากสร้างเรื่องราวให้ยิ่งใหญ่เฉกเช่นการ์ตูนดิสนีย์ ลองค้นหาความปรารถนาของนักอ่านแล้วใส่มันลงไปในเนื้อเรื่องสิ มันจะทำให้นักอ่านติดใจและอินไปกับงานเขียนของเรา

 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา
เจ้าหนูเรมีที่ฝันอยากเป็นกุ๊ก
(via: Pixar-Planet)

 

#3: Suspend Reality

วอลต์ ดิสนีย์ไม่กลัวที่จะใส่ความปรารถนาของมนุษย์ลงไปในโลกแฟนตาซีของเขา แม้แต่เรื่องราวของดิสนีย์ที่เกิดขึ้นใน “โลกแห่งความจริง” ยังมีองค์ประกอบของความลึกลับและเวทมนตร์เพิ่มเข้ามาเลย หากน้องๆ สังเกตดู เราพบว่าเรื่องราวของดิสนีย์ส่วนใหญ่มักเชื้อเชิญให้เราหนีออกจากโลกแห่งความเป็นจริงและอาศัยอยู่ในสถานที่ๆ กฎหมายธรรมดาเข้าไม่ถึง ซึ่งเราเรียกเทคนิคที่ดิสนีย์พาเราไปอยู่อีกโลก แต่ยังคงทิ้งกลิ่นของโลกความเป็นจริงไว้ว่า “Suspending Reality” 

Suspending Reality คือการที่ตัวละครดำเนินอยู่ในโลกคู่ขนาน แต่ยังคงสะท้อนถึงโลกแห่งความจริงอยู่ วิธีการนี้ทำให้วอลต์ ดิสนีย์สามารถบอกเล่าเรื่องราวส่วนตัวของผู้ชม (เช่น ความปรารถนาส่วนลึกของผู้ชม) ได้โดยไม่ต้องรุกราน เทคนิคนี้จัดว่าเป็นวิธีการเล่าเรื่องที่มีประสิทธิภาพ ประการแรกคือ มันสร้างความปลอดภัย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกสุดมหัศจรรย์ของเรา ประการที่สอง มันอนุญาตให้ผู้ชมหรือผู้ฟังหนีออกไปจากความเป็นจริงด้วยเรื่องราวที่กำลังถ่ายทอดอยู่

เรื่องราวทำให้คนลืมปัญหาที่เกิดขึ้นได้ชั่วขณะ แม้จะเป็นเวลาเพียงแค่ 1 - 2 ชั่วโมง แต่พวกเขาก็อินไปกับเชิงเทียนที่พูดจาโอหัง นาฬิกาคุณปู่เดินได้ หรือฟักทองสามารถกลายเป็นรถม้า ซึ่งเรื่องราวสุดแฟนตาซีและเหนือธรรมชาติเหล่านี้แหละจะช่วยเปิดกว้างจินตนาการของเรา และสร้างโลกที่ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้อย่างแท้จริง

 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา
อีกหนึ่งผลงานที่ตัวการ์ตูนหลุดมาอยู่ในโลกจริง
(via: huntingtonharbourmall.com)

 

#4: พาผู้คนเข้าไปอยู่ในโลกของเรา 

มาถึงความลับข้อที่สี่และเป็นข้อสุดท้ายจากวอลต์ ดิสนีย์ พี่ขอเชื่อมโยงไปยังความลับข้อ 3 ที่เพิ่งกล่าวไปอย่าง “การพาผู้ชมไปอยู่อีกโลก” น้องๆ รู้มั้ยว่านอกจากวอลต์จะพานักอ่านหลุดไปยังโลกของเขาผ่านภาพยนตร์อนิเมชั่นแล้ว เขายังสร้างสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ที่ช่วยให้ผู้คนสามารถเข้าไปเยือนโลกของเขาได้อย่างแท้จริง เด็กๆ ร้องว้าวเมื่อเจอปราสาทซินเดอเรลล่าเป็นครั้งแรก บางคนพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าไปกับช้างน้อยดัมโบ้ บางคนตื่นเต้นที่เห็นมิกกี้เมาส์เดินเล่นบนถนน เห็นได้ชัดว่าการนำผู้คนเข้ามาในโลกได้เป็นอะไรที่ทรงพลังมาก!

เอาล่ะ พี่น้ำผึ้งไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปสร้างสวนสนุกเพื่อนำผู้คนเข้ามาในโลกของเรา จริงๆ ก็ทำได้แหละถ้าอยากจะทำ แต่มันแพงและเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างเสี่ยง ซึ่งสำหรับนักเขียนอย่างเรา มีหลายวิธีที่จะพานักอ่านเข้าไปอยู่ในโลกของเรา โดยวิธีที่ง่ายที่สุดคือผ่านการเล่าเรื่อง! ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง การบรรยาย หรือแม้กระทั่งการทำให้นักอ่านรู้จักและสนิทไปกับตัวละคร หากว่าเรามีงบหน่อย ลองจ้างคนทำของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ มอบให้แก่นักอ่าน เพื่อให้พวกเขารู้สึกใกล้ชิดกับโลกของเรามากขึ้น เช่น มังงะตอนพิเศษสำหรับนิยายเรา แจกหมอนพิมพ์ลายพระเอก หรือเซ็ตโปสเตอร์ตัวละคร แค่นี้นักอ่านก็ฟินแล้วจ้า

 

เสริมความแข็งแกร่งให้นิยายด้วยความลับ 4 ข้อที่ 'วอลต์ ดิสนีย์' ไม่เคยบอกเรา
วอลต์ ดิสนีย์และมิกกี้เมาส์ของเขา
(via: D23)

 

เป็นอย่างไรบ้างคะกับ 4 ความลับจากวอลต์ ดิสนี่ย์ที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝาก พี่เชื่อว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์ต่อน้องๆ นักเขียนไม่มากก็น้อย เพราะการเล่าเรื่องของดิสนีย์ไม่ใช่แค่ดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังสามารถเปลี่ยนโลกได้ด้วย นอกจากนี้ยังมีสิ่งหนึ่งที่พี่ค้นพบจากผลงานของดิสนีย์ทุกเรื่อง นั่นคือ “แพชชั่นในการถ่ายทอดสิ่งดีๆ สู่สังคม” ลองสังเกตดูสิ การ์ตูนของเขาแต่ละเรื่องมีข้อคิดแฝงอยู่เสมอ ทุกฉาก ทุกตอนและทุกบทสนทนาที่ตัวละครคุยกันล้วนแต่เป็นกำลังใจและผลักดันเราให้เข้มแข็ง พร้อมสู้ชีวิตต่อไป ดังนั้นจะพูดได้ว่า “ความปรารถนาที่จะเห็นสังคมสวยงาม” อาจเป็นความลับข้อ 5 ที่ทำให้เรื่องราวของดิสนีย์ทรงพลังและตราตรึงอยู่ในใจผู้คนทั่วโลกก็ว่าได้ หากน้องๆ อยากให้เรื่องราวของเรายิ่งใหญ่เหมือนกับวอลต์ ดิสนี่ย์ ลองทำตามเทคนิคที่พี่น้ำผึ้งนำมาฝากสิคะ ไม่แน่นะ วันหนึ่งเราอาจเดินผ่านผู้คนที่พูดถึงนิยายของเราอย่างชื่นชมก็ได้ ^ ^

พี่น้ำผึ้ง :)

 

 ขอขอบคุณ

https://disneyinstitute.com/blog/2014/11/leadership-lessons-from-walt-disney-the-power-of-storytelling/
http://www.denofgeek.com/us/movies/snow-white/241629/disneys-snow-white-the-risk-that-changed-filmmaking-forever 
https://ed.ted.com/on/5qau2M5z 
 

Deep Sound แสดงความรู้สึก

https://www.dek-d.com/content/listwriter.php?writer=nampueng

พี่น้ำผึ้ง - ผู้เขียน

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์นักเขียน

[ดูผลงานที่ผ่านมา]

#นิยาย #นักเขียน #กลเม็ดเคล็ดลับ #เล่าเรื่อง #storytelling #pixar #disney #walt disney #ดิสนีย์ #เขียนนิยาย #เขียนนิยาย ออนไลน์

บทความที่นิยมอ่านต่อ

แสดงความคิดเห็น

บทความที่เปิดอ่านล่าสุด

ไม่มีบทความที่เปิดอ่านล่าสุด
เกี่ยวกับเรา ติดต่อ แจ้งปัญหา

เว็บ Dek-D

เข้าผ่านแอป ง่ายกว่า

ติดตั้งแอป
ติดตั้งแอป
ต้องการรับการแจ้งเตือนบทความใหม่ของหมวด ไหม?